Se connecter“ไอ้บ้า ไอ้คนโรคจิต นี่แกจะทำอะไร ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับแก” บัวชมพูขยับตัวหนี ถึงอยากร้อง แต่ก็ไม่กล้าเผยความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น กลัวอีกฝ่ายย่ามใจ คิดรังแกคนไม่มีทางสู้อย่าง
เธออีกแต่คิมหันต์กลับมองลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนขู่เขาด้วยรอยยิ้มดูแคลน “สวยน่ารักแถมยังเซ็กซี่ขนาดนี้ ไม่ต้องแสดงละครเพื่อให้ตัวเองดูแพงขึ้นหรอก มันเสียเวลา ฉันตั้งใจจะเปย์เธอไม่อั้นตั้งแต่แรกแล้ว” พูดจบนายน้อยแห่งภัทรกิจเวคินทร์ ก็กระดิกนิ้วเรียกอาปิน ซึ่งเป็นทั้งคนสนิท และบอดี้การ์ดส่วนตัว ซึ่งยืนคุมเชิงรออยู่กับพวกลูกน้องไม่ไกล ให้เข้ามาหา
และเพียงแค่มองตา หนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าในสูทสีดำราคาแพงก็เข้าใจเจ้านายเป็นอย่างดี เขาจัดการล้วงเสื้อนอกของตนเอง แล้วหยิบเอาเช็คใบหนึ่งออกมายื่นส่งให้
“สามแสนเป็นไง แลกกับการเป็นของฉันคืนนี้ คืนเดียว” พูดจบคิมหันต์ก็วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ บรรดาพนักงานในร้านที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน ต่างพากันมองด้วยความสนใจ
แต่บัวชมพูกลับมองเขาแล้วส่ายหน้า ดวงตาคู่สวยของเธอวาวโรจน์เต็มไปด้วยความโกรธ “นี่คุณตีราคาฉันด้วยเงินงั้นเหรอ เลวที่สุด เงินของคุณอาจซื้อความสุขชั่วคืนจากผู้หญิงคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่กับฉัน เอามันกลับไป ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวยังหยิบเช็คมูลค่าหลายแสน ปาใส่หน้าเขาอย่างไม่แยแส เคราะห์ดีที่คิมหันต์หลบทัน แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ปะทะคารมกันไปมากกว่านี้ แสงแฟลชจากกล้องของปาปารัสซี่ก็สว่างวาบขึ้นครั้งหนึ่ง จากนั้นบรรดาลูกน้องที่เหลือของเขาต่างก็ลุกฮือ เคลื่อนไหวทันที แต่ละคนต่างรู้ดีว่า
ทำพลาด ที่ปล่อยให้นักข่าว ลอบเข้ามาเก็บภาพเจ้านายไปแบล็คเมล์ได้ ปฏิบัติการไล่ล่าจึงเริ่มต้นฝ่ายชายหนุ่ม ด้วยความเจ็บใจที่ต้องตกเป็นเหยื่อถูกภาสกรทำลายชื่อเสียงได้อีก ทำให้ความโกรธของเขาหวนกลับมาอีกครั้ง มือข้างหนึ่งฉวยได้ขวดเหล้า ก็ปาออกไปไล่หลังนักข่าวคนนั้นเต็มแรง แต่ก็อีกที่เจ้านั่นจะรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
บัวชมพูเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็หน้าเจื่อน จากที่กลัวคิมหันต์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอจึงยิ่งขยาดเขาไปกันใหญ่
“ว่าไง เวลาฉันมีไม่มาก จะเรียกเท่าไรก็ว่ามา แต่คืนนี้เธอต้องอยู่บนเตียงกับฉัน” คิ้วเข้มเลิกขึ้นขณะถาม จากนั้นจึงค่อยหันไป
