Share

บทที่ 4

Penulis: โฮก โฮก โฮก
“บังอาจ!” เซียวหลิ่นตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นอย่างโมโห “นางมอบเงินให้เจ้ากี่ตำลึง ถึงได้ยอมเล่นละครตบตากับนางไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้?”

เจียงเยี่ยถังลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองเสี้ยวหน้าที่เดือดดาลของเซียวหลิ่น

เขาจ้องหมอหลวงคนนั้นเขม็ง ดวงตาฉายแววโกรธจัดแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน

“รักษาอย่างสุดความสามารถ! ถ้านางตาย พวกเจ้าก็ลงหลุมไปกับนางด้วย!”

หลายวันหลังจากนั้น เรือนเล็กของเจียงเยี่ยถังก็มีกลิ่นยาคละคลุ้งไม่จางหาย

สติของเจียงเยี่ยถังล่องลอยท่ามกลางความมืดมิด บางครั้งจะได้ยินเสียงหมอหลวงกระซิบกัน บางครั้งก็รู้สึกเจ็บแผลจี๊ดขึ้นมา

จวบจนกระทั่งรุ่งสางของวันหนึ่ง นางถึงได้ฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือมุ้งเตียงสีเขียวครามอันคุ้นเคย

“ท่านอ๋อง แม่นางเจียงฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกประตู เซียวหลิ่นในอาภรณ์สีน้ำหมึกก้าวเข้ามาในห้อง ป้ายหยกที่แขวนบริเวณเอวแกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว เสี้ยวหน้าคมคายที่เย็นชาของเขาตัดกับแสงยามเช้า

เขายืนอยู่หน้าเตียง ก้มมองนางด้วยสายตาพิจารณา “ฟื้นแล้วสินะ?”

เจียงเยี่ยถังอยากจะลุกขึ้นทำความเคารพ แต่ความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาบังคับให้นางต้องล้มลงนอน

“นอนไปเถอะ” เซียวหลิ่นพูดเสียงเฉยเมย “พรุ่งนี้ข้าจะไปปราบกองโจร”

นางฝืนพยุงร่างลุกขึ้น การเคลื่อนไหวไปกระทบแผลที่หน้าอก จนเจ็บเสียจนสายตาพลันมืดดับ “ผู้น้อย…ยังสามารถติดตามไปได้…”

“ไม่จำเป็น” เขากล่าวตัดบทนางอย่างไร้เยื่อใย “เจ้าอยู่ดูแลเจียวเจียวเถอะ”

นิ้วมือของเจียงเยี่ยถังจิกผ้านวมแน่นโดยไม่รู้ตัว “ผู้น้อยทราบแล้ว”

เซียวหลิ่นหมุนกายเตรียมจะเดินจากไป แต่แล้วก็ชะงักฝีเท้า “จำไว้นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาง...”

ประโยคที่ยังพูดไม่จบนั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่

“ผู้น้อยขอเอาชีวิตเป็นประกัน”

เจียงเยี่ยถังมองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไปของเขา แผลตรงหน้าอกยังรู้สึกเจ็บไม่หาย

ระหว่างที่พักรักษาตัว นางคุ้มครองเจียงเยว่เจียวตามคำสั่งของเซียวหลิ่น

เจียงเยว่เจียวกลับฉวยโอกาสนี้กลั่นแกล้งทรมานนางหนักข้อขึ้น

สั่งให้นางคุกเข่ากลางแดดร้อนจัดเป็นเวลาสองชั่วยาม สั่งให้นางถูพื้นที่สะอาดอยู่แล้วซ้ำ ๆ ไปจนถึงขั้นจงใจแกล้งทำถ้วยชาที่ร้อนจัดหกลวกมือของนาง

“พี่สาว” เจียงเยว่เจียวยิ้มหวาน “เจ้ารู้อะไรไหม? ท่านอ๋องบอกว่าหลังจากท่านกลับมาครั้งนี้ ท่านจะขอข้าแต่งงานละ”

มือของเจียงเยี่ยถังชะงักไปเล็กน้อย น้ำชาร้อน ๆ กระเซ็นลงบนมือ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิด

ช่วงพลบค่ำของวัน นางเพิ่งจะยกอาหารค่ำของเจียงเยว่เจียวออกจากห้องครัว ก็ได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากเรือนด้านหน้า

“เกิดอะไรขึ้น?” นางถามบ่าวคนหนึ่งที่วิ่งแตกตื่นผ่านมาทางนี้

“ท่านอ๋องกลับจากการปราบโจร เพราะต้องการกลับมาให้ทันงานฉลองวันเกิดของแม่นางเจียวเจียว จึงเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน แต่ถูกลอบโจมตีระหว่างทาง โดนธนูยิงบาดเจ็บ!”

