بيت / โรแมนติก / บุพเพทะเลดาว / บุพเพทะเลดาว : 2

مشاركة

บุพเพทะเลดาว : 2

مؤلف: เจนิส
last update تاريخ النشر: 2026-03-09 21:17:12

ผับเล็ก ๆ ที่คิมหันต์เลือกมาดับอารมณ์ บรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับไนต์คลับชั้นสูง ที่ประจำของเขาชนิดเทียบกันไม่เห็นฝุ่น แต่เพราะความเบื่อที่จะเมากับบรรดาเพื่อนงี่เง่าในวงสังคม ผลักดันให้คืนนี้ชายหนุ่ม เลือกที่จะค้นหาความต่าง    

ยิ่งได้ยินเสียงเพลงโปรดในจังหวะเร้าดังเข้ามากระทบโสต เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตรงดิ่งไปนั่งยังโต๊ะซึ่งอยู่ในมุมที่ดีที่สุดทันที กระหายอย่างเต็มที่ ที่จะได้ย้อมใจตัวเองด้วยเหล้ายี่ห้อโปรด ผู้หญิงสวยๆ สักคน หวังลบลืมเรื่องปวดหัวไปชั่วครู่

โต๊ะที่คิมหันต์เลือก ตั้งเยื้องกับหน้าเวทีพอดี เสียงดนตรีจากวงเล่นสดกำลังบรรเลงเพลงดังกระหึ่ม ไม่นานเหล้านอกสนนราคาแพงระยับก็หมดไปเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ถึงอย่างนั้นความโกรธในใจเขาก็ยังไม่จางไป ยิ่งอยู่ดี ๆ เสียงเพลงบนเวทีเกิดเปลี่ยนไปเล่นในจังหวะเนิบช้า นั่นยิ่งทำให้คนฟังหงุดหงิดงุ่นง่าน

ทายาทหมื่นล้านของเจ้าสัวเจี่ย กราดมองตาขวางขึ้นไปบนเวที แต่ทว่า... เมื่อดวงตาคมกริบได้พบเข้ากับเจ้าของดวงหน้า

สวยหวาน และเสียงร้องอันมีเสน่ห์ คิมหันต์ก็ถึงกับตกอยู่ในภวังค์ทันที

นักร้องสาวสวยคนนั้น... มีดวงหน้าเรียวสวย นัยน์ตากลมโต    ใสแจ๋ว แววตาเธอเปล่งประกายได้ราวกับแสงดาว ผิวขาวลออตา

ริมฝีปากสีแดงสุกปลั่ง เรือนร่างบอบบาง ทว่ามีสัดส่วนโค้งเว้าละมุนตา หน้าอกหน้าใจอะร้าอร่าม เธออยู่ในเดรสปักเลื่อมระยิบระยับสีแดง

เขาตกตะลึงจ้องมองประติมากรรมชิ้นเอกนั้นอยู่นาน และแทบไม่น่าเชื่อว่าความขุ่นมัวที่คุกรุ่นอยู่ในใจเมื่อครู่ อยู่ดี ๆ จะมอดดับไปเสียเฉยๆ

          ฝ่ายบัวชมพู หญิงสาวกำลังขับร้องบทเพลงหวานซึ้ง ตามคำเรียกร้องของบรรดาเพื่อนสนิทที่พากันมาฉลองรับปริญญากันที่ร้านของพอลลีนซึ่งเป็นรุ่นพี่สาวประเภทสอง ซ้ำยังเป็นเพื่อนบ้านของเธอ

แม้วันนี้แขกเหรื่อจะบางตา แต่ความประหม่าของสาวน้อย    แสนสวยบนเวที กลับไม่ลดน้อยลงเลย ที่กล้ามายืนอยู่บนนี้ได้ก็เป็นเพราะ เดิมพัน ที่วางไว้กับพวกเพื่อนล้วน ๆ ‘ไหน ๆ ก็เรียนจบแล้ว         ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เรียกทิปหนัก ๆ ตอบแทนให้เจ๊พอลลีนเขาบ้าง เจ๊แกอุตส่าห์เปิดโต๊ะให้พวกเราได้ฉลองกัน’ เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเสนอความคิด

หญิงสาวถ่ายทอดบทเพลงแสนหวานได้อย่างไร้ที่ติ ไม่นานดนตรีท่อนสุดท้ายก็จบลง แขกทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือให้เธอ ทิปสีเทาหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย

