Home / โรแมนติก / บ่วงบรรพกาล / ตอนที่ 1 ชาตินี้ฉันต้องมีผัว!!

Share

บ่วงบรรพกาล
บ่วงบรรพกาล
Author: เรืองรัสมิ์

ตอนที่ 1 ชาตินี้ฉันต้องมีผัว!!

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-11 23:38:12

เสียงอ้อแอ้ของเด็กทารกเพศหญิงในอ้อมกอดของ แพทย์หญิง ชลินทรา นั้นราวกับเสียงของนางฟ้าตัวน้อยๆ น่าเอ็นดูแววตากลมของคุณหมอสาวมองร่างอันอัศจรรย์เล็กๆ ในอ้อมกอดของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย

"ไง...แก...อยากมีบ้างล่ะสิ...นี่ฉันก็ลูกสามแล้วแกหน่ะรีบๆ มีเสียสิ....ม่ะ...คืนลูกฉันมาได้แล้ว"

เสียงพูดของหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันร้องถามคนอุ้มทารกพลางยุให้สาวแก่ไร้คู่รีบๆ มีบ้างเหมือนกับตน ดวงตากลมที่โหลลึกจากการที่ไม่ได้นอนมาหลายคืนหันมองค้อนเพื่อนสนิทที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง

"ชิ!! ทำหวงเหรอยัยคนนี้...ก่อนที่จะให้เพื่อนแกมีลูก....ให้เพื่อนแกมีผัวเสียก่อนสิยะ..."

แพทย์สาวเทื้อที่เป็นโสดมาเสียหลายปีจีบปากหมั่นใส้ครอบครัวอันสมบูรณ์แบบของเพื่อนรักตรงหน้าพลางส่งทารกน้อยกลับสู่อ้อมแขนของมารดา อาชีพหมอของเธอนั้นแทบจะไม่มีเวลาที่จะไปมีเรื่องรักๆ ไคร่ๆ แบบนี้เสียด้วยซ้ำอีกทั้งเธอเป็นคนที่เคยเจ็บจากการที่ได้รักใครสักคนมาก่อนจึงเป็นการยากที่จะรักใครอีกง่ายๆ

"นี่ๆแก...ไปเจอคุณโอมมาได้ยังไงเหรอบอกกันบ้างสิ...เพื่อนชักอยากจะมีผัวละ!!นะนะนะ"

ชลินทราแอบกระซิบถามเพื่อนสาวเมื่อเห็นว่าสามีของเธอกับลูกๆ ออกไปแล้ว ดวงหน้าที่ดูอิดโรยแต่ทว่าอิ่มเอิบไปด้วยความสุขของอินทิรามองเพื่อนสาวอย่างลึกซึ้งพลางอมยิ้มกับคำออดอ้อนที่หวานหู เธอเองก็คบกับหมอสาวคนนี้มานานกว่า25ปีแล้วผ่านร้อนหนาวมาด้วยกันมากมายชลินทราเป็นคนสวยที่สุดในกลุ่มของเธอมีชายหนุ่มมาติดพันเธอเสียมากมายจนบางทีเธอยังรู้สึกอิจฉา หึๆ ๆ ๆ ยัยหมอคนงามล่มเมืองทำตาแป๋วๆ แบบนี้น่าแกล้งดีนัก!!!!

" จุ๊ๆ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไปยัยหมอ...ที่รักของฉันคนเนี้ยะ!! ฉันไปขอกับเจ้าแม่แจ่มจันทร์มา!! "

อินทิรากลั้นขำเพาะสิ่งที่เธอพูดแนะนำไปนั้นเป็นเพียงคำโกหกเท่านั้นเพราะเธอรู้นิสัยของคุณหมอคนสวยดีว่าคนอย่างเธอไม่เชื่อเรื่องงมงายเอาเสียง่ายๆ หรอก

" ถามจริง!!!! "

ดวงตากลมแป๋วมองเพื่อนสาวอย่างตื่นตระหนก นัยน์ตาหวานฉายแวว ไม่อยากจะเชื่อ เอาไว้อย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักลูกสามของเธอพยักหน้าหนักแน่น หัวใจของเธอถึงกับสั่นไหว OMG!!! เรื่องจริงงั้นรึ!!!!