ถาดอาหารในมือของเจียงเยี่ยถังหล่นกระทบพื้นดัง ‘เพล้ง’

นางไม่สนใจเศษกระเบื้องที่แตกกระจายเต็มพื้น วิ่งล้มลุกคลุกคลานไปที่เรือนด้านหน้า

ภายในเรือนโกลาหลไปหมด นางแหวกฝูงชนเข้าไปเห็นเซียวหลิ่นนอนหงายอยู่บนตั่ง หน้าอกมีลูกธนูปักคาอยู่ เลือดแดงฉานอาบย้อมอาภรณ์ไปครึ่งตัว

เจียงเยว่เจียวโผเข้าไปซบเขาแล้วร้องไห้อย่างน่าสงสาร

โคมไฟในจวนอ๋องส่องสว่างตลอดทั้งคืน

เจียงเยี่ยถังยืนเฝ้าอยู่นอกห้องโถงข้าง ๆ มองดูหมอหลวงเดินเข้าออกสลับกัน

ลูกธนูบนอกของเซียวหลิ่นถูกดึงออกมาแล้ว แต่หัวลูกธนูมียาพิษเคลือบไว้ จำเป็นต้องใช้เลือดหัวใจของสตรีธาตุหยินมาผสมกับโอสถ

“นี่มัน...ต้องใช้เลือดไม่น้อยเลย” หมอหลวงเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “เกรงว่าคนที่ถูกถ่ายเลือดจะมีอันตรายถึงชีวิตได้...”

เจียงเยว่เจียวได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเซียวทันที “ถึงข้าจะมีร่างกายธาตุหยิน แต่เพราะร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก เกรงว่าจะถ่ายเลือดให้ไม่ได้มากขนาดนั้น...”

นางพลันเบี่ยงศีรษะมาทางเจียงเยี่ยถัง “พี่สาว ท่านก็เป็นคนที่มีธาตุหยินแรงเหมือนกัน ท่านอ๋องดีต่อท่านไม่น้อย ตอนนี้ถึงเวลาท่านตอบแทนบุญคุณแล้วละ”

เจียงเยี่ยถังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

บาดแผลบนหลังนางยังช้ำเลือดช้ำหนอง หน้าอกเจ็บแปลบเป็นระยะเพราะผลจากยาแสร้งตาย

“พี่สาวหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” เจียงเยว่เจียวร้องถามเสียงแหลม “ท่านก็แค่องครักษ์เงาคนหนึ่ง ส่วนข้ากำลังจะเป็นนายหญิงของจวนอ๋องแห่งนี้ ข้าไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งกับท่านหรือ? ทหาร! จับตัวนางเอาไว้!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 22

    หลังจากเซียวหลิ่นเดินทางกลับไปรายงานเรื่องโรคระบาดในเมืองเล็ก ๆ แถบเจียงหนานต่อฮ่องเต้ ทางราชสำนักก็ส่งหมอหลวงฝีมือดีมาสมทบอีกเป็นจำนวนมาก ในที่สุด โรคระบาดก็ถูกควบคุมไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความงดงามและสงบสุขดังเดิมชาวบ้านต่างพากันซาบซึ้งในความเสียสละของเจียงเยี่ยถังและซูอวิ๋นโจวจนน้ำตาคลอเบ้า พวกเขาต่างเสาะหาของสิ่งที่ดีที่สุดในบ้านมามอบให้พวกเขาทั้งสอง“นี่เป็นไข่ที่ไก่บ้านฉันออกเองเลยนะ พวกท่านรับไปชิมดูเถอะ!”“ท้อในสวนออกลูกดกเชียวล่ะ ฉันคัดลูกที่ใหญ่ที่สุดมาให้ พวกท่านต้องชิมให้ได้นะ!”“หากไม่มีพวกท่าน พวกเราจะมีโอกาสรอดชีวิตมาจนถึงวันนี้ได้อย่างไร!”คนทั้งสองโอบกอดข้าวของที่ชาวบ้านมอบให้จนเต็มอ้อมแขน ก่อนจะหันมาสบตาและส่งยิ้มให้กันหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือน ในวันหนึ่งที่แสงแดดอบอุ่นกำลังดีเจียงเยี่ยถังและซูอวิ๋นโจวได้เข้าพิธีแต่งงาน ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้านในเมืองที่พร้อมใจกันมาอวยพร เป็นงานมงคลที่เรียบง่ายทว่าอบอุ่นยิ่งนักพิธีมงคลสมรสนี้ไม่ได้ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดในกฎระเบียบหรือธรรมเนียมใด ๆทว่าซูอวิ๋นโจวก็

