บุพเพผูกรัก

บุพเพผูกรัก

last updateHuling Na-update : 2026-03-22
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
57Mga Kabanata
1.3Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

หลิงอวิ๋น อวิ๋นอวิ๋น บุตรสาวคนเดียวของศิษย์แห่งเทพโอสถที่หลงเหลืออยู่ หลังเกิดสงครามแบ่งต้าฉู่ออกเป็นสามแคว้น นางลืมตาขึ้นมาด้วยความทรงจำจากโลกเดิม บิดารักและตามใจที่สุด เพราะชื่อเสียงของบิดาทำให้เขาเลือกที่จะเก็บงำนางเอาไว้จากคนนอกจนอายุสิบห้า หลิงอวิ๋นบังเอิญช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งเอาไว้บนเขา บุรุษที่นางเลือกแม้มีคนที่ดีพร้อมกว่าเขามากมาย เหยียนซี หัวหน้าเหยียนผู้หล่อเหลาเก่งกาจแห่งอวี้สื่อต้าฟู ชาติกำเนิดทำให้เขาจำต้องกลายเป็นบุรุษไร้วรยุทธ์ ทั้งยังต้องลาออกจากราชการ เขาโดดเดี่ยวมาทั้งชีวิตกระทั่งได้พบกับหลิงอวิ๋น แม้พยายามพาตัวออกห่างด้วยกลัวนางได้รับอันตราย แต่หัวใจกลับเอาแต่เรียกร้องให้เข้าใกล้นาง ชะตาพานพบ บุพเพผูกพัน แม้พยายามแล้วที่จะปฏิเสธ หากแต่หัวใจรักกลับไม่ยอมเชื่อฟัง ด้วยนางเป็นหนึ่งเดียวที่เป็นดังแสงนำทางชีวิต

view more

Kabanata 1

บทที่ 1.1

เดิมที ‘หลิงอวิ๋น’ เคยได้ยินได้ฟังมามากเรื่องราวที่ว่าความตายแท้จริงแล้วหาใช่จุดสิ้นสุดไม่ ด้วยความเชื่อและความยึดถือในเรื่องของวัฏสงสาร[1]ทำให้ทุกคนรอบตัวล้วนเชื่อในเรื่องอดีตชาติ

หากทำความดีให้มากในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เกิดและมีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้หรือที่ผ่านมา แต่หากไม่...ชาติหน้าก็จะเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้

ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่าที่ตนลำบาก อาจเป็นเพราะกำลังชดใช้การกระทำในชาติที่แล้วอยู่

ถึงอย่างนั้น...ใครเล่าเคยพิสูจน์ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะแม้มีคนกล่าวว่างมงายแต่ยังมีความเชื่อที่มาหักล้างคำถามที่ว่า เพราะอะไรคนเราจึงลืมเรื่องราวในอดีตชาติ?

คำตอบ...นั่นก็เพราะทุกคนที่ต้องไปเกิดใหม่ในโลกหน้า ล้วนต้องข้ามแม่น้ำวั่งชวน สะพานไน่เหอ ก้าวผ่านหินซานเซิง จากนั้นก็ต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมเรื่องราวจากภพชาติที่ผ่านมาทั้งสิ้น

ทุกขั้นตอนนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาในชาติภพใหม่ ทุกคนล้วนต้องลืมสิ้นและกลายเป็นคนใหม่ที่มีเงาของอดีตชาติอย่างกรรมดีกรรมชั่ว เป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตในชาติปัจจุบัน

ใช่...มันสมควรเป็นเช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าชาตินี้หลิงอวิ๋นลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กแรกเกิด แต่...ทำไมความทรงจำทุกอย่างในชาติที่แล้วยังคงอยู่เล่า!!!

ไม่มีความทรงจำของแม่น้ำวั่งชวน ไม่มีสะพานไน่เหอ หินซานเซิงรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรไม่รู้ จำไม่ได้แม้กระทั่งรสชาติของน้ำแกงยายเมิ่ง!!

ยัง...ยังไม่หมด แม้แต่ตายอย่างไร ตายตอนไหน ตายเพราะอะไรหลิงอวิ๋นก็ยังนึกไม่ออก!!

