LOGINลิปดาก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างใหญ่ที่หรูหรา ทุกสิ่งล้อมรอบเธอด้วยความโอ่อ่า แต่ในใจกลับอึดอัดเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงทอง
เสียงประตูปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตามเข้ามา แววตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว
“ไปอาบน้ำสะคืนนี้ผมจะให้คุณมาปรนนิบัติผม”
เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วแต่หนักแน่น
หัวใจลิปดาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา เธอรู้ว่าถ้าปล่อย ให้สถานการณ์ดำเนินไปต่อ เธออาจเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปโดยไม่เต็มใจ ความกลัวผลักดันให้เธอต้องหาทางเอาตัวรอด
“เอ่อ…ฉัน…ปวดหัว…แล้วก็ปวดท้องด้วยค่ะ”
เธอจับท้องตัวเอง ทำหน้าซีดเผือด พยายามแกล้ง
น้ำเสียงสั่นเหมือนคนหมดแรง
“คงจะ…ใกล้มีรอบเดือนแล้ว อาการเลยเป็นแบบนี้”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องเธออย่างจับผิด แต่เมื่อเห็นเหงื่อผุดบนหน้าผากเธอ เขาก็เริ่มใจอ่อน
“ปวดขนาดนั้นเลยหรือ”
เสียงเขายังคงเรียบเย็น แต่สายตากลับอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ลิปดาพยักหน้าเบา ๆ กอดท้องตัวเองแน่นราวกับเจ็บจริง เธอหลุบตาหนี ไม่กล้าสบกับสายตาแหลมคมที่เหมือนมองทะลุทุกอย่าง
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาวเหมือนหงุดหงิดตัวเองที่กำลังใจอ่อน
“ก็ได้…งั้นคืนนี้คุณพักไปก่อน”พูดจบเขาเดินไปที่โต๊ะข้างเตียงกดโทรศัพท์สั่งลูกน้องทันที
“เอายาแก้ปวดท้อง และยาปวดประจำเดือนมาให้คุณผู้หญิงด้วย อ่อเอาผ้าอนามัยติดมาด้วยแล้วกัน”
ลิปดาชะงักไป มองเขาด้วยแววตาตกใจปนไม่เข้าใจคนที่เมื่อครู่ยังเย็นชา กลับยอมถอยเพราะเชื่อว่าเธอเจ็บป่วยจริง
“เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนี่หนา… แต่ถ้าเธอยอม เขา…เธอคงเป็นได้แค่ นางบำเรอ เพราะคนรวยอย่างเขาก็ต้องหาคนที่มีฐานะทัดเทียมกันเท่านั้นที่เหมาะสมเป็นภรรยา”
เธอพึมพำเบา ๆ ในลำคอ
เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง ริมฝีปากโค้งเล็กน้อย แต่ไม่ใช่รอยยิ้มร้ายกาจเหมือนก่อนหน้านี้ หากเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่อ่านไม่ออกว่าแฝงอะไรไว้
“อาบน้ำ ทานยา แล้วนอนพักสะ… อ่อ ใส่เสื้อผมไปก่อน พรุ่งนี้จะพาไปซื้อ”
พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องไป สายตาของเธอลอบมองไปยังบานประตูที่เขาเพิ่งก้าวผ่านออกไป มีเพียงความเงียบงันเข้ามาแทนที่
“เอาเถอะ… ลิปดา รอดไปอีกวันยังไงก็วันนี้อาบน้ำพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ลิปดาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า กวาดสายตาหาเสื้อผ้าที่พอเหมาะกับตัวเอง เธอหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่และผ้าขนหนู เธอก็ถอนหายใจเบา ๆ แต่ทันใดก็นึกขึ้นได้
“ตายจริง แล้วกางเกงในละ… ไม่มีเลย จะใส่ของเขาดี หรือไม่ใส่เลยนะ”
เธอพึมพำในลำคอ พร้อมสายตาสั่นระริกไปมาระหว่างความเขินอายกับความจำเป็น
