ログインแพทย์ทหารอัจฉริยะจากยุคดวงดาวตายแล้วเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวอาภัพไร้บิดามารดา แถมยังต้องมาเลี้ยงน้องชายและสามีพิการที่บ้านสามีรังเกียจ...รังเกียจกันมากใช่ไหม รู้น้อยไปซะแล้วว่าเธอเป็นใคร เธอมีเทคโนโลยีติดตัวมาจากโลกดวงดาวมากมาย คอยดูนะ...ร้อยเอกแพทย์หญิงวิชุดาคนนี้จะทำให้สามีและน้องชายหาย และกลับมาเป็นปกติตอกหน้าคนพวกนั้นให้ดู!
もっと見るบทที่ 1
ทะลุมิติมามีสามีพิการ
‘ร้อยเอกแพทย์หญิงวิชุดา’
แพทย์ทหารหน่วยรบพิเศษยศร้อยเอกฝีมือดี ที่เป็นหนึ่งในแพทย์อัจฉริยะอายุน้อยในยุคดวงดาวต้องมาจบชีวิตลงเพราะอุบัติเหตุยานบินรบระเบิดในขณะปฎิบัติหน้าที่...เครื่องยนต์ยานบินถูกทำลายจากคนในเป็นหนอนที่ถูกส่งมาจากศัตรูฝั่งตรงข้าม
ยังดีที่พวกมันทำลายยานบินได้แค่ลำเดียว เพราะไม่กี่นาทีหลังจากนั้นทหารหน่วยรบพิเศษก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
แต่ทว่า ‘จักรวรรดิอาเซเซีย’ ต้องเสียแพทย์ทหารอัจฉริยะฝีมือฉกาจอย่างร้อยเอกแพทย์หญิงวิชุดาไปตลอดกาล
ดวงวิญญาณของวิชุดาลอยอยู่ในพื้นที่มืดมิดอยู่นานแสนนาน จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเห็นแสงสว่างอยู่ไกล ๆ ...ดวงจิตสีขาวเลยลองเคลื่อนตัวไปทางนั้นอย่างช้า ๆ
หากแต่ไม่คิดเลยว่าแสงสว่างนั่นจะทำให้แพทย์ทหารอย่างเธอต้องทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่น!
ร่างใหม่ของเธอมีชื่อว่า ‘อันซีเหมย’ เป็นเด็กสาวอายุ 18 ปี อันซีเหมยมีน้องชายอายุ 3 ขวบอยู่หนึ่งคน เด็กชายหน้าตาน่ารักตัวขาวผ่องมีชื่อว่า ‘อันซีหยุน’ แม่ของเด็กทั้งสองมีชื่อว่า ‘อันซีซี’ เสียชีวิตไปได้สองปีแล้ว
อันซีซีเป็นภรรยานอกสมรสของนายทหารคนหนึ่ง
เมื่อก่อนเธออยู่ในบ้านเช่าหลังขนาดเล็ก ทว่าเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย มีแม่บ้านคอยทำงานบ้าน ทำกับข้าว ช่วยเลี้ยงลูกให้ เนื่องจากสามีเป็นคนว่าจ้าง
สามีของอันซีซีเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลลู่ เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีน้ำผึ้ง แถมยังมีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มเป็นที่น่าจับตามองมากในยุคนั้น จากความทรงจำเดิมอันซีเหมยจำได้ว่าพ่อของเธอรับราชการทหารยศพลตรี
พ่อกับแม่เจอกันโดยบังเอิญตอนที่พ่อของเธอไปทำงานที่เมืองเหนือของเทียนจิน เกิดความรักขึ้นระหว่างทั้งสองคน เป็นความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีเรื่องเงินหรือเรื่องตระกูลเข้ามาเกี่ยวข้อง
พ่อของเธอทำงานที่เมืองเหนืออยู่หลายปีจนกระทั่งอันซีซีตั้งครรภ์และคลอดสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มออกมาลืมตาดูโลก
ผู้เป็นพ่ออย่าง ‘ลู่ซีหยวน’ ตั้งชื่อสาวน้อยว่าซีเหมย คำว่าซี นั้นเป็นชื่อของพ่อและแม่ ส่วนแซ่ใช้แซ่ลู่ของพ่อ
จากนั้นความรักของทั้งคู่ดำเนินต่อมาด้วยความราบรื่นมาตลอด มันราบรื่นเกินไปเสียด้วยซ้ำ... ในที่สุดความรักของทั้งสองก็เริ่มมีอุปสรรคเมื่อลู่ซีหยวนเสร็จสิ้นภารกิจในเมืองเหนือและต้องกลับไปประจำที่เมืองหลวงอีกครั้ง
ลู่ซีหยวนพาคนรักกลับไปปักกิ่งด้วยโดยเช่าบ้านให้เธอ ซึ่งอยู่ห่างจากค่ายทหารไปเพียงไม่ถึงสามสิบกิโลเมตร เช่าบ้านใกล้ ๆ ก็เพื่อที่เขาจะได้มาหาเธอและลูกได้สะดวก
และสิ่งที่เขาไม่เคยบอกอันซีซีเลยก็คือ...เขามีว่าที่คู่หมั้นที่ครอบครัวต้องการให้หมั้นกันทันทีหลังจากกลับมาเมืองหลวง!
