แชร์

บทที่ 1.5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-11 09:47:18

นางส่งอันซีเซียงให้เขา “เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนเสียมันช่วยแก้ปวดได้”

เขารับไปและส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างว่าง่าย

“ข้าต้องเย็บแผลหลายแห่ง มันจะเจ็บมาก” นางกล่าวหลังจากเอื้อมมือไปดึงปิ่นตัวหนึ่งซึ่งใช้ยึดเกี้ยวรัดมวยผม นางเก็บเข็มเย็บผ้าเล่มหนึ่งเอาไว้กับตัวเสมอ การเย็บแผลที่นางเคยลองพิสูจน์ให้บิดาเห็นว่ามันช่วยในการรักษาแผลที่ฉีกขาด ทั้งยังเยียวยาได้รวดเร็วกว่าการโปะสมุนไพรเพียงอย่างเดียว

นางดึงเส้นผมของตัวเองออกมาร้อยกับเข็ม “ข้าจะทำให้ท่านสลบมันจะง่ายกว่ามาก”

ซองเข็มขนาดเล็กที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันถูกดึงออกมาจากถุงลับในตัวเสื้อ

“ได้”

นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจหลังพบว่าเขาว่าง่ายจนนางพูดไม่ออก แต่ต่อมาเขากลับทำให้นางโมโหขึ้นทันทีที่ได้ยิน

“หากข้าตายรบกวนเจ้านำป้ายหยกบนตัวข้าไปส่งข่าวที่จวนผู้บัญชาการเสิ่น บอกเขาว่า...”

หลิงอวิ๋นจิ้มเข็มทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขาพล่ามจนจบ นางถลึงตาให้เขาก่อนลงมือรักษาเขาด้วยท่าทีโกรธกรุ่น

“เห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีหรอกนะตี๋น้อย ข้าน่ะศิษย์รักของอาจารย์หลิงหนานเชียวนะ!”

ดังนั้นแม้เปลืองเรี่ยวแรงไปมาก แต่จนแล้วจนรอดคนไข้ที่เป็น...มนุษย์คนแรกของหลิงอวิ๋นก็ยังไม่ตาย แม้เขายังไม่รู้สึกตัวตอนที่นางจากมา แต่นางมั่นใจว่าในวันรุ่งเช้าหากนางกลับไป เขาจะยังคงมีลมหายใจอยู่

...นางไม่นับรวมกระต่ายครานั้น กวางน้อยในวันโน้น ยังมี...สัตว์ป้าตัวเล็กๆ ที่นางเคยช่วยในอดีต...

บิดาของนางโกรธมาก... หลังเห็นสภาพของนางที่ทั้งเปียกปอนและมอมแมมไปด้วยโคลน แม้นางปลอดภัยและกลับมาพร้อมสมุนไพรบางส่วน แต่นับจากนั้นหลิงอวิ๋นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเขาอีกเลย ก่อนหน้านี้นางไม่เคยขัดคำสั่งบิดาแต่เพราะคนเจ็บรออยู่ นางจึงแอบขึ้นเขาไปในช่วงสายวันถัดมา

เขายังไม่รู้สึกตัวและยังมีไข้สูงมากอย่างที่นางคาด หลิงอวิ๋นนำอาหาร น้ำดื่ม รวมไปถึงยาที่นางเคี่ยวเอาไว้ ยังมีเสื้อผ้าของบิดา ผ้าสะอาดที่นางต้องใช้สำหรับพันแผลให้เขา

บาดแผลทั่วตัวยังไม่น่ากังวลเท่าเส้นเอ็นที่ขา ยังดีที่เขาพบนางเข้าไม่นานหลังจากได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งนางยังเย็บเส้นเอ็น ใส่ยา รวมไปถึงฝังเข็มห้ามเลือด หาไม่ชีวิตนี้ก็อย่าหวังได้รอดออกไปจากหลงซานเลย

กลางยามอู่[1]ในที่สุดตี๋น้อยของนางก็รู้สึกตัว เขามองนางคล้ายยังคงงุนงง นางพยุงเขาขึ้นและให้เขาจิบยาที่นางเคี่ยวมา “ดื่มหน่อย จิบแทนน้ำ ข้าต้มยามาหม้อหนึ่งจะตั้งอุ่นเอาไว้ให้ ข้าอยู่นานไม่ได้ต้องรีบกลับ ข้านำโจ๊กมาด้วยหากหิวก็กินเสีย แต่อย่ากินมากหากต้องการขับของเสียจะลำบากเพราะท่านยังขยับตัวมากไม่ได้”

