Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2025-05-26 14:42:14

บทที่ ๓

เศษแก้วก็ดีเศษหน้าก็ดี

ณ ดินแดนบุปผาสวรรค์ตำหนักที่โอ่อ่าที่สุดมีร่างอรชรของสตรีนางหนึ่งกำลังใช้ดวงตาคู่งามจับจ้องไปที่ภาพของหนึ่งเทพวัยกลางคนเด็กสาวตัวน้อย

สายตาของนางนั้นไม่ได้ห่างไปจากเด็กสาวแม้แต่เพียงลมหายใจเดียว สายตาที่รักใคร่โอนโยนยิ่งกว่าบุปผาชนิดใดในดินแดนนี้ของนาง

ราวกับดอกไม้ทั้งดินแดนจะตอบรับไอละอองแห่งความสุขที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนางได้ เห็นได้จากที่องครักษ์หญิงหน้าตำหนักสัมผัสกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรยมาจากฟากฟ้า แผ่กลิ่นหอมกำจายทั่วดินแดนบุปผา

องครักษ์หญิงทั้งสองหันหน้ามาสบตากัน กล่าวเสียงกระซิบ ใบหน้าติดรอยยิ้มยินดี

“ท่านเทพบุปผากำลังมีความสุข”

“นานแล้วที่ไม่เห็นท่านเทพมีความสุขเช่นนี้”

“นั่นสิ! เรื่องดีอันใดกัน”

การสนทนาของทั้งคู่หยุดอยู่เพียงเท่านี้เมื่อเห็นแสงสว่างจากฟากฟ้ากำลังเคลื่อนตัวมาที่ตำหนักใหญ่

“คารวะท่านเทพแห่งดวงชะตา”

พวกนางทำความเคารพผู้มาใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน ผู้มาเยือนเองก็เข้าเรื่องทันที

“ข้ามาขอพบท่านเทพบุปผา”

ไม่รอให้องครักษ์เข้าไปรายงานก่อน เทพแห่งดวงชะตาก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านในทันที

ที่พูดว่า ‘มาขอพบ’ ก็ทำไปตามมารยาทเท่านั้น!

เทพบุปผาได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็วาดมือไปยังอากาศ กลีบดอกไม้สีชมพูเคลือบละอองทองก็ทำหน้าที่ตัดภาพของเด็กสาวผู้เป็นที่มาของความสุขนางออกไป

“เป็นอย่างไรบ้างเฟยหง ข้าทำดีหรือไม่”

เจ้าของนามยิ้มบาง

“ลำบากท่านแล้ว ซือมิ่ง”

“ลำบงลำบากอันใดกัน ข้ากลับรู้สึกว่าทำเพียงเท่านี้ ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ”

“ท่านก็รู้แก่ใจดีว่าไม่ใช่เพียงเท่านี้ หวังเพียงว่าจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน” กล่าวจบก็หลุบตาลงต่ำ ซ่อนความหนักใจเอาไว้

เทพแห่งดวงชะตาเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจ

“เจ้าควรจะวางใจได้แล้ว อีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

“ขอบคุณท่านยิ่งนัก”

“มิใช่เรื่องที่เกินกำลังข้าหรอก เหลือเวลาพักของข้าอีกเพียงเล็กน้อย ข้าจะขอไปที่ที่หนึ่งก่อน”

“ที่ใดกัน”

เทพแห่งดวงชะตาตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

“ตำหนักเทพผู้คุมมิติ”

เห็นทีเขาจะไปสอบถามเรื่อง…ตงหัว ผอบแล้ว!

