ログイン“อาปิน ลากตัวหมอนั่นออกไป แล้วจัดการสั่งสอนมันด้วยว่า อย่าได้คิดเสนอหน้ามายุ่งกับเมียฉันอีก” จบประโยคนั้น คนสั่งก็อุ้มบัวชมพูออกมาโดยไม่สนใจว่าเธอจะขัดขืนหรือทุบตีเขาหนักมือเพียงใด แผงอกของชายหนุ่มในคืนนี้แกร่งยิ่งกว่าหิน อีกทั้งหัวใจที่แห้งเหี่ยว มานาน ฉับพลันกลับพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แม้กระทั่งพอลลีนที่รีบรุดตามออกมาเจรจาขอตัวน้องสาวคืนก็ยังต้องหยุดตัวเองเอาไว้ “กลับไปบอกคุณแม่อรณีว่าผมขอเวลาเคลียร์กับบัว อ้อ ไม่ใช่สิ ขอเวลาเคลียร์เรื่องยุ่งๆ กับเมียตัวเองซักสองวัน จากนั้นจะรีบกลับไปจัดการสู่ขอตามประเพณี ไม่ต้องเสียเวลาปฏิเสธนะ เพราะภายในสองวันนี้ผมจะทำให้บัวชมพูท้องกลับมาแน่นอน”คนที่ทั้งรักทั้งโกรธประกาศกร้าวอย่างอหังการ บัวชมพูได้ยินอย่างนั้นก็นึกโมโห แทบอยากกางกรงเล็บข่วนหน้าเขา แต่ก็ถูกอีกฝ่ายก้มหน้าลงมาขู่ “ถ้าคิดว่าการที่อยู่ๆ เธอก็หายตัวไปเกือบหกเดือน ยังทำให้ฉันโมโหจนคลั่งไม่พอ จะออกฤทธิ์ออกเดชมาอีกแค่ไหนก็ได้ ยิ่งดื้อเท่าไร ฉันยิ่งมีวิธีลงโทษเธอหนักขึ้นเท่านั้น สำหรับฉัน โซ่แส้กุญแจมือไม่ใช่ของหายากเลย รู้ไว้” พูดจบเขาก็พาหญิงสาวเดินออกมาจากที่นั่นท่ามกลางอาการตกตะลึงของทุกคน
もっと見るท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงประกาศผลรางวัลนักธุรกิจดีเด่นของสมาคมผู้ประกอบการ
คิมหันต์นักธุรกิจหนุ่มตระกูลดัง ขวัญใจสาวๆ ค่อนประเทศ นั่งละเลียดจิบแชมเปญอย่างใจเย็นอยู่ที่โต๊ะวีไอพี สายตาเขาประเมินดูผู้คนในงานด้วยแววตาหยามหยัน
เมื่ออารมณ์เบื่อมีมากจนเกินพอ ชายหนุ่มก็จัดการยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ภาพนั้นทำให้เจ้าสัวจรินทร์ผู้เป็นปู่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์
“อาคิม ลื้อเพลาๆ เรื่องดื่ม แล้วก็เรื่องผู้หญิงลงหน่อยได้มั้ย อั๊วชักจะหมดความอดทนกับลื๊อแล้วนะ” เจ้าของอาณาจักรธุรกิจ หมื่นล้าน ร่ำรวยมั่งคั่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งยังเป็นประธานในงานเลี้ยงคืนนี้ กล่าวตำหนิหลานชายคนโปรดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่คนฟังหาได้สะทกสะท้านไม่
“คุณปู่โมโหผมเรื่องอะไร โมโหที่ผมทำตัวเสเพล หรือโกรธเพราะผมพลาดรางวัลนักธุรกิจดีเด่น ที่มันดูปลอม ๆ ปีนี้กันแน่” คิมหันต์ดักคอ ดวงตาคมส่องประกายอย่างคนถือดี และก็คงจะมีแค่คิมหันต์เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่กล้ามองท่านตรง ๆ ด้วยแววตาท้าทายเช่นนี้
“ถึงปลอม แต่มันก็เชิดชูวงศ์ตระกูล และเป็นใบเบิกทางให้แก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัทได้โดยไร้คำครหาก็แล้วกัน เมื่อไรจะรู้ตัวเสียที จะได้เลิกทำตัวเหลวไหล แล้วหันมาทำให้อั๊วภูมิใจเหมือนอย่างลูกหลานคนอื่นเขาบ้าง” คนเป็นปู่ส่ายหน้าระอา แต่ทุกคำที่พูดก็ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้ผลกับหลายชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้
