LOGINเขายืนอยู่นานในห้องน้ำ น้ำอุ่นไหลผ่านร่าง แต่สมองกลับไม่หยุดคิด เขากังวลว่าเธอจะหยุดร้องไห้หรือยัง
เสียงสะอื้นก่อนหน้านี้ยังหลอนอยู่ในหัว ทำเอาใจเขาสั่น เขาไม่เคยรู้สึกสับสนกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน
ใช่…แม้เธอจะมาเพื่อใช้หนี้แทนพ่อ แต่เขาไม่เคยคิดจะทำร้าย ไม่เคยตั้งใจย่ำยีให้เธอเจ็บปวด ความจริงแล้วเขาต้องการเธอ…อยากครอบครอง แต่ไม่รู้ว่าเขาต้องแสดงออกอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเขาใช้เงินซื้อแล้วมีแต่คนเสนอมาบริการเขาอย่างเต็มใจ ผิดแต่เธอที่แตกต่างจากผู้หญิงพวกนั้น
“ยัยนั้นจะหยุดร้องไห้หรือยัง… ไม่ใช่ออกไปแล้วยังร้องอยู่ไห้หรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไง โอ๊ยมาร์คเอ๊ยทำไมต้องใส่ใจเธอขนาดนั้นนะ”
เขาพึมพำคนเดียว ลมหายใจช้า ๆ พยายามสงบใจ
ไม่นาน เขาอาบน้ำเสร็จ เปิดประตูออกมา สิ่งที่เห็นคือร่างเล็ก ๆ ของเธอ นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังอยู่ในความเงียบ
เขาถอนหายใจลึก ก่อนเอ่ย
“ทำไมยังไม่หยุดร้องไห้อีก…ผมไม่ได้จับคุณมาฆ่ามาแกงเสียที่ไหน เลิกร้องสะทีน่ารำคาญมาก.....มันดึกแล้วไม่ง่วงนอนบ้างหรือไง”
เธอยังคงสะอื้นต่อไป น้ำตาไหลไม่หยุด ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเขาเลยสักนิด
เขาเดินเข้าไปใกล้ ประคองเธอให้ลุกขึ้น เธอเงยหน้ามองเขา ใบหน้าเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา
“อย่ามายุ่งกับฉัน ....คุณออกห่างจากฉันไปเลย”
“นี่ลิปดา....หยุดร้อง”
“ไม่...ถ้าคุณคิดจะรังแกฉันบอกเลยว่าฉันยอมตาย ....ตายต่อหน้าคุณนี่แหละ”
เธอสบตาเขา มือกำปากกาของเขาจ่อที่คอของเธอ
เขากลับหัวเราะขึ้นมาทันที
“นี่ปากกาผมใช้เซ็นเอกสาร แรงคุณไม่พอที่จะใช้มันปลิดชีวิตคุณหรอกนะ เลิกขู่สะที มานอนสะ”
“ไม่อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
“ผมเป็นมาเฟียถึงผมจะนอนกับผู้หญิงมาบ้างแล้ว ก็ล้วนมีแต่คนที่เต็มใจทั้งนั้น ผมไม่คิดที่จะฝืนใจใคร ยิ่งแบบคุณยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ไม่ได้มีอะไรให้น่ามองขนาดนั้น”
ลิปดาปาดน้ำตาและสบตากับเขาอย่างจริงจัง
“คุณจะไม่ฝืนใจฉันใช่ไหมคะ ...ฉันเอาตัวมาใช้หนี้แทนพ่อ คุณให้ฉันเป็นอะไรก็ได้ กวาดบ้านถูบ้าน ทำอาหาร เป็นคนรับใช้คุณฉันได้หมดฉันไม่บ่น จริงๆ นะคะ แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียเก็บของคุณ ได้ไหมคุณจะใช้อะไรฉันทำได้ทุกอย่าง จริงๆ นะ”
“ลิปดาผมเคยบอกว่าผมชอบคุณ ช้าหรือเร็วคุณคือผู้หญิงของผม...แต่ผมสัญญาผมจะไม่ขืนใจคุณโอเคไหม”
เขาขยับเข้ามาใกล้ ลิปดาพูดไม่ออกเธอนิ่งทำตาปริบๆ
“เว้นเสียแต่ว่า…คุณจะเต็มใจ จะตอบสนองผมเอง”
ลิปดาถอยหลังห่างจากเขา แต่เขาคว้าเอวเธอไว้
“คุณจะทำอะไร”
มือเล็กเรียวดันอกเขาไว้
“ผมเชื่อว่าสักวันคุณจะต้องรักมาเฟียอย่างผมแน่นอน”
เขายิ้มที่มุมปาก
“แล้วถ้าฉันไม่รักคุณ คุณจะปล่อยฉันไปไหม?.ค่ะ”
เธอสบตาเขาไม่วาง เขาไม่ตอบคำถาม
“มานี่..มาลองดูก่อน”
เขาไม่รอช้ากดจูบลงบนริมฝีปากเธอก่อนแล้วอุ้มร่างเล็กลอยละลิ่วเดินมุ่งหน้าไปยังเตียงคิงไซต์
การจูบของเขาที่ทำให้ใจเธอเต้นแรง กลิ่นสบู่อ่อนๆ ความร้อนจากริมฝีปากของเขาทำเอาเธอถึงกับเคลิ้มเผลอครางออกมา
“อืมมมม”
เธอจิกไหล่เขาอย่างห้ามไม่ได้ เขาถอนริมฝีปากออก ทำเอาเธอหายใจแรง