ณ จวนเสนาบดีกรมพิธีการ

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงจ้ำเท้าเดินของสาวน้อยสองคนเดินตัดผ่านสวนหลักของจวนเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้น

“เร็วกว่านี้อีกเถิดอาเมี่ยว สายมากแล้ว”

ไช่เซียงฮวาหยุดขาเล็กสั้นรอคนข้างหลัง กล่าวเร่งสาวใช้คนสนิทที่ขายาวกว่าแท้ ๆ แต่กลับเดินช้ากว่า

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู”

“เอาเถอะ ๆ ข้าผิดเองที่ตื่นสาย”

ด้วยกำลังเห่อกับตำราเล่มใหม่และพลังใหม่อยู่จึงมานอนเอาตอนค่อนแจ้ง เป็นเหตุให้เช้านี้ตื่นสายกว่าทุกวัน

“หวังว่าจะมีคนที่ช้ากว่าข้านะ”

สิ้นคำก็รีบจ้ำไปยังจุดหมายปลายทาง ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็ถึงที่หมาย เห็นพี่หญิงใหญ่และน้องหญิงเล็กประจันหน้ากันอยู่ตรงทางเข้าเรือนใหญ่พอดี

“คารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ”

พรึบ!

เหมือนข้าจะมาไม่ถูกเวลา

ไช่เซียงฮวาคิดในใจเมื่อสาวน้อยทั้งสองหันควับมามองหน้านางเป็นตาเดียว

“เอ่อ...อรุณสวัสดิ์น้องสาม”

เป็นการยิ้มสวัสดีที่แห้งเหลือเกิน!

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่รอง”

ไช่เซียงฮวายิ้มรับก่อนที่จะเดินตามหลังไช่ฮั่วฮวาที่สะบัดหน้าเข้าห้องอาหารไปก่อนใครโดยมีไช่ปิงฮวารั้งท้าย

เมื่อทั้งสามเข้ามายังห้องอาหารก็เห็นว่าผู้อาวุโสของบ้านนั่งประจำที่กันหมดแล้ว เหลือเพียงสามที่นั่งของคุณหนูประจำจวนเท่านั้นที่ยังว่างอยู่

“ชักจะเหลวไหลกันใหญ่แล้ว จะปล่อยให้ท่านปู่รอพวกเจ้าจนถึงพรุ่งนี้เลยหรือไม่”

ไช่ฝูลี่เอ่ยตำหนิบุตรสาวทั้งสามทันทีหลังจากที่พวกนางคารวะทุกคนในนี้เสร็จ ใบหน้าที่ยังคงความคมคายเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ

เด็กสาวทั้งสามที่โดนตำหนิกันแต่เช้าพร้อมใจกันก้มหน้าชิดอกทันทีเมื่อท่านพ่อเริ่มดุแล้ว

“ยังไม่รีบกล่าวขออภัยอีก”

ฮูหยินใหญ่เอ่ยเร่งเร้าเสียงเข้มเพื่อที่จะได้ช่วยบุตรสาวไปในตัวด้วย

“ขออภัยเจ้าค่ะท่านปู่” สามเสียงผสาน

เสนาบดีเฒ่าไม่อยากให้เรื่องไปกันใหญ่จึงบอกปัดให้เรื่องจบ ๆ ไป

“ทานเถอะ วันนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

ทุกคนในตระกูลไช่ตอบรับ เริ่มลงมือรับมื้อเช้าที่พิเศษกว่าทุกวัน

มีไม่บ่อยนักที่ตระกูลไช่จะรับอาหารพร้อม ๆ กัน หากไม่มีเรื่องพิเศษก็จะทานที่เรือนส่วนตัว

วันนี้ที่รับประทานอาหารร่วมกัน ก็คงไม่พ้นเรื่องการตรวจสอบพลังธาตุของเมื่อวาน

บรรยากาศในห้องอาหารเงียบสงบ ทุกคนไม่สนทนาในเวลาอาหาร นี่คือกฎข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องทำให้เป็นนิสัย ให้สมกับเป็นจวนของเจ้ากรมพิธีการ

ไช่ฮั่วฮวากับไช่ปิงฮวาจะทะเลาะกันหนัก ๆ ได้ก็ต่อเมื่อเสนาบดีและรองเสนาบดีไม่อยู่จวน