ตอนที่หมอตำแยส่งนางให้มารดา หลิงอวิ๋นร้องไห้เสียงดังลั่นแต่ไม่ใช่เพราะถูกหมอตำแยตีก้น แต่เพราะ...ใบหน้าอันอ่อนโยนของท่านแม่ต่างหาก

แม่จ๋า...แม่ที่ตั้งแต่จำความได้ก็มีโอกาสได้เห็นเพียงรูปถ่าย

ด้านนอกมีเสียงโวยวายของท่านพ่อ

อา...พ่อจ๋า เสียงของพ่อที่รักหลิงอวิ๋นที่สุด ตามใจที่สุด คนเดียวที่หลิงอวิ๋นมีหลังจากแม่เสียไปด้วยอุบัติเหตุ

เพิ่งดีใจได้ไม่นานหลังเห็นใบหน้าของแม่ หมอตำแยก็ส่งเสียงด้วยความตกใจ หลิงอวิ๋นพยายามมองเข้าไปในห้อง แต่ที่นางเห็นคือใบหน้าซีดขาวของท่านพ่อ

...ไม่นะ ไม่ๆๆ มันต้องไม่เป็นอย่างนี้

นางเพิ่งได้เห็นหน้าท่านแม่เอง เพิ่งได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่สุดนั้นด้วยตา ไม่ใช่เห็นเพียงแค่ในรูปถ่าย

‘ท่านแม่!!!’

นางพยายามตะโกนสุดเสียง แต่ที่ดังออกมามีเพียงเสียงร้องไห้จ้าของทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกเท่านั้น

ภาพงานศพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของท่านพ่อ เสียงร้องไห้ในมุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็น ชุดไว้ทุกข์ รวมไปถึงหลุมศพของมารดาที่หลิงอวิ๋นในวัยแรกเกิด ทำได้เพียงมองและส่งเสียงอ้อแอ้

‘เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลนางให้ดี จะไม่ให้ผู้ใดรังแกนางได้ ข้าจะให้นางใช้ชีวิตที่นางเลือกด้วยตัวเอง ให้นางได้รับในสิ่งที่ดีที่สุดอย่างที่เจ้าปรารถนา’

บิดาของนางกล่าวกับมารดาซึ่งนอนหลับใหลตลอดกาลด้วยท่าทางเศร้าโศก...

หลิงอวิ๋นพยายามยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของเขา อยากปลอบโยน แต่ที่นางทำได้ก็คือมองบิดาร้องไห้ออกมาเงียบๆ เพียงคนเดียว

ตั้งแต่เล็กนางเป็นเด็กว่าง่าย ไม่ร้องไห้โยเย ไม่เอาแต่ใจ แม้เติบโตมาข้างกายบิดาเพียงลำพังไร้มารดา แต่นางกลับเป็นเด็กเฉลียวฉลาดรู้ความ ทุกคนล้วนกล่าวถึงนางเช่นนั้นทั้งต่อหน้าและลับหลัง

‘หลิงหนาน’ บิดาของนางเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของเทพโอสถแห่งหนานเหอที่ยังคงเหลือรอด

สำนักเทพโอสถบัดนี้หลงเหลือเพียงชื่อ สาเหตุเพียงเพราะเทพโอสถปฏิเสธที่จะย้ายตามหวังกั๋วกงไปตั้งรกรากที่แคว้นต้าโจว หลังแคว้นต้าฉู่เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดน

หวังกั๋วกงตั้งตนเป็นต้าหวางปกครองต้าโจว และมีคำสั่งกวาดล้างเมืองหนานเหอและทุกคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตน

ตอนนั้นหลังสูญเสียมารดา บิดาพานางอพยพไปทางทิศตะวันตก เขาแฝงตัวไปกับขบวนพ่อค้าไม่เปิดเผยฐานะ กระทั่งพบว่าซีฉู่เหมาะจะลงหลักปักฐาน เนื่องจากชินหวางจากราชวงศ์เดิมของต้าฉู่ตั้งตนขึ้นเป็นฮ่องเต้ จากนั้นก่อตั้งแคว้นซีฉู่ขึ้น ปกป้องผู้คนจากแคว้นเดิมพร้อมรับมือกับหวังกั๋งกง

ถึงอย่างนั้นเขายังคงต้องรับศึกถึงสองด้าน เพราะนอกจากหวังกั๋วกง อีกด้านกลับยังมีตระกูลเซี่ยของอดีตฮองเฮา ซึ่งบัดนี้ก่อตั้งแคว้นเซี่ยขึ้นทางใต้

