مشاركة

บทที่ 8

last update تاريخ النشر: 2026-01-24 07:03:13

“ผู้ตายสองคนเป็นคนของตระกูลโจวและตระกูลเกา พวกเขาย่อมพ้นจากการถูกสงสัย ดังนั้นคงเหลือเจ้าบ้าน และบิดาของท่าน” หญิงสาวยังคงกล่าวต่อไป พร้อมกับก้าวนำชายหนุ่มไปก้าวหนึ่ง

“แม่นางมายังที่เกิดเหตุก็เห็นหุ่นฟางนั้นเป็นคนแรก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดเห็น” หลี่เทียนเสียงกล่าวด้วยใบหน้าเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม

“สงสัยข้าหรือ” เยว่ป่ายเหอเอ่ยถามเขาน้ำเสียงรื่นรมย์ นางหยุดเดินแล้วหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

เขาหรุบดวงตาลงต่ำ ราวเมื่อครู่ไม่ได้แอบมองพัดในมือของนาง “แม่นางเองก็มิใช่เพิ่งจะสงสัยคนตระกูลหลี่ของข้าหรอกหรือ”

ทั้งสองต่างคนต่างก็ยืนเผชิญหน้ากันเงียบ ๆ หลังจากจบประโยคของของหลี่เทียนเสียง

เยว่ป่ายเหอมองเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบยากจะคาดเดา “ผู้คนจากหวงยี่ซานลือกันว่าคุณชายรองตระกูลหลี่ปราดเปรื่องยิ่งกว่าผู้ใด สงสัยจะมิใช่เพียงแค่ข่าวลือ”

“พวกเขาอาจจะพูดเกินจริงไปบ้าง ข้าเพียงคาดเดาไปตามสิ่งที่เห็นเท่านั้น” หลี่เทียนเสียงเองก็ใช้น้ำเสียงในระดับเดียวกัน ผิดก็แต่ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้มเป็นมิตรอยู่เสมอ

เยว่ป่ายเหอพยักหน้าราวเห็นด้วย นางผายมือไปด้านหน้าให้เขาก้าวไปก่อน จากนั้นนางก็ก้าวตามไป ทั้งสองเดินไปตามทางเดินซึ่งแม้ไม่มีผู้นำทางก็พอจะรู้ว่าต้องไปทิศทางใด เนื่องจากบ่าวไพร่ของตระกูลหม่าต่างก็มุ่งตรงไปตามทางเดินดังกล่าว

ความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนยังคงสามารถเอาชนะทุกสิ่ง...

“ท่านถูกพิษได้อย่างไร” เยว่ป่ายเหอเอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้มองเขา นางยังคงก้าวเดินไปเรื่อย ๆ เช่นกันกับหลี่เทียนที่ไม่แม้แต่จะชะงักในยามที่ได้ยินคำถามของนาง

“ข้าเองก็จำไม่ได้แล้ว”

ทั้งสองไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อจากนั้น เนื่องจากเดินมาถึงยังห้องของสาวใช้หนึ่งเดียวที่เป็นผู้พบศพคนแรก “โดนสังหารจริง ๆ ด้วย” เยว่ป่ายเหอส่ายหน้าอย่างแสนเสียดาย

นางยังไม่ได้สอบถามสาวใช้นางนี้ อีกฝ่ายก็ถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว

หลี่เทียนเสียงหันไปมองนางแวบหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ด้านหลังยังมีเหล่าผู้อาวุโสที่เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน พวกเขายังไม่ได้สังเกตเห็นหญิงสาว เนื่องจากความสนใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปยังร่างแน่นิ่งที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ

“ผู้ใดเป็นผู้เห็นเหตุการณ์” หลี่เทียนเสียงเอ่ยถาม

“ข้าน้อยขอรับ” หนึ่งในยามเฝ้ารักษาการก้าวออกมาก้าวหนึ่ง “เมื่อครู่มีสาวใช้นำอาหารมาให้นาง แต่จากนั้นไม่นานกลับมีสาวใช้อีกคนนำอาหารเข้ามาอีก ข้าเห็นว่าไม่ชอบมาพากลจึงเร่งเปิดประตูเข้ามาดู กว่าจะรู้ว่านางโดนยาพิษนางก็อยู่ในสภาพนี้แล้วขอรับ”