สั่งการลูกน้องเสียงเข้ม“อาปิน ตามไปเอารูปพวกนั้นกลับมาให้ได้ ถ้าเรื่องรู้ไปถึงหู อากงอีก คราวนี้อั๊วจบเห่แน่” สั่งเสร็จก็หันมาคว้าข้อมือบัวชมพู แต่เธอสะบัดออกอย่างนึกรังเกียจ ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่พอลลีนเดินเข้ามาพอดี
ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นว่าหนุ่มรูปหล่อที่กำลังแสดงท่าทีคุกคาม
รุ่นน้องอยู่เป็นใคร ก็รีบเข้ามาแทรกกลาง แล้วยกมือขอโทษขอโพย บัวชมพูเลยต้องมองหน้ารุ่นพี่สาวอย่างงงๆ“ไหว้คุณคิมเสียสิบัวชมพู” พอลลีนสั่ง จากนั้นก็หันมายิ้มหวานใส่หลานชายเจ้าสัวเจี่ยคนดัง “แหม ขอโทษจริง ๆ นะคะคุณคิม
จนร้านปิด พอลลีนถึงได้เห็นว่าคุณมา ว่าแต่มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ นี่บัวชมพู รุ่นน้องของพอลลีนเอง” คนหัวไวรีบกล่าวแนะนำตัว และดูเหมือนคิมหันต์จะไม่ได้สนใจว่าใครเป็นใคร“มาก็ดีแล้ว ฉันจะนอนกับเด็กคนนี้ อยากเรียกค่าตัวเท่าไรก็ว่ามา จะได้พาออกไปจากที่นี่เสียที ปาปารัสซี่ตามแจ น่ารำคาญชะมัด” สบถจบก็ถือวิสาสะโอบไหล่ขาวเนียนผุดผาด แต่บัวชมพูรีบปัดออกพร้อมกับขึงตาใส่
คนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจึงเป็นพอลลีน ต้องรีบจีบปากจีบคอบ่ายเบี่ยง “เอ่อ คุณคิมคะ บัวชมพู ไม่ใช่เด็กอย่างว่าค่ะ อีกอย่างร้านของพอลลีนก็ไม่ได้ทำการค้าในลักษณะนี้ด้วย แต่คุณคิมอย่าเพิ่งโกรธกันเลยนะคะ พอลลีนพอจะติดต่อคนอื่นให้ได้” สีหน้าคนพูดมีท่าทีร้อนใจ เนื่องจากใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าทายาทอันดับหนึ่งของภัทรกิจเวคินทร์คนนี้ ไม่ชอบให้ถูกขัดใจ
“ไม่ ต้องเป็นบัวชมพูคนเดียวเท่านั้น... ว่าไง ฉันจะนอนกับเธอ อยากได้เท่าไร เป็นล้านก็ให้ได้ แลกกับคืนนี้คืนเดียว” ท้ายประโยคคนรูปหล่อ หันมาจ้องหน้าเธออย่างคาดคั้น
แต่คนอย่างบัวชมพู มีเหรอจะยอม เธอจ้องเขาตอบด้วยความเกลียดชัง จากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เผียะ!
“ไอ้หื่น แกเก็บเงินของแกไว้รักษาอาการโรคจิตของตัวเองจะดีกว่า ต่อให้โลกนี้มีผู้ชายเหลือแค่แกคนเดียว ฉันก็ไม่มีวันยอม จำไว้” พูดจบบัวชมพูก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปทันที คิมหันต์คิดจะฉวยข้อมือเธอไว้ แต่พอลลีนรีบกั้นกลางเสียก่อน เจ้าของร้านรีบยกมือไหว้ ซึ่งพอดีกับอาปิน ได้กลับเข้ามารายงานขัดจังหวะพอดี เรื่องที่ลูกน้องทั้งหมดไม่สามารถจับตัวนักข่าวรายนั้นได้ และมันอาจซ่อนตัวเพื่อเก็บภาพน่าสนใจต่ออีก ชายหนุ่มจึงต้องยอมรามือ กลับออกไปตั้งหลัก ทั้ง ๆ ที่อารมณ์ขุ่นมัวยังคั่งค้างอยู่ข้างใน
‘ฝากไว้ก่อนเถอะบัวชมพู อย่าให้ฉันเจอเธออีกก็แล้วกัน ไม่งั้นล่ะก็ จะจับกินไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกเลยคอยดู”
……….
