Share

บทที่ 2

Author: โฮก โฮก โฮก
เสียงดัง ‘เพล้ง’ ถ้วยชาในมือของเซียวหลิ่นหล่นกระแทกพื้นจนแตกกระจาย

“เจ้าว่าอะไรนะ?!”

เสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หมอหลวงหมอบตัวติดพื้นไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมา “กระหม่อมมิกล้าพูดจาส่งเดช แม่นางเจียงนาง...”

“ไปให้พ้น!”

หมอหลวงรีบถอยออกไปอย่างลนลาน เจียงเยี่ยถังนอนนิ่งไม่ไหวติง นางรู้ดีแก่ใจว่ายาแสร้งตายเริ่มแสดงอาการให้เห็นแล้ว

จนกระทั่งความเงียบเข้าครอบงำในตำหนัก เซียวหลิ่นจึงใช้มือแหวกผ้าม่านออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวของเจียงเยี่ยถัง มือสองข้างที่มักจะกุมกระบี่ ในตอนนี้กลับแผ่หลาอยู่บนผ้านวมอย่างไร้เรี่ยวแรง

“จิ่วเชียนซุ่ยเคยกล่าวคำสาบานกับข้า” เสียงของเขาเย็นเยียบดุจเคลือบน้ำแข็ง “ถ้าหากกล้าทำให้เจ้าเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้าจะเป็นคนทำให้เขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย เจียงเยี่ยถัง เจ้าไปแอบไปสมรู้ร่วมคิดกับหมอหลวง ให้แสดงละครตบตาว่าเจ้ากำลังจะตายตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

เจียงเยี่ยถังหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรทั้งสิ้น

ครั้นเห็นว่านางไม่พูดแก้ต่าง เซียวหลิ่นก็ยิ่งมั่นใจว่านางกำลังโกหก จึงออกคำสั่งอย่างเย็นชา “ทหาร โยนยาของนางทิ้งไปให้หมด! ในเมื่อนางชอบเสแสร้งมากนัก งั้นก็ปล่อยให้นางอยู่ตามยถากรรมไปแล้วกัน!”

เสียงกระชากประตูและเดินจากไปของเซียวหลิ่น ดังสนั่นไปทั่วห้องที่เงียบสงัด

เจียงเยี่ยถังนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง รอยเฆี่ยนบนแผ่นหลังแสบร้อนเหมือนถูกไฟเผา

นางคุ้นชินกับการอดทนต่อความเจ็บปวดพวกนี้แล้ว ก็เหมือนกับที่นางชินชากับการถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า

ยิ่งดึกสงัด บาดแผลก็ยิ่งระบมหนัก นางกัดมุมผ้านวมแน่น เหงื่อเย็นซึมออกมาจนเปียกชุ่มเสื้อผ้า

ระหว่างสติพร่ามัว นางนึกถึงตอนที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจครั้งแรก เซียวหลิ่นเฝ้าอยู่ข้างเตียงของนางสามวันสามคืน เปลี่ยนผ้าพันแผลทายาให้นางด้วยตัวเอง ในตอนนั้นแววตาเขาเต็มไปด้วยความสงสาร จนนางเผลอเข้าใจผิดไปว่านั่นคือความรัก

ยามฟ้าเริ่มสาง ความเจ็บปวดก็บรรเทาลงเล็กน้อย

เจียงเยี่ยถังเพิ่งจะหลับตา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพ่อบ้าน

“แม่นางเจียง ท่านอ๋องมีรับสั่งให้ท่านไปที่ตำหนักหลักโดยด่วน เพื่อร่วมขบวนเดินทางไปแก้บนที่วัดฉือเอินขอรับ”

เจียงเยี่ยถังลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ทุกการเคลื่อนไหวให้ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับหมื่นทิ่มแทง นางทำแผลให้ตัวเองแบบง่าย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปสวมชุดที่สุภาพ

ณ โถงตำหนักหลัก เซียวหลิ่นในอาภรณ์สีน้ำหมึกกำลังผูกสายชุดคลุมกันลมให้เจียงเยว่เจียวอย่างอ่อนโยน

เจียงเยว่เจียวสวมชุดกระโปรงสีชมพู ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมอย่างยิ่ง แตกต่างกับเจียงเยี่ยถังที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลอย่างสิ้นเชิง

“มาแล้วหรือ?” เซียวหลิ่นไม่เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ “วันนี้เจ้ามีหน้าที่คุ้มครองเจียวเจียว หากมีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็ถือศีรษะมาพบข้าได้เลย”