ได้ยินดังนั้นเขาก็มีท่าทีขัดเขิน ดังนั้นจึงแสร้งมองไปรอบๆ

หลิงอวิ๋นอมยิ้มรู้สึกภูมิใจในความรอบคอบของตัวเอง นางเห็นร่องรอยยุงและแมลงบนตัวเขา ดังนั้นจึงก่อไฟนำสมุนไพรมารมเพื่อไล่แมลง นางออกไปหักสมุนไพรไล่แมลงบางส่วนมาวางรอบๆ ก่อกองไฟสองกองเอาไว้หน้าชะง่อนหิน เตาหนึ่งตั้งกาอุ่นยาและวางหม้อโจ๊กเล็กๆ เอาไว้

“อย่าตายเสียเล่า” นางเก็บของลุกขึ้นยืน “เจ้าเป็นคนไข้คนแรกของข้า ทางที่ดีอย่าขยับให้วุ่นวาย นอนให้หลับไม่ว่าจะอยากนอนหรือไม่ หากเหงื่อออกมากไม่สบายตัวก็เปลี่ยนกางเกง ข้าเตรียมมาให้สองสามชุด ห้ามให้แผลโดนน้ำโดยเด็ดขาด นั่นคือชันแห้งเคี้ยวเฉพาะเวลาปวดมากจนทนไม่ไหว”

“ขอบใจเจ้ามาก”

นางหันกลับมาพยักหน้าให้เขา

“แม่นางน้อย ข้า...”

“เรียกข้าว่าอวิ๋นอวิ๋น”

“ข้ามีความจำเป็นต้องส่งข่าว”

“เป็นคนของจวนแม่ทัพเสิ่นหรือ” นางจำได้ว่าครั้งก่อนเขากล่าวถึงจวนผู้บัญชาการเสิ่น

“ใช่”

นางขมวดคิ้วมองเขาจากนั้นครุ่นคิด “ที่นี่หลงซานด้านหลังหอโอสถ”

“ข้ารู้”

“หอโอสถมีคนของจวนผู้บัญชา ส่งข่าวผ่านเขาไปท่านจะว่าอย่างไร”

เขาเงียบไปย่อมหมายถึงไม่อาจทำเช่นนั้น “ข้ายังไม่เคยออกจากหอโอสถ เรื่องด่วนมากหรือไม่”

“มีผู้คุ้มกันของคุณชายสวีที่เพิ่งเข้าเรียนในหอโอสถ” เขามีท่าทีครุ่นคิด “เขามีนามว่ากุ่ยเหอ”

“กุ่ยเหอ[2]?!” ชื่อคนหรือนั่น

“เขาเป็นสหายของข้า บอกเขาเพียงว่าข้าปลอมตัวเป็นท่านผู้นั้นและได้รับบาดเจ็บ ส่วนท่านผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ฝั่งตะวันตก”

“อ้อ...แล้วมีสิ่งยืนยันตัวตนท่านหรือไม่ เผื่อบางทีเขาอาจไม่เชื่อข้า”

เขาส่งป้ายหยกที่คราแรกกล่าวถึงเพื่อให้นางส่งข่าวกลับไปยังจวนผู้บัญชาการเสิ่น

“ข้าจะพยายาม แต่ไม่รับปากว่าจะหาเขาพบในเร็ววัน”

“ข้าเข้าใจแล้ว ได้แต่รบกวนเจ้า”

