LOGIN“หา! อาภูมิว่าไงนะคะ?”
“ก็โตแล้ว จบแล้ว จะได้ทำงานแล้ว มีสามีได้แล้วไง”
“ตะวันยังไม่มีแฟนจะให้รีบมีสามีแล้วเหรอคะอาภูมิ”
ทานตะวันพูดไปก็หน้าเห่อร้อน เธอสะดุดใจรอบสองที่วันนี้อาหนุ่มดูประหลาด ทั้งดวงตาระยิบระยับและคำพูดชวนคิดนั่น เธอไม่ได้คิดไปเองว่าครั้งนี้ภูมิถามแปลกๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามเอาความด้วยเกรงว่าจะโดนโกรธอีก
หน้าเข้มแดดแต่คมคายด้วยจมูกคมสัน ริมฝีปากหนาแต่ได้รูปกระจับลอบยกรอยยิ้มแนบเนียนที่แม้แต่เด็กสาวยังไม่ทันสังเกต อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาดกับคำตอบที่ได้รับ
ดีแล้ว...
เป็นแบบนี้แหละดีเพราะเขาจะได้เป็นคนแรกและคนเดียวของเธอ ใครก็อย่ามาหมายแย่งทานตะวันไปจากอกเขาเลย...
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถก็เลี้ยวเข้าจอดหน้าลานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ชั้นล่างสุดแบ่งเป็นล็อคสำหรับร้านค้าจับจอง รวมถึงห้องเสื้อฝีมือคนไทยแต่ราคาแพงระดับต้นของประเทศที่ภูมิจงใจพาเด็กสาวมาเพราะเจ้าของร้านเป็นเพื่อนรุ่นน้องของเขา
ทานตะวันลงรถมองเข้าไปในร้านด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะห้องเสื้อหรูแห่งนี้มีกิตติศัพท์ว่าราคาแพงหูฉี่ เธอดึงแขนอาหนุ่มไว้แล้วร้องถามก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้าไป
“เดี๋ยวค่ะ อาภูมิ!”
“อะไร”
ภูมิหันกลับมาชักสีหน้าหงุดหงิดพอฝนหยุดแดดก็ออก ถึงเป็นแดดเย็นไม่ร้อนมากแต่ก็ส่องตาจนน่ารำคาญ ขนาดแว่นกันแดดสีดำก็ยังระคายเคืองแต่พอเห็นหน้าคนท้วงคอหดเดินตามติดก็ส่ายหน้า “อาจะเลือกชุดให้ ตะวันแค่มีหน้าที่ลองใส่เข้าใจมั้ย”
“แต่ว่ามันแพงนะคะ”
“อย่าขัดใจ อาอยากให้ของขวัญหลังเรียนจบกับเรา”
“อาภูมิ!” เด็กสาวอุทาน ใจหนึ่งก็พองโตคับอกดีใจที่เขาใส่ใจ อีกใจก็ไม่อยากได้ของราคาแพงขนาดนี้ แค่กลับไปอยู่ไร่ได้เจอหน้าเขาทุกวันเธอก็มีความสุขแล้ว
แต่ทานตะวันต้องหุบยิ้มเมื่อภูมิหันกลับมาเรียกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดตามเคย
“เร็วๆ สิ อาร้อน”
“ค่ะ ค่ะ!”
เด็กสาวหน้าเสียได้แต่เดินแกมวิ่งตามร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีเทากางเกงยีนส์สีดำสะอาดสะอ้านเข้าไปภายใน
“มาแล้วเหรอ! ไม่เจอกันตั้งนานนะจ๊ะพ่อหนุ่มชาวไร่”
เจ้าของร้านสาวสายหุ่นนางแบบยิ้มกว้างขวางออกมาต้อนรับด้วยท่าทางสนิทสนมกับภูมิเกินกว่าความเป็นลูกค้า
ภูมิหัวเราะเปิดเผยตอบกลับ “ก็เกือบห้าปีแล้วนะ”
“นั่นสิ” หญิงสาวปรายตามองเด็กสาวยิ้มๆ “นี่ใช่มั้ยหลานสาวที่ว่า... โตแล้วนี่ สวยด้วยนะ”
“อืม...”
“หน้าตาสะสวยแบบนี้นี่เองมิน่าคุณอาหวง”
สาวสวยไม่วายหยอกเย้าแถมคลุกวงในภูมิอย่างถือสนิท ทั้งคล้องแขน จับมือภูมิแน่นแบบประสาน หนำซ้ำพูดจาหยอกเย้าจนทานตะวันที่เยืนนิ่งราวกับรูปปั้นค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มแย้มเป็นงอหงิกขณะเดินตาม
หมั่นไส้...
