Mag-log inวีระมองตามลูกสาวที่เดินขึ้นบันไดบ้านไปจนลับสายตา ชายสูงวัยพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความลำบากใจ เพราะตั้งแต่แม่ของญาดาเสียไปตอนที่ญาดาอายุเพียงแค่ 3 ขวบ เขาก็เลี้ยงดูลูกสาวมาเพียงลำพังด้วยความรักและทะนุถนอมไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวใหม่เลยสักครั้งเดียว
จนมาถูกไอ้เด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างติณณภพลบคมของเขาซึ่งเป็นนักธุรกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มาเป็นเวลากว่า 30 ปี แล้วไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่มันเป็นใครถึงได้กล้ามาฉีกหน้าราชสีห์เช่นเขา
วีระตั้งใจจะสอนให้มันหลาบจำว่าอย่ามากำเริบกับเขา เพราะอำนาจเงินที่เขามีสามารถแย่งชิงทุกอย่างที่เป็นของมันมาได้อย่างไม่ต้องออกแรงมากนัก ก็แค่นักธุรกิจหน้าใหม่จะมาสู้เขาได้อย่างไร
และด้วยโชคชะตาที่เข้าข้างให้เขาได้เอาชนะหนุ่มรุ่นลูกด้วยวิธีการที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อคนของวีระไปสืบจนรู้ว่าครอบครัวของแฟนสาวที่ติณณภพคบกันมาหลายปี กำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน เขาจึงไม่รอช้าที่จะเสนอเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับครอบครัวของปานวาดทันที เพื่อแลกกับการได้ปานวาดมาครอบครอง
ซึ่งผลตอบรับก็ดีเกินกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้มากเพราะเพียงแค่วีระเอาเงินไปให้พ่อของปานวาด เด็กสาวรุ่นลูกที่ใบหน้าสวยเย้ายวนก็พร้อมพลีกายให้กับเขาในวันนั้นเลย เงิน 50 ล้านอาจจะเยอะสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับวีระนั้นมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
เขายอมแลกเงินนี้กับความสะใจที่ติณณภพนั้นทำตัวหยิ่งผยองใส่ ชายสูงวัยพุงพลุ้ยยกยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์ที่วันนี้เขาสามารถย่ำยีหัวใจของเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักกาลเทศะนั่นเพื่อเป็นการสั่งสอนได้สำเร็จ
“คนอย่างฉัน ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ นี่คือบทเรียนสำหรับเด็กอ่อนหัดอย่างแก” ชายอ้วนสูงวัยบ่นพึมพำด้วยความลำพองใจ แล้วลุกขึ้นเดินไปรอลูกสาวสุดที่รักยังโต๊ะอาหารที่แม่บ้านจัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว
ญาดาเดินลงบันไดมาด้วยชุดสบาย ๆ ที่เธอมักชอบใส่เป็นประจำนั่นก็คือเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่พอดีหัวเข่า หญิงสาวเป็นคนที่แต่งตัวง่าย ๆ แต่ที่สำคัญต้องเรียบร้อยไม่โชว์สัดส่วนจนเกินงาม
สองพ่อลูกนั่งทานข้าวกันไปคุยกันไปส่วนใหญ่จะเป็นเสียงเจื้อยแจ้วของญาดาที่เอ่ยเล่าเรื่องค่ายอาสาที่ชอบไปเป็นประจำให้กับผู้เป็นพ่อได้รับฟัง
“เด็ก ๆ ที่นั่นน่าสงสารมากเลยค่ะคุณพ่อ ไม่มีแม้แต่อาคารจะนั่งเรียนเพราะโดนพายุหอบเมื่อตอนหน้าฝน ญาดากับเพื่อน ๆ ก็เลยนำเงินบริจาคที่เหลือจากครั้งก่อนมาช่วยกันซ่อมแซมศาลาที่วัดให้เด็ก ๆ มีที่นั่งเรียนกันชั่วคราวก่อน ครั้งหน้าถ้ามีเงินเพียงพอจะรีบไปสร้างอาคารเรียนให้กับเด็ก ๆ ใหม่ค่ะ”