“แล้วสาวใช้ผู้นั้นเล่า ผู้ที่นำอาหารเข้ามา” หลี่เทียนเสียงเอ่ยถามขึ้นอีกประโยค

“คนของเราตามไปแล้วขอรับ ดูเหมือนคนของวังบุปผาและคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิงเองก็ตามไปด้วยเช่นกัน คาดว่านางคงหนีไปไหนไม่รอด”

ไม่นานนักผู้ที่ไล่ล่าตัวคนร้ายก็กลับมา ทั้งยังได้ตัวคนก่อเหตุกลับมาด้วย สาวใช้ผู้นั้นกวาดสายตามองไปรอบห้อง ในปากของนางยังมีเศษผ้าอุดเอาไว้ เพราะเกรงว่านางจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย

เมื่อเห็นว่าคนร้ายเป็นสตรี สี่ตระกูลใหญ่จากฝ่ายธรรมะตกลงให้คนของวังบุปผา และสาวใช้ของตระกูลหม่าเป็นคนตรวจค้นบนตัวของนาง ซึ่งแน่นอนว่าบนตัวสาวใช้คนนั้นยังคงมีกระพรวนบุปผาปลอมอีกอันซุกซ่อนอยู่

        ภายในห้องเงียบกริบทันทีที่ทุกคนหันไปมองใบหน้าของรองประมุขเยว่ ผู้ซึ่งเพิ่งจะเดินทางมาถึงกวงหมิงซาน

หลิวหรงยิ้มเย็น ก่อนจะลุกขึ้นก้าวเดินมายังตรงหน้าสาวใช้ผู้นั้น “ถึงกับกล้าล้อเล่นกับวังบุปผา” นางก้มลงมองสาวใช้ที่นั่งตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ป๋ายฉานลอบเงยหน้าสบตากับจื่อเยียน นางกลั้นยิ้มเมื่อเห็นท่าทีที่ลอกเลียนมาจากรองประมุขเยว่ไม่ผิดเพี้ยนของหลิวหรง

จื่อเยียนลอบหันไปมองรองประมุขตัวจริง ซึ่งยังคงนั่งมองกระพรวนปลอมที่สาวใช้ของคฤหาสน์ตระกูลหม่าวางเอาไว้

รองประมุขเยว่ของพวกนางไม่สนใจการสอบสวนตรงหน้า กลับเอาแต่จ้องข้าวของในมือด้วยดวงตาพราวระยับไปด้วยความขบขัน เล่นบทบาทกุนซืออย่างสนุกสนาน ดูสมจริงจนนางแทบอยากจะร้องไห้ออกมา

...รองประมุขของนางมาเพื่อเที่ยวเล่นจริงเสียกระมัง

“ยังคงเป็นของปลอม” เยว่ป่ายเหอวางกระพรวนบุปผาลง นางก้าวเข้ามานั่งลงบนปลายเท้า ก่อนใช้พัดเชยคางสาวใช้ผู้นั้นขึ้น “ผู้อาวุโสหม่า ไม่ทราบว่าสาวใช้ผู้นี้เข้ามาในตระกูลหม่านานแล้วหรือ”

“แม่นางอวี้เหลียน สาวใช้ผู้นี้เป็นสาวใช้ก้นครัวมาสองปีแล้ว”

พ่อบ้านตระกูลหม่าเป็นผู้ที่ตอบแทน เขาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนยื่นสมุดรายชื่อสาวใช้ออกมา หลี่เทียนเสียงรับเอาไว้เสียเอง ก่อนกวาดสายตามองรอบหนึ่ง

