Home / โรแมนติก / บ่วงบรรพกาล / ตอนที่ 2 เด็กสาวปริศนา

Share

ตอนที่ 2 เด็กสาวปริศนา

last update publish date: 2026-07-11 23:43:12

สองข้างทางที่เคยมีบ้านคนประปรายตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นป่าเขารกครึ้มบรรยากาศรอบข้างเย็นเหยียบน่าขนลุกมีเพียงเสียงล้อรถบดถนนลูกรังสลับกับดินแดงที่มีแต่ฝุ่นฉาบผิว รถเก๋งสีขาวสะอาดค่อยๆ คืบคลานผ่านถนนไปเรื่อยๆ แม้ว่าสองข้างทางจะเริ่มเป็นป่ามากเสียกว่าจะเป็นบ้านคนแล้ว

"แกแน่ใจนะว่ามาถูกทาง....ไม่ใช่หลงทางนะ?? "

มินตราถามย้ำเป็นครั้งที่สิบเมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าเริ่มไม่ใช่ทางที่รถควรจะเหยียบย่ำเข้าไป

"ฉันแน่ใจว่ามาถูกแล้วนะแก....สุดทางนี้ก็เดินเข้าไปอีก500เมตรก็จะถึงศาลเจ้าแม่แจ่มจันทร์แล้วแก"

ชลินทรามั่นใจเพราะที่ผ่านๆ มามีเพียงทางนี้เท่านั้นที่ถูกต้องตามคำบอกเล่าจากอินทิราหญิงสาวค่อยๆ ประคองตัวรถที่เริ่มจะโยกเยกเพราะทางที่แสนจะขรุขระจวบจนรู้สึกว่าไม่สามารถไปต่อได้อีกต่อไปแล้วหญิงสาวจึงจอดรถและเดินเท้าต่อไปโดยไม่ลืมเครื่องเซ่นบนบานศาลกล่าวที่ตระเตรียมไว้ติดสอยห้อยมือไปด้วย

"ถ้าแกแน่ใจก็รีบไปกันเถอะ...ฉันไม่อยากกลับค่ำนักหรอก...วังเวงพิลึกว่ะ"

มินตราเร่งเร้าพลางช่วยกันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกันเสียเต็มไม้เต็มมือหญิงสาวพิจารณาได้ว่าหากค่ำลงหนทางอันทุรกันดานนี้คงจะมืดมิดน่าหวาดกลัวเป็นแน่.....อยากกลับบ้านเสียจริง!!!

เส้นทางอันทุรกันดานที่มินตรากับชลินทราต้องฝ่าเดินดั้นด้นนั้นลำบากกว่าที่คาดคิดบ้างเป็นทางลาดบ้างเป็นทางชันจนสองสาวขมุกขมอมราวกับเพิ่งผ่านสนานรบมาเสียตั้งนาน มินตราได้แต่บ่นในใจว่าเพื่อนรักเธอช่างเป็นเอามากเสียจริงๆ เพราะอุตสาห์ทรมานทรกรรมดั้นด้นมาถึงป่าเขาเพื่อที่จะมาขอสิ่งศักสิทธิ์ปริศนาตามคำบอกเล่าจากเพื่อนสาวอีกคนเอาอย่างง่ายๆ

"นั่นไง....!!! ถึงแล้ววว!!! "

ชลินทราร้องตะโกนด้วยความดีใจเมื่อเห็นลานกว้างๆ ตรงหน้าใกล้ๆ ขอบผาสูงชันใกล้ๆ กันนั้นมีศาลขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดยมีป้ายเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นเป้าหมายของเธอ...คุ้มหนักหนาที่ถ่อมา!!! ไม่รีรอที่จะเสียเวลาไปกว่านี้สองสาวรีบจัดแจงเครื่องเซ่นเครื่องไหว้โดยเร็วก่อนจะลงมือจุดธูปหอมจองตนกับเพื่อน ในขณะที่ทั้งสองกำลังยกมือประนมนั่นเองสายลมที่เคยไหวต้องกาย กลับนิ่งไม่สั่นไหวไม่มีแม้เสียงนกหรือสรรพสัตว์ใดๆ ร้องดั่งเช่นที่ผ่านมาราวกับว่าเวลารอบๆ ตัวได้หยุดลงกระทันหัน มีเพียงเสียงหอบหายใจของสองสาวและเสียงหัวใจเต้นตึกตักเท่านั้น