จนกระทั่งสามเดือนต่อมาอันซีซีถึงได้รู้ความจริงว่าสามีของเธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เธอทุกข์ใจมากที่จู่ ๆ คนรักต้องไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วจะต้องสูญเสียคนรักไป ใช่...ลู่ซีหยวนต้องแต่งงานโดยข้ามงานหมั้นไปเนื่องจากเขาได้ล่วงเกินว่าที่คู่หมั้นในงานเลี้ยงทหารที่ได้จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วจนเธอตั้งครรภ์
ครอบครัวฝ่ายหญิงต้องการให้เขารับผิดชอบ
ลู่ซีหยวนถึงแม้จะไม่ได้รักเธอคนนั้น หากแต่เขาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเธอ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะเขาโดนมอมเหล้าผสมกับยาปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ก็ตาม
“พี่จำเป็นต้องรับผิดชอบกู้เหวยชิง” นั่นเป็นคำตอบเดียวที่เขาบอกกับอันซีซี
ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไรได้ ลูกในท้องกู้เหวยชิงก็เป็นลูกของเขา ซ้ำตระกูล ‘กู้’ อย่างไรเสียย่อมไม่ยอมให้ลูกหลานท้องไม่มีพ่ออย่างแน่นอน
เมื่อคนรักแต่งงานใหม่ นาน ๆ ครั้งถึงได้มาหาอันซีซี ไม่ได้แวะมาบ่อยเหมือนเคย เพราะเรื่องของอันซีซีไม่ได้เปิดเผยออกไปเธอจึงได้อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เป็นเพียงเมียลับ ๆ ของลู่ซีหยวน
อันซีซีต้องเลี้ยงลูกสาวคนเดียว เธอมีเงินที่สามีส่งมาให้อยู่ทุกเดือนทำให้ไม่เดือดร้อนเรื่องปากท้อง รวมถึงค่าเช่าบ้านลู่ซีหยวนก็เป็นคนรับผิดชอบเอง
แม้จะสุขกาย...แต่ในใจนั้นทุกข์ตรมเกินกว่าสิ่งใด
กระทั่งเด็กน้อยลู่ซีเหมยโตเป็นสาวน้อยอายุ 14 ปี แม่ของเธอก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง ลู่ซีหยวนดีใจมาก ถึงเขาจะไม่ได้มาหาอันซีซีบ่อยนัก แต่ทว่าเขายังรักและเป็นห่วงเธออยู่ตลอดไม่เคยเปลี่ยน
พอท้องเริ่มโตอันซีซีก็เริ่มป่วย ลู่ซีหยวนให้เงินเธอไปหาหมอ แต่หมอก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ ลู่ซีหยวนจึงคิดว่าเป็นเพียงการป่วยธรรมดา
มีเพียงอันซีซีเท่านั้นที่รู้ถึงความผิดปกติของร่างกายตนเอง
กระทั่งคลอดเด็กชาย ‘ลู่ซีหยุน’ ออกมา เด็กน้อยมีอาการผิดปกติเนื่องจากพิการที่ข้อเท้า ลู่ซีหยวนหาหมอมารักษาอาการป่วยของเด็กชายมากว่า 1 ปี แม้จะดีขึ้นแต่ไม่มีทางหายขาด โตขึ้นหมอบอกว่าเด็กน้อยจะเดินขาเป๋ อันซีซีสงสารลูกทั้งสองจับใจ
โดยเฉพาะลูกชายตัวน้อยที่ต้องมาพิการเพราะเธอ
อันซีซีรู้ตัวว่าเธอโดนวางยาพิษ
อันซีซีรู้ตัวได้ไม่นานก็หาทางหลบหนีออกจากบ้านหลังนั้น หอบลูกสาวคนโตและลูกชายวัยเพียงหนึ่งขวบครึ่งมาอาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองเจิ้งโจว เธอใช้เงินเก็บในชีวิตทั้งหมดทุ่มรักษาขาของอันซีหยุน จนกระทั่งพิษที่สะสมในร่างกายของเด็กชายหมดไปพร้อมกับเงินหยวนที่หมดลงด้วยเช่นกัน