จานนี้ฮูหยินสาม จานนี้ก็ใช่

ไช่เซียงฮวาทานอาหารไปวิเคราะห์รสมือไป ในระหว่างที่ทานก็เหลือบไปมองคนที่ทำอาหาร สายตาของตงเฟยเฟยแทบจะไม่ละไปจากสามี

ไช่เซียงฮวาเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่า…ฮูหยินสามคิดจะมัดกระเพาะท่านพ่อด้วยรสมือแล้ว

ไช่เซียงฮวาเลิกให้ความสนใจอาหารที่ทำขึ้นเพื่อเอาใจคนอื่น นางยื่นตะเกียบไปคีบอาหารอีกจาน รสชาติคุ้นเคยทำให้นางดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

พอเงยหน้ามองคนที่ทำอาหารจานนี้ก็เห็นว่านางยกยิ้มรอตนก่อนอยู่แล้ว

ไช่เซียงฮวาอาศัยจังหวะที่ตนหยิบผ้ามาซับมุมปากยกนิ้วโป้งให้จางซิ่วลี่

จางซิ่วลี่ที่เห็นบุตรสาวเลือกคีบแต่กับข้าวที่ตนเป็นคนทำก็ให้รู้สึกสุขใจแต่เช้า คีบอาหารเข้าปากด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใส เจริญอาหารยิ่งนัก

ปฏิกิริยาที่ปฏิบัติต่อกันของสองแม่ลูกสร้างความเอ็นดูในใจไช่ฝูลี่ยิ่งนัก แม้ใบหน้าคมคายจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาก็ตาม

แต่ใช่ว่าในใจจะไม่รู้สึก!

หลังจบมื้ออาหารยามเช้า เด็กสาวทั้งสามก็ถูกเรียกให้ไปพบกับนายท่านใหญ่ของตระกูลที่ห้องหนังสือ

“นี่คือตำราฝึกพลังธาตุพื้นฐาน ตระกูลเราสามารถรวบรวมเก็บไว้ในห้องหนังสือนี้ได้เท่านี้”

ไช่ซิ๋งช่านหยิบตำราฝึกพลังธาตุดิน น้ำและไฟให้หลานสาวเกือบคนละสิบเล่ม

ไช่เซียงฮวาหยิบของตนเองขึ้นมาเปิดดูทีละเล่ม ทำทีเป็นสนใจแต่แท้จริงแล้วกำลังโอดครวญ

เตรียมกระโถนไว้ให้ข้าที…อ้วกแน่!

“แต่เสียดายยิ่งที่ธาตุสายฟ้าของฮั่วเอ๋อร์หามาได้เพียงเท่านี้จริง ๆ”

“เท่านี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วเจ้าค่ะท่านปู่”

กล่าวจบไช่ฮั่วฮวาก็ลงไปคุกเข่าขอบคุณท่านปู่เต็มพิธีการ ทำหลานสาวอีกสองคนคุกเข่ากันแทบไม่ทัน

ไช่เซียงฮวาคิดในใจ…

ข้าไม่อยากเป็นน้องแล้ว พี่ทำอะไรก็ต้องทำตาม เหตุใดข้าไม่เกิดเป็นคุณหนูใหญ่

“ตอนนี้พวกเจ้า 8 หนาวอีกเพียง 4 หนาวก็ต้องเข้าสำนักศึกษาแล้ว ปู่หวังว่าตำราพวกนี้จะช่วยเตรียมพื้นฐานให้พวกเจ้าไม่มากก็น้อย”

“เจ้าค่ะท่านปู่” ตอบรับเสียงผสาน

เมื่อเห็นว่าหลาน ๆ มีแววตาแห่งความมุ่งมั่น คนเป็นปู่ก็พยักหน้าให้อย่างพอใจ

“ส่วนอาจารย์สอนพลังธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ปู่ได้เชิญมาไว้ให้แล้ว ขาดแต่เพียงธาตุสายฟ้าเช่นเดิมที่ยังค่อนข้างหายาก แต่ปู่จะลองถามท่านอาของพวกเจ้าให้ พอจะมีผู้เยี่ยมยุทธ์คนใดมีพลังธาตุสายฟ้าหรือไม่”

