LOGIN5 ปีต่อมา
นัยน์ตาสีนิลมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะที่ต้องเซ็นนิ่งค้าง สีหน้าบอกให้รู้ว่า มีเรื่องหนักใจและกำลังใช้ความคิด แต่ไม่ได้คิดหรือหนักใจเรื่องงาน เขาคิดเรื่องอื่น เรื่องที่ว่านี้เกี่ยวโยงถึงบิดามารดา ที่ต่างให้ทำในเรื่องไม่อยากทำ
เริ่มจากคนแรกพิสุทธิ์ บิดาบังเกิดเกล้า ท่านเร่งรัดให้เขามีครอบครัว เพื่อมีทายาทไว้สืบสกุล ก่อนหน้านี้บิดาหาผู้หญิงมาให้เขาเลือกหลายคน ทว่าเขาเมินเฉย ไม่มีสาวคนใดดึงความสนใจได้เลยสักคน ราวกับว่าเขามีคนในใจ หรือรอใครบางคนอยู่ ชายหนุ่มบอกปัดบิดาไปส่งๆ ว่า จะเร่งหาเมียในเร็ววัน ไม่รับปากเช่นนี้ พิสุทธิ์คงรบเร้าไม่เลิก
เรื่องที่สองหนักใจไม่แพ้เรื่องแรก และเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเลยสักนิด แต่ก็ต้องเร่งจัดการตามคำสั่งมารดา แม้ไม่อยากทำเพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของชัชพล น้องชายต่างแม่ และไม่เห็นด้วยกับความคิดพรเพ็ญสักเท่าไหร่
โลกเปิดกว้างมาก ยุคสมัยเปลี่ยนไป แล้วไม่ใช่ว่า แม่ม่ายลูกติดเป็นคนไม่ดี เป็นคนที่ไม่น่าคบหา อย่างน้อยมารดาก็ตกอยู่ในพุ่มม่ายเช่นกัน พอรู้ความตั้งใจของพรเพ็ญ เขาถึงกับงงและไม่เข้าใจว่า พรเพ็ญมีอคติกับผู้หญิงสถานะเดียวกับนางทำไม ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ ได้แต่คำพูดเชิงสั่งที่ทำให้ต้องมานั่งคิดให้ปวดหัว
“ไม่รู้แหละ ยังไงเซย์ต้องจัดการเรื่องนี้ให้แม่ แม่ไม่มีวันยอมให้เซย์กับเกื้อมีเมียเป็นแม่ม่ายลูกติด หรือว่าผ่านการมีผัวมาแล้วแน่ๆ”
พรเพ็ญเสียงแข็ง ยังไม่ทันที่ลูกชายคนโตเอ่ยคำใด นางสะบัดหน้าลุกเดินออกจากห้องไปเสียก่อน โดยที่ไม่ได้บอกลูกชายคนโตว่า นางได้พูดคุยกับผู้หญิงคนนี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่กลัวว่าเธอจะไม่ฟังคำพูดตน จึงให้เขาช่วยจัดการเรื่องนี้เพื่อความมั่นใจ
ตกหนักที่เขาทันที เนื่องจากไม่มีข้อมูลคนรักน้องชายเลยสักอย่าง เมื่อไม่มีข้อมูล เขาจะหาได้จากใคร นอกจากน้องชายต่างแม่คนเดียว เขาชั่งใจอยู่ว่า จะยุ่งเรื่องนี้ดีหรือไม่ เพราะความรักมักห้ามยาก ยิ่งเจอคนถูกใจถึงขั้นอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หาไม่ได้ง่ายๆ
ใช่...หาไม่ได้ง่ายๆ
อันที่จริงเขาเคยเจอหญิงสาวถูกใจ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอเป็นด้วยดี เธออ่อนน้อมถ่อมตน เจียมตัว นิสัยน่ารัก ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่โทรตามหรือจ้องจับผิดเขา เขาว่าอย่างไร เธอว่าอย่างนั้น ไม่มีปากมีเสียงเลยสักครั้ง เรื่องบนเตียงเธออ่อนหวานมาก หอมไปทั้งตัว ทำให้เขาอิ่มทั้งกายทั้งใจ แต่เธอหายไปจากชีวิตอย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งเขาก็แปลก โทรหาเธอแค่สองครั้ง เมื่อเธอไม่รับสาย ก็ละความสนใจจนถึงทุกวันนี้