เด็กชายปลอดภัย แต่ไม่ใช่แม่อย่างอันซีซี เธอป่วยหนักขึ้นจากการสะสมพิษไว้ในร่างกายเยอะและนานเกินไปโดยไม่รักษา จะรักษาได้อย่างไรก็ในเมื่อเงินทั้งหมดเธอเก็บไว้รักษาอันซีหยุนคนเดียว
ทำให้ในที่สุดอันซีซีก็เสียชีวิตลงก่อนที่ลูกสาวของเธอจะแต่งงานเพียงสามวันเท่านั้น!
ปัจจุบันอันซีเหมยแต่งงานกับอดีตนายทหารคนหนึ่งของหมู่บ้าน จากการทำข้อตกลงระหว่างคนบ้านนั้นกับแม่ของเธอ
นอกจากอันซีเหมยจะเสียใจกับการจากไปของมารดาแล้ว...เธอยังต้องมาเสียใจเพราะมีสามีพิการที่ไม่ได้รักอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นเธอยังต้องรับเลี้ยงน้องชายแท้ ๆ เพราะเด็กน้อยยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้
ซึ่งตอนนี้อันซีเหมยก็แต่งงานมาได้สามเดือนแล้ว สามีเธอเป็นลูกชายคนที่สามของสกุลหวัง เขามีชื่อว่า ‘หวังซานตง’ ก่อนแต่งงานชายหนุ่มมีอาชีพรับราชการทหาร
ทว่าหลังจากแต่งงานได้เพียงหนึ่งเดือนเขาก็พลาดท่าต่อศัตรูจนได้รับบาดเจ็บที่ขาอย่างสาหัสจนเดินไม่ได้ เขาไม่สามารถกลับไปเป็นทหารได้อีกต่อไป
อาการบาดเจ็บทำให้หวังซานตงต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน...เมื่อแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าชายหนุ่มไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป เขาจึงได้รับการปลดประจำการแล้วกลับมาอยู่บ้านดังเดิม
ทั้งหวังซานตงและอันซีเหมยเดิมทีไม่ได้รักกัน เมื่อต้องมาอยู่ร่วมบ้าน แม้จะเป็นเวลาสองเดือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่สนิทกันขึ้นมาเลยแม้แต่นิด
อีกทั้งหวังซานตงยังตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ผิดหวัง และเสียใจ จากที่พูดน้อยอยู่แล้วกลายเป็นคนไม่พูดจากับใครเลย แม้แต่กับภรรยาหมาด ๆ ก็ตาม
ตระกูลหวังไม่ได้รักหวังซานตงสักเท่าไหร่ เนื่องจากบ้านหวังนั้นมีลูกชายถึงสามคน พ่อแม่ก็ลำเอียงรักแต่ลูกชายคนโตและลูกชายคนรอง ส่วนลูกชายคนเล็กดันถูกเพิกเฉย
‘หวังจง’ และ ‘หวังหลิน’ เลี้ยงเขาไปตามยะถากรรมเท่านั้น
การที่พ่อและแม่ของหวังซานตงไม่ได้รักเขาเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ เพราะตอนคลอดหวังซานตงนั้นคลอดยากมาก หวังหลินนอนเจ็บท้องคลอดนานหลายชั่วโมง ทรมานมากเสียจนถึงกับแช่งให้ลูกในท้องตาย ๆ ไปซะ เธอจะได้ไม่ต้องทรมานอย่างนี้
กระทั่งคลอดเด็กออกมาร่างกายของแม่หวังยังไม่แข็งแรง มีอาการป่วยบ่อย ต้องเสียเงินหยวนไปหาหมอเพื่อนำยามาต้มกินอยู่หลายปีถึงหายขาด
หมดเงินไปหลายหยวนจนแทบหมดตัว
ด้วยเหตุนี้พ่อหวังแม่หวังจึงมองว่าเด็กที่คลอดออกมาล่าสุดนั้นเป็นเด็กอัปมงคล!