“ครั้งนี้เราอยากให้คุณบัวร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยนะคะ โดยให้เป็น แม่ข่ามของป๋อง เพราะป๋องเขาไม่มีแม่ ได้กุศลมากเลยค่ะ กู๋ซ่งก็เห็นดีด้วย” ขวัญแก้วอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น เห็นได้ชัดว่าหลังจากแต่งงานแล้ว ขวัญแก้วสามารถทำหน้าที่ภรรยาให้กับเจ้าพงษ์ภมรได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งผู้เป็นสามีก็คอยตามประคบประหงมเอาใจภรรยาท้องอยู่ไม่ห่าง ซึ่งผิดกับคิมหันต์ วันนี้เขาเลือกไปรับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นบ้าๆ นั่น แทนที่จะมากับเธอ...ครั้นช่วยกันแต่งตัวให้เด็ก ๆ เสร็จ ไม่นานกู๋ซ่งก็ขึ้นมารับทั้งหมดลงไปร่วมขบวนแห่ ซึ่งกำลังระดมพลออกันอยู่ที่ด้านหน้าสำนักงาน“อะแฮ่ม ขอแพรวร่วมขบวนไปด้วยคนนะคะคุณแม่ๆ” เจ้าของเสียงหวานใส ที่เพิ่งเดินทางมาถึงแอบย่องเข้ามาเกาะเอวบัวชมพู พร้อมกับกระซิบบอก เธอจึงหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความยินดี“อ้าวคุณแพรวมาถึงพอดี ถ้ามาช้ากว่านี้ บัวคิดว่าเราคงต้องหาตะแปส่างลอง[1]คนใหม่แล้วล่ะค่ะ เพราะก่อนคุณแพรวจะมา พ่อเลี้ยงภูพญาร่ำร่ำ จะออกไปตามตัวคุณมาให้ได้ ทำเหมือนว่าอยู่ไกล ทั้ง ๆ ที่คู่หมั้นก็อยู่ที่ภัทรกิจฮิลล์แค่นี้เอง” คนท้องห้าเดือนกล่าวสัพยอก แต่ขณะที่ยิ้มแล้วผินหน้ากลับมา ตั้งใจว่า
“อื้อ พี่คิม ไม่เอาแล้วค่ะ พี่คิมทำบัวช้ำไปหมดแล้ว”แต่แทนที่ชายหนุ่มจะสำนึก คนเอาแต่ใจตัวเองกลับดื้อแพ่ง เลื่อนมือลงไปบีบเคล้นสองเต้าอย่างยั่วเย้า แล้วก้มลงดูดกลืนยอดอกเธอเพื่อเร้าอารมณ์สลับกัน“ตอนแรกกะว่าจะนอนพัก แต่บังเอิญนึกขึ้นได้ว่าอุตส่าห์บอกแม่ยายให้รอหลาน พี่ก็เลยจะช้าไม่ได้ บัวให้ความร่วมมือหน่อยก็แล้วกันนะ พี่มีเวลาแค่สองคืนเท่านั้น” จบประโยคนั้นแม้คิมหันต์จะได้รับการปฏิเสธ แต่เขาก็ยังเดินหน้ารุกต่อ ระดมจูบลูบไล้ไปทุกสัดส่วนอันสะคราญตาของหญิงสาว กระทั่งปลายลิ้นอุ่นร้อนโลมเลียมาถึงท้องน้อยของบัวชมพู ปราการต่าง ๆ ที่เธอตั้งมั่นไว้ ก็ถูกคนที่กำลังระดมจูบส่วนที่ลี้ลับที่สุดของกายสาว ตีแตกพ่าย ไปหมดสิ้น“อื้อ พี่คิมจะ จะทำอะไร ปละปล่อยบัวนะ อื้อ อย่าก้มลงไป พอแล้ว” หญิงสาวสูดปาก ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม เรือนกายท่อนล่างถูกบางอย่างอุ่นร้อนรุกล้ำปรนเปรอ ความเสียวซ่านแสนอ่อนโยนที่ได้รับ ทำให้หัวใจดวงน้อยไม่อาจต้านทาน ความทรมานที่แสนสุขล้ำได้อีกต่อไป“พี่คิมขา บัว อื้อ... พะ พะพอก่อนค่ะ บัวยะ... ยอมแล้ว เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อน” เสียงหวานแหบพร่า เธอพูดจากระท่อนกระแท่นเพราะถูกเขาแกล้ง
บัวชมพูยกมือขึ้นไล้แก้มสากระคายของคนที่ทาบทับลงมาบนตัวเธออีกครั้ง พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขาน้อย ๆ ครั้นเห็นอย่างนั้นคิมหันต์ก็รวบมือน้อยข้างนั้นมาจูบหนักๆ ก่อนวางมันลง แล้วโน้มใบหน้าพรมจูบที่หน้าผากเธอ รับรู้ได้ถึงสายใยความรักที่เริ่มถักทอสื่อถึงกันอีก ครั้งหนึ่ง...