หลังจากถามไถ่เส้นทางไปศาลเจ้าแม่แจ่มจันทร์มาแล้ว ชลินทราไม่รอช้า รีบสะสางงานและยื่นใบลาพักร้อนให้กับทางโรงพยาบาลจัดแจงเครื่องหอมธูปเทียนเสียเรียบร้อยก่อนจะนึกถึงใครบางคนที่ยังโสดจะเฉาตายเช่นเธอ ยัยมินตรา!!!!

"ยัยมินแกต้องไปกับฉัน!! ....."

เสียงใสๆ ร้องเรียกเพื่อนสาวทันทีที่ก้าวลงจากรถเก๋งคันงาม ทำเอาสาวเทื้อวัยแตะ40 ที่กำลังรถน้ำต้นไม้อยู่ตรงหน้าบ้านหลังโตได้แต่ยืนมองเพื่อนซี้ที่นานที่ปีหนจะได้พบเจอกันเสียที

"ยัยเกมส์!!! ลมอะไรหอบแกมาถึงอยุทธยาวะ!!?? " มินตราร้องถามร่างสูงที่ก้าวลงจากรถและจู่ๆ ก็พรวดพราดมาหาเธอก่อนจะฉุดกระชากลากถูเธอให้ตามตนไป

" เดี๋ยวนะยัยเกมส์..แกจะพาฉันไปไหน...แกๆ ๆ ๆ เดี๋ยว!!!! "

มินตราได้แต่สับสนและงุนงงเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวร่างบางพยายามฟืนรั้งแต่ไม่รู้แรงอันมหาศาลของเพื่อนรักนั้นมาจากไหน... หรือว่าเธอจะแก่แล้วนะ?? แต่ไม่ทันได้ใขข้อข้องใจอะไรไปหญิงสาวก็นั่งจุมปุ๊กอยู่ในรถเก๋งคันงามเสียแล้ว...โชคดีนะเนี้ยะที่เธอสะพายกระเป๋าไว้ตลอดหากยัยหมอพาเธอไปฆ่าแกงเธอยังมีหลักฐานเอกสารอะไรติดตัว

เสียงล้อรถบดถนนคอนกรีตไปเรื่อยๆ วิวสองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนทุ่งนาบ้างเถือกเขาบ้างสลับกันไปเสียงเพลงโปรดของเจ้าของรถก็ยังคงเล่นเพลงทำนองเร้าใจอยู่แบบนั้นหญิงสาวเจ้าของรถของรถดูเร่งรีบใบหน้าเคร่งเครียดราวกับเป็นเรื่องใหญ่โตส่วนอีกคนก็ใบหน้าเคร่งเครียดเพราะเธอลืมปิดน้ำไว้นี่สิ...ป่านนี้บุพการีที่รักคงจะสาปส่งเธอเสียแล้วกระมัง

"แกจะพาฉันไปไหนเนี้ยะ!!! นี่มันเข้าเขตชัยนาทแล้วนะแก"

มินตราเริ่มบทสนทนาเพราะตอนนี้เธอชักจะเริ่มอึดอัดแล้ว

"อ้าว!!! ฉันไม่ได้บอกแกเหรอว่าจะพาแกไปบนขอผัว??? "

"ห๊ะ!!!! ขอผัว!!!! "

ชลินทราพยักหน้าส่งสายตาราวสาวแรกรุ่นให้เพื่อนสนิทพลางฉีกยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

"แก....แก....แก....แกกินยาเขย่าขวดหรือเปล่าวะ...หรือเห็นเลือดมากจนหลอน!!! ขอผัว!!! แกบ้าไปแล้วแน่ๆ แกต้องล้มหัวกระแทกมาใช่ไหม!!!?? "