เจียงเยี่ยถังหลุบตาลงแล้วรับคำสั่ง

คนกลุ่มหนึ่งเดินทางออกจากประตูจวน

เซียวหลิ่นประคองเจียงเยว่เจียวขึ้นไปนั่งบนรถม้า ขณะที่เจียงเยี่ยถังขี่ม้าตามหลัง ล้อรถที่บดกับถนนหินส่งเสียงอื้ออึ้งออกมา

เดินทางอยู่ครึ่งวัน ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาจากฟากฟ้ากะทันหัน หยาดฝนเปียกปอนเสื้อผ้าของเจียงเยี่ยถัง บาดแผลด้านหลังถูกน้ำฝนชะล้างจนมีเลือดจาง ๆ ไหลลงบนหลังม้าแล้วหยดลงพื้นเบื้องล่าง

“ท่านอ๋องเพคะ” เจียงเยว่เจียวเลิกม่านรถม้าออก มองเจียงเยี่ยถังที่ตากฝนจนเปียกปอน ดวงตาฉายแววสะใจเบา ๆ “พี่สาวมีแผลทั้งตัวเลย ถ้าอย่างไรให้นางเข้ามาหลบฝนในรถม้าก่อนไหมเพคะ? หรืออย่างน้อยที่สุดก็มอบร่มให้นางสักคันเถิด?”

เซียวหลิ่นไม่คิดจะเหลือบมองเจียงเยี่ยถังด้วยซ้ำ “ก็แค่องครักษ์คนหนึ่ง ไม่ต้องสนใจหรอก”

เจียงเยว่เจียวลอบยิ้มมุมปาก ขณะที่เจียงเยี่ยถังกำบังเหียนแน่น

ใช่สิ นางเป็นเพียงองครักษ์เงาคนหนึ่งเท่านั้น เป็นดาบที่สามารถโยนทิ้งได้ตลอดเวลา

บางทีต่อให้นางตายจริง ๆ เขาก็คงไม่ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว

วัดฉือเอินตั้งอยู่บริเวณไหล่เขา พอมาถึงเชิงเขาด้านล่าง เซียวหลิ่นก็กระโดดลงจากม้าแล้วสะบัดชายชุด ทิ้งตัวลงคุกเข่าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

“ท่านอ๋อง!” เหล่าองครักษ์อุทานออกมา “พระองค์ทรงทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ?”

“ก็แก้บนไง” เซียวหลิ่นตอบอย่างเฉยชา “ตอนแรกที่เจียวเจียวถูกพิษ ข้าคุกเข่ากราบไหว้เหล่าพระพุทธองค์ ณ ที่แห่งนี้ ตอนนี้นางหายดีแล้ว ย่อมต้องคุกเข่าโขกศีรษะทุกก้าวย่าง เพื่อแสดงความศรัทธา”

เจียงเยว่เจียวดวงตาแดงก่ำ “ท่านอ๋องมิจำเป็นต้องทำเช่นนี้เลยเพคะ...”

เซียวหลิ่นกลับก้มตัวลงโขกศีรษะกับขั้นบันไดแบบเต็มแรง

เดินหนึ่งก้าว โขกศีรษะหนึ่งครั้ง จนกระทั่งเลือดแดงสดเปื้อนหน้าผากของเขาอย่างรวดเร็ว

เจียงเยี่ยถังยืนท่ามกลางสายฝน มองชายหนุ่มที่เคยสูงส่งองอาจเหนือผู้ใด กลับยอมลดตัวลงมาทำเรื่องเช่นนี้เพื่อสตรีนางหนึ่ง

ผู้คนที่อยู่รอบข้างพากันทอดถอนใจ “คุณชายท่านนี้ช่างรักใคร่ใส่ใจภรรยายิ่งนัก...”

ภรรยางั้นหรือ? เจียงเยี่ยถังปวดแปลบหัวใจ

ใช่แล้วล่ะ ในสายตาของผู้คนทั่วไป เจียงเยว่เจียวต่างหากที่เป็นยอดดวงใจของเซียวหลิ่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 22