"สาธุเจ้าประคุณเจ้าแม่แจ่มจันทร์ผู้มีรักอันบริสุทธิ์ดุจธารน้ำใสบัดนี้ ลูกนามว่า ชลินทรา/มินตรา ยังไม่ได้พบกับรักแท้อันเป็นนิรันดร์ ขอพรอันประเสริฐ์ของเจ้าแม่ช่วยเกื้อหนุนผูกดวงรักของลูกให้พบกับเขาคนนั้นโดยเร็ววันเทอญ"

ฉับพลันสายลมก็กลับมาพัดไหวอีกครั้งราวกับตอบรับคำอธิษฐานตามประสงค์ ไม่รู้ว่ามินตราคิดไปเองหรือเปล่าว่าเธอได้ยินเสียงตอบกลับของเจ้าแม่มาตามสายลม เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจสุขสมสองสาวจึงกราบลาเจ้าแม่อีกครั้ง

"คำขอของพวกท่านจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะบันดาล"

เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นขณะที่สองสาวคล้อยหลังออกจากลานกว้างเสียงของหญิงสาวที่ร้องบอกเรียกให้ทั้งคู่หันไปเผชิญกับหญิงสาวที่งดงามราวกับนางในวรรณคดี เธอดูเหมือนสาวชาวบ้านป่าแต่ทว่าดวงตากลับไม่มีประกาย แวบแรกทั้งสองใจหายวาบคิดว่าคงโดนผีหลอกกลางวันแซกๆ เอาเสียแล้ว แต่เมื่อร่างเน่งน้อยที่เดินตรงมาหาพวกเธอกลับสะดุดชายผ้าถุงของตนเองจนล้มหน้าขะมำไม่เป็นท่า

"โอ๊ย!!!!! .....เจ็บอ่า....!!! "

ใบหน้างามมีน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดมือเรียวบางได้รูปกุมหัวเข่า ผ้าถุงผืนงามมีรอยขาดเพราะล้มจนเกิดแผลถลอก

"อย่าไปจับแผลนะ!!! เดี๋ยวเชื้อโรคจะเข้าแผลอีก!! "

คุณหมอสาวรีบปรี่เข้าประคองร่างบางให้ลุกขึ้นพลางพาเธอไปนั่งยังใต้ต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อทำแผล เบื้องต้้นตามสัญชาตญาณ ชลินทราหยิบแอลกอฮอล์ขนาดพกพาฉีดทำความสะอาดบาดแผลแต้มยาแดงก่อนจะเปะพลาสเตอร์ยาลงบนบาดแผลเพื่อกันเชื้อโรคเข้า

"พรุ่งนี้ต้องบวมช้ำแน่วันนี้อย่าลืมประคบร้อนรอบๆ แผลนะ จะได้ช่วยบรรเทาเจ็บ"

คุณหมอสาวแนะพลางคลี่รอยยิ้มหวานที่ทำให้คนเจ็บอดที่จะพิศมองดวงหน้าคมคายสะดุดตาตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนไม่ได้......คนอะไรหนอช่างดูสวยเท่ห์ถึงปานนี้!!! หญิงสาวพยักหน้ารับคำแต่สายตาที่ไร้ประกายแปลกๆ กลับมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

"ว่าแต่หนูอยู่แถวนี้เหรอคะ....เมื่อกี้พี่ไม่ยักเห็นแถวนี้มีหมู่บ้านเลยเหรอ?? "

มินตราถามน้ำเสียงราบเรียบสายตาหวานทว่าแฝงลึกถึงแก่นนัยน์ตาจ้องมองเด็กสาวปริศนาที่ว่าไม่ละสายตาเช่นกัน

"...เอ้อ...จ๊ะ!! ลึกเข้าไปทางโพ้นจะเป็นหมู่บ้านกะหล่าแล ฉันชื่อแจ่มจ๊ะมีหน้าที่ดูแลศาลของเจ้าแม่นี้...พวกพี่มาแต่ไหนจ๊ะ"

