เข้าสู่ระบบหลังจากเหตุการณ์ข่าวลือทั้งบริษัท นทีทำงานไปด้วย ใจเต้นไปด้วย เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดท่านประธานถึงดูไม่แคร์ ไม่โกรธ และไม่ปฏิเสธเลยสักนิด แถมยังทำเหมือนปล่อยให้คนเข้าใจผิดเฉย ๆ โดยไม่สนใจด้วย ซึ่งบอกตามตรงมันทำให้นทีใจสั่นมากกว่าโดนดุสิบครั้งรวมกันซะอีก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามโฟกัสงานที่วางพะเนินอยู่บนโต๊ะของตัวเอง จนบ่ายแก่ ๆ เสียงอินเตอร์คอมก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“นที เข้ามาหน่อย”
เสียงเรียกด้วยโทนนี้อันตรายทุกที
นทีเปิดประตูเข้าไปเห็นอนาวินนั่งพิงเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายกว่าทุกทีแต่สายตาคมจ้องเขาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ปิดประตูด้วย”
ประโยคนั้นมาก่อนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนทีชะงักแต่ก็ทำตามเสียงคลิกของประตูทำเอาเขาใจเต้นแรงขึ้น ห้องใหญ่เงียบสนิทเหลือเพียงเขาและท่านประธานอยู่ลำพัง
นาทีถามเสียงเบา “มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ?”
ทันทีที่พูดจบเขาก็รู้ตัวว่าเลือกคำผิดอีกแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองมาก
อนาวินเลิกคิ้ว “คำเมื่อวานยังไม่เข็ด?”
นทีหน้าแดงวาบ “ขะขอโทษครับ!”
ประธานไม่พูดอะไรต่อ เพียงขยับตัวนั่งตรง และเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ฉันมีคำถาม”
“ครับ?”
“เรื่องคืนวันนั้น”
หัวใจนทีกระตุกแรงร่างเล็กแทบจะหลุดเสียง
“ฮืออออ” แบบคนจะร้องไห้
“ทะท่านประธานจะถามอะไรครับ”
อนาวินไม่ตอบทันทีเขาเพียงมองหน้าอีกฝ่ายราวกับต้องการอ่านทุกอารมณ์จากดวงตากลม ๆ นั้น
“วันนั้น ” เขาเท้าแขนกับโต๊ะ
“คุณเข้ามาหาผมก่อน หรือผมเดินไปหาเอง”
นทีอ้าปากค้าง
ให้ตายสิเรื่องนี้อีกแล้ว!?“อ่ะเอ่อคือมัน ” เขาพูดไม่ออก
อนาวินถามต่อน้ำเสียงช้า แต่ชัด
“แล้วใครจูบก่อนกันแน่”
นทีแทบเป็นลม หูไหม้ หน้าไหม้ คอไหม้ทั้งตัวเหมือนขึ้นไฟไปหมด
“ผ-ผมไม่จำได้ครับ!” เขาตะโกนตัวสั่น
ประธานมองนิ่ง ไม่เชื่อสักนิด
“โกหก”
“ผมไม่ได้โกหกนะครับ! ผมเมามาก!”
“เมาแล้วอ่อยเก่งขึ้นรึเปล่า”
“ท่านประธานครับ!!”
นทีเผลอเสียงดังจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง อนาวินหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงหัวเราะนั้นทำเอานทีนิ่งไป เพราะไม่ค่อยได้ยินแบบนี้บ่อยนัก
“ดูจากท่าทางแล้ว” ประธานพูดช้า ๆ
“คุณคงจำได้ทุกอย่าง” นทีหลบสายตา
“ผมผมไม่จำจริง ๆ ครับ”
“แต่คุณเขียนโน้ตได้” ท่านประธานกระตุกยิ้มมุมปาก
“แถมยังวางเงินไว้ด้วย”
นทีอยากกรีดร้องอยากมุดเข้าไปใต้พื้นอยากหายไปจากโลกนี้สามวินาที
“นั่นผมเมาสุด ๆ แล้วครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจ ”
“คุณตีค่าผม 5,000 บาท” นทีหน้าซีด
“ผ-ผมขอโทษครับ!!!”อนาวินไม่พูดอะไรแต่ยื่นมือไปแตะหน้าผากตัวเองเบา ๆ ราวกับระอาแบบเอ็นดู
“เฮ้อเด็กคนนี้จริง ๆ”
นาทีได้ยินชัดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก เด็กคนนี้ให้ตายเถอะเขาเพิ่งถูกท่านประธานเรียกว่าเด็กคนนี้จริง ๆ เหรอ
“เข้ามาใกล้กว่านี้หน่อย” อนาวินสั่ง
นทีชะงัก แต่ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
“อีก”
เขาก้าวเพิ่มจนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะประธานใกล้พอที่จะมองเห็นขนตายาวของชายหนุ่ม
อนาวินมองเขานิ่ง ๆ
ค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มสีดำด้านข้างแล้วยื่นมาให้“เอาแฟ้มนี้ไปแก้รายชื่อผู้เข้าร่วมงานประชุม รีบทำให้เสร็จก่อนเลิกงาน” นทีอึ้ง
“อะ เอ่อครับ?” ประธานมองหน้าเขานิ่ง
เหมือนสงบดี แต่ในดวงตามีประกายเจ้าเล่ห์ชัดเจน“ผิดหวังเหรอ”
“หา!? ผมจะไปผิดหวังอะไรครับ!”
“นึกว่าฉันจะถามเรื่องเมื่อคืนมากกว่านี้?” นทีหน้าแดงลามถึงหู
“ผะ ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะครับ!! ผมอยากให้ท่านประธานลืมมันด้วยซ้ำ!” อนาวินเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาคมวาวเหมือนจะเจาะทะลุหัวใจเขา
“ลืมไม่ได้หรอก”
“คะครับ?”
“ภาพเด็กตัวเล็กเมาแล้วเดินมาชนแก้ว ยิ้มล่อคนทั้งโต๊ะแล้วลากผมขึ้นไปบนห้อง” เขาหยุดจ้องนาทีเต็ม ๆ
“จะให้ผมลืม คงยากหน่อย”
นทีช็อกจนขาแทบอ่อน อยากมุดใต้โต๊ะมากกว่าที่เคยในชีวิตทั้งหมดรวมกันแต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร อนาวินก็ผละตัวขึ้นหยิบปากกามาเขียนอะไรบางอย่างเร็ว ๆ แล้ววางบนโต๊ะเป็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ เหมือนขนาดเดียวกับคืนวันนั้นเขาผลักมันมาตรงหน้าของนที
นทีหยิบขึ้นมาอ่าน และแทบหยุดหายใจ บนกระดาษเขียนว่า
“ดอกเบี้ยของ 5000 เดี๋ยวคิดทีหลัง” นทีตกใจจนเผลอร้อง
“ท่านประธานครับ! คืนนี้ผมจะเอาเงินไปคืน!!” อนาวินพิงหลังกับเก้าอี้ยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ผมไม่ได้ต้องการเงินคืน” นทีหายใจสะดุด
“แล้วต้องการอะไรครับ” ประธานตอบเบา ๆ แต่มั่นคง
“เอาไว้คิดทีหลัง” ดวงตาคมสบกับตากลมจนเหมือนล็อกหัวใจไว้