ลมหนาวพัดพากลีบดอกไม้โปรยปรายเข้ามาอวยพรให้กับคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเสน่หา ทุกสิ่งต่างเป็นใจเมื่อบุพเพชักพา ให้ความสุข ความหวานล้ำ หวนกลับคืนมาสู่หัวใจทั้งสองดวง…คิมหันต์จุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนประกบจูบบัวชมพูอย่างอ่อนโยน เมื่อแรกริมฝีปากเพียงแค่แตะแต้มหยอกเอิน เป็นการทบทวนสัมผัสคุ้นเคยระหว่างกัน แต่จากนั้นก็ดูเหมือนกับว่าต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยความโหยหาออกมาอย่างหนักหน่วง ทั้งบัวชมพู และคิมหันต์ ต่างบดจูบดูดดื่มแลกเปลี่ยนกันชนิดไม่มีใครยอมใครจนสมใจ คิมหันต์ก็ตรึงปลายคางเธอไว้ พร้อมกับกระซิบเสียงแผ่ว “พี่รอให้เรามีคืนนี้มานานเท่าไรแล้วรู้ไหมบัว หกเดือน หกเดือนที่แสนทรมาน หกเดือนที่เฝ้าคิดถึงแต่บัว และกว่าพี่จะผ่านไปแต่ละวันแต่ละคืนได้ มันยิ่งกว่าทรมาน”“พี่คิดถึงแก้มหอมๆ ของบัว คิดถึงตาโตๆ หวานฉ่ำเวลาถูกพี
“แต่เหมือนฉันจะได้ข่าวมาว่า เอ่อ คุณแพรวถึงขั้นเกือบถูก ขืนใจนะคะ ยังไงคุณก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” เมื่อบทสนทนาดำเนินมาจนถึงช่วงที่ยากที่สุด คิมหันต์ก็ตัดสินใจอุ้มบัวชมพูเดินเข้าบ้าน “เรื่องมันยาว ยิ่งดึกตรงนี้น้ำค้างยิ่งแรง เข้าไปคุยกันต่อ บนเตียง เอ่อ พี่หมายถึง คุยกันต่อในบ้านดีกว่า” ชายหนุ่มพลั้งปาก แต่มันกลับช่วยกลบเกลื่อนบรรยากาศเคร่งเครียดได้ดีบัวชมพูเห็นว่าเธอไม่มีทางไป จึงจำใจต้องยอมตาม แต่ทันทีที่ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลง คิมหันต์ก็กลับแปลงร่างกลายเป็นปลาหมึกยักษ์ทันที เขาลงมือกอดจูบซุกไซ้ไปทั่วแก้มเนียน และซอกคอขาวผ่อง ของหญิงสาว ก่อนจะรุนหลังให้เธอถอยหลังก้าวผ่านประตูห้องนอนเข้าไป พร้อมกับช้อนอุ้มร่างบางวางลงบนเตียงบัวชมพูตั้งหลักไม่ทันก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยประกายขุ่นเขียว“หยุดเดี๋ยวนี้นะ คนฉวยโอกาส คุณห้ามแตะต้องตัวฉันเด็ดขาด ถ้าคุณยังไม่เคลียร์ตัวเองให้ขาวสะอาดเสียก่อน”ขณะที่คิมหันต์กำลังจะก้มลงฟอนเฟ้นทรวงอกนุ่มหยุ่น เขาก็ต้องส่ายหน้า “เฮ้อ จะทำรักกับเมียตัวเองทั้งที ทำไมมันถึงได้ยากเย็นอย่างนี้” คนตัวโตจึงจำต้องพลิกตั
แต่ทั้งคู่ยังไม่ทันได้ปรับความเข้าใจกัน เครื่องก็ลงจอดเสียก่อน แถมยังเป็นเวลาดึกมากแล้วด้วย คิมหันต์จึงรีบพาบัวชมพูเข้าที่พัก หากคราวนี้เขาไม่ได้พาเธอตรงไปยังบ้านพักหลังเดิมของหญิงสาว แต่กลับพาเธอเดินข้ามสะพานไม้ มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวทะเลหมอกที่บัวชมพูได้แต่หมายตาว่าจะต้องขึ้นไปชมมันให้ได้ เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่นี่ตลอดทางเดินข้ามสะพานนั้น มีตะเกียงจุดไฟส่องสว่าง ห้อยขนานไปตลอดเส้นทาง และเมื่อต่างฝ่ายต่างเดินขึ้นมาบนเนินได้สำเร็จ บรรยากาศของทะเลดาวในยามราตรี ที่หมู่มวลดวงดาราพร้อมใจกันส่องแสงวับวาวอยู่เต็มผืนฟ้า ก็สร้างความตระการต ให้บัวชมพูรู้สึกได้ถึงพลังความมหัศจรรย์ของพลังธรรมชาติที่สร้างสรรค์เธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่ามันจะสวยได้ถึงเพียงนี้ ดวงดาวบนฟ้าเลื่อนลอยคล้อยต่ำลงมา จนเหมือนกับว่าจะสามารถเอื้อมมือคว้ามาได้กระนั้น “ที่นี่สวยเหลือเกิน สวยสมกับที่คุณสั่งให้คนทุ่มเทสร้างสะพานไม้พาขึ้นมา” บัวชมพูเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง แถมยังถือวิสาสะโอบเอวเธอไว้ แต่เซอร์ไพรส์ของคิมหันต์ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เขายังบุ้ยใบ้ให้เธอมองตามไปอีกฝั่ง ครั้นพอหญิงส