นักร้องจำเป็นค้อมศีรษะกล่าวขอบคุณทุกคน จากนั้นจึงค่อยส่งคืนไมโครโฟนให้กับนักร้องประจำรับช่วงต่อไป ส่วนตัวเธอก็ค่อยๆ ก้าวลงจากเวที กิริยาอ่อนหวานน่ามอง แม้ท่าทางเดินเหินจะแฝงความประหม่า ขัดกับการแต่งตัวฉูดฉาดราวกับนางพญา แต่บัวชมพูก็งดงามจับใจ เส้นผมดัดเป็นลอนของเธอยาวสยาย ระไปกับบั้นท้ายกลมกลึง

“รีบลงมาทำไมกันยะ ชะนีบัว น่าจะแถมให้เจ๊อีกซักเพลง ดูสิ แขกกำลังเคลิ้ม มองตามหล่อนจนตาปรอย” พอลลีนในเดรสสีดำ    เรียบหรูปรี่เข้ามาทักทาย อดเสียดายไม่ได้ที่บัวชมพูไม่ยอมร้องเพลงต่อ แค่นึกว่ากว่าจะกล่อมคุณอรณี มารดาของหญิงสาว ให้ยอมอนุญาตพาสาวน้อยคนนี้ออกมาเลี้ยงฉลองได้ พอลลีนก็หมดน้ำลายไปหลายปี๊บ

“ไม่ไหวแล้วค่ะเจ๊ บัวอายเขาจะแย่อยู่แล้วเนี่ย ประหม่าไปหมด” ใจจริงอยากบอกอีกฝ่ายออกไปเหลือเกินว่า ไอ้เขาที่ว่านั่นก็คือ

อีตาผู้ชายหน้าหล่อนัยน์ตาคมท่าทางเอาเรื่อง ที่เอาแต่จ้องเธออย่างไม่วางตาอยู่ที่โต๊ะด้านซ้ายมือของเวทีนั่นแหละ... ผู้ชายคนนั้นเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ ‘จ้องเอา จ้องเอา ยังกับเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้า’ หญิงสาวนึกค่อน

“ก็ได้ ๆ เอาเถอะ งั้นก็ไม่เป็นไรหรอก กลับไปสนุกกับเพื่อนต่อเถอะไป๊ เจ๊ขอเวลาเคลียร์บัญชีร้านต่ออีกแป๊บ พอร้านเลิก แล้วจะพาไปส่งทันที พรุ่งนี้ต้องเริ่มทำงานวันแรกแล้วนี่ ขืนพากลับดึก เจ๊ถูกบ่นจนหูชาแน่?” พอลลีนกลอกตา แล้วสองสาวจึงยิ้มให้กัน ก่อนแยกย้ายไปคนละทาง

          บัวชมพูกลับมาเฮฮากับเพื่อนต่อได้สักครู่ก็ถึงเวลาร้านปิด    ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ทั้งโต๊ะจึงเหลือเธอนั่งรอเจ้าของร้านอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหน้าจอดูเพื่อฆ่าเวลา แต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครจับตามองอยู่ เธอจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องพบเข้ากับสายตาของผู้ชายคนเดิม เขารูปหล่อ หน้าคม มาดเนี้ยบเหมือนลูกผู้ดี         แต่ท่าทางเหวี่ยงเอาเรื่อง กำลังจ้องตรงมาที่เธอเขม็ง ครั้นพอเธอมองตอบ ก็ยังไม่ยอมหลบตาอีกต่างหาก

          ‘อีตาบ้า’ หญิงสาวบ่นอย่างเคืองๆ พลางก็หันหลังให้เขาเสียดื้อๆ แสร้งทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน แต่แล้วเสียงห้าวห้วนของคนที่เพิ่งลุกจากที่นั่งแล้วเดินมาหาเธอ ก็ทำให้บัวชมพูต้องชะงัก

“นั่งคนเดียวไม่เหงารึไง ขอนั่งด้วยคนสิ” เสียงของเขา ดังขึ้นจากทางด้านหลัง คนฟังจึงต้องหันไปมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจดปลายเท้า

ถึงจะดูหล่อเหลา ชนิดทำสาวๆ ใจสั่น สวมเสื้อผ้าราคาแพง

แต่สำหรับคนที่ถูกฝังหัวมาแต่เด็กว่าไม่ควรไว้ใจผู้ชายที่เพิ่งพบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการพบกันในสถานบันเทิงยามค่ำคืนด้วยแล้ว ทำให้เธอไม่ลังเลที่จะส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เหงาเลย เพราะฉันกำลังจะกลับแล้ว เพื่อนฉันกำลังมารับ” บัวชมพูบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย

