แชร์

ตอนที่ 2

ผู้เขียน: ขนมหวาน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-25 03:03:59

ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์

ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว

ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน

“ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!”

เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ...

ฟึ่บ!

คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟในห้องจนเงาของขรึมทับร่างของเธอไว้ มือหนาข้างหนึ่งยื่นออกไปแตะบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอเบาๆ เพียงแค่สัมผัส หน้าจอเครื่องที่เคยติดสว่างก็กระพริบวูบแล้วดับมืดลงทันทีราวกับแบตเตอรี่ถูกสูบออกจนหมด!

“คุณ!” นลินผงะถอย ควักแจกันเงื้อขึ้นหมายจะเหวี่ยงใส่

แต่คเชนทร์กลับยื่นมืออีกข้างมารับข้อมือเรียวของเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย สัมผัสจากฝ่ามือของเขาร้อนผ่าวราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งผ่าน นลินรู้สึกได้ว่าแรงบีบรัดอันแสบร้อนตรงลำคอของเธอพลันทุเลาเบาบางลงไปอย่างน่าอัศจรรย์ในวินาทีที่เขาสัมผัสตัวเธอ

“ถ้าผมเป็นคนจิตป่วย... ผมคงไม่รู้หรอกว่ารอยช้ำบนคอคุณ มันปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกไฟลนจากข้างใน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “และผมคงไม่รู้ว่า กลิ่นที่คุณได้ยินในงานปาร์ตี้เมื่อครู่... มันคือกลิ่นซากศพไหม้ไฟของคนที่คุณเคยทำร้ายเอาไว้เมื่อร้อยกว่าปีก่อน”

นลินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระสับด้วยความตระหนก “คุณ... คุณรู้ได้ยังไง”

“ผมบอกแล้วว่าผมมาช่วย” คเชนทร์ค่อยๆ ละมือออกจากข้อมือเธอ เขาถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ให้เธอรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ก่อนจะวาง ‘กลักไม้โบราณ’ ลงบนโต๊ะกระจก

“ผมชื่อ คเชนทร์... เบื้องหน้าผมเป็นอาจารย์สอนโบราณคดีและประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เบื้องหลัง ตระกูลของผมคือผู้ถือครองคัมภีร์อักขระเงา สืบทอดสายวิชาปราบสิเน่หาและจิตวิญญาณมาตั้งแต่สมัยอยุธยา” ชายหนุ่มเปิดฝากลักไม้โบราณออก ภายในมีคัมภีร์ใบลานเก่าแก่พันด้วยด้ายสีแดงและผงแป้งมงคลสีขาว

นลินเค้นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นคลอน “เลิกพูดเรื่องงมงายพวกนี้สักที! นี่มันศตวรรษที่สิบยี่สิบเอ็ดแล้วนะคุณ! คุณจะบอกว่าฉันเคยเป็นวายร้ายในชาติก่อน แล้วมีผีเจ้านางอะไรนั่นตามมาคิดบัญชีเหรอ? บ้าบอ! รอยบนคอฉันมันก็แค่... แค่แพ้สารเคมี! หรือไม่ก็มีคนแอบใส่ยาในเหล้าฉัน!”

เธอพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะตลอดชีวิตยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา นลินเชื่อมั่นในสิ่งที่ตาเห็นและอธิบายได้ด้วยหลักการเท่านั้น การจะให้ยอมรับว่าตัวเองกำลังถูก ‘ผีสาง’ ตามล่า คือสิ่งที่เกินกว่าจิตสำนึกของเธอจะรับไหว

“คุณจะเชื่อว่าผมเป็นคนบ้าก็ได้ คุณนลิน” คเชนทร์เอ่ยพลางจ้องหน้าเธอด้วยสายตาหนักแน่น “แต่สัจจะแห่งกรรมไม่เคยรอให้คุณพร้อมจะเชื่อ ยิ่งคุณพยายามปฏิเสธและใช้ชีวิตอย่างประมาท แรงแค้นของเจ้านางสร้อยสายคำก็ยิ่งทำงานได้ง่ายขึ้น วันนี้เธอทำได้แค่บีบคอสร้างรอยตรา... แต่วันพระใหญ่ที่จะถึงในอีกสามวัน เธอจะมาเอา ‘ชีวิต’ และ ‘ใบหน้า’ ของคุณไป”

คำว่า ‘ใบหน้า’ ทำให้เหงื่อเย็นๆ ผุดซึมเต็มแผ่นหลังของดาราสาว นลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“เอาละ... ในเมื่อคุณมองว่าผมเป็นคนบ้า ผมก็จะไม่ฝืนใจ” คเชนทร์หยิบ ‘ตระกรุดเงินดอกเล็ก’ ที่ถักด้วยเส้นสายสิญจน์สีครามออกจากกลักไม้ นำมาวางไว้ข้างโทรศัพท์มือถือของเธอ “แต่นี่คือสิ่งเดียวที่จะประวิงเวลาให้คุณรอดชีวิตผ่านคืนนี้ไปได้ พกมันติดตัวไว้ ห้ามถอดเด็ดขาด... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง นลินมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจอย่างที่สุด

“เดี๋ยว!” นลินตะโกนเรียกไว้ “ถ้าคุณบอกว่าคุณมาช่วย... แล้วทำไมคุณต้องช่วยฉัน? เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ!”

คเชนทร์หยุดก้าวเท้า เขาเบือนหน้ากลับมามองเธอเพียงครึ่งเสี้ยว ใบหน้าคมคายฉายแววโศกเศร้าและความรวดร้าวลึกล้ำที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ความเย็นชา

“เพราะในอดีตชาติ... ผมคือคนที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรม” เสียงของเขาทุ้มพร่า “และชาตินี้... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็ไม่มีวันปล่อยให้คุณต้องตายด้วยมือของเธออีกเป็นอันขาด”

ทิ้งไว้เพียงคำพูดปริศนาที่ชวนให้ขนลุก คเชนทร์ก็ก้าวออกจากเพนท์เฮาส์ไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้นลินยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขกอันเงียบสงัด

เธอมองตระกรุดเงินบนโต๊ะด้วยสายตาสับสน... ชายคนนี้คือคนบ้าหลอกลวง หรือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชีวิตเธอกันแน่?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วง   ตอนที่ 5

    หลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั

  • บ่วง   ตอนที่ 4

    รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา

  • บ่วง   ตอนที่ 3

    เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย

  • บ่วง   ตอนที่ 2

    ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง

  • บ่วง   บทที่1

    เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา

  • บ่วง   ตอนที่ 14

    บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status