“เสี่ยวลี่เอ๋อร์ ถูกบิดามารดาขายมาเพื่อใช้หนี้ หลังจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่นา” พ่อบ้านตระกูลหม่ายังคงเอ่ยต่อไป “สาวใช้ที่ตายไปคือเสี่ยวหมิ่นเอ๋อร์ ทั้งสองถูกรับเข้ามาไล่เลี่ยกัน”

“เป็นสาวใช้ก้นครัวแต่กลับแต่งตัวงดงามเฉิดฉันท์ ใบหน้าหรือก็นวลเนียนเปล่งปลั่ง” เยว่ป่ายเหอเลิกคิ้วมองสำรวจร่างอรชรที่ตัวสั่นงันงก “เห็นชัดว่าการเป็นอยู่ของสาวใช้คฤหาสน์ตระกูลหม่านั้นดียิ่ง”

หลิวหรงเองก็เลิกคิ้วมองพ่อบ้านตระกูลหม่า

“เรื่องนั้น...” หม่าเซียวหรานกระแอม “นาง...นางเคยเป็นสาวใช้คอยอุ่นเตียงให้ข้าเอง ตอนนี้ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์แล้วจึงส่งนางไปก้นครัว” เขาเกิดความเก้อกระดากเล็กน้อยในยามที่เอ่ย

“ข้าจะดึงผ้าออกและถามคำถามเจ้าสองข้อ หากเจ้าพยายามกัดลิ้นฆ่าตัวตาย ข้าจะตามหาครอบครัวเจ้าสังหารทุกชีวิตจนสิ้น ก่อนจะจับเจ้าแก้ผ้าแล้วแขวนเอาไว้ยังประตูโรงเตี๊ยมทางขึ้นเขา” หลิวหรงยิ้มเย็นในยามที่เอ่ยประโยคนั้น

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกทันทีที่ได้ยิน กระนั้นกลับไม่มีใครกล่าวอะไร เนื่องจากคนของวังบุปผาทุกคนหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีผู้ใดจะคัดค้านหรือไม่

แม้จะมีท่าทีไม่เห็นด้วย แต่คนของฝ่ายธรรมะทุกคนกลับเงียบงัน มีเพียงพ่อบ้านตระกูลหม่าที่อ้าปากพะงาบ ๆ แต่ก็ถอยหลังกลับไป เมื่อสบตากับหลิวหรงที่หันมามองเขาพอดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 64 จบ

    นี่อาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว...เขาเองก็ไม่ต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ที่ต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต อย่างน้อยเขาก็ได้ส่งบุตรชายไปดูแลทายาทคนเดียวของเหอจือวั่นแม้ไม่อาจทดแทน อย่างน้อยความรู้สึกผิดท่วมท้นก็บรรเทาลง เพื่อความสบายใจของเขาเอง...ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากเหลียนหัวซาน เยว่จื่อจิงพลันขมวดคิ้ว สายตาของนางกวาดมองไปยังด้านหลัง ทำให้หลี่เทียนเหวินเองก็มีท่าทีระแวดระวัง รถม้าขนาดกลางซึ่งกำลังวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้คนทั้งสองหรี่ตาลงมองไม่วางตาผู้ที่บังคับรถม้าสวมชุดสีดำทั้งตัว เขาเป็นบุรุษที่สวมหมวกที่มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้มิดชิด กระทั่งรถม้าจอดลงผู้มาใหม่ก็ยังไม่ยอมเผยใบหน้าให้เห็น“จอมยุทธ์ท่านนี้ ท่านตามเราสองคนมาด้วยเหตุใด”มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง บรรยากาศเริ่มกดดันทันทีที่เยว่จื่อจิงก้าวมายืนตรงหน้าหลี่เทียนเหวินคนผู้นั้นดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ของสิ่งนั้นถูกกำลังภายในซัดออกมา เยว่จื่อจิงรับเอาไว้อย่างง่ายดาย ก่อนที่นางจะอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร“พวกเจ้า! เจ้า...ท่านมีวรยุทธ์! นางเล่า นาง...”ไม่มีเสียงตอบรับอีกทั้งรถม้าก็เริ่มออกว

