LOGINนทีกลับมานั่งโต๊ะหน้าห้องประธานหลังมื้อกลางวันด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่หยุดเพราะอะไรก็ไม่รู้ เป็นไปได้ไหมว่าท่านประธานเริ่มใจอ่อนให้เขานิด ๆ แล้ว? ชายหนุ่มเอานิ้วแตะหน้าตัวเองเบา ๆ ไม่หรอกมั้ง แต่แววตาของท่านประธานตอนพูดว่า “ต่อไป
ห้ามส่งยิ้ม ห้ามหัวเราะกับผู้ชายคนอื่นอีก” มันยังติดอยู่ในหัวแบบแกะไม่ออกตัวนาทีเองยังไม่รู้เลยว่า ทั้งที่เขาควรกลัว แต่กลับรู้สึกอุ่นใจแบบแปลก ๆ เอาเถอะ ทำงานต่อก่อน ไม่ต้องคิดมากหรอก! เขาบอกตัวเองแบบนั้น ก่อนจะก้มลงตั้งใจพิมพ์งานที่ทำค้างที่ค้างอยู่ต่อ
แต่ธรรมชาติของมนุษย์ย่อมโดนนินทา ในบริษัทข่าวลือเริ่มลอยกระจายไปเร็วกว่าลมพัดขณะที่นทีกำลังติดตามงานอย่างตั้งใจ พนักงานหลายคนในชั้นล่างก็กำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างเมามัน
“นี่ เห็นไหม ๆ วันนี้ท่านประธานลงมากินข้าวกับเลขาคนใหม่ด้วยแหละ!”
“จริงอ่ะ!? ปกติท่านประธานไม่เคยไปกินข้าวกับใครแบบนี้นี่!”
“เออ ฉันเห็นกับตาเลย เลขาคนนั้นตัวเล็ก ๆ หน้าตาก็น่ารักด้วยนะ ท่านประธานนั่งข้างกันกับเขาเลย”
“หรือว่า?”
“อย่าบอกนะว่า ท่านประธานจะสนใจเด็กใหม่!?”
เสียงซุบซิบพร้อมตาเป็นประกายทำให้ข่าวลือเริ่มแพร่เร็วอย่างกับไวรัส แพร่ไปอย่างรวดเร็วทะลุขึ้นมาถึงฝ่ายบริหาร และสุดท้าย ก็ลอยขึ้นมาถึงหน้าห้องประธาน บรรดาสาว ๆ หลายคนในแผนกต่าง ๆ แอบเหลือบมองโต๊ะทำงานของนทีด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ ทั้งสงสัย ทั้งอิจฉา ทั้งไม่พอใจปะปนกันไป
หนึ่งในนั้นคือ พิมพ์ชนก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ หญิงสาวสุดสวย หุ่นดี แต่งตัวเนี้ยบและเธอคนนี้ก็เป็นคนที่ทั้งปลื้มท่านประธานอนาวินแบบสุด ๆ แถมยังแอบชอบอนาวินมาตั้งแต่ที่เธอเข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอยืนกอดอก มองโต๊ะของนาทีแบบไม่ปิดบังความไม่ชอบใจเลยสักนิด
“เด็กใหม่เหรอ?” เธอพึมพำกับตัวเองพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง
“หน้าตาก็ดีใช้ได้ แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ”
เพื่อนร่วมงานต้องสะกิดเบา ๆ “พิมพ์อย่าพูดเสียงดังนักสิ เดี๋ยวน้องเขาก็ได้ยินหรอก”
“ฉันก็แค่พูดเรื่องจริง” พิมพ์ชนกยิ้มแบบผู้หญิงมั่น
“ท่านประธานจะไปสนใจเด็กหน้าใสแบบนี้ได้ยังไงกัน ไม่มีทางหรอก”
แต่ประโยคสุดท้ายของเธอ มีเสียงเข้ม ๆ แทรกขึ้นข้างหลัง
“ทำไมจะไม่ได้”
พิมพ์ชนกสะดุ้ง รีบหันไปทันทีแล้วก็หน้าซีดนิด ๆ
อนาวินยืนอยู่ตรงนั้นในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างสายตาเย็นเฉียบกว่าปกติ เขาไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่บังเอิญเดินมาได้ยินพอดี พนักงานทั้งกลุ่มก้มศีรษะกันให้แบบไวมาก
“ทะ..ท่านประธานคะ! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
อนาวินกวาดสายตานิ่ง ๆ เย็นจนน้ำแข็งยังต้องกลัว
“ไม่มีอะไร” เขาตอบเสียงเรียบ
“กลับไปทำงานของตัวเองได้แล้ว”
เสียงเรียบนั้นทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายแบบไม่ต้องอธิบายซ้ำ แต่ก่อนที่พิมพ์ชนกจะได้เดินหนี อนาวินก็เรียกไว้
“คุณพิมพ์ชนก”
“คะ?”