มินตราถึงกับแทบพูดไม่ออกเธอเองก็เป็นเพื่อนร่วมแก๊งกันมา25ปีดีดักรู้นิสัยเพื่อนหมอของเธอดีว่าหญิงผู้นี่ไม่เคยเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวหรือเชื่อเรื่องงมงายเอาง่ายๆ แบบนี้ ในกลุ่มทั้งสี่คนซึ้งมี ชลินรา มินตรา อินทิรา และจันจิรา นั้นเธอเองต่างหากที่เป็นสายมโนและเชื่อเรื่องพวกนี้ดีที่สุด

"โอ๊ย!!!! ยัยมิน!!! นี่แกจะนึกบ้างไหมเราอายุปูนนี้ไม่มีลูกผัวกับเขาเสียทีแกไม่เหงาบ้างเหรอออออออ"

ชลินทราโอดโอยให้ความเห็น

"หึ!!! ฉันไม่เหงาย่ะฉันมีหนุ่มๆ 2D อยู่แล้ว....ว่าแต่คนอย่างแกเนี้ยะเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวด้วยเหรอวะ!!! "

มินตรายังคงมองหน้าคนขับข้างๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

" โอ๊ยยย!!!! แกนี่....ดูเพื่อนเราสิ ยัยอิมลูกสามยัยจันทร์ผัวสี่ลูกสอง...นี่เราสองคนล่ะจะสี่สิบแล้วนะอยากแก่ตายอย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวแห้งเป็นปลาตากหรือไงเล่า...นี่ฉันบอกแกไว้เลยนะเพื่อน ณ จุดๆ นี้ให้ฉันเอาไม้ดักตีหัวผู้ชายดีๆมาเป็นผัวฉันก็ยินยอมย่ะ!!! "

ชลินทราบ่นเสียเหยียดยาวดวงตากลมมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนคิดด้วยวัยไกล้40นั้นเป็นเครื่องหมายของการตัดสินใจ มินตราอยากจะเถียงขาดใจว่าเธอนั้นยอมแห้งเหี่ยวเป็นปลาเฉาตากแห้งเธอก็ยอมเพราะเธอนั้นเจ็บแล้วจำกับความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ทำให้เธอกลายมาเป็น สาวกโอตาคุวัยคุณป้าแบบนี้แต่เธอก็ไม่สามารถว่าอะไรเพื่อนของเธอได้เพราะเธอเองก็รู้ดีกว่าใครๆ ว่าคุณหมอชลินทรานั้นเจออะไรมามากพอกับที่เธอเคยเจอมาเช่นกัน

"ยัยบ้า..ไม่ถามไถ่สุขภาพกันซ๊ากกกกคำว่าเพื่อนอยากมีผัวไหม"

มินตราถึงกับตบหน้าผากมนเธอรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความคิดสุดโต่งของเพื่อนสาว

"ถามทำไม!!??ฉันรู้เเกก็เหงาไม่อย่างนั้นคนอย่างแกจะออกไปแนวหน้าบ่อยๆเหรอ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอกเพื่อน"

ชลินทราทำหน้าซื่อๆ ทำให้มินตราได้แต่ถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่

"ยัยเกมส์....ยัยบ๊องนี่!!"

มินตราได้แต่ด่าเพื่อนด้วยคำสั้นๆ แทนคำที่เธอจะต่อความยาวสาวความยืดหญิงสาวได้แต่สายหัวไปมาอย่างอ่อนใจก่อนจะหยิบหนังสือการ์ตูนเล่มหนาออกมาอ่านฆ่าเวลาเล่นขณะที่รถยังคงแล่นไปสู่จุดหมายปลายทาง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 37 ไม่มีเหตุผลของมะนมีเพียงสองเราผูกกันก็พอ (อวสาน)

    ชลินทราลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงหลังมุ้งลายดอกพิกุลอันคุ้นตาและกลิ่นหอมเย็นๆของเครื่องหอมที่ถูกอบอวลอย่างปราณีต เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง และเสียงของการดำเนินชีวิตของผู้คน ร่างบางบิดกายเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยล้า กายเปล่าที่แอบซ่อนในผ้าห่มสัมผัสกับความอบอุ่นที่มีร่างกำยำของสามีนอนกอดอยู่ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไล่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ่งบอกว่ายามนี้นั้น สายมากแล้ว เธอค่อยๆขยับกายออกจากอ้อมอกของสามีแล้วแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปห่มผ้าให้ร่างกำยำที่ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆอยู่บนเตียง เรือนร่างสีน้ำผึ้งยังคงมีร่องรอยของความรักที่ถูกฝากฝังไว้จากเมื่อคืน ทันทีที่ชลินทราก้าวออกจากประตู บ่าวรับใช้ที่นั่งรอหน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ก็รีบปรี่เข้ามาดูแลตามหน้าที่ของตน หญิงสาวนึกถึงความฝันที่เด่นชัดเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่านั่นคือฝันหรือความจริง จวบจนส่งสามีของตนไปประจำเวรหมอหลวง เธอจึงได้นำความฝันนั้นมาเล่าสู่กันฟังให้แก่มินตราฟัง " แกก็ฝันเหมือนกันรึ...แปลก...ฉันคิดว่าฉันฝันอยู่คนเดียวเสียอีก" มินตรา ทำหน้ายุ่งพลางเหม่อมองไปยังเตียงรักษาที่ประปรายไปด้วยผู้ป่วยสองสามราย " พูดไ

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 36 บทลงโทษ

    สิ้นเสียงกัมปนาทของท้องฟ้าที่เคยสว่างสไหว สายฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาไม่ขาดสาย พลันแดดจ้าก็สาดส่องจนน้ำแห้งเหือดหาย เกิดกลียุค กาลีบ้านกาลีเมืองหาสาเหตุไม่ได้ เจ้าหลวงจึงเร่งรีบหาโหรหลวงเพื่อสอบถามความวิปริตนี้" พระอาญามิพ้นเกล้าเจ้าข้า...เหตุกลียุคนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนผิดผีบ้านผีเมืองเจ้าข้า!!!" โหรหลวงทายทัก ราวกับมีเมฆทมึนคุ้มไปทั่วคุ้มหลวง ยิ่งเสียกว่าเสียงผลุสวาทใดๆ เจ้าหลวงผู้ปกครองแค้วน โกรธจนใบหน้าที่ครึ้มหนวดเขียวปนแดง" มันผู้ใดที่บังอาจผิดผี!!! ท่านเสนา!!!ไปตามลากตัวมันมาบัดเดี๋ยวนี้!!!" สิ้นเสียงตรัสสั่งเหล่าข้าหลวงต่างกุลีกุจอแยกย้ายตามหาตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมืองกันจนจ้าละหวั่นตามบัญชาอีกฝั่งของฝากน้ำตก คู่รักหนุ่มสาวสองคู่ยังคงตระกองกอดกันอย่างกลมเกลียวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจนับ ร่างเปลื่อยเปล่าของหญิงชายนวยนาจแก่กันราวกับจะมีสิ่งใดมาพลัดพรากรสสวาทของพวกเขาออกจากกัน"เฮาผิดผีเยี่ยงนี้มิเป็นไรฤาพี่ท่าน" เจ้านางจันทรเงยหน้าออกจากอกแกร่งถามสวามีของตน"ข้าก่อบ่รู้ได้...แต่ตอนนี้ข้าอยากกอดเจ้าถ่ออั้น" แม่ทัพหนุ่มจุมพิศหน้าผากมนอย่างรักไคร่มือหน้าปะป่ายเกาะกุมปทุมถันอันเนียน