“ท่านชื่ออะไร” นางถามเขา

“เหยียนซี เรียกข้าว่าเหยียนซี” นางพยักหน้าจากนั้นออกมาจากใต้ชะง่อนหิน

[1] ช่วงเวลาเที่ยง

[2] แม่น้ำแห่งวิญญาณ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.5

    นางส่งอันซีเซียงให้เขา “เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนเสียมันช่วยแก้ปวดได้”เขารับไปและส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างว่าง่าย“ข้าต้องเย็บแผลหลายแห่ง มันจะเจ็บมาก” นางกล่าวหลังจากเอื้อมมือไปดึงปิ่นตัวหนึ่งซึ่งใช้ยึดเกี้ยวรัดมวยผม นางเก็บเข็มเย็บผ้าเล่มหนึ่งเอาไว้กับตัวเสมอ การเย็บแผลที่นางเคยลองพิสูจน์ให้บิดาเห็นว่ามันช่วยในการรักษาแผลที่ฉีกขาด ทั้งยังเยียวยาได้รวดเร็วกว่าการโปะสมุนไพรเพียงอย่างเดียวนางดึงเส้นผมของตัวเองออกมาร้อยกับเข็ม “ข้าจะทำให้ท่านสลบมันจะง่ายกว่ามาก”ซองเข็มขนาดเล็กที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันถูกดึงออกมาจากถุงลับในตัวเสื้อ“ได้”นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจหลังพบว่าเขาว่าง่ายจนนางพูดไม่ออก แต่ต่อมาเขากลับทำให้นางโมโหขึ้นทันทีที่ได้ยิน“หากข้าตายรบกวนเจ้านำป้ายหยกบนตัวข้าไปส่งข่าวที่จวนผู้บัญชาการเสิ่น บอกเขาว่า...”หลิงอวิ๋นจิ้มเข็มทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขาพล่ามจนจบ นางถลึงตาให้เขาก่อนลงมือรักษาเขาด้วยท่าทีโกรธกรุ่น“เห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีหรอกนะตี๋น้อย ข้าน่ะศิษย์รักของอาจารย์หลิงหนานเชียวนะ!”ดังนั้นแม้เปลืองเรี่ยวแรงไปมาก แต่จนแล้วจนรอดคนไข้ที่เป็น...มนุษย์คนแรกขอ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.4

    เส้นทางขึ้นเขาลาดชันดินลื่นเพราะฝนตกหนัก กว่าจะตระหนักว่าตัวเองกำลังทำเรื่องโง่งม หลิงอวิ๋นก็ลื่นตกเขากลิ้งหลุนๆ ลงมาพร้อมกับตะกร้าที่เชือกขาดจากหัวไหล่เมื่อตั้งสติได้และลุกขึ้นนั่ง แม้เจ็บไปทั้งตัวก็ยังหัวเราะกับตัวเอง หากเป็นชีวิตก่อนหน้ามีหรือจะกล้าหาเรื่องเจ็บตัวแบบนี้?...ไม่มีเสียละเก็บของใส่ตะกร้าตามเดิมและตั้งใจจะเดินลงเขา ที่ไหนได้ข้อเท้ากลับถูกคว้าเอาไว้ “กรี๊ด!!!”ความตกใจทำให้เผลอวาดเท้าเตะออกไปสุดแรง เจ้าของมือข้างนั้นพลิกตัวนอนหงาย มือที่กุมข้อเท้าถูกปล่อยในทันทีหลิงอวิ๋นใจหายวูบ “นี่!” คงไม่ถึงตายหรอกนะ นางได้แต่คิดในใจ “ใครใช้ให้ท่านทำข้าตกใจเล่า” นางบ่นตอนที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาดูเขาใกล้ๆคิ้วเรียวเลิกขึ้นเมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษวัยไม่น่าจะเกิน...สิบหกสิบเจ็ด? เอ...หรืออ่อนกว่านั้น?มองสำรวจบุรุษในชุดผ้าฝ้ายสูงค่า ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าล้วนมีแต่ของราคาแพงที่ชาวบ้านไม่มีทางซื้อหามาสวมใส่ ยิ่งไม่มีทางที่ชาวบ้านธรรมดาจะสวมชุดเช่นนี้ขึ้นเขาแน่นอนท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ ร่างสูงใหญ่กลับมีเลือดแดงฉานถูกชะล้างมากับสายน้ำ หลิงอวิ๋นเบิกตากว้างรีบนั่งลงเขย่าแขนเขาเพื่อใ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.3

    มองชื่อสมุนไพรสดในมือแล้วนางก็ยิ้มและเริ่มออกเดินเข้าไปในป่า ด้านหลังยังมีเสียงบิดากำชับอีกสองสามประโยค นางโบกมือรับคำโดยไม่พูดอะไร ในใจกำลังตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งใหม่ของตัวเองเดิมทีตอนตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองจำเรื่องราวในอดีตชาติได้ หลิงอวิ๋นก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างคล้ายตัวนางกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่แตกต่าง แม้ว่าจะได้ยินได้ฟังมาบ้างเรื่องการย้อนเวลาหรือยืมร่างคืนวิญญาณ แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าวันหนึ่งจะเจอเข้ากับตัวเองจากผู้หญิงวัยยี่สิบห้าที่ชีวิตกำลังไปได้สวย กลับลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองคือเด็กแรกเกิด ต้องมองและเห็นในทุกๆ เรื่องที่บิดาเผชิญ ที่สำคัญนางยังได้เรียนรู้วิชาแพทย์แผนโบราณ ซึ่งมารู้ตัวอีกทีมันก็ซึมซับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนางแล้วอย่างไรเสียที่นี่นางก็ไม่ได้โดดเดี่ยว บิดาของนางยังคงใจดีและรักนางที่สุด แม้นางไร้มารดาแต่กลับจดจำรอยยิ้มอ่อนโยนของอีกฝ่ายได้ และมันก็ไม่ใช่แค่ความทรงจำในรูปถ่ายเพราะนางเห็นมันกับตาตอนบิดาพานางย้ายเข้ามายังเรือนหลังของสำนักโอสถอวี่หลิง ด้วยตอนนั้นเขาต้องวุ่นวายกับการก่อตั้งสำนัก การดูแลนางจึงเต็มไปด้วยความยากลำบากย