ทานตะวันนึกในใจ แต่ก็ต้องเจียมตัวเดินตามต้อยๆ เข้าไปด้านในแต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงหยอกเย้าจากคนทั้งสองที่ราวกับอยู่ในโลกส่วนตัวกัน
“หลานสาวสวยนะเนี่ย ฉันไม่แปลกใจแล้วที่นายไม่ยอมมีใครจนป่านนี้”
“เฮ่ย ก็คนอยู่แต่ในไร่จะเจอใครได้ยังไงล่ะ” ภูมิปรามแต่หัวเราะร่วนดูไม่รำคาญอย่างปากว่า
“ก็มีอยู่คนนึงไง”
หญิงสาวกระเซ้าไม่วายเหลือบมองทานตะวันครู่หนึ่งจึงถูกภูมิปรามต่อ
“อย่าพูดมากน่า”
“ก็ได้ ไม่พูดแล้วไม่พูด เดี๋ยวหลานนายจะตกใจ ฉันไปดูลูกค้าทางโน้นดีกว่า หนูตะวันจ๊ะ ตามสบายเลยนะ” เธอว่าพลางก็ผละไปอีกทาง
ทานตะวันไม่ทันตอบก็ต้องหน้าตูมอีกครั้งเพราะรอยยิ้มของเพื่อนสาวคุณอาบ่งบอกเลศนัยอย่างไรพิกลง
ไม่ชอบเลย...
ทานตะวันหน้างอ ไม่สนุกกับพูดของทั้งสอง ทั้งยังไม่รู้สึกอยากไปกับภูมิ เธออยากกลับไปเจอคุณย่า อยากกลับบ้านไร่เร็วๆ แต่เธอหรือจะกล้าขัดใจอาภูมิ
พอก้าวเข้ามาส่วนชั้นในที่เป็นมุมแบรนด์หรูสำหรับลูกค้าระดับวีไอพี ทานตะวันก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่ากว้างขวางตกแต่งงดงามและราคาแพงระยับที่ป้ายราคาของเสื้อผ้าทุกชุด
ภูมิเลือกแบบชุดราตรีอย่างพิถีพิถัน เลือกชุดนึงแล้วส่ายหน้าก่อนจะเลือกอีกชุดแล้วยกขึ้นสำรวจพักหนึ่งก็เก็บใส่ราวตามเดิม ครู่ใหญ่จึงเดินเอามาให้เธอที่ยืนรีรออยู่หน้าห้องลองเสื้อแล้วยื่นให้
“เอ้า ลองให้อาดูสองชุดนี้”
“สองชุดเลยเหรอคะ”
“ทำไม ไม่สวยเหรอ”
ทานตะวันเพ่งมองชุดรัดรูปลูกไม้ระยิบระยับสีแดงสดมีสายเส้นจิ๋วคาดไหล่กับอีกชุดสีขาวด้านบนเป็นลูกไม้โปร่งเปิดไหล่เว้าลึกด้านหลังเว้าถึงเอวจนน่าเสียวไส้ เด็กสาวถึงกับย่นจมูก
“ตะวันว่ามันโป๊ไป”
“สวยดี” ภูมิบอกหน้านิ่ง
“แต่ตะวันไม่เคยใส่ชุดแบบนี้เลย”
“ก็ถึงให้ลองไง อาให้ลองก็ลองเถอะน่า อย่าดื้อกับอา”
“ก้ได้ค่ะ”
ทานตะวันถึงกับหน้ามุ่ยอีกรอบเพราะโดนหาว่าดื้อสองครั้งติดๆ ในรอบวัน เธอไม่ดื้อสักหน่อย แต่บางเรื่องก็ควรแย้ง
แต่ก็นั่นแหละ...
ไม่ทันที่ภูมิจะได้พูดอะไรต่อกับท่าทีอิดออดของทานตะวัน ก็พอดีกับที่สลิลลาเพื่อนสาวของเขาเข้ามาพอดี
“นี่สองคน ไปลองที่ห้องลองเสื้อด้านในออฟฟิศนะ ด้านนอกนี้เผื่อลูกค้าขาจรมามันจะวุ่นวาย”
“เฮ่ยไม่ต้องมากพิธีรีตองหรอก”
“ไม่ได้สิ นานๆ จะได้บริการเด็กสาวน่ารักอย่างหนูตะวันทั้งที เข้าไปเถอะน่า”
“แต่...”