ต้าฉู่เดิมถูกแบ่งเป็นสามแคว้นและยังคงก่อสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนกันไม่หยุดหย่อน ผู้คนมากมายล้มตายและบาดเจ็บ ประชาชนอดอยากไม่อาจทำการเพาะปลูก สามแคว้นขาดแคลนทั้งอาหารและยารักษาโรค

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมอที่ไม่มีใครอยากอาสาพาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงในสนามรบ

[1] การเวียนว่ายตายเกิด, สงสารวัฏ หรือสังสารวัฏ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
57 Kabanata
บทที่ 1.1
เดิมที ‘หลิงอวิ๋น’ เคยได้ยินได้ฟังมามากเรื่องราวที่ว่าความตายแท้จริงแล้วหาใช่จุดสิ้นสุดไม่ ด้วยความเชื่อและความยึดถือในเรื่องของวัฏสงสาร[1]ทำให้ทุกคนรอบตัวล้วนเชื่อในเรื่องอดีตชาติหากทำความดีให้มากในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เกิดและมีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้หรือที่ผ่านมา แต่หากไม่...ชาติหน้าก็จะเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่าที่ตนลำบาก อาจเป็นเพราะกำลังชดใช้การกระทำในชาติที่แล้วอยู่ถึงอย่างนั้น...ใครเล่าเคยพิสูจน์ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะแม้มีคนกล่าวว่างมงายแต่ยังมีความเชื่อที่มาหักล้างคำถามที่ว่า เพราะอะไรคนเราจึงลืมเรื่องราวในอดีตชาติ?คำตอบ...นั่นก็เพราะทุกคนที่ต้องไปเกิดใหม่ในโลกหน้า ล้วนต้องข้ามแม่น้ำวั่งชวน สะพานไน่เหอ ก้าวผ่านหินซานเซิง จากนั้นก็ต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมเรื่องราวจากภพชาติที่ผ่านมาทั้งสิ้นทุกขั้นตอนนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาในชาติภพใหม่ ทุกคนล้วนต้องลืมสิ้นและกลายเป็นคนใหม่ที่มีเงาของอดีตชาติอย่างกรรมดีกรรมชั่ว เป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตในชาติปัจจุบันใช่...มันสมควรเป็นเช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าชาตินี้หลิงอวิ๋นลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ
Magbasa pa
บทที่ 1.2
ตอนนางอายุครบสองขวบ บิดาของนางมองเห็นถึงความทุกข์เข็นหากปล่อยให้หวังกั๋วกงสามารถเข้ายึดซีฉู่ คนผู้นี้มองเห็นเพียงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของตน ผู้ใดกล้าต่อกรเขาล้วนสังหารโดยไม่ลังเล ผิดกับชินหวางแห่งต้าฉู่ที่ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องประชาชนหลิงอวิ๋นมองบิดาที่ทางหนึ่งแบกนางในวัยสองขวบเอาไว้บนหลัง อีกทางก็ช่วยรักษาทหารในค่ายที่บาดเจ็บกลับมาไม่เพียงเท่านั้นเขายังสอนสั่งศิษย์ที่เป็นนายทหารเพื่อแบ่งเบางานดูแลคนเจ็บ และนั่นทำให้นางตั้งใจฟังและเรียนรู้โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวสงครามกินเวลานานถึงสามปี กระทั่งในที่สุดหวังกั๋วกงก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซีฉู่รวบต้าโจวเข้าเป็นหนึ่งแต่กลับไม่อาจทำสงครามกับแคว้นเซี่ยต่อไป