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 35 บ่วงที่ผูกพัน

    ย้อนไปราว 1 พันปีก่อนที่มินตรากับชลินทราจะถูกเจ้าแม่แต่มจันทร์ส่งมายังมิติอีกโลก"เจ้านางน้อย...เจ้าก่อเคยหันแม่ทัพเหมราชนี่เจ้าคะ" อุษา ถามพลางใช้ใบตาลโตนดที่ถูกนำมาตกแต่งอย่างสวยงามพัดวีผู้เป็นนาย ที่กำลัง ทำบายศรีเพื่อนำไปถวายเทวาลัยอยู่" ก่อแล้วเยี่ยงใดเล่า...ข้าเคยหันแม่ทัพเหมราชเถื่อเดียวก่อตอนพิธีสยุมพรพี่นางสว่างเทวีก่อบ่ได้แปลว่าข้าจักปลงใจเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพได้นี่อุษา" เจ้านางน้อยจันทรเทวีทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหลวงได้ประธานตนให้กับแม่ทัพหนุ่มที่ชนะศึกหลวงมาได้เป็นรางวัล แต่เธอนั้นกลับไม่ได้ต้องการเกี่ยวดองกับชายใดเลย เธอรู้สึกว่ามันเร็วไปสำหรับตัวเธอที่พึ่งจะศิริอายุได้ 17 ขวบปี" เห้อ!!!เจ้านางเลี่ยงไปก่อบ่พ้นกำตรัสเจ้าหลวงดอกเจ้าค่ะ..." อุษา นางสนองโอษฐ์ ที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงถอดหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน " เจ้านางจันทรเทวี " เสียงๆหนึ่งร้องเรียกขึ้น หญิงสาวใบหน้าหวานเงยหน้ามองพลางฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางระหงของพี้สาวต่างมารดาเดินเข้ามายังคุ้มของตน"พี่นางสุริยาเทวี!!! " เจ้านางน้อยผละลุกออกจากตั่งไม้ประดับที่นั่งอยู่แล้วรีบเดินมาหาหญิงสาวที่อายุไล่เรี่ยกันตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 34 พันธนาการ (18+)

    ชลินทรา ทำหน้ายุ่ง สติสตังไม่ได้จดจ่ออยู่กับใบสั่งยาตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเเม่เพื่อนรักที่ทำท่าจะไม่ยอมมีผัวง่ายๆ...ตอนนี้กลับเริงร่ากกผัวอยู่บนเรือนไม่ค่อยมาหาตนเสียหลายวันแล้ว แม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกัน แต่เธอก็รู้สึกเหงาๆอยู่ดี " พิธีอยู่หอสิ้นสุดวันนี้หนาเจ้าคะคุณหมอ...อย่าได้ริษยาแม่นายมินไปใย" เอื้อยเอ่ยขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าเหมือนเด็กน้อย " ฉันล่ะ..หมั่นใส้แม่มินนัก...ทำท่าทางราวไม่ยากมีผัวเล่นตัวงี่เง่า...แต่ดันชิงแต่งงานตัดหน้าข้าไปเสีย..." ชลินทราทำปากขมุบขมิบเง้างอนแล้วหันไปให้ความสนใจกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ " น้อยอกน้อยใจอะไรนักหนายัยบ้านี่!!! ฉันออกหอแล้วแกก็ต้องเตรียมตัวสิ...มาคลุกอยู่กับงานแบบนี้ได้ยังไงกัน" เสียงหวานๆร้องดังขึ้น ร่างบางระหงปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสะพรั่งจนแสบตา " ชิ!!!!....5 วันที่ผ่านมา....แกเล่นไปกี่ยกเล่านั่น!!!" ชลินทราถามเมื่อเห็นเพื่อนรักดูสดใสเกินต้าน " ก็...นะ....นั่นบ้องข้าวหลามนะเว่ยแก!!!ฉันก็ของขาดมานาน....ก็เลย...ตอนนี้คุณพี่ยังไม่ตื่นเลยเห็นบอกเหนื่อย...." มินตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 33 อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอแค่มีเจ้า