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.2

    ตอนนางอายุครบสองขวบ บิดาของนางมองเห็นถึงความทุกข์เข็นหากปล่อยให้หวังกั๋วกงสามารถเข้ายึดซีฉู่ คนผู้นี้มองเห็นเพียงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของตน ผู้ใดกล้าต่อกรเขาล้วนสังหารโดยไม่ลังเล ผิดกับชินหวางแห่งต้าฉู่ที่ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องประชาชนหลิงอวิ๋นมองบิดาที่ทางหนึ่งแบกนางในวัยสองขวบเอาไว้บนหลัง อีกทางก็ช่วยรักษาทหารในค่ายที่บาดเจ็บกลับมาไม่เพียงเท่านั้นเขายังสอนสั่งศิษย์ที่เป็นนายทหารเพื่อแบ่งเบางานดูแลคนเจ็บ และนั่นทำให้นางตั้งใจฟังและเรียนรู้โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวสงครามกินเวลานานถึงสามปี กระทั่งในที่สุดหวังกั๋วกงก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซีฉู่รวบต้าโจวเข้าเป็นหนึ่งแต่กลับไม่อาจทำสงครามกับแคว้นเซี่ยต่อไป ทั้งนี้ก็เพราะความเสียหายมีมากมายจนฮ่องเต้ซีฉู่ตัดสินพระทัยเจรจาสงบศึกสองแคว้นเป็นพันธมิตรชาวบ้านสามารถเดินทางไปมาหาสู่ เริ่มรัชศกแห่งฮ่องเต้ซีฉู่ที่หนึ่งบิดาของหลิงอวิ๋นถูกเชิญกลับไปยังเมืองหลงเหอ เมืองหลวงของแคว้นซีฉู่ ฮ่องเต้มีพระราชโองการปูนบำเหน็จและทรงอยากแต่งตั้งเขาเป็นหมอหลวง ทว่าเขากลับปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ...หากหมอดีๆ เข้าไปอยู่วังหลวงจนสิ้นแล้วชาวบ้านเล่า?ฮ่องเต้ทรงชื่นชมบิดาของ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.1

    เดิมที ‘หลิงอวิ๋น’ เคยได้ยินได้ฟังมามากเรื่องราวที่ว่าความตายแท้จริงแล้วหาใช่จุดสิ้นสุดไม่ ด้วยความเชื่อและความยึดถือในเรื่องของวัฏสงสาร[1]ทำให้ทุกคนรอบตัวล้วนเชื่อในเรื่องอดีตชาติหากทำความดีให้มากในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เกิดและมีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้หรือที่ผ่านมา แต่หากไม่...ชาติหน้าก็จะเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่าที่ตนลำบาก อาจเป็นเพราะกำลังชดใช้การกระทำในชาติที่แล้วอยู่ถึงอย่างนั้น...ใครเล่าเคยพิสูจน์ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะแม้มีคนกล่าวว่างมงายแต่ยังมีความเชื่อที่มาหักล้างคำถามที่ว่า เพราะอะไรคนเราจึงลืมเรื่องราวในอดีตชาติ?คำตอบ...นั่นก็เพราะทุกคนที่ต้องไปเกิดใหม่ในโลกหน้า ล้วนต้องข้ามแม่น้ำวั่งชวน สะพานไน่เหอ ก้าวผ่านหินซานเซิง จากนั้นก็ต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมเรื่องราวจากภพชาติที่ผ่านมาทั้งสิ้นทุกขั้นตอนนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาในชาติภพใหม่ ทุกคนล้วนต้องลืมสิ้นและกลายเป็นคนใหม่ที่มีเงาของอดีตชาติอย่างกรรมดีกรรมชั่ว เป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตในชาติปัจจุบันใช่...มันสมควรเป็นเช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าชาตินี้หลิงอวิ๋นลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status