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 21

    ผลกระทบจากโรคระบาดทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยล้มตายมากขึ้นเรื่อย ๆ มีผู้คนมากมายที่ยอมแพ้และถอดใจไม่รักษาซูอวิ๋นโจววนเวียนอยู่ระหว่างหม้อต้มยากับเตียงผู้ป่วยไม่เว้นแต่ละวัน เขาทดสอบยาและฝังเข็มรักษาผู้คนอย่างไม่หยุดหย่อนทั้งวันทั้งคืนนัยน์ตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าขาวซีดเผือดอย่างคนอมโรค ทั้งยังเริ่มมีอาการไอโขลกออกมาให้เห็นเจียงเยี่ยถังเห็นเช่นนั้นก็ร้อนรุ่มดั่งไฟลน นางพยายามเกลี้ยกล่อมเขาอยู่หลายครั้ง ทว่าเขากลับดันชามน้ำที่นางยื่นให้ด้วยความอ่อนโยนเสมอ "ข้าไม่เป็นไร อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ข้าใกล้จะหาตัวยาสมุนไพรที่เป็นกุญแจสำคัญเจอแล้ว"เช้าตรู่วันนั้น เมื่อเจียงเยี่ยถังยกยาที่เพิ่งต้มเสร็จอุ่น ๆ เข้าไปข้างใน ก็พบว่าเขานอนฟุบแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ โดยมีเทียบยาที่เขียนค้างไว้ครึ่งหนึ่งกางอยู่ข้าง ๆนางคิดว่าเขาเพียงแต่เหนื่อยล้าจนหลับไป จึงหมายจะปลุกให้ตื่น ทว่ากลับไร้เสียงตอบสนองลางสังหรณ์อันเลวร้ายพลันแล่นปราดเข้ามาในหัวนางยื่นมือไปผลักไหล่ของเขา จึงได้พบว่าทั่วทั้งร่างของเขาร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาซูอวิ๋นโจวล้มป่วยแล้วในที่สุดเขาก็ผลาญแรงกายแรงใจจนหมดสิ้น ทั้งยังติดโรคระบาดเข้าจนได

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 20

    ซูอวิ๋นโจวกับเจียงเยี่ยถังเดินทางลงจากเขาครั้งนี้ ก็เพื่อจะรักษาโรคระบาดให้ชาวบ้านในเมืองทว่าการแพร่ระบาดของโรคกลับรุนแรงและลุกลาม เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิดเอาไว้ช่วงแรกมีเพียงอาการไอและไข้เป็นระยะ ๆ เท่านั้น แต่ไม่นานนักก็แพร่กระจายไปทั่วตรอกซอกซอยหน้าร้านขายยาถูกเบียดเสียดไปด้วยชาวบ้านตัวซูบผอมและสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาคิดว่าตนเองเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย ต่างนอนทรุดอยู่กับพื้น ร่ำไห้ราวกับยอมรับชะตากรรมโรงหมอของซูอวิ๋นโจวแทบจะรับภาระไม่ไหวแล้วใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาแดงช้ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาแทบไม่ได้หลับไม่นอน พลิกตำราสมุนไพรและทดลองปรุงยาโดยไม่หยุดพักลานบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นยาขมลอยอบอวลตลอดทั้งวันเจียงเยี่ยถังคอยอยู่เคียงข้างเขาอย่างเงียบงัน ร่วมแบ่งเบาภาระทุกอย่างโดยไม่พูดอะไรนางไม่ได้ทำแค่บดยาสมุนไพรและบรรจุใส่ซองอีกต่อไป แต่ยังเริ่มเรียนรู้การจดบันทึกอาการของคนไข้ให้ซูอวิ๋นโจว รวมถึงอาการไม่พึงประสงค์หลังจากกินยาด้วยนางยังลงมือพันแผลและป้อนยาสำหรับชาวบ้านที่มีอาการรุนแรงด้วยตัวเองการเคลื่อนไหวของนางยังคงเด็ดขาดคล่องแคล่วเหมื