“ก็เพราะจดหมายลาออกของเธอนั่นยังไง ที่ทำให้ฉันเกิดนึกถึงที่นี่ขึ้นมา จนต้องหวนกลับมารำลึกความหลัง และคืนนี้ก็เป็นโชคดีของฉันจริง ๆ ที่หาเมียตัวเองเจอเสียที” บัวชมพูได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหน้าม้าน “อย่ามาโมเม ใครเป็นเมียคุณไม่ทราบ คนโกหกหลอกลวงอย่างคุณ สมควรต้องอยู่คนเดียว” “ฉันไม่เคยหลอกลวงใคร โดยเฉพาะเธอ แต่เรื่องนี้ไว้เราค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้ขึ้นเครื่องไปกับฉันก่อน” เขาบอกง่ายๆ พร้อมกับอุ้มเธอลงจากรถ แล้วเดินตรงดิ่งไปยังเครื่องบินเล็กที่จอดรออยู่ทันทีมาถึงตอนนี้หญิงสาวเริ่มมองเขาอย่างหวาดระแวง “นี่คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่อยากไปกับคุณ แค่นี้คุณยังทำฉันเจ็บปวดใจไม่พออีกหรือไง” คิมหันต์จึงสวนกลับมาทันควัน “ประโยคนี้ต้องเป็นฉันต่างหากที่ถามเธอ และเด็กดื้ออย่างเธอจะไปไหนได้ นอกจากต้องพากลับบ้าน ไปนอนบนเตียง” คนที่อารมณ์กำลังคุกรุ่นกระชากเสียงบอก ท้ายประโยคนัยน์ตาสีสนิมลามเลียไปทั่วเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นเสื้อคอปาด เผยขึ้นมาให้เห็นรำไร “ลามก หยาบคาย อดอยากปากแห้งนักหรือไงถึงได้ต้องกลับมากินของเก่า คุณมีคู่หมั้นอย
บรรดาแขกผู้ชายมองเธอจนตาปรอยพร้อมกับกลืนน้ำลา แต่ทว่าบทเพลงไพเราะที่เธอขับร้องออกมานั้นช่างแสนเศร้า…...สายลม ย้ำเตือน ความเจ็บปวด ในใจฉัน แม้ทุกอย่างสลายหายไปดั่งหมอกควัน แต่แผลจากความรักนั้นไม่เคยลบเลือน...ครั้นเมื่อตัวโน้ตสุดท้ายสิ้นสุดลง ท่ามกลางเสียงตบมือเกรียวกราว ผู้ชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจา
ครั้นคิมหันต์หันกลับมาเห็น เขาก็ตรงเข้าสวมกอดทั้งคู่ด้วยความขอบคุณทันที ถ้าไม่ได้สองคนนี้ช่วยเกณฑ์กำลังคนร่วมค้นหา รวมทั้งช่วยติดต่อประสานงานหาข่าวกับผู้คนในท้องถิ่นให้ เขาคงตามหาตัวนายเม่นมาช่วยง้างปากพี่ชายมันไม่ได้“จุดผ่อนปรนทั้งหมดพวกเราให้คนค้นหาแล้วไม่พบครับ แต่ยังเหลืออยู่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่ง
เห็นอย่างนั้นคนที่นอนกอดอยู่ใต้ร่างก็ยิ้มอย่างเอ็นดู เขาจัดการพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ ไม่ลืมเอื้อมมือไปปิดไฟข้างหัวเตียง ซึ่งเป็นอันรู้กันว่านี่คือช่วงเวลาที่เขาไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวน…เสียงหอบกระเส่า คละเคล้ามากับเสียงครวญครางของความรัญจวน จุมพิตผ่าวร้อนของคิมหันต์ฝังลึกเข้าที่ซอกคอขาวผ่อ
แต่เธอกลับต้องเป็นฝ่ายร้องเสียงหลงเสียเอง เมื่อเขาหันมาแล้วแกล้งเธอกลับ เอวบางถูกยกขึ้นสูงจนตัวลอยขึ้นฟ้าก่อนพาเธอหมุนเป็นวงกลม แม้บัวชมพูจะตกใจ แต่เมื่อเธอมองขึ้นไปแล้วเห็นม่านดอกไม้แสนหวานสีชมพูด้านบน อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือคว้า หญิงสาวก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสดใส “หย