ภูมิตั้งท่าแย้งเพราะห้องด้านในที่เป็นส่วนออฟฟิศของสลิลลาค่อนข้างลับตาและแยกออกเป็นส่วนตัว แต่ไม่ทันหญิงสาวเจ้าของร้านที่จัดแจงบอกเสร็จก็พยักเพยิดให้ทั้งสองเข้าไปแล้วปิดประตูบานเลื่อนเรียบร้อย
“งั้นก็จัดการตามที่แกเห็นสมควร แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแกจัดการเรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าแม่จะยกตะวันให้”ไม่ให้ก็ได้มาแล้วด้วยความเต็มใจของทานตะวันด้วยซ้ำหึ...“ว่าไง”“ผมรู้น่า” ภูมิจำใจรับปากอย่างหงุดหงิด“อีกอย่างที่แม่อยากขอร้องแก”“อะไรอีกครับ”คราวนี้น้ำเสียงภูมิติดรำคาญเล็กน้อย ภาคินีค้อนขวับลูกชายแล้วบอกน้ำเสียงจริงจัง“แม่ขอร้องว่าระหว่างที่ยังไม่ได้จัดงานตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว แกอย่าได้ทำแบบเมื่อคืนนี้อีก แล้วก็อย่าเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตะวันจนออกนอกหน้าให้ใครรู้”“ได้ไงครับ” ภูมิแย้งทันที“แม่สงสารหลาน ลำพังเป็นกำพร้าก็น่าสงสารพออยู่แล้ว แกอย่าซ้ำเติมตะวันด้วยคำพูดติฉินนินทาของคนอื่นอีกเลย”“แต่ผม....”“แกรักตะวันจริงรึเปล่าล่ะ ถ้ารักก็เชื่อแม่สักครั้ง”ภูมิได้แค่คิดตามจริงสิ...เขาเอาแต่ใจ คิดเอาแต่ได้ ลืมนึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของทานตะวันที่เขารักยิ่งดวงใจจริงๆเฮ้อ! ไอ้ภูมิ คนเลว!ภูมิหน้าสลด แต่เมื่อเงยหน้าเจอแววตาคมกริบของมารดา เขาก็ต้องรับปากรับคำ มารดาของเขาเพิ่งหายป่วย คงไม่ดีนักถ้ายังเป็นแบบนี้“ก็ได้ครับแม่ ผมจะพยายาม”“ก็แค่นั้นแหละชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง
จวงถึงกับลนลานมองนายทั้งสองสลับไปมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบลงไปทันที เพียงคล้อยหลังแม่บ้านเก่าแก่ ภาคินีก็สะบัดตัวออกจากการพยุงของลูกชายเดินตรงไปยังห้องพระ ภูมิถึงกับถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปคุกเข่าต่อหน้าพระประธานเคียงข้างมารดาที่นั่งมองภาพบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครู่ใหญ่ภาคินีจึงเอ่ยเสียงเรียบราวสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่“สารภาพต่อหน้าพระเดี๋ยวนี้”“สารภาพอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามกลับเสียงอ่อยเมื่อมองสบตามารดาเห็นแววขึ้งโกรธคงอยู่“ก็สารภาพต่อหน้ารูปพ่อแกกับพระท่านว่าที่ทำแบบนั้นกับตะวันว่าแกจริงจังหรือเห็นเด็กเป็นของเล่น”“โธ่! แม่ครับ!” ภูมิอุทาน คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดกับคำพูดมารดา “ผมรักตะวันแม่ก็รู้”“รู้ที่ไหน แกไม่เคยบอกสักคำ”“ก็ผม” พ่อเลี้ยงหนุ่มอึกอักพูดไม่ออก “ผมรู้ว่าแม่รู้ อย่ามาบีบผมให้พูดเลย”“ฉันไม่ได้บีบแต่แกเองที่อมพะนำอ้ำอึ้งไม่ชัดเจน”“ก็ผมจะชัดเจนได้ไงในเมื่อตอนนั้นตะวันยังเด็กอยู่”“แต่ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แกต้องชัดเจน” “ผมก็กำลังชัดเจนอยู่ในแบบของผม” ภูมิแก้ตัวทั้งที่จริงแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมือนไม่ให้เกียรติทานตะวัน ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่ชอ