“ถ้าคุณปู่ตั้งความหวังไว้กับไอ้รางวัลบ้าๆ นี่มากนักล่ะก็ ทำไมไม่เอาเงินฟาดหัวกรรมการตาถั่ว เหมือนอย่างที่ไอ้ภาสกรมันทำล่ะครับ รับรองว่าถึงตอนนั้น ผมคงได้รางวัลสมใจปู่แน่” ดวงตาแข็งกร้าวของคนพูดเต็มไปด้วยความชิงชัง เมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่สาม พร้อมกับนึกประหลาดใจที่คุณปู่ยังไปหวังงมงายกับไอ้รางวัลนี้
“คิม มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดกันตอนนี้นะลูก แล้วก็เลิกก้าวร้าวคุณปู่เสียที แม่ฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลย” คุณหญิงอมราผู้เป็นมารดา ซึ่งจับตามองทั้งคู่อยู่นานแล้ว ทนไม่ไหวต้องออกโรงห้ามปราม
“เอาเถอะ ถึงจะแพ้ก็อย่าพาล พ่อคิดว่าคิมควรหันมาทบทวนข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วตั้งใจสร้างผลงานให้มันดีกว่านี้จะดีกว่า เรื่องโกงพ่อไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงอะไรหรอก อีกอย่างภาสกรเองก็มีความคิดความอ่าน และเขาก็เป็นคนขยัน เขาก็มีโอกาสเหมือนกันที่จะได้รางวัลนี้” ท่านชวาล ผู้เป็นบิดา พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้แววตาของลูกชายแข็งกร้าว
ซึ่งทั้งหมดก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนที่มีขีดความอดทนต่ำอย่างเขา ต้องผลุนผลันลุกจากเก้าอี้ไป หันหลังให้งานเลี้ยงสุดหรูพร้อมกับอาการหัวเสีย...
“ไม่ไหวเลยเจ้านี่ มันได้นิสัยเสียๆ แบบนี้มาจากใคร อั๊วอยากจะรู้นัก?” เจ้าสัวจรินทร์สบถตามไล่หลัง ทว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย กลับไม่มีใครกล้าตอบคำถามท่านเลยสักคน ก็เพราะทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ต่างรู้ดีว่า นิสัยรั้นไม่ฟังใครของคิมหันต์ ล้วนถอดแบบมาจากผู้เป็นปู่แทบทั้งสิ้น
ฝ่ายคิมหันต์เมื่อพ้นออกมาจากประตูห้องจัดเลี้ยงได้ เขาก็ฟาดงวงฟาดงาไปตลอดทาง บรรดาผู้ร่วมงาน และพนักงานในโรงแรมที่รู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดีต่างขยาดไม่กล้าเข้าใกล้ กระทั่งหลานชายท่านเจ้าสัวเดินมาพบกับชายหนุ่มอีกคน ท่าทางของฝ่ายตรงข้ามดู
ภูมิฐาน และมีวัยไล่เลี่ยกัน ใบหน้าคมสัน ท่าทางสุภาพ แต่กลับซ่อนแววตาร้ายกาจไว้ภายใต้กรอบแว่นบางเฉียบได้อย่างแนบเนียนคิมหันต์หยุดยืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายทันที ริมฝีปากหยักได้รูปแสยะยิ้มใส่ภาสกรแววตาเหยียด ตั้งใจจะหาเรื่องคนตรงข้ามเต็มที่
“ไง ไอ้กร มึงเหนื่อยมั้ย ที่ต้องคอยตามเอาชนะกูตั้งแต่เด็กจนโต” คิมหันต์โพล่งออกมาอย่างเหลืออด ยิ่งพูดอารมณ์เขาก็ยิ่งขึ้น มือหนาหนักจัดการรวบคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วลากเข้ามาถาม