เสียงเข้มของมินตราเรียกสติให้เด็กสาวที่บอกว่าชื่อแจ่มให้หันกลับมามองเธอพลางตอบคำถามที่เธอคาใจ แจ่มแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนที่ได้เห็นตรงหน้าเมื่อสองสาวชาวกรุงที่เธอเคยพบนั้นมักจะสวยสดเพราะเครื่องแต่งหน้าที่ประทินโฉม แต่สองสาวนี้ไร้เครื่องเคราประทินโฉมแต่กลับดูอ่อนเยาว์และยังงดงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์ หากคนที่ทำแผลให้เธอนั้นสวยเท่ห์น่ามองอีกคนก็สวยหวานหยาดเยิ้มเหมือนน้ำผึ้งเดือนห้าก็มิปาน

"พวกพี่มาจากกรุงเทพ...เพื่อนี่มาจากอยุทธยา...จ๊ะ"

ชลินทรายิ้มกว้างเมื่อเด็กสาววัย17ตรงหน้าเรียกเธอว่าพี่!!!! ไม่ใช่เรียกว่าป้าเหมือนยัยหลานตัวแสบของเธอทำเอาเธอถึงกับอารมณ์ดีเป็นที่สุด...เธอคงดูอ่อนเยาว์มากเด็กสาวจึงเรียกเธอเสมอพี่เช่นนี้

"โห...มาไกลโพ้ด...มาขออะไรกับเจ้าแม่หล่ะจ๊ะ!!! "

ดวงตาแป๋วแหววไร้เดียงสาของเด็กสาวถามซักไซร้ตามประสาเด็กไคร่รู้

" พูดไปก็อายนะหนู...ป้าแกมาขอผัวจ๊ะ...เห็นแกบอกว่าอยากมีผัว!!! จนตัวสั่นนนนน"

มินตราอดที่จะเเซะเพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้กับอาการระริกระรี้ที่เห็นเด็กรุ่นหลานเรียกเสมอพี่ไม่ได้ มิวายที่จะโดนคุณหมอสาวหันมาทำตาเขียวแล้วหยิกต้นแขนผ่องของตนเป็นการลงโทษ ท่าทีของสองสาวที่เปิดศึกทะเลาะกันเล็กน้อยนั้นเรียกเสียงหัวเราะของเด็กสาวตรงหน้าเล็กน้อย

" พี่ๆ ไม่ต้องขอหรอกจ๊ะ...เพราะชะตาพวกพี่มีบ่วงลิขิตชะตาอยู่แล้วแจ่มขอให้พวกพี่โชคดีเน้อจ๊ะ"

สิ้นเสียงของเด็กสาว สายลมหอบใหญ่ก็พัดหอบมาราวกับพายุทอร์นาโด พร้อมกับกลิ่นหอมแปลกๆ ก็ปะทะเข้ามากระทบกับโสตการรับกลิ่นของสองสาว มินตรารู้สึกเหมือนตัวเองถูกลมที่มีกลิ่นหอมนั้นโอบอุ้มร่างกายของพวกเธอขึ้นเหนือผืนดิน เธอพยายามตะโกนเรียกชลินทราแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจากอีกฝ่าย ลมแปลกๆ นี้ทำให้ใจของเธอหวาดกลัวเสียจนแทบสิ้นสติแต่มือบางของเพื่อนสาวยังจับมือเธอไว้แน่นบ่งบอกว่าพวกเธอยังอยู่ด้วยกันอยู่