ทั้งนี้ก็เพราะความเสียหายมีมากมายจนฮ่องเต้ซีฉู่ตัดสินพระทัยเจรจาสงบศึกสองแคว้นเป็นพันธมิตรชาวบ้านสามารถเดินทางไปมาหาสู่ เริ่มรัชศกแห่งฮ่องเต้ซีฉู่ที่หนึ่งบิดาของหลิงอวิ๋นถูกเชิญกลับไปยังเมืองหลงเหอ เมืองหลวงของแคว้นซีฉู่ ฮ่องเต้มีพระราชโองการปูนบำเหน็จและทรงอยากแต่งตั้งเขาเป็นหมอหลวง ทว่าเขากลับปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ...หากหมอดีๆ เข้าไปอยู่วังหลวงจนสิ้นแล้วชาวบ้านเล่า?ฮ่องเต้ทรงชื่นชมบิดาของ
Magbasa pa
บทที่ 1.3
มองชื่อสมุนไพรสดในมือแล้วนางก็ยิ้มและเริ่มออกเดินเข้าไปในป่า ด้านหลังยังมีเสียงบิดากำชับอีกสองสามประโยค นางโบกมือรับคำโดยไม่พูดอะไร ในใจกำลังตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งใหม่ของตัวเองเดิมทีตอนตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองจำเรื่องราวในอดีตชาติได้ หลิงอวิ๋นก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างคล้ายตัวนางกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่แตกต่าง แม้ว่าจะได้ยินได้ฟังมาบ้างเรื่องการย้อนเวลาหรือยืมร่างคืนวิญญาณ แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าวันหนึ่งจะเจอเข้ากับตัวเองจากผู้หญิงวัยยี่สิบห้าที่ชีวิตกำลังไปได้สวย กลับลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองคือเด็กแรกเกิด ต้องมองและเห็นในทุกๆ เรื่องที่บิดาเผชิญ ที่สำคัญนางยังได้เรียนรู้วิชาแพทย์แผนโบราณ ซึ่งมารู้ตัวอีกทีมันก็ซึมซับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนางแล้วอย่างไรเสียที่นี่นางก็ไม่ได้โดดเดี่ยว บิดาของนางยังคงใจดีและรักนางที่สุด แม้นางไร้มารดาแต่กลับจดจำรอยยิ้มอ่อนโยนของอีกฝ่ายได้ และมันก็ไม่ใช่แค่ความทรงจำในรูปถ่ายเพราะนางเห็นมันกับตาตอนบิดาพานางย้ายเข้ามายังเรือนหลังของสำนักโอสถอวี่หลิง ด้วยตอนนั้นเขาต้องวุ่นวายกับการก่อตั้งสำนัก การดูแลนางจึงเต็มไปด้วยความยากลำบากย
Magbasa pa
บทที่ 1.4
เส้นทางขึ้นเขาลาดชันดินลื่นเพราะฝนตกหนัก กว่าจะตระหนักว่าตัวเองกำลังทำเรื่องโง่งม หลิงอวิ๋นก็ลื่นตกเขากลิ้งหลุนๆ ลงมาพร้อมกับตะกร้าที่เชือกขาดจากหัวไหล่เมื่อตั้งสติได้และลุกขึ้นนั่ง แม้เจ็บไปทั้งตัวก็ยังหัวเราะกับตัวเอง หากเป็นชีวิตก่อนหน้ามีหรือจะกล้าหาเรื่องเจ็บตัวแบบนี้?...ไม่มีเสียละเก็บของใส่ตะกร้าตามเดิมและตั้งใจจะเดินลงเขา ที่ไหนได้ข้อเท้ากลับถูกคว้าเอาไว้ “กรี๊ด!!!”ความตกใจทำให้เผลอวาดเท้าเตะออกไปสุดแรง เจ้าของมือข้างนั้นพลิกตัวนอนหงาย มือที่กุมข้อเท้าถูกปล่อยในทันทีหลิงอวิ๋นใจหายวูบ “นี่!” คงไม่ถึงตายหรอกนะ นางได้แต่คิดในใจ “ใครใช้ให้ท่านทำข้าตกใจเล่า” นางบ่นตอนที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาดูเขาใกล้ๆคิ้วเรียวเลิกขึ้นเมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษวัยไม่น่าจะเกิน...สิบหกสิบเจ็ด? เอ...หรืออ่อนกว่านั้น?มองสำรวจบุรุษในชุดผ้าฝ้ายสูงค่า ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าล้วนมีแต่ของราคาแพงที่ชาวบ้านไม่มีทางซื้อหามาสวมใส่ ยิ่งไม่มีทางที่ชาวบ้านธรรมดาจะสวมชุดเช่นนี้ขึ้นเขาแน่นอนท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ ร่างสูงใหญ่กลับมีเลือดแดงฉานถูกชะล้างมากับสายน้ำ หลิงอวิ๋นเบิกตากว้างรีบนั่งลงเขย่าแขนเขาเพื่อใ