ลิปดาวางเสื้อเชิ้ตและผ้าขนหนูบนขอบเตียง ก่อนจะหยิบกางเกงในของเขาขึ้นมาถือไว้ในมือ แต่ยังไม่กล้าใส่ทันที
“แต่เขาออกไปแล้ว…คืนนี้คงไม่กลับมาห้อง ไม่ต้องใส่ก็ได้ ไปอาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวจะโทรหาแม่อีกที”
เธอพูดเบา ๆ คนเดียว พยายามเก็บความเขินไว้ในลำคอ พร้อมค่อย ๆ หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
น้ำอุ่นไหลรดตัว ลิปดาค่อย ๆ ผ่อนคลายหลังจากความตึงเครียดทั้งวัน เธอสระผม ขัดตัวเป็นเวลาค่อนข้างนาน เพราะคุ้นเคยกับการอาบน้ำช้า ๆ ที่บ้าน พยายามละทิ้งความกังวลไว้เบื้องหลัง
พออาบน้ำเสร็จ เธอคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัว พอจะหยิบเสื้อเชิ้ตที่จะใส่กลับหาไม่เจอ
“ตายจริง ลืมไว้ข้างนอก แล้วเราจะออกไปสภาพนี้หรือ ถ้าเขาอยู่ข้างนอกล่ะ” ลิปดากลืนน้ำลาย รู้สึกใจเต้นแรงทันที
เธอหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้า กระโจมอกออกมาจากห้องน้ำ ค่อย ๆ แง้มประตูห้องเล็ก ๆ มองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง
โชคดีที่ห้องเงียบสนิท ไม่มีใครอยู่เลย ลิปดาเบาใจลงเล็กน้อย สายตาเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีขาววางเรียบร้อยอยู่บนเตียง เธอเดินเข้าไปใกล้ ยกมันขึ้นมาสวมใส่
ทันใดนั้น
“อาบน้ำเสร็จแล้ว ทานยาด้วย ผมวางไว้ให้อยู่ข้างหัวเตียง”
เสียงทุ้มของเขาดังมาจากระเบียงด้านนอก ลิปดาถึงกับสะดุ้ง ใจเต้นแรง นี่เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วตอนที่เธอเดินกระโจมอกออกมา…เขาเห็นหมดแล้วใช่ไหม
ใบหน้าเธอร้อนผ่าว ลิปดาเผลอหน้าแดงร้อนผ่าวไปถึงลำคอ เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ราวกับแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เธอถอยไม่พ้น
“ผมจะไปอาบน้ำก่อน ไว้อาบน้ำเสร็จผมจะมา…”
เขากระซิบเบา ๆ ใกล้ข้างหู ลมหายใจร้อนรดผิวทำให้ลิปดารู้สึกใจสั่น
เธอเผลอเอียงตัวหลบ แต่กลับเสียหลักชนกับโต๊ะโซฟาในห้องนอนแทบล้มไปกองกับพื้น
“ระวัง”
ฝ่ามือใหญ่ของเขาคว้าเอวเธอไว้ทัน ใบหน้าของทั้งสองใกล้ชิดกันจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ลิปดาใจเต้นแรงระส่ำ นึกถึงคืนที่ผับ…ความใกล้ชิดแบบนั้นกำลังหวนกลับมาอีกครั้ง
สองมือเรียวเล็กรีบดันอกเขาออกไปสุดแรง พลางพยายามข่มใจไม่ให้ไหวเอน
“ขอบคุณค่ะ… ปล่อยได้แล้ว ฉันไม่ล้มแล้ว”
แต่คำพูดนั้นกลับไม่ได้ทำให้เขาขยับออกไป เขากลับมองเธอด้วยแววตาเย้ายวน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากหนา
“ทำไมผมต้องเชื่อคุณ… ในเมื่อคุณคือของผม ผมอยากทำอะไรก็ได้”
สายตาคมกริบค่อย ๆ ไล่จากใบหน้าของเธอลงมาจนถึงหน้าอก เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่คอกว้างเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนเล็กน้อย ลิปดารีบยกแขนกอดอกแน่นเพื่อบดบังร่างกายตัวเอง แต่กลับยิ่งทำให้เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างพอใจ
“คุณมันทุเรศที่สุด! ไม่สุภาพบุรุษเอาเสียเลย!”