“พ่อบริจาคเพิ่มให้เอาไหมลูก” วีระเอ่ยถามลูกสาวด้วยความอ่อนโยน ไม่ว่าลูกสาวของเขาอยากได้อะไรวีระก็พร้อมที่จะสนับสนุนเสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ เดี๋ยวบรรดารุ่นน้องอาสาว่ารอบนี้จะไปร้องเพลงเปิดหมวกกันค่ะ และจะนำสินค้าจากท้องถิ่นนั้น ๆ มาขายสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย” ญาดาเอ่ยตอบพ่อของเธอไปด้วยรอยยิ้มสดใส หลายครั้งที่พ่อของเธอบริจาคเงินให้กับชมรมค่ายอาสาที่เธอเป็นสมาชิกอยู่เพราะอยากสนับสนุนลูกสาว
แต่บ่อยครั้งเข้าหญิงสาวและเพื่อน ๆ ก็ลงความเห็นกันว่าจะหาเงินกันเองบ้างเพราะอย่างน้อยก็ยังช่วยให้ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญได้มีรายได้กันด้วย ซึ่งมันก็เป็นผลดีในระยะยาวสำหรับชาวบ้านเหล่านั้นที่จะมีหนทางสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น
“อ้อ เห็นคุณพ่อบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับญาดา เรื่องอะไรเหรอคะ” ญาดาเอ่ยถามทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้เป็นพ่อบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยกับเธอ
“คือญาดาจะโกรธพ่อไหมลูก ถ้าพ่อจะแต่งงานใหม่” มืออวบที่มีริ้วรอยความเหี่ยวย่นตามวัยของผู้เป็นพ่อเอื้อมมากุมมือของลูกสาวเพียงคนเดียว เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของญาดามากกว่าสิ่งอื่นใด
“กะ...กับใครคะคุณพ่อ ญาดาเคยเจอไหม” ใบหน้าสวยจากที่เบิกบานในคราแรกเศร้าสลดลงเล็กน้อย รู้สึกใจหายไม่น้อยที่อยู่ ๆ ต้องมาได้ยินเรื่องที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“เธอชื่อปานวาด เป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อ อายุน่าจะแก่กว่าญาดา 6-7 ปี ญาดาไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าพ่อจะมีคนเข้ามาดูแลตอนแก่” วีระใช้ถ้อยคำหว่านล้อมลูกสาว จนญาดานั้นรู้สึกจุกอยู่ในอกมันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ถามว่าเธอเห็นด้วยไหมที่พ่อจะแต่งงานกับผู้หญิงรุ่นลูก เธอก็ไม่มีทางเห็นด้วยอย่างแน่นอน แต่จะให้ไปขัดใจผู้เป็นพ่อที่คอยสนับสนุนเธอในทุก ๆ เรื่องเหรอมันก็จะดูเห็นแก่ตัวไปไหม
คงถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อซึ่งเสียสละดูแลเธอเพียงลำพังมาอย่างดีโดยตลอดเกือบ 20 ปี ให้ท่านได้มีความสุขบ้างแล้วละ
“ถ้ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ ญาดาตามใจคุณพ่อเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกกับบิดาด้วยรอยยิ้มบาง แต่รอยยิ้มของเธอนั้นกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา
“ขอบคุณมากนะลูกที่เข้าใจพ่อ” วีระเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งใจอย่างน้อย ๆ ลูกสาวของเขาก็ว่านอนสอนง่ายไม่เคยทำให้เขาลำบากใจเลยแม้แต่น้อย
ญาดาแอบซ่อนความเศร้าหมองเอาไว้โดยที่ผู้เป็นพ่อไม่ทันได้สังเกตเห็น หญิงสาวกำลังกลัวว่าตัวเองจะเป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้ แต่เพื่อความสุขของผู้เป็นพ่อที่เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวเพื่อเธอมาโดยตลอดทั้งทำงานหนักทั้งเลี้ยงดูเธออย่างดีจนหญิงสาวไม่เคยรู้สึกขาดเลยสักนิด แม้เธอจะสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ มันถึงเวลาแล้วที่เธอต้องตอบแทนบุญคุณบิดาของเธอกลับไปบ้าง......
เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน บ่งบอกว่าผู้เป็นพ่อนั้นกลับมาถึงแล้ว ต้องตาชะเง้อคอมองประตูห้องนั่งเล่นว่าเมื่อไหร่ผู้เป็นพ่อจะเปิดเข้ามาด้วยแววตามีความหวัง “มาแล้วครับ ปะป๊ามีของเล่นมาฝากด้วยนะครับ” เป็นปกติของทุกวันที่ติณณภพมักจะกลับบ้านมาพร้อมของเล่นติดมือ 2 ชิ้นให้กับลูก ๆ คนละอัน “เย่ ๆ ๆ ปะป๊า” ต้องตารีบวิ่งไปให้ผู้เป็นพ่ออุ้มอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ “พี่ติณคะ หนูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อแล้ว แค่นี้เด็ก ๆ ก็เล่นไม่ทันแล้วนะคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะบ่นสามีของตัวเองเพราะเขาซื้อมาเยอะจนต้องขนไปบริจาคแทบทุกเดือน “ไม่เป็นไรครับ พี่เห็นแล้วมันนึกถึงลูกอดที่จะซื้อมาฝากไม่ได้” ชายหนุ่มที่อุ้มเด็กหญิงตัวอ้วนเดินมาโน้มหอมแก้มญาดากับจุ๊บหน้าผากเตชินท์ที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กด้วยความคิดถึง “ทำงานเหนื่อยไหมคะ” เป็นคำถามที่ญาดาเอ่ยถามสามีทุกวันที่เขากลับจากทำงาน และเธอก็มักจะได้รับรอยยิ้มอบอุ่นจากสามีหนุ่มเสมอ “ไม่เลยครับ ญาดาล่ะครับเลี้ยงลูกเหนื่อยไหม” “ไม่เลยค่ะ สนุกดีค่ะ” แม้บางครั้งสองแสบจะซนจน
“ญาดาก็รักพี่ติณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเขิน ก้มหน้างุดเพื่อหลบสายตาทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า “ญาดาพี่ดีใจมากเลยนะครับ ฮึก ในที่สุดหนูก็ยอมบอกรักพี่ ฮึก” ติณณภพโผเข้ากอดหญิงสาวด้วยความดีใจ น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจห้ามได้ หมดซึ่งภาพลักษณ์มาเฟียจอมโหดผู้เย็นชา “คุณพ่อทำไมขี้แยจังคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวชายหนุ่ม พักหลังมานี้เธอรู้สึกว่าว่าที่คุณพ่อบ่อน้ำตาตื้นมาก ๆ หญิงสาวไม่มีอาการแพ้ท้องเลย เพราะตัวเล็กในท้องไปแผลงฤทธิ์ใส่พ่อของเขาแทนทั้งแพ้ท้อง ทั้งอารมณ์อ่อนไหว ขี้น้อยใจ จนหญิงสาวต้องคอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง “แต่งงานกับพี่นะครับเด็กดีของพี่” ชายหนุ่มคุกเข่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า ญาดาเองก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากมันเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วยื่นนิ้วไปให้ชายหนุ่มสวมแหวน เหล่าบอดี้การ์ดนับสิบคนใส่สูทและสวมแว่นตาดำเดินเข้ามายังบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่ เขตบอดี้การ์ดคนสนิทนำกล่องแหวนเพชรมาให้เจ้านายสวมใส่ให้กับว่าที่นายหญิงของพวกเขา ส่วนคิงและลูกน้องคนอื่น ๆ ก็ถือลูกโป่งสีชมพูอ่อนมา
ณ บ้านวีรพงษ์1 เดือนต่อมา “อ้วก แหวะ โอ๊กกก” เสียงอาเจียนในห้องน้ำแต่เช้าตรู่ปลุกให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนคว้าชุดคลุมที่อยู่ปลายเตียงมาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่า แล้วย่างเท้าเดินไปยังห้องน้ำ “เป็นอะไรคะพี่ติณ อาเจียนแต่เช้าเลยอาหารเป็นพิษเหรอคะ” ญาดายืนขยี้ตาด้วยความง่วงงุนพลางเอ่ยถามคนที่โก่งคออ้วกในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง “ไม่รู้ครับ อยู่ ๆ ก็เวียนหัวแล้วก็พะอืดพะอม อุแหวะ” ติณณภพหันมาตอบคนตัวเล็กแล้วหันไปโก่งคออาเจียนต่อจนใบหน้าแดงก่ำ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิง หนูคงคิดว่าพี่ท้องแน่ ๆ” ญาดาเอ่ยแซวเล่น ๆ แต่ก็ต้องชะงักไปกับคำว่าท้องเพราะนึกได้ว่าเดือนนี้ประจำเดือนของเธอยังไม่มาเลย “หรือหนูท้อง” ติณณภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พอญาดาเดินเข้ามาใกล้ ๆ เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “ไม่น่าใช่นะคะ หนูกินยาคุมทุกวันจะท้องได้ไง” ญาดารีบปฏิเสธทันที แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดหวั่นแปลก ๆ “พี่ไม่ได้แอบเปลี่ยนยาใช่ไหมคะ” ดวงตากลมสวยหรี่เล็กอย่างจับผิดเริ่ม