อีกทั้งนิสัยของหวังซานตงยังแตกต่างจากเหล่าพี่น้องทั้งสองมาก ชายหนุ่มมีนิสัยนิ่งเรียบสุขุม กล้าแกร่ง มีแววตาเย็นชา พูดน้อย ทว่าแสดงออกทางการกระทำเสียมากกว่า
จนบางทีเขาก็กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไม่เห็นหัวใครเพื่อทำในสิ่งที่มันถูกต้อง
ในขณะที่พี่ชายคนโตอย่าง ‘หวังซานเต๋อ’ เป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ลูกเมียตัวเองเป็นใหญ่ ดีหน่อยที่อีกฝ่ายขยันขันแข็ง ขยันลงแปลงนา ปีหนึ่งได้คะแนนหลายแต้มจึงมีส่วนแบ่งข้าวและธัญพืชมากกว่าน้องชายคนรอง พ่อกับแม่จึงรักและชื่นชมเขามากนัก
ส่วนลูกชายคนรองอย่าง ‘หวังซานติง’ เขาเป็นคนค่อนข้างจะขี้เกียจ อีกทั้งยังโผงผางใจร้อน
ดีหน่อยที่แม่หวังค่อนข้างจะเอ็นดูเขา...จึงไม่ได้ใช้ชีวิตในบ้านหวังอย่างยากลำบากเท่ากับน้องชายคนที่สาม
ตอนพิเศษ-- 02 --ครอบครัวหรรษาห้องนั่งเล่นในบ้านหลังใหญ่ โซฟาตัวนุ่มราคาแพงกลางห้องรับแขกตอนนี้ถูกจับจองไปด้วยร่างของชายหญิงสองคน โต๊ะตัวเตี้ยมีเค้กหลายก้อนพร้อมกับน้ำผลไม้ผสมโพชั่นวางอยู่ร่างแกร่งของหวังซานตงเอนกายพิงโซฟาตัวใหญ่ โดยที่มีอันซีเหมยเอนตัวพิงอกกว้างอีกที ในมือของเธอถือเค้กส้มที่หวังซานตงอบเสร็จใหม่ ๆ ปากเล็กเคี้ยวตุ้ยพอใจกับรสชาติเค้กที่สามีโชว์ฝีมือทำให้กินเมื่อ 5 ปีก่อนที่เธอตั้งท้อง อยากจะกินเค้กมาก กินสามารถกินได้ทุกวันวันละหลายก้อน สามีจึงอยากจะเอาใจเธอด้วยการทำเค้กด้วยตัวเอง เขาเรียนรู้การทำเบเกอรี่หลายชนิดเขาสามารถคิดสูตรแสนอร่อยไม่มีใครเหมือนขึ้นมาได้...ทำให้ภรรยาคนสวยติดใจมาจนทุกวันนี้“อร่อยไหม...”“อร่อยมากเลยค่ะ ฝีมือการทำเค้กของพี่อร่อยขึ้นมากเลยนะ แบบนี้เสี่ยวหยุนของฉันก็บ่นน้ำหนักขึ้นอีกแล้วสิ ช่วงนี้เขายิ่งคิดว่าตัวเองแก้มอ้วนขึ้นอยู่ด้วย”“หึ ๆ”หวังซานตงเปล่งเสียงหัวเราะแว่วในลำคอเบา ๆ อย่างเห็นด้วย อันซีหยุน...เด็กน้อยที่เมื่อก่อนแก้มอ้วนอย่างไร ตอนนี้ก็ยังแก้มอ้วนอยู่อย่างนั้น ถึงร่างกายจะแข็งแรงไม่ได้อ้วนท้วม แต่แปลกที่กินอะไรเข้าไปก็ลงแก้มหมด“บ
ตอนพิเศษ-- 01 --รักษาลู่ซีหยาง“ดวงดาวฉวยจังเยยคับปี้เขย” เสียงเล็กดังเจื้อยแจ้วบอกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าสวยมากดังขึ้นซ้ำ ๆ ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ในขณะที่ตากลมใสยังคงมองดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างตื่นเต้นเสี่ยวหยุนและเสี่ยวปิงได้มีโอกาสไปเที่ยวในวันหยุดเพราะพี่สาวกับพี่เขยของเขาพาไปเที่ยวตั้งหลายที่ เสี่ยวหยุนตัวน้อยสนุกมาก เขาร่าเริงมากทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวเล่นสนุกนอกบ้าน