“มึงมันโรคจิต ไอ้หมาลอบกัด งานที่มึงทำ มีแต่งานเอาหน้า”
“นี่ เบาๆ หน่อยสิคุณคิม นี่มันกลางงานสังคมนะ นึกถึงหน้าตาภัทรกิจเวคินทร์บ้าง... แค่เจ้าสัวมีหลานโง่ๆ วันๆ ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรสักอย่าง แค่นี้ท่านก็กลุ้มจะแย่อยู่แล้ว” ภายใต้ท่าทางไม่สู้คนจากสายตาคนภายนอก ท้ายประโยคภาสกรแอบกระซิบยั่วโมโหคิมหันต์เสียงเบา และเขาก็ฉลาดพอที่จะพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน
“มึงตีสนิทกับพวกกรรมการ ปั้นหน้าเอาดีเข้าตัว แถมยังขโมยไอเดียกูไปเป็นของตัวเองอีกต่างหาก ไอ้หน้าตัวเมีย กูจะบอกอะไรมึงให้ ลูกผู้ชาย เขาไม่ตอแหลกันหรอกโว้ย ไป๊! ไปหากระโปรงมานุ่งซะ” ทุกคำเน้นหนักตามแรงอารมณ์ หลายครั้งแล้วที่เขาปล่อยให้ไอ้กาฝากตัวนี้แผลงฤทธิ์ใส่จนเสียโอกาสดี ๆ ในชีวิตไป และครั้งนี้ก็เช่นกัน
ที่มันทำให้สิ่งที่ปู่เขาวาดหวังไว้ต้องพังทลายไม่เหลือชิ้นดี“เอาอะไรมาพูดคุณคิม จะบอกให้รู้ไว้ ผมไม่เคยคิดร้ายกับคุณเลย และสำนึกบุญคุณของเจ้าสัวมาโดยตลอด ทุ่มเททำทุกอย่าง ทำทุกวันนี้ก็เพื่อธุรกิจของตระกูลคุณ อย่าว่าแต่แรงกายแรงใจเลย แม้แต่ชีวิตยังให้ได้” เมื่อเปล่งเสียงดังขึ้น ภาสกรก็ตีหน้าเศร้า จ้องมองหลานแท้ๆ ของผู้มีพระคุณด้วยดวงตาสัตย์ซื่อ ประกาศชัดต่อหน้าทุกคนที่กำลังมองมาที่เขาว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง
นั่นยิ่งทำให้คิมหันต์นึกชิงชังแกมสมเพชอีกฝ่าย เขาสะอิดสะเอียนความเสแสร้งของพี่ชายนอกไส้เต็มที ชายหนุ่มผลักอกภาสกรออก แล้วจับจ้องด้วยแววตาขึ้งเคียด ก่อนส่ายหน้า
“มึงมันเลว ซักวันเถอะ กูจะกระชากหน้ากากมึงออก ให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ชั่วๆ ของมึง ให้เขารู้กันว่ามึง มันก็สวะดี ๆ นี่เอง”
คาดโทษจบ เจ้าของร่างสูงก็เดินกระแทกไหล่ซ้ำแล้วจากไป บรรดาคุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลายที่เผอิญผ่านมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี จึงอดไม่ได้ที่จะพากันซุบซิบนินทา“งั้นเรื่องที่เขาลือกันว่าหลานชายคนโปรดของเจ้าสัวเป็นพวกชอบใช้กำลัง เอาแต่ใจ ซ้ำยังเป็นอันธพาล วันๆ ไม่ทำอะไร ดื่มจัด มั่วผู้หญิง... ก็เป็นเรื่องจริงสินะ”
ซึ่งเสียงนกเสียงกาที่ดังแว่วมา ก็ทำให้ภาสกรค่อย ๆ คลี่รอยยิ้ม ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนตีหน้าเศร้า พร้อมกับมุ่งหน้าตรงไปยังโต๊ะวีไอพี ซึ่งมีเจ้าสัว และคนอื่น ๆ รออยู่ ตั้งใจแทนที่คิมหันต์ ฉกฉวยทุกอย่างไปจากคนที่เกิดมาแบบครบพร้อมบริบูรณ์ และมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่จุดหมายต่อไป... ที่จะทำให้ทายาทตัวจริงของเจ้าสัวจรินทร์ ต้องกลายเป็นเพียงคนไร้ค่า ที่ไม่มีความหมายอะไร...