“แต่ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ” และโดยไม่รอฟังคำตอบ คิมหันต์ก็ทิ้งตัวนั่งลงบนที่ว่างข้างกันกับหญิงสาว ซ้ำยังวาดวงแขน วางไว้บนพนัก คล้ายโอบเธอกลายๆ คนถูกคุกคามเลยหันไปจ้องเขาตาเขียว

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ อยากอ่านปากฉันให้ชัดๆ อีกครั้งมั้ย” ทว่ายังถามไม่จบคำดี เรียวปากสีกุหลาบอิ่มเต็มของเธอก็ถูก

ปิดผนึกด้วยจุมพิตแสนเร่าร้อนจากเขาเสียก่อน เรียวลิ้นอุ่นร้อนแทรกเข้ามาค้นหาความหวานไปทั่ว แถมยังขบเม้มริมฝีปากคนไม่ประสาอย่างยั่วเย้า หัวใจของบัวชมพูเต้นแรง หัวสมองมึนงงไปหมด คนแปลกหน้าบรรจงจูบเธอด้วยความเร่าร้อนดุเดือด จนเมื่อเรียวขาขาวผ่องถูกมือหนาหนักเลื่อนไล้ปลีน่อง หวังปลุกอารมณ์สาวให้เสียวซ่าน เธอก็ถึงกับตัวสั่น รีบตั้งสติ แล้วผลักอกเขาออกทันที ดวงตากลมโตคู่งามกวาดมองใบหล่อเหลาด้วยความเกลียด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 35

    “คุณบัวชมพูชอบเพลงล้านนาหรือครับ ผมสังเกตเห็นว่าคุณน่าจะชอบเพลงที่เล่นเมื่อครู่นี้” เจ้าพงษ์ภมรถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มๆ และหญิงสาวก็รีบพยักหน้าตอบรับด้วยความตื่นเต้น“ใช่ค่ะ ฉันชอบเสียงเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านรวมอยู่ด้วย รู้สึกราวกับว่าสามารถสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น ดูเพ้อเจ้อไปหน่อยใช่ไหมคะ แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ” บัวชมพูบอกอย่างอายๆ แต่คิมหันต์กลับเชื่อเธออย่างสนิทใจ เพราะเมื่อบ่ายบัวชมพูก็เพิ่งแสดงให้เขากับกู๋ซ่งได้เห็นว่า เธอคนนี้มีสายตาที่มองทุกอย่างด้วยความลึกซึ้งเพียงใด แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว ที่เห็นความพิเศษนี้“คุณคิมโชคดีมากนะครับที่มีเลขาสวย แถมยังมองอะไรด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อน” ดวงตาดำจัดเป็นประกายขณะกล่าวชม นั่นจึงยิ่งทำให้คิมหันต์รู้สึกขุ่นเคือง“เอ... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ ว่านั่นจะใช่คุณสมบัติของเลขาที่ดีหรือเปล่า เอาเป็นว่าแค่ดื้อน้อยลงกว่านี้ ผมก็พอใจแล้ว” ประโยคนั้นเหมือนคิมหันต์จงใจดักคอเจ้าพงษ์ภมรกรายๆ แต่คนที่ไม่รู้อะไรอย่างบัวชมพูกลับหันมามองเขาตาเขียว“ฉันจะดื้อเฉพาะกับบางคนเท่านั้นล่ะค่ะ... เอ

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 34

    ชายหนุ่มปรายตามองไปยังกู๋ซ่งซึ่งกำลังนั่งร่วมวงอยู่กับบรรดาเพื่อน ๆ พ่อค้านายธนาคาร และนักธุรกิจหอการค้าระดับจังหวัด บรรยากาศภายในวงนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮาระหว่างนี้ท่านพ่อเมืองก็กล่าวเชื้อเชิญให้ทุกคน คอยจับตามองไปยังเวที ซึ่งเป็นลานกว้างยกพื้นสูงขึ้นศอกหนึ่งที่กลางเรือน เพราะกำลังจะมีการแสดงชุดสำคัญดังนั้นในตอนนี้ เสียงเพลงพื้นเมืองที่บัวชมพูเกิดติดใจก่อนเข้างานก็ได้หยุดบรรเลงลง พร้อมกับมีกลองจังหวะจะโคนหนักหน่วง แผดเสียงดังขึ้นแทน เรียกความสนใจจากแขกในงานให้จับจ้องด้วยความสนใจ“โอ้โห สวยจังเลยค่ะ ฟ้อนหรือคะเนี่ย” บัวชมพูร้องถามด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นหญิงสาวชาวเหนือสวมชุดล้านนา ตัวเสื้อเป็นผ้าแพรแขนกระบอกกับซิ่นลวดลายวิจิตร เกล้าผมทรงสูงประดับดอกไม้ไหว มีสไบคล้องแขน ค่อยๆ ก้าวออกมาวาดลวดลายอ่อนช้อยร่ายรำ“การแสดงชุดนี้เรียกว่าฟ้อนไตครับ เป็นการฟ้อนของชาว ไทใหญ่ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู่แถบนี้ เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง” นักการเมืองหนุ่มคนหนึ่ง ขยับเข้ามาช่วยอธิบาย ส่งให้ท่ากรีดกรายอ่อนหวานของนางรำเหล่านั้น มีความหมายลึกซึ้ง“สวยมากเลยค่ะ ดนตรีที่เล่นประกอบหลังเสียงกลอง