เธอตะโกนเสียงสั่น แต่เขากลับยังคงยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างถือสิทธิ์เหนือกว่า
“แล้วทำไมผมต้องเป็นสุภาพบุรุษ ในเมื่อผมซื้อคุณมาแล้ว… คุณคือผู้หญิงของผม ต่อให้ผมจะจับ...”
เขาเว้นจังหวะ พร้อมกวาดสายตาไปทั่วร่างกายเธอ
“จะจูบ… จะลูบ… จะคลำ… หรือแม้แต่จะกดคุณลงกับเตียง มันก็สิทธิ์ของผมทั้งนั้น”
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางหัวใจ ลิปดาชาวาบไปทั้งตัว ความจริงที่โหดร้ายแทงลึกจุกอก เธอนิ่งเงียบ มีเพียงน้ำตาที่เอ่อรื้นแล้วไหลพรากไม่หยุด
เธอเงยหน้ามองสบตาเขา ทั้งเจ็บปวด ทั้งสิ้นหวัง ก่อนเสียงสั่นเครือจะเอ่ยออกมา
เสียงสั่นพร่าเปื้อนด้วยน้ำตา เขามองเห็นเธอในสภาพนั้น จึงจำต้องคลายอ้อมแขนออกช้า ๆ
ลิปดาค่อยทรุดลงนั่งกับพื้น ร่างสั่นสะท้าน ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดอัดอั้น
“ฮือ… ฮือออ…”
เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วห้องกว้าง เขายืนนิ่ง มองเธอร้องไห้… หัวใจเจ็บแปลบเหมือนถูกบีบ แต่ริมฝีปากกลับเอ่ยเพียงคำเย็นชา
“ถ้าผมกลับมาแล้วคุณยังไม่หยุดร้องไห้… ผมจะทำโทษคุณให้ร้องไม่ออกเลยทีเดียว”
สิ้นคำ เขาก็หันหลัง คว้าผ้าเช็ดตัวแล้วก้าวหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่เหลียวแล ทิ้งให้ลิปดาทรุดตัวลงกลางห้อง หญิงสาวกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนอกบีบรัดแทบหายใจไม่ออก…
งานวิวาห์ลิปดา&มาร์คบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ ท่ามกลางสายลมเย็นและหมอกบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยละล่องอยู่เหนือยอดไม้ งานแต่งงานของลิปดาและมาร์คถูกจัดขึ้นอย่างงดงามในสวนกุหลาบสีขาวที่กลีบดอกบานสะพรั่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งผสมผสานกับบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ทำให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกสงบและอบอุ่นไปพร้อมกันพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย คุณปู่ของมาร์คยืนอยู่ด้านหน้า มองหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม พ่อแม่ของลิปดาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้กับทั้งคู่คู่บ่าวสาวสวมชุดที่หรูหราสมกับทายาทธุรกิจหมื่นล้าน มาร์คสวมสูทสีเข้ม ตัดกับผ้าไหมขาวบริสุทธิ์ของลิปดา ทำให้เธอดูสง่างามและงดงามดั่งเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายยี่หวาและพอล แก้มบุ๋มและกริช รวมถึงคุณปัญญาเลขา และเพื่อน ๆ แขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ต่างยืนจับมือ ส่งยิ้มอย่างอิ่มเอม พวกเขามองคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความยินดี“คู่บ่าวสาว สวยหล่อเหมาะสมกันมาก”“เจ้าสาวสวยเหมือนดาราเลย”“เจ้าบ่าวหล่อจนฉันอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง”“วาสนาเจ้าสาวมากได้สามีหล่อ”“อิจฉาเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยยังกะนางฟ้า”"เมื่