เขายกยิ้มบาง มองริมฝีปากที่เพิ่งถูกตัวเองครอบครองด้วยสายตาที่ทำให้เธอร้อนผ่าวทั้งหน้า
“เห็นไหม…คุณก็ไม่อาจปฏิเสธผมได้จริง ๆ ลิปดา คุณมีโอกาสรักผม 99 เปอร์เซ็นต์แล้วนะ”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างหู ทำเอาเธอแทบขนลุกไปทั้งร่างแขนแข็งแรงวางร่างเธอลงบนเตียงกว้าง ก่อนโน้มตัวลงมาคร่อมเอาไว้ สายตาคมเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ชัดเจนเกินจะปิดบัง
หัวใจเธอเต้นถี่ ร่างกายสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้
“คุณหายใจแรงจัง…”
เขาโน้มลงกระซิบอีกครั้ง
“อย่าบอกนะว่ากำลังหวั่นไหวกับมาเฟียอย่างผม”
เธอเบี่ยงหน้าหนี แต่ปลายนิ้วหนาของเขากลับเลื่อนตามมาลูบแก้มเบา ๆ ราวกับต้องการย้ำว่า เธอหนีเขาไม่พ้น
“ไหนคุณบอกว่าจะไม่ฝืนใจฉันถ้าฉันยังไม่พร้อม”
“ผมแค่จูบไม่ได้คิดจะ....”
เขากระซิบข้างหู
“ไม่ได้คิดจะสอดใส่....ของคุณที่ไหน”
ลิปดาถึงกลับหน้าร้อนผ่าวเมื่อเขาพูดแบบนั้น เธอกำมือแน่อยากจะตะบันหน้าเขา แต่ต้องข่มใจไม่ทำให้เขาโกรธ
“อ่อแล้วแผนมีรอบเดือน เลิกใช้กับผมเถอะนะ ต่อให้มีจริงถ้าผมต้องการผมก็จะทำ…ผมก็ทำได้ ผมไม่ถือ”
“ไอ้บ้า ไอ้หื่น ไอ้มาเฟียโรคจิต ฉันอยากจะฆ่ามันจริงๆ”
ลิปดาได้แค่คิดในใจ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้
“ผมง่วงแล้วอยากให้คุณมานอนใกล้ๆ แค่นั้น”
เขาล้มตัวลงนอนข้างเธออย่างสบายใจ มีแค่เธอที่นอนหันหลังให้เขาอย่างหวาดระแวง
เขาเอื้อมมือไปเพียงแตะเบา ๆ ที่ผ้าห่มด้านหลังเธอ เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วแผ่วเบา
“หลับซะเถอะลิปดา… ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก”
เปลือกตาของเธอปิดลง น้ำตายังเปียกข้างแก้ม แต่หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงเขาที่พูดเบาราวคำสัญญานั้น ทำให้เธอไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาอาบร่าง เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นผิดปกติรอบกาย พอลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกำลังถูกกอดแน่นอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขามาเฟียที่เธอทั้งเกลียด ทั้งหวั่นไหว
“…”
ลิปดาขยับตัวเล็กน้อย หวังจะลุกหนีจากอ้อมกอดนั้น แต่แขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นทันทีเสียงทุ้มต่ำกระซิบใกล้หู
“นอนต่ออีกหน่อยสิ…ผมยังไม่อยากตื่น”เธอเบือนหน้าหนี พยายามดันอกเขา
“คุณไม่อยากตื่น แต่ฉันอยากตื่นแล้ว…ปล่อย ฉันอึดอัด”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย กดคางลงซบไหล่เธอ
“ทำไมคุณไม่อ่อนโยนกับผมบ้าง…หรือว่าคุณมีคนอื่นอยู่แล้ว”ริมฝีปากเธอสั่นเครือ ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ยังคงเงียบ ไม่ตอบ
เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา
“คืนที่ผมเจอคุณ...คุณบอกคุณมีแฟนแล้ว มันเป็นใครบอกผม”
“ไม่มี”
เขาจ้องลึกเข้าตาเธอ แววตาคมดุดันแต่กลับมีแววอ่อนโยนซ่อนอยู่
“งั้นคุณโกหกผมสินะ…”
เขาเว้นจังหวะ หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“แต่แปลกนะ…ผมกลับรู้สึกสบายใจที่ได้ยินคำตอบแบบนั้น”
ลิปดากัดริมฝีปาก พยายามไม่สะทกสะท้านต่อสายตาเขา
“คุณจะรู้สึกยังไงก็เรื่องของคุณเถอะ…ระหว่างเราแทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ”
เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาไหววูบ
“ฉันมาอยู่กับคุณในฐานะอะไร…ฉันรู้ดี”
“งั้นเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ”
เขากระซิบ มุมปากยกยิ้ม
“ผมไม่เร่งคุณ…เพราะอย่างไรสักวันคุณก็ต้องรักผมอยู่ดี”
“คุณอย่ามั่นใจนักเลย…”
เธอสวนเสียงแข็ง
“ถ้าฉันมีเงินเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นอิสระจากคุณทันที”
เขาไม่ได้โกรธ กลับยิ้มอย่างเหนือกว่า แขนรัดแน่นกว่าเดิม ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก ความหวาดกลัวปนสับสนกับความร้อนผ่าวที่แล่นทั่วกาย ทำให้ไม่รู้ว่าควรต่อต้านหรือยอมรับความอบอุ่นนี้ดี…
“ปล่อยฉัน…ฉันจะไปเตรียมอาหารเช้า”
“ผมสั่งคนซื้อมาก็ได้” “ก็แล้วแต่... แต่ตอนนี้ฉันต้องไปเข้าห้องน้ำ” “ไม่…ผมอยากนอนกอดคุณไว้แบบนี้”ลิปดาจ้องเขาอย่างหงุดหงิด
“นี่คุณ…ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”เขายังคงซบหน้ากับไหล่บาง ไม่ยอมคลายกอด
“คุณมาร์ค…ฉันปวดฉี่นะ!”เขาชะงักเล็กน้อย มองหน้าเธออย่างตกใจที่เธอกล้าดุออกมาเต็มเสียง ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“โอเค ๆ ปล่อยครับ…ปล่อย”ริมฝีปากเขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่ลิปดารีบลุกพรวด วิ่งตรงเข้าห้องน้ำแทบไม่หันกลับมามอง
งานวิวาห์ลิปดา&มาร์คบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ ท่ามกลางสายลมเย็นและหมอกบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยละล่องอยู่เหนือยอดไม้ งานแต่งงานของลิปดาและมาร์คถูกจัดขึ้นอย่างงดงามในสวนกุหลาบสีขาวที่กลีบดอกบานสะพรั่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งผสมผสานกับบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ทำให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกสงบและอบอุ่นไปพร้อมกันพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย คุณปู่ของมาร์คยืนอยู่ด้านหน้า มองหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม พ่อแม่ของลิปดาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้กับทั้งคู่คู่บ่าวสาวสวมชุดที่หรูหราสมกับทายาทธุรกิจหมื่นล้าน มาร์คสวมสูทสีเข้ม ตัดกับผ้าไหมขาวบริสุทธิ์ของลิปดา ทำให้เธอดูสง่างามและงดงามดั่งเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายยี่หวาและพอล แก้มบุ๋มและกริช รวมถึงคุณปัญญาเลขา และเพื่อน ๆ แขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ต่างยืนจับมือ ส่งยิ้มอย่างอิ่มเอม พวกเขามองคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความยินดี“คู่บ่าวสาว สวยหล่อเหมาะสมกันมาก”“เจ้าสาวสวยเหมือนดาราเลย”“เจ้าบ่าวหล่อจนฉันอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง”“วาสนาเจ้าสาวมากได้สามีหล่อ”“อิจฉาเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยยังกะนางฟ้า”"เมื่
