تسجيل الدخولเสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง
‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลานจ์หรูกระพริบวูบวาบสองสามครั้ง อุณหภูมิภายในห้องที่เคยอบอ้าวกลับลดฮวบลงจนนลินรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว กลิ่นหอมของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแพงถูกแทนที่ด้วย ‘กลิ่นเนื้อไหม้และกลิ่นควันไฟฉุนกึก’ จนเธอต้องยกมือขึ้นปิดจมูก “กลิ่นอะไรเนี่ย... มีใครไหม้อะไรหรือเปล่า?” นลินหันไปถามเพื่อนข้างกาย แต่แปลก... ทุกคนรอบตัวยังคงเต้นรำและดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นประหลาดแบบที่เธอรู้สึกเลยแม้แต่คนเดียว! อึก! พลัน นลินรู้สึกเหมือนมี ‘สายเชือกที่มองไม่เห็น’ ลอยเข้ามาพันธนาการอยู่รอบลำคอระหงของเธอ แรงบีบรัดมหาศาลกดทับหลอดลมจนเธอหายใจไม่ออก แก้วแชมเปญในมือร่วงหลุดจากนิ้ว ตกลงพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ! เคร้ง! “นลิน! เป็นอะไรไปน่ะ!” เพื่อนๆ ถลันเข้ามาพยุงเมื่อเห็นดาราสาวหน้าซีดเผือด ยืนกุมคอตัวเองแล้วทรุดลงไปกองกับพื้น นลินพยายามเค้นเสียงพูด แต่ลำคอกลับแห้งผาก ร่างกายสั่นสะท้าน เธอเบิ่งตากว้างมองไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ปลายห้องเลานจ์ แสงไฟกระพริบเผยให้เห็นภาพสะท้อนในกระจก... ตรงหลังคอของเธอ ไม่ใช่ความว่างเปล่า... แต่มันคือ มือผอมแห้งที่ไหม้เกรียมจนเห็นกระดูกดำทวิ!! เล็บแหลมคมยาวเฟื้อยกำลังกำบีบรัดรอบคอของเธออย่างรุนแรง และเบื้องหลังเงาของเธอ คือร่างของหญิงสาวในชุดผ้าแถบโบราณที่เนื้อหนังครึ่งหนึ่งเปื่อยพองและมีคราบเลือดแห้งกรัง ดวงตาสีม่วงคล้ำจ้องตรงมาที่นลินด้วยความเคียดแค้น! “มึงเสวยสุขมาพอแล้ว... ถึงเวลาที่มึงต้องกลับไปโดนไฟเผาทั้งเป็นเหมือนกู!” เสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวของนลินจนขมับแทบระเบิด! 1 ชั่วโมงต่อมา... ห้องชุดเพนท์เฮาส์สุดหรูของนลิน นลินนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง เธอนำเพื่อนๆ และการ์ดออกไปหมดเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเธอเป็นบ้า ดาราสาวพยุงร่างกายที่อ่อนแรงเดินตรงไปยังห้องน้ำ ยืนส่องกระจกเงาหน้าอ่างล้างหน้า มือสั่นเทาค่อยๆ แหวกผมยาวสลวยออก... และนั่นทำให้เธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความสยดสยอง! ตรงลำคอขาวเนียนของเธอ บัดนี้ปรากฏ ‘รอยปื้นสีแดงก่ำอมเขียวช้ำ’ เป็นรูปรอยรัดของมือมนุษย์เด่นชัด คล้ายกับมีใครมาบีบคอเธอไว้เต็มแรง รอยนั้นส่งกลิ่นแสบร้อนลึกเข้าไปถึงชั้นผิวหนัง ราวกับเนื้อกำลังถูกไฟลนอย่างช้าๆ “ไม่จริง... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” นลินร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น พยายามใช้ครีมบำรุงและน้ำเย็นลูบ แต่รอยช้ำสีเลือดนั้นกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูหน้าห้องเพนท์เฮาส์ดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามตีหนึ่งครึ่ง นลินสะดุ้งสุดตัว คว้าแจกันแก้วบนโต๊ะมาถือไว้เป็นอาวุธอย่างหวาดระแวง “ใครน่ะ! บอกไว้ก่อนนะว่าฉันมีปืน!” เธอร้องขู่เสียงสั่น “เปิดประตูเถอะครับ คุณนลิน...” เสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความหนักแน่นและน่าเกรงขามดังขึ้นจากหลังประตู “ผมคือ ดร. คเชนทร์... ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณจาก ‘รอยรัดสิเน่หา’ ก่อนที่มันจะสูบกลืนวิญญาณของคุณไปในคืนนี้” นลินชะงักกึก... คนแปลกหน้าคนนี้รู้เรื่อง ‘รอยรัด’ บนคอเธอได้อย่างไร ในเมื่อเธอเพิ่งโดนมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน และยังไม่ได้บอกใครเลยแม้แต่คนเดียว! มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ เลื่อนปลดล็อกประตูเพนท์เฮาส์ออกทีละชั้น... บานประตูไม้หนาเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีดำเรียบหรู ใบหน้าคมคายหล่อเหลา นัยน์ตาลึกซึ้งฉายแววเย็นชาและซับซ้อน ในมือของเขาถือ ‘กลักไม้โบราณ’ สลักยันต์อักขระไว้แน่น สายตาของคเชนทร์จับจ้องตรงมาที่รอยช้ำบนคอของนลิน แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความรวดร้าวและความรู้สึกผิดอันลึกล้ำ... ความรู้สึกที่ติดค้างมาจากอดีตชาตินับร้อยปี! “คุณเป็นใคร... แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” นลินถามพลางถอยหลังหนี คเชนทร์ก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงล็อกอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาหาเธอ โดยไม่มีความเกรงกลัวแจกันในมือเธอเลยแม้แต่น้อย “ผมคือนักโบราณคดี... แต่เบื้องหลัง ผมคือคนเดียวที่จะช่วยคุณให้รอดชีวิตจาก ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ ได้” คเชนทร์เอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “รอยบนคอคุณ ไม่ใช่แค่รอยช้ำ... แต่มันคือนามตราอาฆาตที่ย้ำเตือนว่า บ่วงกรรมที่คุณเคยก่อไว้ในอดีตชาติ... ได้ตามมาคิดบัญชีกับคุณแล้ว!”หลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั
รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา
เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย
ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง
เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา
บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป