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ยี่หวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอเดินขึ้นเตียงที่พอลนอนรอเธออยู่ด้วยความหวัง“ยี่หวา ที่นี่อากาศดีจังเลย มาให้พี่กอดหน่อยสิครับ”“ให้กอดได้ค่ะ อยากกอดนานขนาดไหนก็ได้หมดเลย”พอลยิ้มแล้วดึงร่างเธอเข้ามาใกล้“แล้วถ้าพี่ขออย่างอื่น จะได้ไหม”ยี่หวายิ้มบางก่อนจะเอ่ย“ก็ต้องบอกมาก่อนว่าจะขออะไร”ยี่หวาพูดพร้อมสบตาเขา เธอพอจะรู้คำตอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก็จะขอ...ทำลูกสะหน่อย”เขาพูดพลางขยับอ้อมกอดแน่น“เดี๋ยวก่อนค่ะ...มีอะไรจะบอกค่ะ”พอลเลิกคิ้ว“อะไรครับ... พูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ”“รอบเดือนมาเมื่อครู่ค่ะ… เสียใจด้วยนะคะพี่พอล”พอลทำหน้าตกใจเล็กน้อย“โหย… ยี่หวา ทำไม.... ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยที่มีแต่อุปสรรค”ยี่หวาพยักหน้าเบา ๆ“ช่วยไม่ได้ค่ะ”พอลยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระซิบ“งั้นพี่จะขอฝ่าไฟแดงนะ...ได้ไหม?”ยี่หวาหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นไปด้วยความใกล้ชิด“ไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้หมดรอบเดือนก่อน เพราะมันไม่สะอาดนะคะ”“รออีกกี่วันอ่า… พี่จะอดใจไม่ไหวแล้วเนี่ย”“มาค่ะ มานอนกอดกันให้อุ่นดีกว่า เรารักกันแบบมองข้ามเรื่องเซ็กส์ไปก่อนเนอะ”“ใครจะมองข้ามก็มองไป ส่วนพี่
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบเขา อุณหภูมิลดลงจนไอหนาวเริ่มล้อมรอบบ้านพักตากอากาศเสียงจิ้งหรีดแผ่วเบาปะปนกับเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารตรงลานหน้าบ้านหลอดไฟเล็ก ๆ ถูกแขวนเรียงเป็นสายเหนือศีรษะ แสงไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัว ราวกับเพิ่มประกายให้ค่ำคืนนี้มีมนตร์เสน่ห์ยิ่งขึ้น“แก้วนี้เพื่อมิตรภาพของพวกเรา!”กริชพูดพลางยกแก้วขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆกลิ่นอาหารปิ้งย่างลอยแตะจมูก ลิปดานั่งย่างเห็ดร้อน ๆ ให้ทุกคน ส่วนมาร์คนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยยื่นผ้าคลุมไหล่ให้เมื่อเห็นว่าเธอสั่นหนาวเล็กน้อย“อากาศเย็นแบบนี้ ต้องอยู่ใกล้เตาไฟหน่อยครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เสียงของมาร์คอ่อนโยนจนลิปดาเผลอยิ้ม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างอาย ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพง เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อน และกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทั้งหมดนั้นผสมกันเป็นภาพของ “ความสุขเรียบง่าย”แก้มบุ๋มหันไปยิ้มให้กริช“หนาวจังเลย แต่ไฟตรงนี้อบอุ่นมาก”“อุ่นเพราะนั่งใกล้ผมหรือเปล่าครับ”กริชหัวเราะ พลางเอื้อมมือไป
สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนแตะจมูกเบา ๆ บ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของเขาใหญ่ปลายฝนต้นหนาว...อากาศเย็นพอดี แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นหญ้าเป็นประกาย เหล่าเพื่อนสนิทยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองทิวเขาไกล ๆ ด้วยรอยยิ้ม“บรรยากาศยามเช้าดีมากเลยนะ ไอ้มาร์ค”กริชพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้“ยิ่งตอนเย็น ตอนพระอาทิตย์ตกท่ามกลางไอหมอก บอกเลย...ฟินสุด ๆ เมื่อคืนพวกเรามาถึงดึกไปหน่อยเลยพลาดวิวไป”มาร์คเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ“พี่พอลหลับสบายไหมครับเมื่อคืน?”