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ยี่หวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอเดินขึ้นเตียงที่พอลนอนรอเธออยู่ด้วยความหวัง“ยี่หวา ที่นี่อากาศดีจังเลย มาให้พี่กอดหน่อยสิครับ”“ให้กอดได้ค่ะ อยากกอดนานขนาดไหนก็ได้หมดเลย”พอลยิ้มแล้วดึงร่างเธอเข้ามาใกล้“แล้วถ้าพี่ขออย่างอื่น จะได้ไหม”ยี่หวายิ้มบางก่อนจะเอ่ย“ก็ต้องบอกมาก่อนว่าจะขออะไร”ยี่หวาพูดพร้อมสบตาเขา เธอพอจะรู้คำตอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก็จะขอ...ทำลูกสะหน่อย”เขาพูดพลางขยับอ้อมกอดแน่น“เดี๋ยวก่อนค่ะ...มีอะไรจะบอกค่ะ”พอลเลิกคิ้ว“อะไรครับ... พูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ”“รอบเดือนมาเมื่อครู่ค่ะ… เสียใจด้วยนะคะพี่พอล”พอลทำหน้าตกใจเล็กน้อย“โหย… ยี่หวา ทำไม.... ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยที่มีแต่อุปสรรค”ยี่หวาพยักหน้าเบา ๆ“ช่วยไม่ได้ค่ะ”พอลยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระซิบ“งั้นพี่จะขอฝ่าไฟแดงนะ...ได้ไหม?”ยี่หวาหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นไปด้วยความใกล้ชิด“ไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้หมดรอบเดือนก่อน เพราะมันไม่สะอาดนะคะ”“รออีกกี่วันอ่า… พี่จะอดใจไม่ไหวแล้วเนี่ย”“มาค่ะ มานอนกอดกันให้อุ่นดีกว่า เรารักกันแบบมองข้ามเรื่องเซ็กส์ไปก่อนเนอะ”“ใครจะมองข้ามก็มองไป ส่วนพี่
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบเขา อุณหภูมิลดลงจนไอหนาวเริ่มล้อมรอบบ้านพักตากอากาศเสียงจิ้งหรีดแผ่วเบาปะปนกับเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารตรงลานหน้าบ้านหลอดไฟเล็ก ๆ ถูกแขวนเรียงเป็นสายเหนือศีรษะ แสงไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัว ราวกับเพิ่มประกายให้ค่ำคืนนี้มีมนตร์เสน่ห์ยิ่งขึ้น“แก้วนี้เพื่อมิตรภาพของพวกเรา!”กริชพูดพลางยกแก้วขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆกลิ่นอาหารปิ้งย่างลอยแตะจมูก ลิปดานั่งย่างเห็ดร้อน ๆ ให้ทุกคน ส่วนมาร์คนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยยื่นผ้าคลุมไหล่ให้เมื่อเห็นว่าเธอสั่นหนาวเล็กน้อย“อากาศเย็นแบบนี้ ต้องอยู่ใกล้เตาไฟหน่อยครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เสียงของมาร์คอ่อนโยนจนลิปดาเผลอยิ้ม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างอาย ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพง เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อน และกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทั้งหมดนั้นผสมกันเป็นภาพของ “ความสุขเรียบง่าย”แก้มบุ๋มหันไปยิ้มให้กริช“หนาวจังเลย แต่ไฟตรงนี้อบอุ่นมาก”“อุ่นเพราะนั่งใกล้ผมหรือเปล่าครับ”กริชหัวเราะ พลางเอื้อมมือไป
สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนแตะจมูกเบา ๆ บ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของเขาใหญ่ปลายฝนต้นหนาว...อากาศเย็นพอดี แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นหญ้าเป็นประกาย เหล่าเพื่อนสนิทยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองทิวเขาไกล ๆ ด้วยรอยยิ้ม“บรรยากาศยามเช้าดีมากเลยนะ ไอ้มาร์ค”กริชพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้“ยิ่งตอนเย็น ตอนพระอาทิตย์ตกท่ามกลางไอหมอก บอกเลย...ฟินสุด ๆ เมื่อคืนพวกเรามาถึงดึกไปหน่อยเลยพลาดวิวไป”มาร์คเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ“พี่พอลหลับสบายไหมครับเมื่อคืน?”มาร์คถามขึ้นในฐานะเจ้าบ้าน“หลับเป็นตายเลย พี่ง่วงมาก”พอลตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีใครได้ทำกิจกรรมเลยสิ มัวแต่หลับกันหมด ฮ่า ๆ”กริชแซวเสียงดัง จนทุกคนหัวเราะตาม“คืนนี้คงต้องจัดให้สมกับบรรยากาศเป็นใจ ว่าแต่...ฝนจะตกไหมมาร์ค?”“ตกครับ บรรยากาศดี เป็นใจกับทุกคนเลย...ยกเว้นผม หมอห้าม”มาร์คพูดติดตลก“เอ็นดูมึงจริง ๆ ว่ะ มาร์ค ฮ่า ๆ ๆ”กริชหัวเราะลั่น“แต่กูมีความสุขมากนะเว้ย...กูมีลูกน้อย รอวันที่เขาจะออกมาลืมตาดูโลก”“พี่ยินดีด้วยจริง ๆ พี่ก็จะได้มีหลานกับเขาแล้ว”พอลพูดพลางตบบ่