“คุณคงรู้กฎบริษัทดีนะ”
เสียงท่านประธานหนุ่มครุ่นต่ำแต่เฉียบคมเหมือนคมมีด
“ห้ามวิจารณ์พนักงานคนอื่นในเชิงลบเพราะความไม่ชอบส่วนตัว และห้ามสร้างข่าวลือที่กระทบต่อคนในบริษัท”
เขาก้าวเข้าใกล้เธอเพียงก้าวเดียวแต่แรงกดดันเหมือนเดินเข้ามาทั้งห้อง
“หวังว่าผมคงจะไม่ได้ยินอะไรแบบนี้อีก”
พิมพ์ชนกหน้าเสีย “ค่ะท่านประธาน”
หลังจากนั้นทุกคนในบริเวณนั้นก็หวาดกลัวจนไม่กล้ายืนเมาท์อะไรต่ออีกเลย
ฝั่งนทีที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตอนนั้นเขากำลังเดินถือแฟ้มไปส่งให้แผนกบัญชีเดินยิ้ม ๆ เหมือนนกน้อยโลกสวยไม่รู้เลยว่าพายุเมาท์กำลังถาโถมเข้าใส่ตัวเองอยู่ทุกทิศ ตอนเดินกลับขึ้นลิฟต์ก็เจอพนักงานบางคนทำหน้าแปลก ๆ ใส่ บางคนยิ้มให้ บางคนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า บางคนหันไปกระซิบเพื่อน นทีทำหน้างง
“อะไรของเขาเนี่ย? มีอะไรติดหน้าฉันงั้นเหรอ?”
จนกระทั่งเขาเดินกลับมาถึงโต๊ะทำงานหน้าห้องประธาน เสียงอินเตอร์คอมก็ดังขึ้นทันที
“นที เข้ามาหน่อย”
นทีรีบเข้าไปทันที แต่พอเปิดประตู ท่านประธานหนุ่มก็ยืนกอดอกอยู่กลางห้อง สีหน้าเย็นเฉียบแบบเงียบ ๆ นทีใจหายวูบ
โอ๊ย หรือว่าเขาทำงานพลาด!?
“ท่านประธานครับ มีอะไรให้ผมทำเหรอครับ?” เขาถามอย่างสุภาพ
อนาวินมองหน้าเขา สายตาคมกริบเหมือนกำลังประเมิน แล้วถามคำถามที่ทำเอานทีแทบช็อก
“นที วันนี้คุณไปทำอะไรไว้ ทำไมพนักงานทั้งบริษัทถึงมองคุณแปลก ๆ”
นทีอ้าปากค้าง “ผมเหรอ? ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ!”
อนาวินจ้องเขานิ่งและนานจนคนตัวเล็กเริ่มเหงื่อแตก ท่านประธานหนุ่มพูดช้า ๆ
“มีข่าวลือในบริษัทว่าคุณเป็นเลขาสุดพิเศษของผม รู้ไหมว่ามันหมายคาวมว่ายังไง”
นทีสำลักน้ำลายตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้กินอะไรด้วยซ้ำ
“ผมเป็นแค่ลูกน้องครับ! ลูกน้องธรรมดามาก ๆ!” เขารีบแก้
“ผมไม่ได้สนิทอะไรกับท่านประธานเลยครับ! เมื่อวานเรื่องกินข้าวก็เพราะท่านประธานสั่ง!”
อนาวินยกคิ้ว “อืม ก็จริง”
แต่ท่าทีเขาเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรเลยและยังดูสงบเกินเหตุจนคนหน้าใสเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี
“แล้วท่านประธานคิดยังไงเหรอครับ?” นทีถามเสียงเบา
อนาวินมองเขานิ่ง ๆ ก่อนพูดเบา ๆ
“ผมไม่ชอบข่าวลือ”
“ครับ! ผมจะรีบแก้ข่าวให้เร็วที่สุดเลยครับ”
ประธานหนุ่มตอบช้า ๆ “ไม่ต้อง”
“ห๊ะ?”