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 19

    เซียวหลิ่นไม่ได้จากไปไหนกว่าเขาจะหาเจียงเยี่ยถังพบไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะพานางกลับจวนไม่ได้ เขาก็ไม่คิดจะรามือง่าย ๆเขาตัดสินใจซื้อโรงเตี๊ยมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงหมอ เลือกห้องพักส่วนตัวที่ดีที่สุด เปิดหน้าต่างออกจะมองเห็นภาพบรรยากาศภายในโรงหมอได้อย่างชัดเจนเขาเห็นนางตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวันมาช่วยซูอวิ๋นโจวเปิดประตูโรงหมอ เห็นนางนำทางสตรีและเด็กเล็กที่มาตรวจรักษาอย่างใจเย็นเห็นนางย่อตัวรดน้ำให้สมุนไพรชนิดใหม่ที่เพิ่งลงปลูกในแปลงภายในเรือนทุกฉากทุกเหตุการณ์ทำให้เขาปวดใจเหมือนถูกเฉือนเป็นชิ้น ๆ แต่กระนั้นก็ยังโลภมากมองนางต่อจึงไม่อาจละสายตาได้เจียงเยี่ยถังที่สดใสมีชีวิตชีวา เรียบง่ายและมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าเป็นพัก ๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ครองครองอย่างแท้จริงมาก่อน แต่กลับต้องสูญเสียมันไปตลอดกาลความเศร้าโศกเสียใจกัดกินจิตใจและสติสัมปชัญญะของเขาทุกขณะเขาเริ่มทำตัวโง่เขลา ใช้วิธีการที่คิดว่าชดเชยให้นางได้เพื่อเข้าใกล้นางเขาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควบม้าเร็วออกไป รวบรวมสมุนไพรล้ำค่าในแผ่นดินโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยอะไรโสมป่าอายุร้อยปี บัวหิมะที่ใสดุจผลึกแก้ว

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 18

    ช่วงที่ผ่านมาจู่ ๆ ก็มีโรคระบาดเกิดขึ้นในเมือง ซูอวิ๋นโจวจัดข้าวของแล้วเตรียมตัวลงจากเขาอย่างเร่งรีบ“ครั้งนี้พาข้าไปด้วยเถอะ” เจียงเยี่ยถังอุ้มตระกร้าใส่สมุนไพรขึ้นมาแล้วบอกกับเขาเบา ๆ“ได้” ซูอวิ๋นโจวตอบยิ้ม ๆแผงตรวจรักษาโรคเพื่อการกุศลในเมืองเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมารุมล้อมซูอวิ๋นโจวตรวจรักษาคนไข้อย่างใจเย็น เจียงเยี่ยถังที่อยู่ข้าง ๆ ก็คอยบดยาและแบ่งบรรจุอย่างเชี่ยวชาญ บางครั้งก็ยื่นเข็มเงินให้ พวกเขาทำงานเข้าขากันเป็นอย่างมากนางชอบช่วงเวลาเช่นนี้ เรียบง่ายและไม่ฟุ้งเฟ้อพอใกล้จะถึงเที่ยงวัน สมุนไพรที่เตรียมมาก็เริ่มไม่เพียงพอ เจียงเยี่ยถังจึงต้องกลับไปเอาที่เรือนหลังเล็ก ที่พักชั่วคราวของพวกเขานางเดินบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินเพียงลำพัง ระหว่างทางตอนที่ผ่านธารน้ำใสตรงหน้าประตูเมือง เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบ“ลูกของข้า! ลูกของข้าตกลงไปในน้ำแล้ว!”เด็กผู้ชายอายุประมาณห้าหกขวบคนหนึ่งกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ อีกทั้งเกือบจะถูกกระแสน้ำพัดพาไปยังส่วนลึกผู้ใหญ่ที่อยู่บนฝั่งพากันแตกตื่นวุ่นวาย แต่กลับไม่มีใครกล้ากระโดดลงไปในน้ำราว