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 33

    แหวกม่านหมอกงาม ยามหนาวสุดเหนือบัวตองเหมือนทองผาเจือ งามเหลือจะพรรณนา อ้อมกอดขุนเขาแม่สะเรียงดังเวียงเทวา สลับซับซ้อนเสียดฟ้า ประหนึ่งว่าวิมานฉิมพลี บัวชมพูได้ยินเสียงเพลงล้านนา บรรเลงด้วยเครื่องสายสะล้อ ซอซึงครวญแผ่วมาตามลมก็พยายามมองหาที่มาของเสียง ส่วนคิมหันต์นั้น พอลงจากรถพร้อมกับเธอได้ เขาก็มัวแต่จับมือทักทายกับบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ภายในงานจึงไม่ทันได้สนใจอะไรต่อเมื่อว่าง และหันมาเห็นหญิงสาวที่ยืนข้างๆ กำลังทำท่าเหมือนมองหาสิ่งใดอยู่ จึงได้เอ่ยถาม นัยน์ตาคมเปล่งประกายระยับอย่างพึงใจ เมื่อเห็นเลขาของตน สวยสะพรั่งอยู่ในเดรสเข้ารูปสีกลีบบัวคอปาด เผยให้เห็นลาดไหล่กลมกลึง“มองหาอะไรอยู่งั้นเหรอคุณเลขาคนสวย” คนรูปหล่อตีหน้ายิ้มแกล้งยั่ว เธอเลยหันมามองค้อน“ไม่ต้องมาปากหวานกับฉันเลยค่ะ ฉันไม่หลงกลคุณหรอก” หญิงสาวประชด คิมหันต์ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาจึงแค่หัวเราะร่วน“เธอสวยจริง ๆ คืนนี้ สวยหวานกว่าวันที่ทำงานเป็นนักร้องในบาร์ของพอลลีนวันนั้นอีก แต่ครั้งนั้นก็สวยเปรี้ยว เซ็กซี่เป็นบ้า ทำเอาฉันเพ้อติดกันไปหลายคืน”คราวนี้บัวชมพูนึกอยากหาอะไรมาทุ่มใส่หน้าเขาจริง ๆ หญิงสาวถอนหายใจอย่างร

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 32

    “ขอโทษบัวชมพู ฉันขอโทษ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ มันว้าวุ่นไปหมดเลยตอนนี้ พลาดหวังเจ็บใจ และแค้นภาสกรปนกัน ไปหมด ใจเย็นๆ ก่อนนะ ยกโทษให้ฉันก่อน” คนผิดรวบมือเธอไว้แล้วพยายามแก้ตัว แต่หญิงสาวไม่อยากฟัง“ไปให้พ้น คนบ้า คุณมันบ้า... และฟังเอาไว้นะ ฉันจะลาออก” บัวชมพูสะบัดตัวเดินหนี ริมฝีปากเห่อแดงเพราะรสจุมพิตแสน วาบหวามของอีกฝ่าย เธอขบเม้มมันเข้าหากันอย่างนึกแค้นเคืองแต่คิมหันต์กลับรั้งมือไว้ให้หันมาสบตา นัยน์ตาสีสนิมจับจ้องดวงหน้าสวยหวานด้วยความรู้สึกผิด“ฉันขอโทษ ขอโทษจริง ๆ... สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก จะให้ฉันชดใช้ยังไงก็ได้ แต่ได้โปรด... อย่าลาออกเลยนะ อย่าไปไหนเลย อยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ... ฉันไม่เคยขอร้องใครเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก” ประโยคนั้นของเขาหลุดรอดออกมาอย่างยากลำบาก เห็นได้ชัดว่าคนอย่างคิมหันต์ไม่เคยต้องขอร้องใครจริง ๆ บัวชมพูเองเมื่อได้ยินยังอดไม่ได้ที่จะหันมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายด้วยแววตัดพ้อ แต่คิมหันต์ก็ยังจ้องตอบเธอด้วยความสัตย์ซื่อจริงใจเช่นเดิม “คุณนี่มัน”และในท้ายที่สุด เธอก็ใจอ่อน เลขาสาวถอนหายใจ