ชลินทราพยายามคว้าร่างเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าไว้เมื่อจู่ๆ เธอก็ถูกลมแปลกๆ หอบจนลอยขึ้นเหนือพื้นดินทว่าเด็กสาวที่ได้แต่ยืนยิ้มมองพวกเธอนั้นกลับไม่สะทกสะท้านถึงลมนั้นเลยราวกับว่าลมนี้เป็นฝีมือของเธอ!!! ชลินทราไม่เข้าใจถึงรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจนน่าขนลุกนั้น พลางปัดป่ายควานหาเพื่อนสาวที่ถูกหอบมาด้วยกันจนกระทั่งมือบางของพวกเธอคว้าจับกันไว้มั่น ก่อนที่สติจะดับวูบชลินทราสาบานได้ว่าภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือร่างของเด็กสาวคนนั้นสลายกลายเป็นกลีบดอกไม้สีม่วงอมขาวลอยตามลมมาโอบอุ้มร่างของพวกเธอไว้!!!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 37 ไม่มีเหตุผลของมะนมีเพียงสองเราผูกกันก็พอ (อวสาน)

    ชลินทราลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงหลังมุ้งลายดอกพิกุลอันคุ้นตาและกลิ่นหอมเย็นๆของเครื่องหอมที่ถูกอบอวลอย่างปราณีต เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง และเสียงของการดำเนินชีวิตของผู้คน ร่างบางบิดกายเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยล้า กายเปล่าที่แอบซ่อนในผ้าห่มสัมผัสกับความอบอุ่นที่มีร่างกำยำของสามีนอนกอดอยู่ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไล่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ่งบอกว่ายามนี้นั้น สายมากแล้ว เธอค่อยๆขยับกายออกจากอ้อมอกของสามีแล้วแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปห่มผ้าให้ร่างกำยำที่ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆอยู่บนเตียง เรือนร่างสีน้ำผึ้งยังคงมีร่องรอยของความรักที่ถูกฝากฝังไว้จากเมื่อคืน ทันทีที่ชลินทราก้าวออกจากประตู บ่าวรับใช้ที่นั่งรอหน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ก็รีบปรี่เข้ามาดูแลตามหน้าที่ของตน หญิงสาวนึกถึงความฝันที่เด่นชัดเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่านั่นคือฝันหรือความจริง จวบจนส่งสามีของตนไปประจำเวรหมอหลวง เธอจึงได้นำความฝันนั้นมาเล่าสู่กันฟังให้แก่มินตราฟัง " แกก็ฝันเหมือนกันรึ...แปลก...ฉันคิดว่าฉันฝันอยู่คนเดียวเสียอีก" มินตรา ทำหน้ายุ่งพลางเหม่อมองไปยังเตียงรักษาที่ประปรายไปด้วยผู้ป่วยสองสามราย " พูดไ

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 36 บทลงโทษ

    สิ้นเสียงกัมปนาทของท้องฟ้าที่เคยสว่างสไหว สายฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาไม่ขาดสาย พลันแดดจ้าก็สาดส่องจนน้ำแห้งเหือดหาย เกิดกลียุค กาลีบ้านกาลีเมืองหาสาเหตุไม่ได้ เจ้าหลวงจึงเร่งรีบหาโหรหลวงเพื่อสอบถามความวิปริตนี้" พระอาญามิพ้นเกล้าเจ้าข้า...เหตุกลียุคนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนผิดผีบ้านผีเมืองเจ้าข้า!!!" โหรหลวงทายทัก ราวกับมีเมฆทมึนคุ้มไปทั่วคุ้มหลวง ยิ่งเสียกว่าเสียงผลุสวาทใดๆ เจ้าหลวงผู้ปกครองแค้วน โกรธจนใบหน้าที่ครึ้มหนวดเขียวปนแดง" มันผู้ใดที่บังอาจผิดผี!!! ท่านเสนา!!!ไปตามลากตัวมันมาบัดเดี๋ยวนี้!!!" สิ้นเสียงตรัสสั่งเหล่าข้าหลวงต่างกุลีกุจอแยกย้ายตามหาตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมืองกันจนจ้าละหวั่นตามบัญชาอีกฝั่งของฝากน้ำตก คู่รักหนุ่มสาวสองคู่ยังคงตระกองกอดกันอย่างกลมเกลียวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจนับ ร่างเปลื่อยเปล่าของหญิงชายนวยนาจแก่กันราวกับจะมีสิ่งใดมาพลัดพรากรสสวาทของพวกเขาออกจากกัน"เฮาผิดผีเยี่ยงนี้มิเป็นไรฤาพี่ท่าน" เจ้านางจันทรเงยหน้าออกจากอกแกร่งถามสวามีของตน"ข้าก่อบ่รู้ได้...แต่ตอนนี้ข้าอยากกอดเจ้าถ่ออั้น" แม่ทัพหนุ่มจุมพิศหน้าผากมนอย่างรักไคร่มือหน้าปะป่ายเกาะกุมปทุมถันอันเนียน