คนอย่างพริษฐ์ สิระเวศน์ ผู้ชายคุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ ไม่เคยง้อผู้หญิง อยากไปก็ไป คิดเสมอว่า ผู้หญิงหาง่ายเหมือนใบไม้ที่มองเห็นได้ทุกที่ อยากปลิดลงมาจากต้นเมื่อไหร่ย่อมได้ ง้อให้เสียศักดิ์ศรีทำไม สตรีต่างหากที่ต้องง้อตน และนับแต่นั้น พริษฐ์ไม่เคยพบผู้หญิงถูกใจแบบจริงจังสักคน และบ่อยครั้งในห้วงคำนึง คิดถึงเธอคนนั้น เช่นตอนนี้
มือถือที่วางอยู่ข้างโน้ตบุ๊ก ถูกหยิบขึ้นมา เขาเปิดแกลอรี่ภาพที่บันทึกไว้เป็นร้อยรูป แต่มีเพียงภาพเดียวที่เขาเปิดดูบ่อยที่สุด ภาพสตรีใบหน้าสวยน่ารัก เธอกำลังยิ้มให้กล้อง เป็นความสดใส อ่อนหวานที่พริษฐ์ไม่เคยลืม นิ้วมือเขาลูบจอมือถือเบาๆ คล้ายกับว่า กำลังลูบดวงหน้าหวาน ทางเดียวที่ทำให้ความคิดถึงบรรเทาคือ มองเธอผ่านความทรงจำที่บันทึกไว้ในมือถือเครื่องนี้
พริษฐ์คิดหนักว่า หากได้ข้อมูลตามต้องการ เขาจะจัดการเธออย่างไรดี เรื่องแบบนี้คนนอกไม่สมควรยุ่งเกี่ยว หรืออาจต้องบอกเรื่องนี้ให้ชัชพลรู้ เพื่อแก้ไขจัดการด้วยตัวเอง หากทำเช่นนี้ มีหวังมารดาบ่นหูชาแน่นอน
เฮ้อ...
เสียงเคาะประตูห้อง ดึงความกลัดกลุ้มพริษฐ์กลับคืนมา เขากดปุ่มเปิดประตู อึดใจต่อมาบานประตูเปิดกว้าง คนที่เดินเข้ามาคือ ปราโมทย์ ลูกน้องคนสนิท
“ไหนมาดูหน่อยสิว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ก่อนหน้าปราโมทย์มายืนในห้องนี้ เขาได้โทรศัพท์มาบอกเจ้านายก่อนว่า สืบเรื่องผู้หญิงที่ชัชพลไปติดพันได้แล้ว และกำลังนำข้อมูลมาให้ พริษฐ์จึงถามได้ตรงประเด็น คนถูกถามมีสีหน้ากังวล อ้ำอึ้งจนคนถามสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า”
“ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าใช่เธอไหม แต่สืบจนแน่ชัดว่าใช่” พริษฐ์มองหน้าคนพูด ใบหน้าไม่คลายความสงสัย
“เธอคือใคร”
“แหวนไงครับ แหวนอดีตพนักงานบัญชี ที่หายออกไปจากชีวิตคุณเซย์” คำตอบมาพร้อมกับซองสีน้ำตาลที่ปราโมทย์ยื่นให้เจ้านาย “ใช่เธอครับ ใช่แหวนล้านเปอร์เซ็นต์”
พริษฐ์ตกใจกับชื่อนี้ สมองเขาชาไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าหูเขาฟังผิด เพราะก่อนหน้าเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขานึกถึงเธอคนนั้นอยู่พอดี เพื่อความแน่ชัด มือใหญ่ดึงเอกสารในซองออกมาดู มันเป็นรูปถ่ายหกภาพ และประวัติโดยย่อของพัชสนันท์
ภาพถ่ายตรงหน้า ทำให้พริษฐ์เกิดอาการมึนศีรษะฉับพลัน พัชสนันท์ไม่ผิดตัว เขาจำรูปหน้าเธอได้ดี รวมถึงรอยยิ้มอ่อนหวาน ที่เขาไม่เห็นมานานหลายปี ไม่เพียงแค่นั้นเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก ถึงขั้นน่ารักมาก รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม อวบๆ น่ากอดรัดฟัดเหวี่ยง ดวงตากลมโต แก้มยุ้ยสมกับความอวบอิ่ม การไว้ทรงผมบอกเลยว่ายิ่งทำให้เด็กหญิงเพิ่มความน่ารักมากขึ้น หนูน้อยไว้ผมสั้นปะบ่าหน้าม้า หน้าตาเหมือนตุ๊กตาไม่มีผิด จนอยากคว้าตุ๊กตาตัวนี้มากอด สวมชุดนักเรียนสะพายกระเป๋าเป้ ดึงดูดความรู้สึกเขามากทีเดียว