.............
เสียงไก่ขันตอนเช้า ปลุกให้คุณอรณีลุกจากที่นอนโดยอัตโนมัติ หญิงวัยกลางคนใบหน้าอารี ยิ้มน้อย ๆ ก่อนตัดสินใจผลักประตูห้องลูกสาว ตั้งใจจะเข้าไปปลุกแม่จอมซน เตือนให้รีบแต่งเนื้อแต่งตัวไปทำงานวันแรก“บัว ตื่นเร็วลูก เดี๋ยวก็สายหรอก วันนี้ทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ” มารดาเขย่าต้นแขนกลมกลึงของเจ้าของผิวเนื้อนวลเนียนอย่างแสนรักใคร่ ฝ่ายเจ้าตัวเองก็รีบงัวเงียตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจ ก่อนจะค่อยๆ ส่งยิ้มหวาน“แม่คะ... เมื่อคืนบัวฝันด้วยค่ะ ฝันว่าเจ้านายของบัวใจดี๊ ใจดี สงสัยจังว่าวันนี้ ฝันของบัวจะเป็นจริงรึเปล่า” บัวชมพูกลั้นใจไขว้นิ้วก่อนโกหกคำโต เพราะแท้จริงนอกจากเธอจะไม่ได้ฝันถึงเจ้านาย คนใหม่ผู้ใจดีแล้ว ยังพลาดไปฝันถึงผู้ชายหยาบคาย ที่ถือวิสาสะขโมยจูบแรกของเธอไปนั่นต่างหาก... ‘ช่างน่าโมโหสิ้นดี’หญิงสาวลุกขึ้นจากที่นอนได้ก็โผเข้ากอดมารดา คุณอรณีเองก็ลูบหลังไหล่ให้ แต่พลัน! มืออบอุ่นคู่นั้นก็ต้องหยุดชะงักลงเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก“บัว! แล้วเมื่อคืนทำไมพงษ์พัฒน์ถึงได้มาส่งหนูช้านักล่ะ” คนถามหรี่ตามองด้วยความสงสัย บัวชมพูเลยหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ก่อนพูดกลบเกลื่อน“เมื่อคืนเจ๊เขาต้องทำบัญชีร้านน่ะ
“ไอ้บ้า ไอ้คนโรคจิต นี่แกจะทำอะไร ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับแก” บัวชมพูขยับตัวหนี ถึงอยากร้อง แต่ก็ไม่กล้าเผยความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น กลัวอีกฝ่ายย่ามใจ คิดรังแกคนไม่มีทางสู้อย่างเธออีกแต่คิมหันต์กลับมองลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนขู่เขาด้วยรอยยิ้มดูแคลน “สวยน่ารักแถมยังเซ็กซี่ขนาดนี้ ไม่ต้องแสดงละครเพื่อให้ตัวเองดูแพงขึ้นหรอก มันเสียเวลา ฉันตั้งใจจะเปย์เธอไม่อั้นตั้งแต่แรกแล้ว” พูดจบนายน้อยแห่งภัทรกิจเวคินทร์ ก็กระดิกนิ้วเรียกอาปิน ซึ่งเป็นทั้งคนสนิท และบอดี้การ์ดส่วนตัว ซึ่งยืนคุมเชิงรออยู่กับพวกลูกน้องไม่ไกล ให้เข้ามาหาและเพียงแค่มองตา หนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าในสูทสีดำราคาแพงก็เข้าใจเจ้านายเป็นอย่างดี เขาจัดการล้วงเสื้อนอกของตนเอง แล้วหยิบเอาเช็คใบหนึ่งออกมายื่นส่งให้“สามแสนเป็นไง แลกกับการเป็นของฉันคืนนี้ คืนเดียว” พูดจบคิมหันต์ก็วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ บรรดาพนักงานในร้านที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน ต่างพากันมองด้วยความสนใจแต่บัวชมพูกลับมองเขาแล้วส่ายหน้า ดวงตาคู่สวยของเธอวาวโรจน์เต็มไปด้วยความโกรธ “นี่คุณตีราคาฉันด้วยเงินงั้นเหรอ เลวที่สุด เงินของคุณอาจซื้อความสุขชั่วคืนจากผู้หญิงคนอื