“อีกไม่กี่วันท่านอาก็จะกลับมาเยี่ยมจวนแล้ว”

“เป็นเช่นนั้น แต่พวกเจ้าอย่าลืมว่าตนเป็นคุณหนูทองพันชั่ง แม้ต้องฝึกพลังธาตุด้วย แต่ศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีก็ไม่ควรพร่อง”

“พวกเราจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวังเจ้าค่ะ"

และยังคงเป็นไช่ฮั่วฮวาคนเดิมที่ตอบรับท่านปู่

“ถึงพวกเจ้าจะเป็นสตรี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าปู่ค่อนข้างหวังกับพวกเจ้าไว้มาก”

ไช่เซียงฮวาไม่กล่าวสิ่งใดนอกจากยิ้ม หลุบตาลงต่ำเพราะไม่อยากให้ท่านปู่เห็นแววตา ในใจนางคิด…

ไม่คาดหวังเท่ากับไม่ผิดหวังนะเจ้าคะท่านปู่

ณ เรือนฮูหยินสาม

“ฮึก! ฮือ~”

“เจ้าจะโศกเศร้าเสียใจไปไย”

ตงเฟยเฟยเริ่มหงุดหงิดที่บุตรสาวร้องไห้อีกแล้ว เมื่อวานกว่านางจะปลอบใจได้ก็ใช้เวลาค่อนคืน วันนี้หลังจากกลับมาจากห้องหนังสือก็ยังร้องไห้อีก

เพราะเช่นนี้จึงถามอย่างใส่อารมณ์ไปนิดหนึ่ง!

“ฮึก! ก็ลูก ก็ลูก ฮือ~ลูกอิจฉานางจนคับอกไปหมดแล้วเจ้าค่ะ เหตุใดนางต้องได้ดีกว่าลูกไปทุกอย่าง”

ตงเฟยเฟยถอนหายใจ พยายามเอ่ยอย่างใจเย็น

“มีสองธาตุแล้วอย่างไร ท่านปู่เจ้าพูดเองมิใช่หรือว่าตำรานั้นหายาก แต่อาจารย์หายากยิ่งกว่า ใช่ว่ามีแล้วจะประสบความสำเร็จกันทุกคน แต่แย่กว่านั้นคือฝึกไม่สำเร็จเลยสักวิชา”

ไช่ปิงฮวาหยุดร้องไห้จนเหลือเพียงอาการสะอื้น

“จริงหรือเจ้าคะท่านแม่”

เห็นบุตรสาวพยายามสงบสติอารมณ์แล้วนางก็เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ซับน้ำตาให้ปิงฮวาแผ่วเบา

“มีเพียงธาตุเดียวทุ่มเทแรงใจ ฝึกให้ได้ระดับสูง ๆ ไม่ดีกว่าหรือลูก แม่ก็มีธาตุเดียว พี่รองเจ้าก็มีธาตุเดียว”

“พี่รองผู้เอื่อยเฉื่อยนับเป็นอันใดได้เจ้าคะ แข่งกับนางไม่สนุกเลยสักนิด”

“เช่นนั้นแม่เขียนจดหมายให้ท่านตาของเจ้า ส่งคนตามหาตำราธาตุน้ำและอาจารย์มีชื่อเสียงเลื่องลือดีหรือไม่”

พูดถึงท่านตาพ่อค้าเกลือแล้วไช่ปิงฮวาพลันหงุดหงิด เพราะมีตาเป็นพ่อค้า นางถึงโดนไช่ฮั่วฮวากดให้ต่ำอยู่เช้าค่ำ

แต่เมื่อนึกถึงผลประโยชน์ นางก็กดความน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ พยักหน้าตอบรับมารดา

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“เด็กดี”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรู้จังหวะ

“บ่าวเองเจ้าค่ะ นายหญิง”

เสียงบ่าวคนสนิทของฮูหยินสามดังขึ้นที่หน้าห้อง

“เข้ามาได้”

ตงเฟยเฟยเร่งให้สาวใช้เข้ามาเพราะก่อนหน้านี้ได้สั่งงานนางไป ยามนี้ร้อนใจอยากทราบผลแล้ว

“เอ่อ นายท่านรองส่งคนมาบอกว่าคืนนี้นายท่านจะค้างกับ…”

“ข้าใช่หรือไม่!”