ภาพต่อไปคนในภาพคือ ชัชพลกับพัชสนันท์และเด็กหญิงยืนอยู่หน้าโรงเรียน พริษฐ์ไม่คิดไม่ฝันว่าสตรีที่น้องชายหมายปองเป็นคู่ชีวิต คืออดีตผู้หญิงของเขา
โลกมันกลมมาก...กลมเกินไป
9พัชสนันท์วางแก้วน้ำดื่มไม่กี่นาที เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ เปลือกตาหนักอึ้ง คล้ายคนง่วงนอน“ทำไมง่วงจัง”“แกเหนื่อยรึเปล่า ตื่นแต่เช้าทำกับข้าว เสร็จแล้วก็พาพ่อไปหาหมออีก ร่างกายก็เลยประท้วง” ปานระพีให้เหตุผล“น่าจะใช่” คนพูดเปลือกตาหนักม อยากปิดตาท่าเดียว ร่างเธอโอนเอน ไม่กี่อึดใจ พัชสนันท์เอนตัวลงนอนบนโซฟา“แหวน แหวน” ปานระพีเขย่าตัวตนนอน เรียกชื่อหลายครั้ง “ฉันขอโทษนะแหวน ฉันอยากให้แกมีความสุขกับคุณเซย์ ฉันเลยต้องทำอย่างนี้”เมื่อแน่ใจว่า เพื่อนรักหลับสนิท เธอโทรหาใครบางคนทันที “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเซย์”ไม่นานเกินรอ พริษฐ์เดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยิ้มให้ปานระพี รีบช้อนอุ้มพัชสนันท์ออกไปจากบ้าน นำพาคนหมดสติเข้าไปในรถยนต์ของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนเข้าไปนั่งข้างเธอ ปราโมทย์รีบขับรถออกจากบ้านพัชสนันท์ มุ่งหน้าไปบ้านพักตากอากาศของเจ้านายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์“เพี้ยง...ขอให้สำเร็จทีเถิด” ปานระพียกมือท่วมหัว ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แผนการพริษฐ์สำเร็จลุล่วงตามตั้งใจ ซึ่งเธอคิดว่า ไม่ผิดไปจากที่คาดเหตุผลเดียวที่ปานระพียอมร่วมมือกับพริษฐ์คือ เพื่อความสุขของพัชสนันท์ เ
8 “ก็คนมันรักไงแก เลยตัดใจยาก ฉันเข้าใจคุณเกื้อนะ แล้วก็เข้าใจแกด้วย” เพราะตอนนี้คนพูดแอบรักคนหนึ่ง คนที่เธอรู้ดีว่า ไม่มีทางเหลียวมองตน ปานระพีจึงเข้าใจความรู้สึกรักเขาข้างเดียวดี “เอาเป็นว่า เรื่องนี้จบลงด้วยดี ฉันกับคุณเกื้อเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” “จบลงด้วยดีก็ดีไป ไม่งั้นแม่คุณเกื้อมาแหกอกแกแน่ๆ เจอฉันหน่อยไม่ได้ แม่จะสวนกลับให้หน้าชาเลย” ปานระพียอมเป็นบางคน ใครดีมาเธอดีกลับ แต่ถ้าร้ายมา เธอร้ายคืนแบบคูณสอง “ฉันกลับก่อนนะ วันนี้แม่มา ไม่รู้ก่อเรื่องไรหรือเปล่า” “เรื่องแม่แก ฉันคงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้กำลังใจ” “แค่นี้ก็มากพอแล้ว ไปนะ” ปานระพียิ้มให้เพื่อน ก่อนเดินออกจากบ้าน โดยมีพัชสนันท์เดินไปส่งหน้าประตูรั้ว คล้อยหลังปานระพีเดินห่างบ้าน พัชสนันท์จัดการล็อคประตูรั้ว เดินกลับเข้าบ้านเพื่ออาบน้ำนอนพักผ่อน แม้เวลานี้สามทุ่มกว่า ทว่าซอยบ้านพัชสนันท์ยังมีคนสัญจรไปมา ทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซร์และการเดินเท้า สองข้างทางก็มีร้านขายอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ปานระพีจึงเดินออกไปหน้าปากซอยได้อย่างสบายใจ อีกทั้งระยะทางเพียงแค่สองร้อยเมตรกว