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 17

    วันเวลาเปรียบดังลำธารสายเล็กในหุบเขา ค่อย ๆ ไหลผ่านอย่างเงียบสงบด้วยการดูแลเอาใจใส่ของซูอวิ๋นโจวตลอดวันคืนที่ผ่านมา รอยแผลทั้งเก่าและใหม่บนร่างของเจียงเยี่ยถังค่อย ๆ จางหาย สุขภาพของนางเองก็ดีขึ้นทีละน้อยจากที่เป็นคนเงียบขรึม นางก็เริ่มพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งนางถึงขั้นแอบตำหนิใส่นกกระจอกที่มาก่อความวุ่นวายในแปลงสมุนไพร หรือบางครั้งที่ซูอวิ๋นโจวทดลองยาล้มเหลวจนเขม่าควันเปื้อนหน้าดำปี๋ นางก็ยังหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาทุกครั้งที่ซูอวิ๋นโจวกลับมาจากการลงไปตรวจรักษา ภายในย่ามใส่ยาของเขามักจะมีของแปลกใหม่กลับมามอบให้นางเสมอบางครั้งเป็นขนมดอกกุ้ยที่หวานเลี่ยน บางครั้งเป็นนวนิยายที่ออกใหม่ฉบับล่าสุด และบางครั้งก็เป็นปิ่นไม้ที่งานไม่ค่อยละเอียดประณีต แต่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งยามบ่ายส่วนมาก เจียงเยี่ยถังมักเอนกายอย่างเกียจคร้านขดตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่กลางลานแสงแดดอุ่น ๆ สาดทอลงมาทั่วร่าง ปลายนิ้วของนางพลิกหน้ากระดาษ ปล่อยจิตใจดำดิ่งไปกับเรื่องราวความรักของกิ่งทองใบหยก หรือไม่ก็เรื่องเล่าของจอมยุทธ์ผู้กล้าในตำนาน จนกระทั่งแสงยามอัสดงทำให้เงาของนางทอดยาวออกไปวันนี้ช่วงพ

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 1

    แต่ระหว่างทางกลับถูกโจรดักปล้น เด็กที่ร่วมทางมากับนางล้วนตายกันหมด มีเพียงนางคนเดียวที่หนีรอดมาในสภาพบาดแผลทั่วร่าง หมดแรงล้มลงไปนอนรอความตายท่ามกลางหิมะเป็นรถม้าของเซียวหลิ่นที่แล่นมาจอดตรงหน้านางปีนั้นเซียวหลิ่นเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น แต่กลับมีอำนาจสั่นสะเทือนราชสำนักแล้วเขาก้มต่ำมองนางที

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 6

    ในกรงเหล็ก หมาป่าหิวโซสิบกว่าตัวกำลังแยกเขี้ยวแหลมคม ดวงตาวาววับจ้องเขม็งมาทางเจียงเยี่ยถังอาการบาดเจ็บของนางยังไม่ทันหายดี การเคลื่อนไหวจึงช้ากว่าปกติหลายเท่าตัว“โฮก!”ตอนที่หมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เจียงเยี่ยถังเบี่ยงตัวหลบไปข้าง ๆ แล้วใช้กระบี่ในมือแทงใส่ท้องหมาป่าตัวนั้นจนเลือดอุ่นร้อนสาดก

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 5

    ทหารองครักษ์สองสามคนก้าวมาข้างหน้า จับเจียงเยี่ยถังกดกับโต๊ะด้วยความหยาบคาย“ล่วงเกินแล้ว” หมอหลวงหยิบกริชขึ้นมา จ่อตรงส่วนปลายแหลมคมลงบนหน้าอกนาง“พรู่ด!”พริบตาที่กริชปักลงไป เจียงเยี่ยถังก็กัดริมฝีปากจนแตก นางรู้สึกได้ถึงคมมีดที่กำลังขยับไปมาอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของตัวเอง เลือดอุ่นร้อนสายหนึ่งค่อย

  • บุปผาร่วงโรย เงารักมิอาจหวนคืน   บทที่ 2

    เสียงดัง ‘เพล้ง’ ถ้วยชาในมือของเซียวหลิ่นหล่นกระแทกพื้นจนแตกกระจาย“เจ้าว่าอะไรนะ?!”เสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หมอหลวงหมอบตัวติดพื้นไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมา “กระหม่อมมิกล้าพูดจาส่งเดช แม่นางเจียงนาง...”“ไปให้พ้น!”หมอหลวงรีบถอยออกไปอย่างลนลาน เจียงเยี่ยถังนอนนิ่งไม่ไหวติง นางรู้ดีแก่ใจว่ายาแส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status