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 63

    “หากคนที่นี่ยุ่งยากมากเรื่องกันนัก พรุ่งนี้ข้าจะพาเขากลับวังบุปผาทันที” เอ่ยจบนางก็ละสายตากลับมา ก่อนเริ่มพันแผลให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตั้งแต่แรกเริ่ม หลี่เซวียนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง คนด้านหลังของเขามีท่าทีประดักประเดิด กระนั้นพวกเขาก็ยังมีแก่ใจส่งเสียงขอโทษนางออกมา ก่อนจะทยอยกันเดินหายไป โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดังเดิม“ข้าจะกลับวังบุปผา” เยว่จื่อจิงเอ่ยหลังจากพันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จ “เกี้ยวจะถูกส่งมารับท่านหนึ่งเดือนข้างหน้า คิดว่าท่านคงเตรียมตัวทัน”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพลันเลิกคิ้วมองนางอย่างอ่อนใจ “เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะกลับพร้อมเจ้า แต่เราไหว้ฟ้าดินกันก่อนอย่างถูกต้อง จากนั้นเราค่อยออกเดินทางจากเหลียนหัวซานพร้อมกัน”หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาด้วยท่าทีลังเล “เช่นนั้นข้าจะให้พวกนางเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมการณ์ ข้า...ให้เวลาท่านสองวัน วันที่สามออกเดินทาง”“ได้”เขารับปากนางอย่างง่ายดายจนแม้แต่หญิงสาวเองก็คาดไม่ถึง“ท่าน...ยอมไปกับข้าจริง ๆ หรือ”“หากข้าไม่ไปตอนนี้แล้วเจ้ากลับคำไม่ส่งเกี้ยวมารับ ข้ามิต้องม่ายขันหมากหรอกหรือ” เขายังคงเห็นขันกับเรื่องนี้“จิงเอ๋อร์...เจ้าเป็นส

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 62

    “ข้ายังทนหิวได้อีกนิดหน่อย” นางกระซิบก่อนจุมพิตคนที่เอาแต่อดทนอดกลั้น “เดินทางมาหลายวันท่านไม่คิดถึงข้าเลยหรือ ข้าคิดถึงท่านแทบแย่”“มิใช่เพราะเจ้าที่บอกว่าไม่ชอบพื้นหยาบ ๆ หรือไร” เขากระซิบเสียงพร่า กระทั่งอุ้มนางตัวลอยขึ้นแล้วก้าวเดินไปยังฉากกั้นที่เขาเตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ “หากอาหารเย็นชืดอย่าโทษข้า เป็นเจ้าเองที่ยั่วยวนข้า”และแล้ววันนั้นกว่าที่คนทั้งสองจะได้กินมื้อเย็น ก็ในอีกชั่วยามต่อมา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารทั้งหมดเสี่ยวเอ้อต้องนำลงมาอุ่นใหม่ หลังจากมื้อเย็น ทั้งสองจึงเริ่มปรึกษากันว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถเข้าถึงตัวเยว่จื่อจิง ในยามที่ตระกูลหลี่วุ่นวายเช่นนี้ในความมืดเยว่จื่อจิงจ้องมองหลี่เทียนเหวิน ด้วยดวงตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ หญิงสาวกำลังใคร่ครวญบางอย่างในใจเงียบ ๆ คิดทบทวนและพยายามคาดเดาการกระทำของอีกฝ่ายอย่างละเอียดนางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนตั้งใจจะลุกขึ้น กระนั้นคนที่นางคิดว่าหลับอยู่กลับคว้าข้อมือนางเอาไว้“หากถอนหายใจครั้งหนึ่งต้องอายุสั้นลงหนึ่งปี เช่นนั้นตั้งแต่เจ้ามานั่งลงข้างเตียงคงอายุสั้นแล้วอย่างแน่นอน”“ท่านกำลังแช่งข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเข้ม“ช่วยข้าไ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 61

    หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างโกรธกรุ่น เมื่อครู่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน เขาจงใจไม่ปัดป้องกระบี่ของนางชัด ๆ “ท่านจงใจยอมแพ้หรือ” หญิงสาวกัดฟันกรอด“อย่าลืมคำสัญญาของตัวเองเล่า”“บัดซบ! หลี่เทียนเหวิน เจ้าคนสมควรตาย!” นางสบถออกมาแม้จะสบถออกมาแต่นางกลับดึงกระบี่ออก ปรี่เข้ามาสกัดจุดบนร่างใหญ่ กระทั่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังโงนเงน แต่ท่าทีเช่นนั้นดูเผิน ๆ แล้วคือการถลาเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ในสายตาชาวยุทธ์ทั่วหล้าหลี่เทียนเหวินเอนตัวเข้าหาร่างเล็ก เกาะกุมนางเอาไว้จนมั่นใจว่านางจะไม่ดิ้นหลุดมือไปแน่ ๆ กระทั่งมองเห็นเหล่าผู้อาวุโสกำลังปรี่เข้ามาดูอาการของเขา“จิงเอ๋อร์ ข้ารู้นะว่าเจ้าเองก็จงใจจะพ่ายแพ้ให้ข้า” เขากระซิบเสียงเบาให้นางได้ยินเพียงคนเดียว “คิดไปจากข้าตอนนี้ ไม่ง่ายแล้ว”เยว่จื่อจิงสบถด่าทอชายหนุ่มออกมาหลายคำ กระทั่งผู้คนมากมายห้อมล้อมเข้ามา นางเงยหน้ามองทุกคนด้วยดวงตราโกรธเกรี้ยว “ไสหัวไปให้หมด!! หาไม่ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!!”พูดจบก็ตะโกนเรียกชุ่ยจวี๋ให้มารับกระบี่ไปจากมือของตน มองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มของหลี่เทียนเหวิน นางพลันรู้สึกอยากสังหารคนขึ้นมาหญิงสาวกระชับมือเข้ากับร่างแกร่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 60

    “ท่านพ่อเช่นนั้นข้าขอเสนอตัวเอง” หลี่เทียนเหวินพลันเอ่ยออกมาทุกคนสูดหายใจเข้าด้วยความประหลาดใจ แม้แต่เยว่จื่อจิงเองก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม“ย่อมได้” นางตกลงก่อนจะหันไปมองหลี่เซวียน “หากข้าชนะ ข้าจะพาเขาไปทันที เรื่องในยุทธภพพวกท่านไม่อาจยุ่งเกี่ยว เรื่องฝ่ายมารตระกูลหลี่ยิ่งไม่อาจสอดมือ หากข้าพ่ายแพ้จากวันนี้ไปอีกห้าสิบปี วังบุปผาจะไม่ย่างกรายเข้ามาในหวงยี่ซานอีก”หลินยวี๋หรงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินกระนั้นหลินเจ๋ออี้กลับยิ้มออกมา “นี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ประมุขเยว่ถึงกับประนีประนอมขนาดนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง” ชายหนุ่มพึมพำมองอย่างไรเขาก็ยังคิดว่าเยว่จื่อจิงกำลังหาทางออกให้กับทุกคน ดูท่าแล้วเรื่องราวความแค้นที่คิดว่าไม่อาจสะสาง อาจจะจบลงในวันนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องนองเลือดแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูว่าการประลองจะจบลงเช่นไร เนื่องจากฝีมือของหลี่เทียนเหวินอยู่ในระดับที่ไม่อาจคาดเดา แต่เยว่จื่อจิงที่มีคัมภีร์เทพกระบี่ตระกูลเหอก็ไม่อาจดูแคลนดูแล้วการประลองครั้งนี้คงยากที่จะตัดสิน...เวทีประลองในยามนี้สองฝ่ายต่างก็ยืนเตรียมพร้อม เยว่จื่อจิงสะบัดฝักกระบี่สีแดงออกไป กระบี่หั่วซานร้อนแรงดังอั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 59