    หลังจากเซียวหลิ่นเดินทางกลับไปรายงานเรื่องโรคระบาดในเมืองเล็ก ๆ แถบเจียงหนานต่อฮ่องเต้ ทางราชสำนักก็ส่งหมอหลวงฝีมือดีมาสมทบอีกเป็นจำนวนมาก ในที่สุด โรคระบาดก็ถูกควบคุมไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความงดงามและสงบสุขดังเดิมชาวบ้านต่างพากันซาบซึ้งในความเสียสละของเจียงเยี่ยถังและซูอวิ๋นโจวจนน้ำตาคลอเบ้า พวกเขาต่างเสาะหาของสิ่งที่ดีที่สุดในบ้านมามอบให้พวกเขาทั้งสอง“นี่เป็นไข่ที่ไก่บ้านฉันออกเองเลยนะ พวกท่านรับไปชิมดูเถอะ!”“ท้อในสวนออกลูกดกเชียวล่ะ ฉันคัดลูกที่ใหญ่ที่สุดมาให้ พวกท่านต้องชิมให้ได้นะ!”“หากไม่มีพวกท่าน พวกเราจะมีโอกาสรอดชีวิตมาจนถึงวันนี้ได้อย่างไร!”คนทั้งสองโอบกอดข้าวของที่ชาวบ้านมอบให้จนเต็มอ้อมแขน ก่อนจะหันมาสบตาและส่งยิ้มให้กันหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือน ในวันหนึ่งที่แสงแดดอบอุ่นกำลังดีเจียงเยี่ยถังและซูอวิ๋นโจวได้เข้าพิธีแต่งงาน ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้านในเมืองที่พร้อมใจกันมาอวยพร เป็นงานมงคลที่เรียบง่ายทว่าอบอุ่นยิ่งนักพิธีมงคลสมรสนี้ไม่ได้ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดในกฎระเบียบหรือธรรมเนียมใด ๆทว่าซูอวิ๋นโจวก็

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 21

    ผลกระทบจากโรคระบาดทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยล้มตายมากขึ้นเรื่อย ๆ มีผู้คนมากมายที่ยอมแพ้และถอดใจไม่รักษาซูอวิ๋นโจววนเวียนอยู่ระหว่างหม้อต้มยากับเตียงผู้ป่วยไม่เว้นแต่ละวัน เขาทดสอบยาและฝังเข็มรักษาผู้คนอย่างไม่หยุดหย่อนทั้งวันทั้งคืนนัยน์ตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าขาวซีดเผือดอย่างคนอมโรค ทั้งยังเริ่มมีอาการไอโขลกออกมาให้เห็นเจียงเยี่ยถังเห็นเช่นนั้นก็ร้อนรุ่มดั่งไฟลน นางพยายามเกลี้ยกล่อมเขาอยู่หลายครั้ง ทว่าเขากลับดันชามน้ำที่นางยื่นให้ด้วยความอ่อนโยนเสมอ "ข้าไม่เป็นไร อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ข้าใกล้จะหาตัวยาสมุนไพรที่เป็นกุญแจสำคัญเจอแล้ว"เช้าตรู่วันนั้น เมื่อเจียงเยี่ยถังยกยาที่เพิ่งต้มเสร็จอุ่น ๆ เข้าไปข้างใน ก็พบว่าเขานอนฟุบแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ โดยมีเทียบยาที่เขียนค้างไว้ครึ่งหนึ่งกางอยู่ข้าง ๆนางคิดว่าเขาเพียงแต่เหนื่อยล้าจนหลับไป จึงหมายจะปลุกให้ตื่น ทว่ากลับไร้เสียงตอบสนองลางสังหรณ์อันเลวร้ายพลันแล่นปราดเข้ามาในหัวนางยื่นมือไปผลักไหล่ของเขา จึงได้พบว่าทั่วทั้งร่างของเขาร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาซูอวิ๋นโจวล้มป่วยแล้วในที่สุดเขาก็ผลาญแรงกายแรงใจจนหมดสิ้น ทั้งยังติดโรคระบาดเข้าจนได

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 20

    ซูอวิ๋นโจวกับเจียงเยี่ยถังเดินทางลงจากเขาครั้งนี้ ก็เพื่อจะรักษาโรคระบาดให้ชาวบ้านในเมืองทว่าการแพร่ระบาดของโรคกลับรุนแรงและลุกลาม เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิดเอาไว้ช่วงแรกมีเพียงอาการไอและไข้เป็นระยะ ๆ เท่านั้น แต่ไม่นานนักก็แพร่กระจายไปทั่วตรอกซอกซอยหน้าร้านขายยาถูกเบียดเสียดไปด้วยชาวบ้านตัวซูบผอมและสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาคิดว่าตนเองเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย ต่างนอนทรุดอยู่กับพื้น ร่ำไห้ราวกับยอมรับชะตากรรมโรงหมอของซูอวิ๋นโจวแทบจะรับภาระไม่ไหวแล้วใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาแดงช้ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาแทบไม่ได้หลับไม่นอน พลิกตำราสมุนไพรและทดลองปรุงยาโดยไม่หยุดพักลานบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นยาขมลอยอบอวลตลอดทั้งวันเจียงเยี่ยถังคอยอยู่เคียงข้างเขาอย่างเงียบงัน ร่วมแบ่งเบาภาระทุกอย่างโดยไม่พูดอะไรนางไม่ได้ทำแค่บดยาสมุนไพรและบรรจุใส่ซองอีกต่อไป แต่ยังเริ่มเรียนรู้การจดบันทึกอาการของคนไข้ให้ซูอวิ๋นโจว รวมถึงอาการไม่พึงประสงค์หลังจากกินยาด้วยนางยังลงมือพันแผลและป้อนยาสำหรับชาวบ้านที่มีอาการรุนแรงด้วยตัวเองการเคลื่อนไหวของนางยังคงเด็ดขาดคล่องแคล่วเหมื