Magbasa pa
บทที่ 1.5
นางส่งอันซีเซียงให้เขา “เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนเสียมันช่วยแก้ปวดได้”เขารับไปและส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างว่าง่าย“ข้าต้องเย็บแผลหลายแห่ง มันจะเจ็บมาก” นางกล่าวหลังจากเอื้อมมือไปดึงปิ่นตัวหนึ่งซึ่งใช้ยึดเกี้ยวรัดมวยผม นางเก็บเข็มเย็บผ้าเล่มหนึ่งเอาไว้กับตัวเสมอ การเย็บแผลที่นางเคยลองพิสูจน์ให้บิดาเห็นว่ามันช่วยในการรักษาแผลที่ฉีกขาด ทั้งยังเยียวยาได้รวดเร็วกว่าการโปะสมุนไพรเพียงอย่างเดียวนางดึงเส้นผมของตัวเองออกมาร้อยกับเข็ม “ข้าจะทำให้ท่านสลบมันจะง่ายกว่ามาก”ซองเข็มขนาดเล็กที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันถูกดึงออกมาจากถุงลับในตัวเสื้อ“ได้”นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจหลังพบว่าเขาว่าง่ายจนนางพูดไม่ออก แต่ต่อมาเขากลับทำให้นางโมโหขึ้นทันทีที่ได้ยิน“หากข้าตายรบกวนเจ้านำป้ายหยกบนตัวข้าไปส่งข่าวที่จวนผู้บัญชาการเสิ่น บอกเขาว่า...”หลิงอวิ๋นจิ้มเข็มทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขาพล่ามจนจบ นางถลึงตาให้เขาก่อนลงมือรักษาเขาด้วยท่าทีโกรธกรุ่น“เห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีหรอกนะตี๋น้อย ข้าน่ะศิษย์รักของอาจารย์หลิงหนานเชียวนะ!”ดังนั้นแม้เปลืองเรี่ยวแรงไปมาก แต่จนแล้วจนรอดคนไข้ที่เป็น...มนุษย์คนแรกขอ
Magbasa pa
บทที่ 1.6
กลางยามเว่ย[1]เสี่ยวหงได้แต่กระวนกระวายหลังคุณหนูของตนไม่กลับมาเสียที ใกล้เวลาที่หลิงหนานจะกลับมาแล้ว หากให้รู้ว่าคุณหนูของนางแอบขึ้นเขา นางจะต้องถูกลงโทษหนักอย่างแน่นอน“พี่เสี่ยวหงข้ากลับมาแล้ว”“คุณหนู ข้าน้อยเตรียมน้ำเอาไว้แล้วท่านรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า ข้าละไม่เข้าใจเลยเพราะเหตุใดท่านจะต้องขึ้นเขาไปอีกครั้งให้ได้”เห็นสาวใช้ที่อายุมากกว่าตนมีท่าทีร้อนรนหวาดกลัว หลิงอวิ๋นหัวเราะ “ท่านกลัวไปทำไม ท่านพ่อไม่เคยลงโทษท่านจริงๆ เสียหน่อย อย่างมากก็ขู่ไปเช่นนั้น”“แต่นายท่านก็คือนายท่านนะเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นแก้วตาดวงใจของนายท่าน หากนายท่านรู้ว่าข้าน้อยปล่อยให้คุณหนูขึ้นเขา ข้าน้อยต้องแย่แน่ๆ เลย”“เอาเถิดๆ ข้ารีบไปอาบน้ำก็ได้ แต่ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วยหน่อย”“เรื่องใดหรือเจ้าคะ”“ป้ายหยกนี้ท่านนำไปด้วย ไปที่หน้าหอโอสถ มองหาผู้คุ้มกันของคุณชายแซ่สวีที่เข้ามาเรียนยังหอโอสถ เขามีนามเรียกขานว่ากุ่ยเหอ”“กุ่ยเหอ?!” เสี่ยวหงทำหน้าเหมือนนางตอนได้ยินนามนี้ไม่ผิด“ใช่นามนี้ละไม่ผิดแน่ ระวังด้วยอย่าให้ผู้ใดรู้และเห็นว่าท่านไปพบเขา ให้เขาดูป้ายหยกจากนั้นบอกเขาว่าปลายยามเว่ย[2]พรุ่งนี้ให้มา