เพราะนางลงทุนทำอาหาร ตงเฟยเฟยจึงคิดว่าสามีต้องมาค้างกับตนแน่

ด้วยความที่ว่างานพิธีตรวจสอบพลังธาตุเป็นงานใหญ่ ท่านพี่ของนางที่เป็นรองเสนาบดีกรมพิธีการจึงยุ่งมาก และไม่ได้ค้างคืนกับฮูหยินคนใดมาเป็นเดือนแล้ว

งานพิธีผ่านพ้น นางเข้าครัวทำอาหารมัดใจสามีและคอยส่งสายตาให้ตอนทานอาหารตลอด

หากไม่ใช่กับข้าแล้วจะเป็นกับใคร

“เอ่อ…ฮูหยินรองเจ้าค่ะ”

ตงเฟยเฟยหน้าชา หากเปรียบใบหน้าเป็นชามกระเบื้อง ยามนี้คงร้าวและแตกดังเพล้งเป็นเศษ ๆ

“ไยจึงไม่ใช่ข้า!”

สาวใช้รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตา

“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่ได้อยากได้คำตอบจากเจ้า…ไสหัวไป!”

สาวใช้กุลีกุจอออกจากเรือน แม้แต่ไช่ปิงฮวาก็ยังกลัวมารดาจนเสียงสะอื้นหาย สตรีออกเรือนแล้วน่ากลัวที่สุดก็เรื่องนี้…ทนไม่ได้เมื่อสามีไปอยู่กับสตรีอื่น!
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 233

    “เรียกว่าลับหรือไม่ข้าไม่แน่ใจ แต่ว่าครั้งนี้ข้าจะกำชับพวกเขาไม่ให้แพร่งพรายเรื่องของเราออกไปดีหรือไม่”หลงฮ้าวหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที จากท่าทีระแวงกลายเป็นปั้นปึ่งแทน“อ้อ แท้จริงแล้วท่านก็อายที่จะมีตำนานเรื่องเล่ากับข้า เซียงฮวากับหลงฮ้าว ไม่ดีตรงไหนหรือ ข้าเสียใจนะ”เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ข้าอ้าปา

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 232

    บทที่ ๑๕๒รักนิรันดร์พิธีรับตำแหน่งเทพบุปผาของข้าไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ใครคิดไว้ ช่วงเช้าเข้ากล่าวคำสาบานต่อหน้าเทียนตี้และเทพเซียนชั้นสูงทั้งหลาย ตอนบ่ายกลับมาเลี้ยงฉลองที่แดนบุปผาไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ไร้แววหลงฮ้าวเข้าร่วมแม้ข้าจะคิดไว้แล้วว่าเขาคงไม่เข้าร่วมงานด้วย แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 231

    หวงผิงมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ย้ำว่า ‘เล็กน้อย’ ไม่นานก็กลับมานิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม“หน้าตาที่คล้ายกับสามีของเพื่อนนี่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นบาปในจิตใจ ขอถามท่านเรื่องจินเกาฉายได้หรือไม่ ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ใดแล้วเจ้าคะ”“เขายังไม่บรรลุระดับสิบ เดิมทีก็ไม่สามารถขึ้นมาเป็นเทพฝึกหัดได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 230