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 35 บ่วงที่ผูกพัน

    ย้อนไปราว 1 พันปีก่อนที่มินตรากับชลินทราจะถูกเจ้าแม่แต่มจันทร์ส่งมายังมิติอีกโลก"เจ้านางน้อย...เจ้าก่อเคยหันแม่ทัพเหมราชนี่เจ้าคะ" อุษา ถามพลางใช้ใบตาลโตนดที่ถูกนำมาตกแต่งอย่างสวยงามพัดวีผู้เป็นนาย ที่กำลัง ทำบายศรีเพื่อนำไปถวายเทวาลัยอยู่" ก่อแล้วเยี่ยงใดเล่า...ข้าเคยหันแม่ทัพเหมราชเถื่อเดียวก่อตอนพิธีสยุมพรพี่นางสว่างเทวีก่อบ่ได้แปลว่าข้าจักปลงใจเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพได้นี่อุษา" เจ้านางน้อยจันทรเทวีทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหลวงได้ประธานตนให้กับแม่ทัพหนุ่มที่ชนะศึกหลวงมาได้เป็นรางวัล แต่เธอนั้นกลับไม่ได้ต้องการเกี่ยวดองกับชายใดเลย เธอรู้สึกว่ามันเร็วไปสำหรับตัวเธอที่พึ่งจะศิริอายุได้ 17 ขวบปี" เห้อ!!!เจ้านางเลี่ยงไปก่อบ่พ้นกำตรัสเจ้าหลวงดอกเจ้าค่ะ..." อุษา นางสนองโอษฐ์ ที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงถอดหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน " เจ้านางจันทรเทวี " เสียงๆหนึ่งร้องเรียกขึ้น หญิงสาวใบหน้าหวานเงยหน้ามองพลางฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางระหงของพี้สาวต่างมารดาเดินเข้ามายังคุ้มของตน"พี่นางสุริยาเทวี!!! " เจ้านางน้อยผละลุกออกจากตั่งไม้ประดับที่นั่งอยู่แล้วรีบเดินมาหาหญิงสาวที่อายุไล่เรี่ยกันตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 34 พันธนาการ (18+)

    ชลินทรา ทำหน้ายุ่ง สติสตังไม่ได้จดจ่ออยู่กับใบสั่งยาตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเเม่เพื่อนรักที่ทำท่าจะไม่ยอมมีผัวง่ายๆ...ตอนนี้กลับเริงร่ากกผัวอยู่บนเรือนไม่ค่อยมาหาตนเสียหลายวันแล้ว แม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกัน แต่เธอก็รู้สึกเหงาๆอยู่ดี " พิธีอยู่หอสิ้นสุดวันนี้หนาเจ้าคะคุณหมอ...อย่าได้ริษยาแม่นายมินไปใย" เอื้อยเอ่ยขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าเหมือนเด็กน้อย " ฉันล่ะ..หมั่นใส้แม่มินนัก...ทำท่าทางราวไม่ยากมีผัวเล่นตัวงี่เง่า...แต่ดันชิงแต่งงานตัดหน้าข้าไปเสีย..." ชลินทราทำปากขมุบขมิบเง้างอนแล้วหันไปให้ความสนใจกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ " น้อยอกน้อยใจอะไรนักหนายัยบ้านี่!!! ฉันออกหอแล้วแกก็ต้องเตรียมตัวสิ...มาคลุกอยู่กับงานแบบนี้ได้ยังไงกัน" เสียงหวานๆร้องดังขึ้น ร่างบางระหงปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสะพรั่งจนแสบตา " ชิ!!!!....5 วันที่ผ่านมา....แกเล่นไปกี่ยกเล่านั่น!!!" ชลินทราถามเมื่อเห็นเพื่อนรักดูสดใสเกินต้าน " ก็...นะ....นั่นบ้องข้าวหลามนะเว่ยแก!!!ฉันก็ของขาดมานาน....ก็เลย...ตอนนี้คุณพี่ยังไม่ตื่นเลยเห็นบอกเหนื่อย...." มินตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 33 อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอแค่มีเจ้า