Magbasa pa
บทที่ 1.7
“เสิ่นจิ้นหลิงเจ้าค่ะ บุตรชายคนรองเสิ่นจิ้นผิง คนสุดท้องเรียนที่นี่ด้วยนะเจ้าคะ ที่สำนักโอสถอวี่หลิงนามเสิ่นจิ้นซื่อ ได้ยินมาว่ายังมีบุตรสาวอีกสามคนแต่เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ”เหยียนซี...นามที่ไม่สอดคล้องกับคนของจวนผู้บัญชาการเสิ่น แต่เพราะเหตุใดเขาจึงมีป้ายหยกที่ไม่คล้ายเป็นของบ่าวไพร่ หรือแม้กระทั่งคนคุ้มกัน?“ข้าน้อยยังเคยได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพเสิ่นยังมีบุตรชายบุญธรรมอีกคนหนึ่ง เขาเป็นบุตรชายที่ติดมากับอนุคนที่ห้าของแม่ทัพเสิ่นเจ้าค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่ามีนามว่าอย่างไร มีข่าวลือว่าเกิดความขัดแย้งจนเขาพามารดาย้ายออกมาจากจวนแม่ทัพเสิ่นเมื่อสองสามปีก่อนหน้านี้”“หืม...บุตรชายบุญธรรม?”“เจ้าค่ะ มีข่าวลือว่าเขาโดดเด่นจนเกินไป ตอนยังติดตามแม่ทัพเสิ่นเขาเก่งกาจและเป็นที่กล่าวถึงมากกว่าคุณชายใหญ่จิ้นหลิงอีก ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเรื่องนี้ทำให้ตระกูลเสิ่นไม่อาจปล่อยผ่านจึงเกิดความขัดแย้ง”นึกถึงป้ายหยกที่นางยังคงเก็บไว้แต่ไม่เคยนำออกมาและไม่เคยกล่าวถึง หลิงอวิ๋นถอนหายใจออกมาเสียงเบา “แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างเล่า”“ผู้ใดหรือเจ้าคะ”“บุตรชายบุญธรรมแม่ทัพเสิ่นผู้นั้น”“คล้ายๆ เคยได้ยินว่าเขาทำผิดจ
Magbasa pa
บทที่ 1.8
“ได้ยินมาว่าเขารับหน้าที่ติดตามคุ้มกันองค์รัชทายาทไปทางเหนือ ขากลับมีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายลอบปลงพระชนม์ แม้เขาหลอกล่อมือสังหารจนทรงปลอดภัย แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้เขาถูกสั่งลงโทษที่ไม่อาจคุ้มครองผู้เป็นนาย ตอนนั้นเขาอายุเพียงสิบแปด โดดเด่นทั้งหน้าที่การงานและเป็นคนมีความสามารถ นึกไม่ถึงว่าจวนตระกูลเสิ่นกลับลงโทษเขาอย่างหนักแม้ฝ่าบาทจะทรงอภัยโทษ จวนแม่ทัพเกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นที่ว่าเหยียนซื่อพาบุตรชายออกมาจากจวน ตัดขาดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง”“เหยียนซื่อหรือเจ้าคะ?”“ใช่ นางแซ่เหยียน บุตรชายของนางใช้แซ่ตามมารดา ไม่มีใครรู้ว่าบิดาของเขาเป็นใคร เหยียนซื่อเองก็ไม่เคยกล่าวถึงบุรุษผู้นั้นไม่ว่าก่อนหรือหลังเข้าออกจวนแม่ทัพเสิ่น”โถ...ตี๋น้อยสุดหล่อของนาง“แล้วตอนนี้เล่าเจ้าคะ”“ได้ยินมาว่าองค์รัชทายาททรงทูลขอราชโองการ ย้ายเขาไปอยู่กับใต้เท้าสมุหพระอาลักษณ์ ตอนนี้มีฐานะเป็นผู้ตรวจการของอวี้สื่อต้าฟู แรกๆ ที่ออกจากจวนแม่ทัพเห็นว่าผู้คนล้วนดูถูกเขากับมารดาที่ตกต่ำ แต่เขากลับดูแลมารดาได้ดียิ่ง เขาใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีซื้อบ้านซานจิ้นหย่วน[1]แถวถนนหวงฉงใกล้ถนนหลักของเมืองหลวง ซื้อตัว