“ปล่อยมันไป”
นทีงง “แต่คนจะเข้าใจผิดนะครับ”
ครั้งนี้อนาวินตอบตรงกว่าทุกรอบที่ผ่านมา
“แล้วผมสนใจรึไงล่ะ”
นทีเงียบไป หน้าเริ่มร้อนอย่างควบคุมไม่ได้ ท้ายที่สุดนทีก็ก้มหน้าอย่างแรงจนผมปรกหน้าผาก
“ท่านประธานหมายความว่าไงครับ”
อนาวินเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างช้า ๆ สายตาคมเหมือนจะมองลึกเข้าไปถึงใจ
“หมายความว่า...” เขาหยุดประชิดจนหายใจแทบกระทบกัน
“ผมจัดการเองได้”
หัวใจของนทีเต้นไม่เป็นจังหวะ หน้าแดงจนแทบจะระเบิด ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ท่านประธานหนุ่มก็ผละออกแล้วสั่งเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอารายงานการประชุมล่าสุดมาให้ผมที”
นทียืนอึ้งก่อนจะรีบพุ่งออกจากห้องเหมือนหนีตาย ส่วน อนาวินได้แต่ยืนมุมปากยกน้อย ๆ แบบห้ามตัวเองไม่ได้ ปล่อยให้ข่าวลือแพร่ไปแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
วันนี้ทั้งบริษัทวุ่นวายกว่าปกติเพราะเป็น วันเกิดของนทีแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่าวินเตรียมอะไรไว้ให้บ้างหลังเลิกงานวินได้ส่งข้อความเพียงประโยคเดียวมา“คืนนี้ว่างใช่ไหม ผมจะพาไปที่หนึ่ง”นทีตอบกลับไปทั้งที่หน้าแดงร้อนวูบ“ครับวิน ผมว่างครับ”เขาไม่รู้ว่าคืนนี้คืออะไรแต่หัวใจเต้นแรงทั้งวันจนทำงานผิดไปหลายรอบค่ำคืน ห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของวินหลังจากนั่งรถไปกับวินสักพักรถหรูก็มาจอดยังคอนโดสูงหรูใจกลางเมืองลิฟต์ส่วนตัวยกขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกนทีถึงกับตาเบิกกว้าง ทั้งชั้นถูกประดับด้วยแสงไฟอบอุ่นกลีบกุหลาบเทียนหอมที่เรียงรายไปทั่วพร้อมฉากหลังเป็นวิวเมืองยามค่ำสุดโรแมนติกตรงกลางโต๊ะอาหารเล็ก ๆ ถูกจัดอาหารทั้งหมดที่นทีชอบวินมองเขา ยิ้มอ่อนลงเหมือนละลายเขาในที่เดียว“สุขสันต์วันเกิดนะนที”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบเจ็บตาเริ่มใสขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้“วิน ทำไมต้องทำเยอะขนาดนี้ด้วยครับ”วินเดินเข้ามาใกล้ใกล้จนรู้สึกลมหายใจกันและกัน“เพราะนี่เป็นวันเกิดของคนที่ผมรัก”นทีเงียบหน้าแดงจัดเหมือนลูกเชอร์รี่เขาก้มหลบแต่ถูกวินจับคางเบา ๆ เงยขึ้นให้สบตา“นทีมองผมสิ”นทีค่อย ๆ เงยหน้า แ
หลังจากได้รับรายงานว่ามีคนปล่อยรูปท่านประธานกอดนทีตอนไฟดับขึ้นอินทราเน็ตของบริษัทชั้นบริหารแทบทั้งชั้นก็อยู่ในอาการปั่นป่วนเสียงกระซิบดังตามมุมสำนักงานบางคนลุ้น บางคนตกใจ บางคนก็เริ่มเชียร์อย่างออกหน้าออกตาแต่ในขณะที่คนทั้งบริษัทกำลังเดากันวุ่นวาย ท่านประธานอนาวินกลับเดินอย่างมั่นคงไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท และพูดเพียงประโยคเดียวกับหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์“แจ้งประชุมด่วนทุกหัวหน้าแผนกตอนนี้”ห้องประชุมใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ นั่งเต็มห้องบรรยากาศสงบแต่ตึงเครียดแบบไม่ปลอดภัยนทียืนอยู่ด้านหลังห้องไม่นั่งเพราะมือสั่นเกินกว่าจะถือปากกาได้ตาเขาจับจ้องที่ท่านประธานเพียงคนเดียวชายหนุ่มในสูทเข้ารูปที่ยืนหัวโต๊ะประชุมใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาคมมั่นคงดั่งเหล็กอนาวินเริ่มประชุมด้วยเสียงทุ้มชัด“ผมเชิญทุกคนมาเพราะเรื่องภาพที่ถูกปล่อยลงอินทราเน็ตของบริษัท”บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย ท่านประธานวางรีโมตบนโต๊ะ กวาดสายตามองทุกคน“ผมต้องการชี้แจงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอกแต่เขายังไม่คาดคิดกับสิ่งที่ท่านประธานจะพูดต่ออนาวินมองตรงไปที่ผู้
บรรยากาศในชั้นบริหารเย็นยะเยือกเหมือนอุณหภูมิลดลงหลายองศาทันทีที่ท่านประธานก้าวเข้ามาใกล้พนักงานสาวทั้งสามที่กำลังรุมนทีเมื่อครู่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาปหน้าเริ่มขาวซีดเหมือนกระดาษนทีเองก็ยืนนิ่งหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่นึกเลยว่าท่านประธานจะได้ยินทุกอย่างที่พวกเธอพูดอนาวินหยุดยืนข้าง นทีใกล้มาก จนเหมือนยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าเขาอยู่ฝั่งนที ไม่ใช่ฝั่งพวกนั้นเขาเหลือบตาไปมองพนักงานสาว สายตาเฉียบคม นิ่ง เย็นจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง“เมื่อกี้พวกคุณพูดว่าอะไรนะ”เสียงเขาทุ้มต่ำ และอันตรายจนทั้งสามคนตัวสั่นพนักงานสาวคนแรกรีบก้มหน้า“ท ท่านประธานคะ ดิฉันแค่คุยกันเล่น ๆ ไม่ได้หมาย ความว่า ”“คุยเล่น?”อนาวินเลิกคิ้ว“คุณกำลังกล่าวหาเลขาของผมว่า อ่อยผู้ชายรวย ๆ”นทีสะดุ้งหน้าแดงด้วยความอายและโกรธปนกันพนักงานสาวสั่นจนเกือบร้องไห้“ดะ..ดิฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ แค่แค่เข้าใจผิด ”ท่านประธานหรี่ตา“คุณทำงานที่นี่มานานพอจะรู้ว่าบริษัทนี้ไม่อนุญาตให้สร้างบรรยากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะการ กลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงาน”พนักงานอีกคนรีบพูด “พวกเราผิดไปแล้วค่ะท่านประธาน! ขอร้อง ”อนาวินยกมือขึ้น ตั
หลังจากลินาเดินออกจากห้องไปท่านประธานและนทียังยืนนิ่งอยู่ในห้องพักผู้บริหารอารมณ์ตึงเครียดเมื่อครู่ค่อย ๆ ผ่อนคลายแต่ความรู้สึกระหว่างทั้งสองกลับหนักแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านทียังหน้าแดงไม่หายแต่พยายามทำเหมือนปกติ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อสรุปตารางงานต่อแต่ท่านประธานมองเขาแล้วพูดขึ้นเบา ๆ“นทีเมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”นทีส่ายหัวเบา ๆ แต่หน้าแดงจัดจนดูออกชัด“ผมไม่เป็นไรครับ”อนาวินจ้องเขานิ่ง ๆ ก่อนพูดด้วยเสียงซื่อสัตย์จนหัวใจ เต้นแรง“ถ้าวันหนึ่งมีอะไรทำให้คุณรู้สึกกลัวหรือหนักใจบอก ผมก่อนใคร”นทีเงยหน้า ตาโตขึ้นเล็กน้อย“ผมไม่ปล่อยให้คุณรับมือคนเดียวไม่ว่าเรื่องอะไร”คำพูดของเขาไม่ใช่คำสั่งไม่ใช่เสียงเข้มแบบประธานบริษัทแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่ “ใส่ใจจริง”นทีเม้มปากซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ“ครับ ผมจะบอกท่านคนแรกเลย”อนาวินยิ้มมุมปากเบา ๆ เหมือนควบคุมตัวเองให้เย็นเฉียบไม่ได้สักทีเมื่ออยู่กับนทีช่วงบ่าย ข่าวลือเริ่มแรงขึ้นนทีเดินไปส่งเอกสารแผนกอื่นทันทีที่เดินผ่านโซนโต๊ะพักพนักงานเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้น“นั่นไงคนในข่าว”“คนที่ท่านประธานกอดตอนไฟดับ”“เขาน่ารักจริง แต่ทำไมท่านประธาน