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 19

    เซียวหลิ่นไม่ได้จากไปไหนกว่าเขาจะหาเจียงเยี่ยถังพบไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะพานางกลับจวนไม่ได้ เขาก็ไม่คิดจะรามือง่าย ๆเขาตัดสินใจซื้อโรงเตี๊ยมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงหมอ เลือกห้องพักส่วนตัวที่ดีที่สุด เปิดหน้าต่างออกจะมองเห็นภาพบรรยากาศภายในโรงหมอได้อย่างชัดเจนเขาเห็นนางตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวันมาช่วยซูอวิ๋นโจวเปิดประตูโรงหมอ เห็นนางนำทางสตรีและเด็กเล็กที่มาตรวจรักษาอย่างใจเย็นเห็นนางย่อตัวรดน้ำให้สมุนไพรชนิดใหม่ที่เพิ่งลงปลูกในแปลงภายในเรือนทุกฉากทุกเหตุการณ์ทำให้เขาปวดใจเหมือนถูกเฉือนเป็นชิ้น ๆ แต่กระนั้นก็ยังโลภมากมองนางต่อจึงไม่อาจละสายตาได้เจียงเยี่ยถังที่สดใสมีชีวิตชีวา เรียบง่ายและมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าเป็นพัก ๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ครองครองอย่างแท้จริงมาก่อน แต่กลับต้องสูญเสียมันไปตลอดกาลความเศร้าโศกเสียใจกัดกินจิตใจและสติสัมปชัญญะของเขาทุกขณะเขาเริ่มทำตัวโง่เขลา ใช้วิธีการที่คิดว่าชดเชยให้นางได้เพื่อเข้าใกล้นางเขาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควบม้าเร็วออกไป รวบรวมสมุนไพรล้ำค่าในแผ่นดินโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยอะไรโสมป่าอายุร้อยปี บัวหิมะที่ใสดุจผลึกแก้ว

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 18

    ช่วงที่ผ่านมาจู่ ๆ ก็มีโรคระบาดเกิดขึ้นในเมือง ซูอวิ๋นโจวจัดข้าวของแล้วเตรียมตัวลงจากเขาอย่างเร่งรีบ“ครั้งนี้พาข้าไปด้วยเถอะ” เจียงเยี่ยถังอุ้มตระกร้าใส่สมุนไพรขึ้นมาแล้วบอกกับเขาเบา ๆ“ได้” ซูอวิ๋นโจวตอบยิ้ม ๆแผงตรวจรักษาโรคเพื่อการกุศลในเมืองเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมารุมล้อมซูอวิ๋นโจวตรวจรักษาคนไข้อย่างใจเย็น เจียงเยี่ยถังที่อยู่ข้าง ๆ ก็คอยบดยาและแบ่งบรรจุอย่างเชี่ยวชาญ บางครั้งก็ยื่นเข็มเงินให้ พวกเขาทำงานเข้าขากันเป็นอย่างมากนางชอบช่วงเวลาเช่นนี้ เรียบง่ายและไม่ฟุ้งเฟ้อพอใกล้จะถึงเที่ยงวัน สมุนไพรที่เตรียมมาก็เริ่มไม่เพียงพอ เจียงเยี่ยถังจึงต้องกลับไปเอาที่เรือนหลังเล็ก ที่พักชั่วคราวของพวกเขานางเดินบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินเพียงลำพัง ระหว่างทางตอนที่ผ่านธารน้ำใสตรงหน้าประตูเมือง เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบ“ลูกของข้า! ลูกของข้าตกลงไปในน้ำแล้ว!”เด็กผู้ชายอายุประมาณห้าหกขวบคนหนึ่งกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ อีกทั้งเกือบจะถูกกระแสน้ำพัดพาไปยังส่วนลึกผู้ใหญ่ที่อยู่บนฝั่งพากันแตกตื่นวุ่นวาย แต่กลับไม่มีใครกล้ากระโดดลงไปในน้ำราว