    มินตราแยกตัวออกมาจากชลินทราที่ตอนนี้กำลังหวานแหววกับขุนศรีฯจนเลี่ยนแทบอ้วก เธอเดินจูงเจ้าครามม้าตัวโปรดที่หลวงหนุ่มมอบให้เป็นของมั่นพลางย่นจมูกใส่เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ " ริษยาเขาฤาถึงทำหน้าราวกับเหม็นกลิ่นมูล" ชายหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างกระเซ้าแหย่ " ข้าหาได้ริษยาดอกเจ้าค่ะคุณ...." ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง " คุณพี่..." มินตราหน้าแดงพลางเสมองไปทางอื่นแก้ขวยเขิน " เช่นนั้นก็อยากหยอกเย้าเหมือนเขางั้นฤา" เขาถามอีกครั้ง " คุณ..พี่...ก็ทราบ...ว่าข้าหาได้โปรดแบบนั้นไม่...ลองหยอกข้าเช่นท่านขุนดูทีฤา...มิแคล้วจักโดนข้าไล่ให้ไปกินมูลวัวเป็นยา" มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้างามละมัยพราวไปด้วยรัศมีที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มข้างๆแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอกเสียตรงนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงของหมั้นที่นางขอแล้วก็รู้ได้ว่านางนั้นเกิดมาเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่ยอดนักรบเช่นเขา ทั้งม้าพันธุ์ดี ดาบแบบญี่ปุ่น ผ้าลินินชั้นยอด อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง พร้อมด้วยบ่าวอีกหนึ่งคนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า บ่าววิปลาสเช่นอ้ายพาจู่นั่นต้องตานางได้อย่างไร " เจ้า...จักทำเยี่ยงไรกับอ้

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 32 ลิขิตจากฟ้านำพาให้เรามาพบกัน

    ป่าเสลา ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีม่วง ขาว บานสะพราวไปหลายลี้ สายลมเอื่อยๆพัดกิ่งใบส่งเสียงซ่าๆ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงก็มิปาน ม้าสีขาวปลอดค่อยๆเดินย่องตามแรงจูงของชายหนุ่ม ดวงหน้าหวาน ส่วนบนอานม้ามีหญิงสาว นั่งอยู่ ทั้งคู่พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง หลายๆครั้งที่มีหยอกเย้ากันตามประสา คู่รัก ที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น" ข้าอดสงสัยมิได้...วานแม่ช่วยแถลงใข...ในโลกโน้นของเจ้า...เหตุใดสตรีจึงมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน....แลหากสตรีผู้เป็นม่าย...จักมีผัวใหม่ได้มิมีข้อกังขาฤาไร" ขุนศรีผู้ไม่เข้าใจตรรกะความนึกคิดของคนในโลกโน้นที่ชลินทราพูดถึงได้ถามใขข้อสงสัย" มีเหตุก็ต้องมีผลแลเจ้าค่ะ....กว่าสตรีจักมีสิทธิ์แลเสียงได้เทียบเท่าบุรุษก็เสียไปก็มาก ไม่ว่าจะเป็น เสียง สิทธิ์ ชีวิต หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี....บุรุษชายขึ้นชื่อว่าเป็นชาตินักรบ ยังสยบต่อสตรีนี่เจ้าคะ....ไม่แปลกที่ จักมี นักสิทธิสตรีหลายๆคนออกมาต่อสู้เพื่ออิสระของตน " ชลินทราอธิบาย"ที่เจ้าพูดก็สมเหตุ...แม่บัว...ข้าขออภัยที่จาบจ้วงเจ้ามาก...แต่ข้าจักขอถาม...ถึงผู้ที่เคยเป็นคนรักเก่าของเจ้า...ได้ฤาไม่" ขุนศรีตรีเทพโอสถ หมอหลวงของวังหลวง หยุดเดิน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status