7 “มาแล้วจ้า มาแล้ว” เจ้าของเสียงรีบเดินแกมวิ่งมาหาทั้งสาม “นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ขอโทษนะ รถมันติดมากเลยแก” “ไม่เป็นไร แกไม่สายนี่” พัชสรินทร์บอกเพื่อนรัก “วันนี้มิ้นจะพาชมพู่กลับบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกคุณเกื้อไปว่า แหวนมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” “อ๋อครับ” “งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้ไปช่วยพ่อขายของ” ปานระพีก้มหน้ามองหลานสาว “ไปค่ะชมพู่ กลับบ้านกับน้านะ คุณแม่มีธุระจะคุยกับคุณน้าเกื้อค่ะ” “ค่ะน้ามิ้น” ปานระพียิ้มให้ชัชพลอย่างเป็นมิตร ทว่าเขากลับไม่ยิ้มตอบกลับ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าเธอเสีย รีบเดินห่างเขาทันที “ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ” ชัชพลบอกสาวตรงหน้า “กินไปด้วยคุยกันไปด้วย” แม้อยากรู้ว่า เรื่องที่พัชสนันท์ต้องการคุยกับตนคือเรื่องอะไร ชัชพลกลับไม่ถาม พัชสนันท์ยิ้มบาง ก่อนเดินไปยังรถยนต์ของชัชพลที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ปราโมทย์รีบโทรศัพท์บอกเจ้านาย กับความเคลื่อนไหวของพัชสนันท์ที่แอบสุ่มดู จากนั้นก็ขับรถตามชัชพลไปแบบห่างๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว 21.05 น. พัชสนันท์ก้าวลงจากแท็กซี่ เมื่อโชเฟอร์นำ
6“ผมติดใจฝีมือคุณลุงมากๆ จนวันนี้ต้องมากินครับ แบกท้องตั้งแต่ตอนเที่ยงเพื่อมากินร้านคุณลุงโดยเฉพาะ” พริษฐ์ดึงความสนใจบุญมีด้วยคำพูด ขณะอีกฝ่ายนำอาหารมาให้ “บ้านเพื่อนผมอยู่ท้ายซอยครับ ผมมาหาเพื่อนเมื่อวันก่อน มันซื้อกับข้าวร้านคุณลุงไปกิน ผมเลยฝากท้องกับมันด้วย เลยติดใจฝีมือคุณลุง เมื่อวานนี้กะว่าจะมากิน แต่มันบอกว่าร้านคุณลุงปิด ผมเลยมาวันนี้ครับ”“ขอบใจมากนะที่มาอุดหนุน” บุญมีเป็นพ่อค้า ลูกค้ามาอุดหนุนก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ความที่เพิ่งเปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน ลูกค้าจะมาช่วงเวลาสี่โมงเย็น บุญมีจึงนั่งบนเก้าอี้ นั่งคุยกับลูกค้าคนใหม่ ที่รู้สึกถูกชะตา “แต่ลุงไม่ได้ทำหรอก เป็นแค่ลูกมือน่ะ ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ ลูกสาวลุงเป็นคนทำ”“ลูกสาวคุณลุงคนที่มีลูกหน้าตาน่ารักใช่ไหมครับ เพื่อนผมบอกว่า หลานคุณลุงน่ารักมากเลย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม” พริษฐ์ตะล่อมถาม ไม่ให้บุญมีสงสัยว่า กำลังถูกล้วงข้อมูล“ลุงมีลูกคนเดียว คนที่มีลูกนั่นแหละ” บุญมีตอบ“ผมล่ะอิจฉาพ่อของหลานคุณลุงจังครับ ที่มีลูกน่ารักๆ เพื่อนผมบอกเล่าต่อว่า หลานคุณลุงเป็นขวัญใจประจำซอย”“พ่อชมพู่ไม่มีหรอก ไม่ใช่สิต้องพูดว่า ไม่รู้ด้วยซ้