    บทที่ ๑๕๑กุหลาบดำสระสัตบงกทั้งเก้าเกิดขึ้นมาได้เพราะพลังบริสุทธิ์จากเหล่าเทพเซียนในแดนบุปผาที่เทพบุปผาทุกรุ่นสะสมมาตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแต่เดิมสัตตบงกชควรให้ผลเป็นน้ำอมฤต ทุกห้าพันปีจะมีเพียงหยดเดียวเท่านั้น เป็นไปได้หรือที่สิ่งกำเนิดใหม่จะเปลี่ยนเป็นดวงวิญญาณแทนมิหนำซ้ำวิญญาณที่ว่านั้นยังค

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 229

    จื่อเจี่ยนเฉิงเองก็อึกอักท่าทางแปลกไป ดูท่าเรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้เขาคงรู้สึกว่ามันเกินไปที่จะพูด“มันกระดากปากจนพูดยากถึงเพียงนั้น!”เขาพยักหน้าตอบ ข้าจึงลองคาดเดาคำตอบอยู่ในใจ เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้แล้ว หรือว่า…“พวกเขาเป็นแบบเว่ยอู๋เซียนกับหลานวั่งจีหรือไม่”“ใครอีกล่ะนั่น/พวกเขาเ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 228

    “ข้ามาให้กำลังใจเจ้า เริ่มรู้สึกหรือยังว่าหากเลือกข้าตั้งแต่แรก เจ้าก็จะไม่เป็นเช่นนี้”รอยยิ้มสุภาพแต่สายตาจิดกัดของเขาทำให้ข้าแอบกำหมัดไว้แน่น“เยาะเย้ยข้าหรือเจ้าคะ”“ข้าพูดความจริง”เพราะนี่คือความจริงข้าจึงถอนหายใจยาว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าก็ยังมั่นใจว่าตนเลือกไม่ผิด“ทำให้ท่านเทพต้องผิดหวังแล

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 182

    บทที่ ๑๑๘ปลดไท่จื่อเฟยช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านราชบัลลังก์มักมีเรื่องราวสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเกิดขึ้นอยู่เสมอ หลายปีก่อนเป็นแคว้นเหลียงกับแคว้นจู มาปีนี้คือแคว้นจิน“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”เหล่าขุนนางน้อยใหญ่พร้อมใจกันทำความเคารพผู้อยู่เหนือสุดคนทั้งแผ่นดินแคว้นจิน พระวรกาย

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 179

    บทที่ ๑๑๖หนทางรักษา“เฮยหลงของข้าเก่งจริง ๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ” เสียงปรบมือระรัวดังลั่นตำหนักบุปผาสวรรค์ น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นแสดงถึงความภูมิใจเป็นอย่างมาก ทำเอาองครักษ์หญิงแอบยื่นหน้าเข้ามาในตำหนักด้วยความอยากรู้“ท่านเทพเป็นอันใดไป”“ข้าได้ยินนามว่าเฮยหลง คงหมายถึงบุตรเขยท่านเทพบุปผากระมัง เห็นว่

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 178

    บทที่ ๑๑๕ใครคือมารภาพเหตุการณ์โลกมนุษย์ที่เซียงฮวาเห็น ณ ลานน้ำแข็งกว้างคือเหล่ามนุษย์พากันทำสมาธิโคจรลมปราณและพลังธาตุขับไล่ไอมารหิมะที่ควรเป็นสีขาวโพลนเคลือบไปด้วยสีแดงฉานของเลือดมนุษย์ โดยตัวการคอยสั่งการยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งสูง“เจ็ดปีมานี้อะไรมันก็เปลี่ยนได้สินะ”เซียงฮวาทำหน้าตะ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 177

    บทที่ ๑๑๔มารผู้หลบซ่อนสงครามกับชีวิตเป็นของคู่กัน ตราบใดที่มีชีวิตอยู่สงครามก็ยังคงอยู่ ไม่มีคำว่า ‘สิ้นสุดสงคราม’ มีแต่เพียงคำว่า ‘พักสงคราม’ ไว้ก่อนก็เท่านั้นผู้คนมักมองหาความชอบธรรมให้กับการกระทำของตนเอง กล่าวอ้างทำไปเพราะมี ‘เหตุผล’ และเหตุผลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือ…เจ้าเป็นคนเริ่มก่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status