“ไปทำงานของคุณก่อน” นทีรีบพุ่งออกจากห้องแบบแทบจะวิ่งแขนขาสั่นจนเกือบล้มตั้งแต่ยังไม่ถึงโต๊ะตัวเอง
ส่วนอนาวินเขาหัวเราะเบา ๆ อีกครั้งก่อนจะฟุบหน้าลงกับมือ
“ให้ตายเจ้าเด็กนี่มันตัวปั่นของแท้” แต่แววตาที่ตามหลังนาทีไปกลับอ่อนลงจนแทบไม่เหลือความเย็นชาเดิม
วันนี้ทั้งบริษัทวุ่นวายกว่าปกติเพราะเป็น วันเกิดของนทีแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่าวินเตรียมอะไรไว้ให้บ้างหลังเลิกงานวินได้ส่งข้อความเพียงประโยคเดียวมา“คืนนี้ว่างใช่ไหม ผมจะพาไปที่หนึ่ง”นทีตอบกลับไปทั้งที่หน้าแดงร้อนวูบ“ครับวิน ผมว่างครับ”เขาไม่รู้ว่าคืนนี้คืออะไรแต่หัวใจเต้นแรงทั้งวันจนทำงานผิดไปหลายรอบค่ำคืน ห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของวินหลังจากนั่งรถไปกับวินสักพักรถหรูก็มาจอดยังคอนโดสูงหรูใจกลางเมืองลิฟต์ส่วนตัวยกขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกนทีถึงกับตาเบิกกว้าง ทั้งชั้นถูกประดับด้วยแสงไฟอบอุ่นกลีบกุหลาบเทียนหอมที่เรียงรายไปทั่วพร้อมฉากหลังเป็นวิวเมืองยามค่ำสุดโรแมนติกตรงกลางโต๊ะอาหารเล็ก ๆ ถูกจัดอาหารทั้งหมดที่นทีชอบวินมองเขา ยิ้มอ่อนลงเหมือนละลายเขาในที่เดียว“สุขสันต์วันเกิดนะนที”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบเจ็บตาเริ่มใสขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้“วิน ทำไมต้องทำเยอะขนาดนี้ด้วยครับ”วินเดินเข้ามาใกล้ใกล้จนรู้สึกลมหายใจกันและกัน“เพราะนี่เป็นวันเกิดของคนที่ผมรัก”นทีเงียบหน้าแดงจัดเหมือนลูกเชอร์รี่เขาก้มหลบแต่ถูกวินจับคางเบา ๆ เงยขึ้นให้สบตา“นทีมองผมสิ”นทีค่อย ๆ เงยหน้า แ
หลังจากได้รับรายงานว่ามีคนปล่อยรูปท่านประธานกอดนทีตอนไฟดับขึ้นอินทราเน็ตของบริษัทชั้นบริหารแทบทั้งชั้นก็อยู่ในอาการปั่นป่วนเสียงกระซิบดังตามมุมสำนักงานบางคนลุ้น บางคนตกใจ บางคนก็เริ่มเชียร์อย่างออกหน้าออกตาแต่ในขณะที่คนทั้งบริษัทกำลังเดากันวุ่นวาย ท่านประธานอนาวินกลับเดินอย่างมั่นคงไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท และพูดเพียงประโยคเดียวกับหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์“แจ้งประชุมด่วนทุกหัวหน้าแผนกตอนนี้”ห้องประชุมใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ นั่งเต็มห้องบรรยากาศสงบแต่ตึงเครียดแบบไม่ปลอดภัยนทียืนอยู่ด้านหลังห้องไม่นั่งเพราะมือสั่นเกินกว่าจะถือปากกาได้ตาเขาจับจ้องที่ท่านประธานเพียงคนเดียวชายหนุ่มในสูทเข้ารูปที่ยืนหัวโต๊ะประชุมใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาคมมั่นคงดั่งเหล็กอนาวินเริ่มประชุมด้วยเสียงทุ้มชัด“ผมเชิญทุกคนมาเพราะเรื่องภาพที่ถูกปล่อยลงอินทราเน็ตของบริษัท”บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย ท่านประธานวางรีโมตบนโต๊ะ กวาดสายตามองทุกคน“ผมต้องการชี้แจงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอกแต่เขายังไม่คาดคิดกับสิ่งที่ท่านประธานจะพูดต่ออนาวินมองตรงไปที่ผู้