    มินตราแยกตัวออกมาจากชลินทราที่ตอนนี้กำลังหวานแหววกับขุนศรีฯจนเลี่ยนแทบอ้วก เธอเดินจูงเจ้าครามม้าตัวโปรดที่หลวงหนุ่มมอบให้เป็นของมั่นพลางย่นจมูกใส่เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ " ริษยาเขาฤาถึงทำหน้าราวกับเหม็นกลิ่นมูล" ชายหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างกระเซ้าแหย่ " ข้าหาได้ริษยาดอกเจ้าค่ะคุณ...." ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง " คุณพี่..." มินตราหน้าแดงพลางเสมองไปทางอื่นแก้ขวยเขิน " เช่นนั้นก็อยากหยอกเย้าเหมือนเขางั้นฤา" เขาถามอีกครั้ง " คุณ..พี่...ก็ทราบ...ว่าข้าหาได้โปรดแบบนั้นไม่...ลองหยอกข้าเช่นท่านขุนดูทีฤา...มิแคล้วจักโดนข้าไล่ให้ไปกินมูลวัวเป็นยา" มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้างามละมัยพราวไปด้วยรัศมีที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มข้างๆแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอกเสียตรงนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงของหมั้นที่นางขอแล้วก็รู้ได้ว่านางนั้นเกิดมาเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่ยอดนักรบเช่นเขา ทั้งม้าพันธุ์ดี ดาบแบบญี่ปุ่น ผ้าลินินชั้นยอด อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง พร้อมด้วยบ่าวอีกหนึ่งคนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า บ่าววิปลาสเช่นอ้ายพาจู่นั่นต้องตานางได้อย่างไร " เจ้า...จักทำเยี่ยงไรกับอ้

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 32 ลิขิตจากฟ้านำพาให้เรามาพบกัน

    ป่าเสลา ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีม่วง ขาว บานสะพราวไปหลายลี้ สายลมเอื่อยๆพัดกิ่งใบส่งเสียงซ่าๆ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงก็มิปาน ม้าสีขาวปลอดค่อยๆเดินย่องตามแรงจูงของชายหนุ่ม ดวงหน้าหวาน ส่วนบนอานม้ามีหญิงสาว นั่งอยู่ ทั้งคู่พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง หลายๆครั้งที่มีหยอกเย้ากันตามประสา คู่รัก ที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น" ข้าอดสงสัยมิได้...วานแม่ช่วยแถลงใข...ในโลกโน้นของเจ้า...เหตุใดสตรีจึงมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน....แลหากสตรีผู้เป็นม่าย...จักมีผัวใหม่ได้มิมีข้อกังขาฤาไร" ขุนศรีผู้ไม่เข้าใจตรรกะความนึกคิดของคนในโลกโน้นที่ชลินทราพูดถึงได้ถามใขข้อสงสัย" มีเหตุก็ต้องมีผลแลเจ้าค่ะ....กว่าสตรีจักมีสิทธิ์แลเสียงได้เทียบเท่าบุรุษก็เสียไปก็มาก ไม่ว่าจะเป็น เสียง สิทธิ์ ชีวิต หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี....บุรุษชายขึ้นชื่อว่าเป็นชาตินักรบ ยังสยบต่อสตรีนี่เจ้าคะ....ไม่แปลกที่ จักมี นักสิทธิสตรีหลายๆคนออกมาต่อสู้เพื่ออิสระของตน " ชลินทราอธิบาย"ที่เจ้าพูดก็สมเหตุ...แม่บัว...ข้าขออภัยที่จาบจ้วงเจ้ามาก...แต่ข้าจักขอถาม...ถึงผู้ที่เคยเป็นคนรักเก่าของเจ้า...ได้ฤาไม่" ขุนศรีตรีเทพโอสถ หมอหลวงของวังหลวง หยุดเดิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status