มาร์คขับรถพุ่งไปตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลนจากฝนที่ตกพรำ เขาไม่มองสิ่งรอบข้าง มีเพียงภาพโครงการบ้านริมน้ำที่ไฟลุกโชนอยู่ในสมองเมื่อมาถึง หน้างานเต็มไปด้วยกลุ่มคนงานที่วิ่งวุ่น แสงไฟสีส้มแดงกะพริบสะท้อนควันหนาทึบ มาร์คกระโดดลงจากรถทันที ร่างสูงเหยียบพื้นดินอย่างมั่นคง แม้ควันจะร้อนจนแทบหายใจไม่ออกมาร์คมองเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนบนตัวบ้าน“คุณปัญญา คนงานติดอยู่กี่คน?”“เจ็ดคนครับคุณมาร์ค ตอนนี้นักดับเพลิงกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่”เสียงนายปัญญาเลขาตอบอย่างร้อนรนสายตาของมาร์คจับจ้องไปที่เงาของคนงานบางส่วนที่ติดอยู่ในอาคารหัวใจเขาเต้นแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว“ผมจะเข้าไปใกล้ ๆ เผื่อมีใครออกมา จะได้ช่วยส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัย”"ไปพวกเราไปช่วยคุณมาร์ค"นายปัญญาสั่งเหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดมาร์คก้าวเท้าเข้าไปท่ามกลางควันหนาและเปลวไฟ เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของคนงานดังแทรกอยู่ในความมืดมือของมาร์คมั่นคงและรวดเร็ว เขาช่วยดึงคนงานออกมาทีละคนจากนักดับเพลิง แล้วส่งต่อให้ทีมกู้ภัยจนแน่ใจว่าทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย“ทั้งเจ็ดคนปลอดภัยทุกคนใช่ไหมครับ?” เข
คฤหาสน์ตระกูล วิวัฒน์วงศ์พานิชเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูเงียบลงเมื่อรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ใหญ่โอ่อ่า ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกท่ามกลางสวนสวยที่จัดไว้อย่างประณีตมาร์ครีบอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสุภาพ“เชิญครับ คุณผู้หญิง”เขาว่าพลางแกล้งยิ้มแซวเบา ๆลิปดาเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างสง่างามโดยไม่พูดอะไร รอยยิ้มยังไม่ปรากฏบนใบหน้าเพราะเธอยังโกรธเขาอยู่“คุณลิปดามาแล้วค่ะคุณท่าน”เสียงแม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่นาน ชายชราในชุดผ้าแพรสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ลิปดามาหาปู่แล้วเหรอ ดีใจจังเลยหลานสะใภ้ปู่”“สวัสดีค่ะคุณปู่”เธอกล่าวเสียงสุภาพพร้อมยกมือไหว้“เอ้อ ๆ มานั่งก่อนลูก มานั่งก่อน”น้ำเสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ปู่ขอบใจหนูมากนะที่ยังนึกถึงคนแก่ อุตส่าห์มาหาปู่วันนี้”ลิปดายิ้มบาง ๆ“ต้องมาสิคะ ลิปดาต้องมาเยี่ยมคุณปู่อยู่แล้ว”คุณปู่หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ“ปู่อยู่คนเดียวก็เหงา มีหลาน ๆ มาเยี่ยมปู่ดีใจมาก ๆ”“ลิปดาไม่ปล่อยให้คุณปู่เหงาหรอกค่ะ”“หลานสะใภ้ปู่ช่างน่ารักเสมอ อ่อเห็นเจ้ามาร์คบอกว่าหนูตั้งครร