บรรยากาศในชั้นบริหารเย็นยะเยือกเหมือนอุณหภูมิลดลงหลายองศาทันทีที่ท่านประธานก้าวเข้ามาใกล้พนักงานสาวทั้งสามที่กำลังรุมนทีเมื่อครู่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาปหน้าเริ่มขาวซีดเหมือนกระดาษนทีเองก็ยืนนิ่งหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่นึกเลยว่าท่านประธานจะได้ยินทุกอย่างที่พวกเธอพูดอนาวินหยุดยืนข้าง นทีใกล้มาก จนเหมือนยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าเขาอยู่ฝั่งนที ไม่ใช่ฝั่งพวกนั้นเขาเหลือบตาไปมองพนักงานสาว สายตาเฉียบคม นิ่ง เย็นจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง“เมื่อกี้พวกคุณพูดว่าอะไรนะ”เสียงเขาทุ้มต่ำ และอันตรายจนทั้งสามคนตัวสั่นพนักงานสาวคนแรกรีบก้มหน้า“ท ท่านประธานคะ ดิฉันแค่คุยกันเล่น ๆ ไม่ได้หมาย ความว่า ”“คุยเล่น?”อนาวินเลิกคิ้ว“คุณกำลังกล่าวหาเลขาของผมว่า อ่อยผู้ชายรวย ๆ”นทีสะดุ้งหน้าแดงด้วยความอายและโกรธปนกันพนักงานสาวสั่นจนเกือบร้องไห้“ดะ..ดิฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ แค่แค่เข้าใจผิด ”ท่านประธานหรี่ตา“คุณทำงานที่นี่มานานพอจะรู้ว่าบริษัทนี้ไม่อนุญาตให้สร้างบรรยากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะการ กลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงาน”พนักงานอีกคนรีบพูด “พวกเราผิดไปแล้วค่ะท่านประธาน! ขอร้อง ”อนาวินยกมือขึ้น ตั
หลังจากลินาเดินออกจากห้องไปท่านประธานและนทียังยืนนิ่งอยู่ในห้องพักผู้บริหารอารมณ์ตึงเครียดเมื่อครู่ค่อย ๆ ผ่อนคลายแต่ความรู้สึกระหว่างทั้งสองกลับหนักแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านทียังหน้าแดงไม่หายแต่พยายามทำเหมือนปกติ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อสรุปตารางงานต่อแต่ท่านประธานมองเขาแล้วพูดขึ้นเบา ๆ“นทีเมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”นทีส่ายหัวเบา ๆ แต่หน้าแดงจัดจนดูออกชัด“ผมไม่เป็นไรครับ”อนาวินจ้องเขานิ่ง ๆ ก่อนพูดด้วยเสียงซื่อสัตย์จนหัวใจ เต้นแรง“ถ้าวันหนึ่งมีอะไรทำให้คุณรู้สึกกลัวหรือหนักใจบอก ผมก่อนใคร”นทีเงยหน้า ตาโตขึ้นเล็กน้อย“ผมไม่ปล่อยให้คุณรับมือคนเดียวไม่ว่าเรื่องอะไร”คำพูดของเขาไม่ใช่คำสั่งไม่ใช่เสียงเข้มแบบประธานบริษัทแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่ “ใส่ใจจริง”นทีเม้มปากซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ“ครับ ผมจะบอกท่านคนแรกเลย”อนาวินยิ้มมุมปากเบา ๆ เหมือนควบคุมตัวเองให้เย็นเฉียบไม่ได้สักทีเมื่ออยู่กับนทีช่วงบ่าย ข่าวลือเริ่มแรงขึ้นนทีเดินไปส่งเอกสารแผนกอื่นทันทีที่เดินผ่านโซนโต๊ะพักพนักงานเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้น“นั่นไงคนในข่าว”“คนที่ท่านประธานกอดตอนไฟดับ”“เขาน่ารักจริง แต่ทำไมท่านประธาน