    หลินยวี๋หรงมองดูผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจเยว่จื่อจิง กระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างอรชรที่กำลังก้าวขึ้นไปยังลานประลองหญิงสาวในชุดสีชมพูใบหน้าโกรธกรุ่น กำลังมองตรงมายังหลี่เทียนเหวิน กระทั่งจงใจส่งสายตาเกลียดชังมายังเยว่จื่อจิง“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าน้อยขอเสียมารยาท” อวิ๋นรั่วหลุนเดินขึ้นไปยังลานประลอง ซึ่งบัดนี้คู่ที่กำลังจะประลองยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นมาเรื่องนี้หาได้เกินความคาดหมายหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะในบางครั้งท่ามกลางการประลอง หากมีชาวยุทธ์คนใดข้องใจกับฝีมือของบางคน พวกนาง หรือพวกเขาสามารถขึ้นมาท้าทายคู่ต้อสู้ได้แต่เรื่องนี้ต้องอยู่ก่อนหน้าการประลองยุทธ์ระดับสูง การที่อวิ๋นรั่วหลุนทำเช่นนี้แม้ไม่ผิด แต่ก็นับว่าไม่ถูกไม่ควรเสียทีเดียว เนื่องจากการกระทำนี้นับว่าเป็นการล่วงเกินเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งกำลังจะขึ้นประลองเป็นลำดับถัดไป“น้องเล็กเจ้ากำลังจะทำอะไร อย่าเสียมารยาท ลงมาจากลานประลองเดี๋ยวนี้”“พี่ใหญ่ข้าได้ท้าทายจอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่งเอาไว้ นางกับข้าตกลงกันแล้ว ใครชนะย่อมได้แต่งให้พี่เหวิน” อวิ๋นรั่วหลุนผู้ไม่รู้จักที่ตายเอ่ยด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจหลี่เทียนเหวินที่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 40

    ประตูสู่ราตรีไร้กาลถูกเปิดออก หยกคู่ลายผีเสื้อของเยว่จื่อจิงและหลี่เทียนเสียง มาบัดนี้ยังคงอยู่ในช่องกุญแจ เนื่องจากหากดึงออกประตูหินที่ทั้งหนาและแข็งแกร่งจะถูกปิดลงในทันทีหลี่เทียนเสียงและเยว่ป่ายเหอถูกคุมตัวออกมาจากคุกไม้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้แต่ส่งเสียงตะโกนออกมาจากคุกน้ำ ซึ่งหนึ่งในเสียงที่ตะโก

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 51

    ชายหนุ่มมองใบหน้าหลับใหลในอ้อมแขนอย่างครุ่นคิด ครึ่งเดือนมานี้นางนอนหลับในอ้อมกอดของเขา ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาทำล้วนเป็นเรื่องธรรมดาเขาไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีขัดเขิน ไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีรังเกียจ ทั้งยังไม่เคยเอ่ยถึงว่าการกระทำเช่นนี้ หาใช่สิ่งที่สหายสมควรกระทำกันในยามเข้านอนนางขยับตัวเว้นที่ให้เ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-30
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 46

    “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ชายหนุ่มพึมพำในความมืดสองแขนกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาชิดอก พยายามไม่ให้นางดิ้นรนจนทำให้บาดแผลได้รับความกระทบกระเทือน หรืออย่างน้อยหากเกิดเรื่องอย่างเมื่อครู่เขาจะได้คว้านางเอาไว้ได้ทันมือใหญ่ควานหาบาดแผลตรงข้างลำคอ ก่อนจะใช้มือกดเอาไว้เพื่อห้ามเลือด มองไปรอบกายที่มืดมิด เขาพลัน

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 10

    นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยพบเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาไม่เคยรู้ว่าคนของวังบุปผาเหนือทุกคนใช้พัดเป็นอาวุธเขายิ้มขื่นในยามที่มองเห็นเสื้อผ้ายับย่นของตน สตรีร่างเล็กกว่าเขาเป็นเท่าตัว กระนั้นกลับใช้มือเดียวคว้าคอเสื้อเขาก่อนเหวี่ยงไปอย่างง่ายดายใบหน้าของนางฉายแววรำคาญอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นกลับยัง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status