“ตะวันรู้ ตะวันขอโทษค่ะคุณย่า ฮืออ” ทานตะวันละล่ำละลักกอดเท้าแนบหน้ากับเท้าผู้มีพระคุณแน่ภาคินีถอนหายใจหนักหน่วง น้ำตาปริ่มตาสงสารเด็กน้อยน่ารักที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไม่วาย แต่นางต้องสั่งสอนให้ทานตะวันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องถึงแม้คนสองคนรักกันจะไม่ผิด แต่ผิดที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ทำให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม“หยุดพูดคำว่าขอโทษแล้วตอบย่าว่าทำไมไม่ฟังคำย่าสอน ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว” นางถามเสียงเครียดพลางทุบแผ่นหลังบอบบางสั่งสอนหลายครั้ง ถึงไม่แรงแต่มันอาจทำให้คนถูกทุบและตัวต้นเหตุรู้สึกเจ็บได้“แม่ครับ! หยุดตีตะวันสักที” ภูมิยื้อข้อมือมารดาที่เงี้อค้างจ้องตาเขียวปัดมาที่เขา“ปล่อย”“ไม่ครับ” “แม่จะสั่งสอนหลาน” นางว่าพลางเงื้อมือจะทุบต่อ แต่ถูกรั้งไว้อีก “หรือว่าแกอยากโดนแทน”ทานตะวันเห็นสองแม่ลูกยื้อยุดก็โผเข้าคั่นกลาง พยายามปลดมือภูมิออก “ปล่อยมือคุณย่าค่ะอาภูมิ ตะวันผิดไปแล้ว ตีตะวันแต่อย่าโกรธอาภูมิเลยนะคะคุณย่า”“อยากโดนตีใช่ไหม ทานตะวัน!” ภาคินีเอ่ยเสียงเบาลงด้วยความอ่อนใจ“ค่ะคุณย่า”“ได้!”ทานตะวันสะอึกสะอื้นคุกเข่าคลานเข้ากอดขาอย่างจำนนให้ผู้เป็นย่าทุบตี ภาคินี
“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
“อาภูมิอย่ามาพาลกะตะวันนะคะ ตะวันกับเพชรเป็นเพื่อนกันไม่เหมือนอาภูมิกับอาสร้อยสักหน่อย”“ทานตะวัน!” ภูมิเริ่มหัวเสียเช่นกัน“ตะวันจะบอกอีกครั้งว่าตะวันกับเพชรเป็นแค่เพื่อนกันค่ะอาภูมิ”“ได้ยินแล้ว” ภูมิเสียงอ่อนลงก่อนจะบ่นเบาๆ “อาไม่ได้หูตึงที่ถามเพราะเป็นห่วง จะมาหงุดหงิดใส่อาทำไม”ฮึ...ภูมิทำอย่
ทานตะวันกอดอกเชิดหน้าอย่างภูมิใจ“งั้นก็รับไปซะทีสิ เพชรอายคน” เด็กหนุ่มยืนสิ่งของในมือให้แล้วพูดน้ำเสียงรื่นรมย์ “ในที่สุดก็จบซะทีนะเราสองคน”“อืมมมม... ขอบใจที่คอยติวให้ เพชรน่ารักที่สุดเลย”“ก็แค่อยู่นานกว่าตะวันปีนึงเองไม่ได้เก่งอะไร” พัชระแก้เก้อทานตะวันรู้ความหมายในคำพูด พัชระเป็นเพื่อนร่วมช
จบซะที... ทานตะวันมองไปรอบบริเวณด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ตลอดสี่ปีที่เรียนที่นี่ ไม่มีวันไหนที่เธอจะรู้สึกใจหายเหมือนวันนี้ วันที่รู้ว่ากำลังก้าวออกไปสู่โลกกว้างอีกช่วงหนึ่งของชีวิตเธอไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้จะมีสิ่งใดรออยู่...“ตะวันๆ ดูโน่นสิ” “อะไร” “โน่นไง ดูส
หากใครคิดจะขวางอย่าได้หมาย ไม่เพียงร่างกายของเธอที่ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของเขา หัวใจของทานตะวันก็ต้องตกเป็นทาสเสน่หาของเขาหากไม่แล้ว... ฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่า...เพราะรักจึงอยากครอบครองให้สมรัก เป็นหนึ่งเดียวกับเด็กสาวที่เฝ้าทนุถนอมมานาน เธอทำให้เขารู้สึกเร่าร้อนรุนแรงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ห