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 17

    วันเวลาเปรียบดังลำธารสายเล็กในหุบเขา ค่อย ๆ ไหลผ่านอย่างเงียบสงบด้วยการดูแลเอาใจใส่ของซูอวิ๋นโจวตลอดวันคืนที่ผ่านมา รอยแผลทั้งเก่าและใหม่บนร่างของเจียงเยี่ยถังค่อย ๆ จางหาย สุขภาพของนางเองก็ดีขึ้นทีละน้อยจากที่เป็นคนเงียบขรึม นางก็เริ่มพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งนางถึงขั้นแอบตำหนิใส่นกกระจอกที่มาก่อความวุ่นวายในแปลงสมุนไพร หรือบางครั้งที่ซูอวิ๋นโจวทดลองยาล้มเหลวจนเขม่าควันเปื้อนหน้าดำปี๋ นางก็ยังหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาทุกครั้งที่ซูอวิ๋นโจวกลับมาจากการลงไปตรวจรักษา ภายในย่ามใส่ยาของเขามักจะมีของแปลกใหม่กลับมามอบให้นางเสมอบางครั้งเป็นขนมดอกกุ้ยที่หวานเลี่ยน บางครั้งเป็นนวนิยายที่ออกใหม่ฉบับล่าสุด และบางครั้งก็เป็นปิ่นไม้ที่งานไม่ค่อยละเอียดประณีต แต่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งยามบ่ายส่วนมาก เจียงเยี่ยถังมักเอนกายอย่างเกียจคร้านขดตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่กลางลานแสงแดดอุ่น ๆ สาดทอลงมาทั่วร่าง ปลายนิ้วของนางพลิกหน้ากระดาษ ปล่อยจิตใจดำดิ่งไปกับเรื่องราวความรักของกิ่งทองใบหยก หรือไม่ก็เรื่องเล่าของจอมยุทธ์ผู้กล้าในตำนาน จนกระทั่งแสงยามอัสดงทำให้เงาของนางทอดยาวออกไปวันนี้ช่วงพ

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 5

    ทหารองครักษ์สองสามคนก้าวมาข้างหน้า จับเจียงเยี่ยถังกดกับโต๊ะด้วยความหยาบคาย“ล่วงเกินแล้ว” หมอหลวงหยิบกริชขึ้นมา จ่อตรงส่วนปลายแหลมคมลงบนหน้าอกนาง“พรู่ด!”พริบตาที่กริชปักลงไป เจียงเยี่ยถังก็กัดริมฝีปากจนแตก นางรู้สึกได้ถึงคมมีดที่กำลังขยับไปมาอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของตัวเอง เลือดอุ่นร้อนสายหนึ่งค่อย

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 3

    ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงวัดเลือดที่หัวเข่าของเซียวหลิ่นแข็งตัวไปนานแล้ว แต่เขายังคงดื้อดึงจะพาเจียงเยว่เจียวไปจุดธูปก่อนภายในพระวิหาร ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง เซียวหลิ่นกุมมือของเจียงเยว่เจียว คุกเข่าต่อหน้าพระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธาแรงกล้า“ขอพระพุทธองค์โปรดคุ้มครอง ให้เจียวเจียวปลอดภัยและมีความสุขตลอดไป”

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 1

    แต่ระหว่างทางกลับถูกโจรดักปล้น เด็กที่ร่วมทางมากับนางล้วนตายกันหมด มีเพียงนางคนเดียวที่หนีรอดมาในสภาพบาดแผลทั่วร่าง หมดแรงล้มลงไปนอนรอความตายท่ามกลางหิมะเป็นรถม้าของเซียวหลิ่นที่แล่นมาจอดตรงหน้านางปีนั้นเซียวหลิ่นเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น แต่กลับมีอำนาจสั่นสะเทือนราชสำนักแล้วเขาก้มต่ำมองนางที

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 4

    “บังอาจ!” เซียวหลิ่นตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นอย่างโมโห “นางมอบเงินให้เจ้ากี่ตำลึง ถึงได้ยอมเล่นละครตบตากับนางไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้?”เจียงเยี่ยถังลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองเสี้ยวหน้าที่เดือดดาลของเซียวหลิ่นเขาจ้องหมอหลวงคนนั้นเขม็ง ดวงตาฉายแววโกรธจัดแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน“รักษาอย่างสุดความสามารถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status