พลังเด็กน้อยเหลือล้นเล่นไม่รู้จักเหนื่อย โดยเฉพาะตอนได้ขึ้นยานบินรบ ดวงตากลมโตของเด็กน้อยพลันเปล่งประกายไปด้วยความสุขใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่อันซีเหมยพาน้องชายขึ้นยานบินรบดวงดาว แต่เป็นครั้งที่สามแล้วในรอบเดือนนี้ ทว่าเสี่ยวหยุนก็ยังคงตื่นเต้นกับมันทุกรอบพลอยทำให้คนนำเที่ยวมีความสุขยิ้มตามไปด้วยร่างกลมขาวอ้วนท้วนเนื่องจากถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ซึ่งแม้จะมีเข็มขัดรัดรอบตัวก็พยายามเกาะขอบหน้าต่างมองความสวยงามของแสงธรรมชาติบนท้องฟ้า ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าเสี่ยวปิงยังเอาเท้าหน้าเกาะขอบหน้าต่างทอดมองออกไปนิ่ง ๆ ราวกับรูปปั้นเจ้าสุนัขตัวจ้อยใส่แว่นตาเสมือนจริงที่อันซีเหมยหามาใส่ให้ ทำให้มันเห็นแสงปกติอย่างที่มนุษย์เห็นทุกอย่า
บบที่ 43ทำลายให้สิ้นซาก [END]อีกด้านหนึ่งของความหายนะเปลวไฟยังโหมกระหน่ำ ข้าวของในโกดังเอาออกมาไม่ทัน โชคดีที่อันซีเหมยใช้เรดาร์ตรวจจับความร้อน เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตจึงค่อยทำลายมัน“ฉิบหายกันหมดแล้วเพราะหลานเวรอย่างแกคนเดียวเลย ทำตระกูลเดือดร้อน คนอื่นเดือดร้อนไปหมด!”“ผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ ไม่จริง...”“จริงไม่จริงก็แหกตาดู นี่ต้องเป็นฝีมือของคนที่แกไปมีเรื่องด้วยแน่ ๆ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกมันใช้วิธีไหนกัน แต่ถ้าจะล้างแค้นกันภายในไม่กี่ชั่วโมงอย่างนี้ ฝีมือไม่ธรรมดา”“ผมผิดไปแล้วครับปู่ ผมน่าจะคิดให้เยอะกว่านี้”“เหอะ! มาคิดได้ตอนนี้จะเอาข้าวของกลับมาได้ไหม เสียทั้งของ เสียทั้งเงิน เสียทั้งลูกค้าเพราะหลานโง่ ๆ อย่างแกคนเดียวกู้หว่านสือ! อ้อ ยังมีนังหลานโง่ตระกูลลู่อีกคน!”กว่าจะดับไฟได้ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้นก็สร้างความเสียหายแทบไม่เหลือออะไร ข้าวของข้างในเสียหายหมด โกดังถูกไฟไหม้แม้แต่โครงสร้างก็ไม่เหลือ ตระกูลกู้วุ่นวายกับการเคลียร์กับลูกค้าอยู่หลายวันกว่าจะเรียบร้อยก็ทำเอาผมหงอกขึ้นหัวไปตาม ๆ กันรวมถึงค่าเสียหายอีกบาน เสียลูกค้าไปหลายคนตระกูลกู้ลงค
บทที่ 42พวกหมาลอบกัดต้องเจออาวุธหนัก“พี่ต้องช่วยฉันนะคะ มันเป็นหนามตำใจฉันจริง ๆ ฉันเกลียดมัน”ลู่เหมยอิงเอาเรื่องที่เธอเจอมาเล่าให้กู้หว่านสือฟัง ชายหนุ่มตระกูลกู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ เป็นลูกของคุณลุง เธอคุยกับอีกฝ่ายบ่อยครั้งแต่ทว่าไม่ได้สนิทกับเขามากนักหรอก