ผับเล็ก ๆ ที่คิมหันต์เลือกมาดับอารมณ์ บรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับไนต์คลับชั้นสูง ที่ประจำของเขาชนิดเทียบกันไม่เห็นฝุ่น แต่เพราะความเบื่อที่จะเมากับบรรดาเพื่อนงี่เง่าในวงสังคม ผลักดันให้คืนนี้ชายหนุ่ม เลือกที่จะค้นหาความต่าง ยิ่งได้ยินเสียงเพลงโปรดในจังหวะเร้าดังเข้ามากระทบโสต เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตรงดิ่งไปนั่งยังโต๊ะซึ่งอยู่ในมุมที่ดีที่สุดทันที กระหายอย่างเต็มที่ ที่จะได้ย้อมใจตัวเองด้วยเหล้ายี่ห้อโปรด ผู้หญิงสวยๆ สักคน หวังลบลืมเรื่องปวดหัวไปชั่วครู่โต๊ะที่คิมหันต์เลือก ตั้งเยื้องกับหน้าเวทีพอดี เสียงดนตรีจากวงเล่นสดกำลังบรรเลงเพลงดังกระหึ่ม ไม่นานเหล้านอกสนนราคาแพงระยับก็หมดไปเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ถึงอย่างนั้นความโกรธในใจเขาก็ยังไม่จางไป ยิ่งอยู่ดี ๆ เสียงเพลงบนเวทีเกิดเปลี่ยนไปเล่นในจังหวะเนิบช้า นั่นยิ่งทำให้คนฟังหงุดหงิดงุ่นง่านทายาทหมื่นล้านของเจ้าสัวเจี่ย กราดมองตาขวางขึ้นไปบนเวที แต่ทว่า... เมื่อดวงตาคมกริบได้พบเข้ากับเจ้าของดวงหน้าสวยหวาน และเสียงร้องอันมีเสน่ห์ คิมหันต์ก็ถึงกับตกอยู่ในภวังค์ทันทีนักร้องสาวสวยคนนั้น...
ท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงประกาศผลรางวัลนักธุรกิจดีเด่นของสมาคมผู้ประกอบการคิมหันต์นักธุรกิจหนุ่มตระกูลดัง ขวัญใจสาวๆ ค่อนประเทศ นั่งละเลียดจิบแชมเปญอย่างใจเย็นอยู่ที่โต๊ะวีไอพี สายตาเขาประเมินดูผู้คนในงานด้วยแววตาหยามหยันเมื่ออารมณ์เบื่อมีมากจนเกินพอ ชายหนุ่มก็จัดการยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ภาพนั้นทำให้เจ้าสัวจรินทร์ผู้เป็นปู่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์“อาคิม ลื้อเพลาๆ เรื่องดื่ม แล้วก็เรื่องผู้หญิงลงหน่อยได้มั้ย อั๊วชักจะหมดความอดทนกับลื๊อแล้วนะ” เจ้าของอาณาจักรธุรกิจ หมื่นล้าน ร่ำรวยมั่งคั่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งยังเป็นประธานในงานเลี้ยงคืนนี้ กล่าวตำหนิหลานชายคนโปรดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่คนฟังหาได้สะทกสะท้านไม่“คุณปู่โมโหผมเรื่องอะไร โมโหที่ผมทำตัวเสเพล หรือโกรธเพราะผมพลาดรางวัลนักธุรกิจดีเด่น ที่มันดูปลอม ๆ ปีนี้กันแน่” คิมหันต์ดักคอ ดวงตาคมส่องประกายอย่างคนถือดี และก็คงจะมีแค่คิมหันต์เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่กล้ามองท่านตรง ๆ ด้วยแววตาท้าทายเช่นนี้“ถึงปลอม แต่มันก็เชิดชูวงศ์ตระกูล และเป็นใบเบิกทางให้แก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัทได้โดยไร้คำครหาก็แล้วกัน