มาร์คถามขึ้นในฐานะเจ้าบ้าน“หลับเป็นตายเลย พี่ง่วงมาก”พอลตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีใครได้ทำกิจกรรมเลยสิ มัวแต่หลับกันหมด ฮ่า ๆ”กริชแซวเสียงดัง จนทุกคนหัวเราะตาม“คืนนี้คงต้องจัดให้สมกับบรรยากาศเป็นใจ ว่าแต่...ฝนจะตกไหมมาร์ค?”“ตกครับ บรรยากาศดี เป็นใจกับทุกคนเลย...ยกเว้นผม หมอห้าม”มาร์คพูดติดตลก“เอ็นดูมึงจริง ๆ ว่ะ มาร์ค ฮ่า ๆ ๆ”กริชหัวเราะลั่น“แต่กูมีความสุขมากนะเว้ย...กูมีลูกน้อย รอวันที่เขาจะออกมาลืมตาดูโลก”“พี่ยินดีด้วยจริง ๆ พี่ก็จะได้มีหลานกับเขาแล้ว”พอลพูดพลางตบบ่
มาร์คขับรถพุ่งไปตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลนจากฝนที่ตกพรำ เขาไม่มองสิ่งรอบข้าง มีเพียงภาพโครงการบ้านริมน้ำที่ไฟลุกโชนอยู่ในสมองเมื่อมาถึง หน้างานเต็มไปด้วยกลุ่มคนงานที่วิ่งวุ่น แสงไฟสีส้มแดงกะพริบสะท้อนควันหนาทึบ มาร์คกระโดดลงจากรถทันที ร่างสูงเหยียบพื้นดินอย่างมั่นคง แม้ควันจะร้อนจนแทบหายใจไม่ออกมาร์คมองเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนบนตัวบ้าน“คุณปัญญา คนงานติดอยู่กี่คน?”“เจ็ดคนครับคุณมาร์ค ตอนนี้นักดับเพลิงกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่”เสียงนายปัญญาเลขาตอบอย่างร้อนรนสายตาของมาร์คจับจ้องไปที่เงาของคนงานบางส่วนที่ติดอยู่ในอาคารหัวใจเขาเต้นแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว“ผมจะเข้าไปใกล้ ๆ เผื่อมีใครออกมา จะได้ช่วยส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัย”"ไปพวกเราไปช่วยคุณมาร์ค"นายปัญญาสั่งเหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดมาร์คก้าวเท้าเข้าไปท่ามกลางควันหนาและเปลวไฟ เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของคนงานดังแทรกอยู่ในความมืดมือของมาร์คมั่นคงและรวดเร็ว เขาช่วยดึงคนงานออกมาทีละคนจากนักดับเพลิง แล้วส่งต่อให้ทีมกู้ภัยจนแน่ใจว่าทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย“ทั้งเจ็ดคนปลอดภัยทุกคนใช่ไหมครับ?” เข
คฤหาสน์ตระกูล วิวัฒน์วงศ์พานิชเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูเงียบลงเมื่อรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ใหญ่โอ่อ่า ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกท่ามกลางสวนสวยที่จัดไว้อย่างประณีตมาร์ครีบอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสุภาพ“เชิญครับ คุณผู้หญิง”เขาว่าพลางแกล้งยิ้มแซวเบา ๆลิปดาเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างสง่างามโดยไม่พูดอะไร รอยยิ้มยังไม่ปรากฏบนใบหน้าเพราะเธอยังโกรธเขาอยู่“คุณลิปดามาแล้วค่ะคุณท่าน”เสียงแม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่นาน ชายชราในชุดผ้าแพรสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ลิปดามาหาปู่แล้วเหรอ ดีใจจังเลยหลานสะใภ้ปู่”“สวัสดีค่ะคุณปู่”เธอกล่าวเสียงสุภาพพร้อมยกมือไหว้“เอ้อ ๆ มานั่งก่อนลูก มานั่งก่อน”น้ำเสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ปู่ขอบใจหนูมากนะที่ยังนึกถึงคนแก่ อุตส่าห์มาหาปู่วันนี้”ลิปดายิ้มบาง ๆ“ต้องมาสิคะ ลิปดาต้องมาเยี่ยมคุณปู่อยู่แล้ว”คุณปู่หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ“ปู่อยู่คนเดียวก็เหงา มีหลาน ๆ มาเยี่ยมปู่ดีใจมาก ๆ”“ลิปดาไม่ปล่อยให้คุณปู่เหงาหรอกค่ะ”“หลานสะใภ้ปู่ช่างน่ารักเสมอ อ่อเห็นเจ้ามาร์คบอกว่าหนูตั้งครร