5พริษฐ์ฟังคำเตือนและแนวทางหาข้อเท็จจริง ซึ่งเขาเห็นด้วย เขาต้องแน่ชัดและแน่ใจเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพัชสนันท์อาจปฏิเสธหัวชนฝา แล้วอาจหนีเขาไปอีกครั้ง แก้วเหล้าถูกกระดกดื่มจนหมดแก้ว พริษฐ์หยิบรูปภาพสองแม่ลูกขึ้นมาดู สายตามองไปยังดวงหน้าพัชสนันท์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว เธอยังคงความสวย มีความน่ารักอยู่ในรูปหน้าเดียวกัน รอยยิ้มเธอสดใส ไร้ผิดภัย มีความเป็นธรรมชาติ ยิ่งมองยิ่งชวนพิสมัย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มองภาพใครนานและลึกซึ้งเช่นนี้ ปลุกความทรงจำอันแสนดีเก่าๆ จนเขาอยากย้อนเวลาไปช่วงเวลานั้น แต่คงเป็นไปไม่ได้ นอกจากเขาและเธอจะหวนกลับมาเป็นเช่นวันวาน อีกคนที่ทำให้หัวใจเขาฟู รอยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตากลมโต ผมสั้นหน้าม้า แก้มยุ้ยน่าหอม น่าหยิก ตกหัวใจพริษฐ์เต็มๆ เด็กคนนี้น่ารักมาก น่ารักเหมือนตุ๊กตา รูปร่างเด็กหญิงน่ากอดเหลือเกิน จนเขาอยากมีคาถาวิเศษ ดึงร่างหนูน้อยออกมาจากรูป มากอดและหอมให้หนำใจ ไม่ลืมร่ายมนต์ดึงตัวพัชสนันท์มากอดอีกคน “เธอหนีฉันไปทำไมแหวน เธอมีเหตุผลอะไร รู้ไหมว่าฉันอยากให้ตัวเองเป็นพ่อของชมพู่มาก มากเหลือเกิน” คำถามนี้วนเวียนในหัว
“จ้ะๆ ตาจะกินยาให้หมดเลย” ตามีบอกแก้วตาดวงใจ หอมแก้มหลานสาว ก่อนกินยาทั้งสามเม็ด “ตามีนอนค่ะ ชมพู่จะนวดให้ ตาจะได้นอนสะบาย สะบาย” หลานเอาใจตามี ที่ยิ้มกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของหลานสาว เขาเอนตัวลงนอน ให้แพรชมภูบีบนวดเช่นทุกวัน มือน้อยๆ อูมๆ นวดขาตามี นวดไปร้องเพลงให้ฟังไป แม้ว่าตามีฟังเพลงที่หลานรักร้องให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง สำหรับเขาคือเพลงที่เพราะที่สุด “พอแล้วลูก ตาหายเมื่อยแล้ว” ตามีบอกหลานสาวที่ขยับตัวมากอดคนพูด “ตาจ๋า ชมพู่ไปดูแม่ก่อนนะคะ” คนพูดตาแป๋ว หอมแก้มตามี “ชมพู่รักตามีที่สุดในโลกเลยค่ะ” “ตาก็รักชมพู่ที่สุดเหมือนกัน” ตามีไม่เคยคิดว่า ความผิดพลาดของบุตรสาว คือเรื่องน่าอับอาย ตามีไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาเข้าใจยุคสมัยดี อีกทั้งเมื่อรู้เหตุผลที่จริง ตามีเห็นด้วยที่พัชสนันท์เก็บลูกในท้องไว้ ให้เขาได้เลี้ยงดูหลานสาวสุดน่ารักคนนี้ แพรชมภูเมื่อเอาใจตามีเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงวิ่งไปหามารดาในห้องนอน พัชสนันท์ยิ้มเมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอน เด็กหญิงคว้าตุ๊กตาตัวใหม่มากอด ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งตรงกลางระหว่างมารดากับปานระ