บรรยากาศในชั้นบริหารตึงเครียดขึ้นทันทีหลังประโยคของท่านประธานที่พูดกับลินาอย่างชัดเจนว่า “ผมมีคนที่ต้องดูแลแล้ว” นทีที่ยืนอยู่ข้างหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบแข็งค้างเพราะทุกคำพูดของท่านประธานเหมือนกำลังบังเขา ปกป้องเขา และเลือกเขาในขณะที่ลินา ใบหน้าสวยหวานซีดลงทันทีดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกลั้นบางอย่างไว้“วิน”เสียงเธอสั่นอย่างที่นทีไม่เคยคิดจะได้ยินจากผู้หญิงที่ดูมั่นใจแบบนี้“นี่นายพูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นจริง ๆ เหรอ?” อนาวินตอบทันทีไม่มีลังเลสักวินาที“ผมไม่จำเป็นต้องปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีก”นทีหน้าแดงพร่แต่ลินากลับหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ดีค่ะเข้าใจแล้วว่าใครคือ ‘คนสำคัญ’ ของนายตอนนี้”พนักงานที่ยืนดูอยู่เงียบกริบไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่นิดเดียวลินาหันกลับมามองนทีสายตาไม่ได้โกรธพอจะทำร้ายนทีแต่เต็มไปด้วยคำถามลึก ๆ“ขอฉันคุยกับนายเป็นการส่วนตัวได้ไหม”เธอหันไปมองอนาวิน ไม่ได้แม้แต่จะมองนที“ฉันมีเรื่องสำคัญมากพอที่จะพูดกับนายแม้เราจะเลิกกันไปแล้วก็ตาม”อนาวินนิ่งแต่ดวงตาเขาคลอน้ำแข็งขึ้นมาทันทีเขาพูดสั้น ๆแต่ชัดเจน“นาทีมาด้วย”ลินาสะอึก“นายจะให้เล
หลังจากเหตุการณ์ไฟดับในห้องเก็บเอกสาร และภาพของท่านประธานที่โอบเอวนทีในความมืดถูกเปิดเผยต่อหน้าพนักงานนับสิบ ข่าวลือก็กระจายเร็วกว่าไฟลามป่าทันทีที่กลับขึ้นชั้นบริหารนทีก็รู้ทันทีว่าทุกสายตาในออฟฟิศมองมาที่เขา ทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดเดา“ตายแล้วฉันเห็นกับตา”“ท่านประธานกอดนทีไว้แน่นมาก!”“ขนาดไฟเปิดแล้ว เขายังไม่ปล่อยเลยนะ!”“นี่มันแบบในซีรีส์มากเวอร์”“หรือเขาคบกันจริง!?”นทีหน้าแดงจนแทบเดินไม่ตรง หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเต้นมาก่อนแต่ในทางกลับกันท่านประธานอนาวินเดินด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีความลำบากใจ ไม่มีความอาย ไม่มีความกังวลเหมือนกำลัง “ประกาศกลาย ๆ” ว่า เขาไม่ปฏิเสธสิ่งที่ทุกคนเห็นบนทางเดิน สิ่งที่ทำให้หัวใจนทีเกือบหยุดเมื่อเดินมาถึงประตูห้องประธานนทีกำลังจะเปิดประตูเข้าที่โต๊ะตัวเองท่านประธานเรียกเบา ๆ“นที”นทีหัน“ครับท่านประธาน?”อนาวินก้าวเข้ามาใกล้ใกล้จนคนที่เดินผ่านเริ่มกระซิบกันหนักขึ้นเขาก้มลงเล็กน้อยพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำชิดหู“เมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”แค่น้ำเสียงก็ทำให้นทีหน้าแดงจนหูร้อนวาบ“น นิดหน่อยครับ แต่ตอนท่านจับไว้ผมก็ไม่กลัวแล้ว”ท่านประธานมองเขานิ่ง ๆ







![[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)