บรรยากาศในชั้นบริหารตึงเครียดขึ้นทันทีหลังประโยคของท่านประธานที่พูดกับลินาอย่างชัดเจนว่า “ผมมีคนที่ต้องดูแลแล้ว” นทีที่ยืนอยู่ข้างหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบแข็งค้างเพราะทุกคำพูดของท่านประธานเหมือนกำลังบังเขา ปกป้องเขา และเลือกเขาในขณะที่ลินา ใบหน้าสวยหวานซีดลงทันทีดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกลั้นบางอย่างไว้“วิน”เสียงเธอสั่นอย่างที่นทีไม่เคยคิดจะได้ยินจากผู้หญิงที่ดูมั่นใจแบบนี้“นี่นายพูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นจริง ๆ เหรอ?” อนาวินตอบทันทีไม่มีลังเลสักวินาที“ผมไม่จำเป็นต้องปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีก”นทีหน้าแดงพร่แต่ลินากลับหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ดีค่ะเข้าใจแล้วว่าใครคือ ‘คนสำคัญ’ ของนายตอนนี้”พนักงานที่ยืนดูอยู่เงียบกริบไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่นิดเดียวลินาหันกลับมามองนทีสายตาไม่ได้โกรธพอจะทำร้ายนทีแต่เต็มไปด้วยคำถามลึก ๆ“ขอฉันคุยกับนายเป็นการส่วนตัวได้ไหม”เธอหันไปมองอนาวิน ไม่ได้แม้แต่จะมองนที“ฉันมีเรื่องสำคัญมากพอที่จะพูดกับนายแม้เราจะเลิกกันไปแล้วก็ตาม”อนาวินนิ่งแต่ดวงตาเขาคลอน้ำแข็งขึ้นมาทันทีเขาพูดสั้น ๆแต่ชัดเจน“นาทีมาด้วย”ลินาสะอึก“นายจะให้เล
หลังจากเหตุการณ์ไฟดับในห้องเก็บเอกสาร และภาพของท่านประธานที่โอบเอวนทีในความมืดถูกเปิดเผยต่อหน้าพนักงานนับสิบ ข่าวลือก็กระจายเร็วกว่าไฟลามป่าทันทีที่กลับขึ้นชั้นบริหารนทีก็รู้ทันทีว่าทุกสายตาในออฟฟิศมองมาที่เขา ทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดเดา“ตายแล้วฉันเห็นกับตา”“ท่านประธานกอดนทีไว้แน่นมาก!”“ขนาดไฟเปิดแล้ว เขายังไม่ปล่อยเลยนะ!”“นี่มันแบบในซีรีส์มากเวอร์”“หรือเขาคบกันจริง!?”นทีหน้าแดงจนแทบเดินไม่ตรง หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเต้นมาก่อนแต่ในทางกลับกันท่านประธานอนาวินเดินด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีความลำบากใจ ไม่มีความอาย ไม่มีความกังวลเหมือนกำลัง “ประกาศกลาย ๆ” ว่า เขาไม่ปฏิเสธสิ่งที่ทุกคนเห็นบนทางเดิน สิ่งที่ทำให้หัวใจนทีเกือบหยุดเมื่อเดินมาถึงประตูห้องประธานนทีกำลังจะเปิดประตูเข้าที่โต๊ะตัวเองท่านประธานเรียกเบา ๆ“นที”นทีหัน“ครับท่านประธาน?”อนาวินก้าวเข้ามาใกล้ใกล้จนคนที่เดินผ่านเริ่มกระซิบกันหนักขึ้นเขาก้มลงเล็กน้อยพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำชิดหู“เมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”แค่น้ำเสียงก็ทำให้นทีหน้าแดงจนหูร้อนวาบ“น นิดหน่อยครับ แต่ตอนท่านจับไว้ผมก็ไม่กลัวแล้ว”ท่านประธานมองเขานิ่ง ๆ