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 31

    “ให้ยังไง มันก็เป็นเรื่องแย่สำหรับฉันอยู่ดี เธออย่าทำเหมือนรู้ทุกอย่างไปหน่อยเลย” ท้ายประโยคคิมหันต์พาล ตะกอนอารมณ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละน้อย จนทำให้เขาเผลอเอ่ยประโยคระบายความหงุดหงิดออกมา “เธอใส่ใจสังเกตสังกาฉันดีขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าสนใจจะเป็นมากกว่าเลขาให้ฉันแล้ว ถ้าอยากเปลี่ยนใจขึ้นมาล่ะก็ บอกได้ทุกเวลาเลยนะ ฉันรออยู่เสมอ” คนรูปหล่อแกล้งยั่ว ดวงตาสีสนิมคมจัดเปล่งประกายสมใจ ที่ได้เห็นอารมณ์สุนทรีของเธอสะดุดลงเช่นเดียวกับเขาเหมือนกัน“คุณนี่มันมีพรสวรรค์ทำให้คนเกลียดได้ไม่เลือกเวลาจริง ๆ กรุณาอย่าพูดมั่วๆ ที่ฉันบอกไปน่ะ เพราะหวังดีกับคุณหรอก แต่เห็นได้ชัดว่าคนพาลอย่างคุณ ไม่คู่ควรกับความหวังดีเลยซักนิด” พูดจบ บัวชมพูก็ตั้งท่าจะลุกหนี แต่ถูกคิมหันต์รั้งข้อมือไว้เสียก่อน“หวังดีงั้นเหรอ มาหวังดีกับฉันทำไม ท่าทางเธอเกลียดขี้หน้าฉันจะตาย อยากยั่ว สมน้ำหน้า หรือลองใจ ไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ฉันเจ็บใจจนจะคลั่งตายอยู่แล้ว” เจ้าของร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนตาม มือหนาหนักกระชับข้อมือบางไว้มั่น ดวงตาสีสนิมของเขาแฝงแววเจ็บปวด นาทีนั้นเอง บัวชมพูจึงมองคิมหันต์ต่างไปเธอสัมผัสได้ว่าเขากำลังอยู่ในช่ว

  • บุพเพทะเลดาว   บุพเพทะเลดาว : บทที่ 30

    เธอวางกรอบรูปของมารดาไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วยิ้มให้กับคนในภาพนิดหนึ่ง ก่อนทอดสายตามองไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอก ที่ยื่นยาวไปจนจดริมน้ำ จากนั้นก็ลุกขึ้นก้าวผ่านประตูออกมายังบริเวณที่หมายตาลำน้ำปายช่วงหน้าหนาว บัดนี้ตื้นเขินเสียจนแลเห็นพื้นกรวดทรายสีสวยด้านล่าง ลมหนาวพัดมาอีกระลอก ทว่าฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลับตรึงสายตาคนมองให้ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร“ไม่หนาวหรือไงบัวชมพู” เสียงทุ้มเข้ม ท้วงขึ้นเมื่อคิมหันต์บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเธอนั่งแช่เท้าอยู่ริมน้ำพอดี“ก็เย็นอยู่เหมือนกันนะคะ แต่ฉันว่าอากาศกำลังสบาย แล้วนี่บ้านพักของคุณอยู่แถวนี้เหมือนกันเหรอคะ” เธอถามกลับด้วยความสงสัยหญิงสาวมองคิมหันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสีอ่อน สวมทับบนเสื้อยืดคอกลมสีขาว เรื่อยมาจนถึงกางเกงขาสั้นทรงสวยราคาแพง แม้ชายหนุ่มจะอยู่ในชุดง่ายๆ แต่ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดน้อยลงเลย จะว่าไป เวลาที่เขาทอดเสียงอ่อนพูดจากับเธอดี ๆ บัวชมพูยังอดใจสั่นไม่ได้ด้านคนที่เพิ่งเดินผ่านมา เมื่อถูกถาม คิ้วเข้มก็เลิกขึ้น นึกประหลาดใจในท่าทีแจ่มใสของอีกฝ่าย“ใช่... เดินเลาะไปตามสะพานนี่ไปอีกหน่อย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status