เพราะพี่ชายคนนี้คุณพ่อไม่ค่อยอยากให้เธอคบค้ากับเขาสักเท่าไหร่ลู่เหมยอิงฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ตามประสาคนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างเอาใจจากปู่และย่า“ไม่ต้องห่วงหรอกเหมยอิง เรื่องนี้พี่จะช่วยเธอเอง เธอแค่รอฟังข่าวเงียบ ๆ ก็พอ” กู้หว่านสือเอนกายพิงพนักโซฟา มือหนาจุดบุหรี่ที่ซื้อจากเมืองนอกขึ้นมาสูบแล้วพ่นควันออกมาอย่างไม่เกรงใจคู่สนทนาลู่เหมยอิงเบ้หน้าเล็กน้อย เธอไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ ปู่และพ่อของเธอก็ไม่สูบ แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ขอให้เขาจัดการกับอันซีเหมยได้ก็พอ“แต่พี่ก็ต้องระวังตัวด้วยล่ะ พวกมันมีตระกูลเหอและตระกูลหลงหนุนหลังอยู่”“เหอะ! เธอจะไปกลัวทำไม ตระกูลกู้ของเราใช่ว่าจะให้ใครมาดูถูกหรือรังแกได้ อีกอย่างเธอก็หมั้นกับญาติของนายท่านโหวไม่ใช่หรือไง ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็น่าจะขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้”“ฉันก็ไม่อยากให้มันพลาดนี่แหละ พี
บทที่ 05อยากเกิดก็เปิดมาในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจ้องตากันอยู่นั้น...มีร่างเล็กผอมของสะใภ้รองเดินเข้ามาสมทบกับหวังเจี่ยเจียอย่างรู้งาน เธอมีชื่อว่า ‘หวังผิงเยว่’ ภรรยาของลูกชายคนรองบ้านหวัง ‘หวังซานติง’“ใช่แล้วค่ะพี่สะใภ้ใหญ่พูดถูก ไข่ไก่พวกนี้คุณแม่บอกว่าจะเก็บไว้ให้หลาน ๆ กินเพื่อบำรุงร่างกาย...เ
บทที่ 04สะใภ้สามขโมยไข่ไก่หลังจากได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของอันซีเหมยแล้วก็ได้ศึกษาหาข้อมูลของดาวเคราะห์สีน้ำเงินมาพอประมาณ โชคดีที่เธอเป็นคนชอบอ่านหนังสือจึงมีหนังสือเกี่ยวกับดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เรียกว่า ‘ดาวโลก’ อยู่หลายเล่มด้วยกันเธอจึงรู้ว่ายุคปัจจุบันที่อาศัยอยู่คือประเทศจีน ปี ค.ศ. 19
บทที่ 03สามีและน้องชายที่น่ารักเสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยดังขึ้นลั่นห้องเล็ก ๆเสี่ยวหยุนทั้งเจ็บทั้งกลัว เขามันแค่เด็กนะ จะตั้งรับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นได้ยังไงไหว“พี่สาวอยู่นี่ ไม่เป็นไรแล้วนะเสี่ยวหยุน”“ฮึก ฮื่อออ”เด็กน้อยร้องไห้เช็ดน้ำตาปอย ๆ อย่างไม่ห้ามตนเองไม่ได้ตามประสาเด็ก พลันลำตัวผอ
บทที่ 02มิติตามติดตัว“นี่เราต้องอยู่ในร่างเด็กคนนี้จริง ๆ น่ะหรือ?”แพทย์ทหารสาวจากยุคดวงดาวพึมพำออกมาเบา ๆ หลังจากตกตะกอนความคิด ความทรงจำของร่างเดิมมาเป็นเวลานานหลายชั่วโมงแล้วจากความทรงจำ...อันซีเหมยนั้นเสียชีวิตเพราะว่าเธอป่วยเป็นปอดบวม เนื่องจากเมื่อสองวันก่อนเด็กสาวขึ้นเขาไปหาของป่าเพื่อมา






レビュー