Magbasa pa
บทที่ 2.1
นับตั้งแต่จำความได้มารดาของเขาไม่เคยกล่าวถึงบิดาเลยสักครั้ง นางลำบากทั้งยังมีน้ำอดน้ำทนทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงดูเขาจนเขาอายุได้แปดขวบสงครามเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง เขาในวัยเด็กต้องหลบเร้นไปกับมารดาเพราะสงครามแบ่งแยกดินแดน ซึ่งขณะนั้นทุกหย่อมหญ้าล้วนเต็มไปด้วยซากศพมารดาของเขาพาเขาหลบหนีไปทางตะวันตก กระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากแม่ทัพเสิ่น แม้ซาบซึ้งใจและล่วงรู้ว่าแม่ทัพเสิ่นเป็นคนดี แต่เหยียนซีไม่เคยคาดว่าอยู่ๆ มารดาของเขาจะตกลงปลงใจกับอีกฝ่ายเขามองออกว่ามารดาไม่เคยมีใจให้แม่ทัพเสิ่น เขาในตอนนั้นไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดมารดาจึงแต่งเข้าจวนแม่ทัพ เป็นอนุให้ฮูหยินเอกในจวนดูถูกเหยียดหยามสารพัดตอนเขาอายุสิบสี่ได้มีโอกาสช่วยคนผู้หนึ่งไว้ และนั่นเป็นเรื่องที่พลิกผันชีวิตของเด็กหนุ่มที่คนในจวนแม่ทัพล้วนเรียกเขาอย่างดูถูกว่าเด็กเหลือขอไร้บิดาเหยียนซีในวัยสิบห้าติดตามแม่ทัพเสิ่นเพื่อเข้ากองทัพ เรื่องนี้เขารู้ดีว่าคงเป็นเพราะพระประสงค์ของฮ่องเต้ หลังจากเรื่องที่เขาช่วยคนผู้นั้นเอาไว้ถูกเปิดเผย และคนผู้นั้นก็มีฐานะเป็นถึงองค์รัชทายาทเพื่อลบคำสบประมาทและคำดูหมิ่นเหยียดหยาม เหยียนซีฝ
Magbasa pa
บทที่ 2.2
อาจรักษา ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฝืนเดินทางข้ามหลงซาน ด้วยหวังไปแจ้งข่าวให้ทางการส่งคนไปรับองค์รัชทายาท ซึ่งองครักษ์อีกสองคนคุ้มกันไปยังเรือนทางตะวันตกหลงซาน...เขตหวงห้ามสูงสุดที่ทางการออกประกาศ เนื่องด้วยเป็นเขตที่ตั้งของสำนักโอสถอวี่หลิง ท่านหมอผู้ซึ่งแม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงให้เกียรติมากกว่าสามส่วนเหยียนซีเคยได้ยินมาว่าเขามีบุตรสาวหลิงหนานผู้นั้นตอนเกิดศึกสงครามแบกบุตรสาวเอาไว้บนหลังขณะทำการรักษาเหล่าทหารหาญ เรื่องน่าชื่นชมเช่นนี้ทุกคนในแคว้นล้วนกล่าวถึงและชื่นชมสรรเสริญถึงอย่างนั้นเพราะนางไม่เคยปรากฏตัว ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นแม้แต่ศิษย์ของสำนักโอสถ หลายคนจึงแอบคาดเดาว่านางอาจพิกลพิการ หรือหนักเข้าก็แอบกล่าวว่านางอัปลักษณ์จนหลิงหนานไม่กล้าพาออกมาให้ผู้คนพบเห็น...ไม่มีผู้ใดพบเห็น? เว้นเพียงเขาที่รอดตายมาได้เพราะนางคราแรกเขาเห็นนางเป็นเด็กหนุ่มอ่อนเยาว์ที่อาจขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร กระทั่งไม่คาดว่าเหตุชุลมุนตอนทั้งสองกลิ้งตกลงมาจากเนินเขา จะเปิดโปงฐานะของนางขึ้นโดยที่ทั้งนางกับเขาไม่ได้ตั้งใจหลิงหนานไม่มีศิษย์ที่เป็นสตรีสำนักโอสถเองก็ไม่มีสตรีเข้าเรียนวิชาแพทย์...ดังนั้นเมื่อนางลงมือรักษาเ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status