ณ เรือนจำใจกลางกรุงเทพมหานคร “คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ ลำบากมากไหมคะ ฮึก” เสียงสะอื้นของลูกสาวคนเดียวทำเอาผู้เป็นพ่อรู้สึกผิดไปไม่น้อย ที่หลงละเลิงไปกับอำนาจของเงินตราจึงทำให้คิดว่าจะทำอะไรกับใครก็ได้โดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี ถ้าก่อนหน้านี้เขารู้จักพอเวลานี้เขาและญาดาก็คงจะมีความสุขมากตามประสาพ่อลูกที่ช่วยกันบริหารกิจการที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง “พ่อสบายดีลูก ไม่ต้องห่วงนะ แค่ลูกใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขเท่านี้พ่อก็ดีใจแล้ว” เสียงแหบห้าวของผู้เป็นพ่อเอ่ยปลอบลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา ดวงตาของคนอายุมากกว่าสั่นระริกเขาอยากกอดลูกสาวอันเป็นที่รักใจแทบขาดแต่ก็ทำได้เพียงแค่มองผ่านกระจกเท่านั้น วีระหันเหสายตาไปมองอดีตคู่อริที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ผมขอโทษนะคุณติณณภพที่สร้างความวุ่นวายให้กับธุรกิจของคุณ และขอบคุณนะที่ไม่เอาเรื่องกัน” วีระเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เขารู้สึกผิดจากใจจริงยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มคอยดูแลลูกสาวของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกผิดยิ่งขึ้นไปอีก “ไม่เป็นไรครับ ผมก็ขอโทษเช่นกันที่เคยทำไม่ดีกับคุณและ
เอวสอบกระแทกกระทั้นเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นหญิงสาวทานทนต่อการจู่โจมจุดเสียวทุกจุดพร้อม ๆ กันไม่ไหวกรีดร้องดังลั่นเมื่อเธอไปถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง“กรี๊ดดดดด อ๊า ๆ ๆ อ๊ะ” น้ำหวานใสไหลเยิ้มจนเปียกต้นขาของชายหนุ่ม ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากกระแทกเธอให้น้ำหมดตัวมากยิ่งขึ้นติณณภพพลิกตัวไปนอนขนาบข้างแล้วจับญาดาให้ตะแคงหันหน้าไปทางเดียวกับเขาโดยที่จุดกลางกายของทั้งสองไม่หลุดออกจากกัน ญาดาแอ่นสะโพกรับอย่างรู้งานเพื่อรอรับแรงกระแทกกระทั้นจากคนด้านหลังใบหน้าหล่อโน้มไปซุกไซ้ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายสัปดาห์ มือหนาทั้งสองข้างกอบกุมเต้าอวบแล้วบีบขยำอย่างเมามัน เอวสอบส่งแรงกระแทกไม่บันยะบันยังใส่ร่างเล็กให้กระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกของคนด้านหลังความเสียดเสียวตรงเข้าเล่นงานคนทั้งคู่พร้อม ๆ กัน เปล่งเสียงครางประสานกันอย่างลืมอาย“อะ อ๊า อ๊า พี่ติณ ไม่ไหวแล้วค่ะ”“ซี้ดดดด หนูแน่นมากเลยครับ พร้อมกันนะ”สิ้นเสียงของติณณภพ เอวหนาก็กระแทกกระทั้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น ทั้งสองร่างกระตุกเกร็งพร้อม ๆ กันความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างกาย สองร่างกายปลดปล่อยน้ำรักพร้อมกันจนเอ่อล้นร่องรักที่บวมแ
“อื้อ...อ๊า...พี่ติณขา......” เสียงหวานครางแทบไม่ได้ศัพท์เอาแต่เอ่ยเรียกชื่อของคนตัวโตด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “หนูจะทำให้พี่หลงไปถึงไหนครับ” เขาเลื่อนใบหน้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากบาง และแก้มนวลด้วยความคิดถึง มือข้างหนึ่งเท้าไปที่ข้างใบหู ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่บีบเฟ้นเต้าอวบสวยอย่างมันมือ สลับบีบเฟ้นทั้งซ้ายและขวาอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นติณณภพก็คุกเข่าขึ้นนั่งแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นก็ถอดเสื้อเชิ้ตโยนไปยังพื้นห้อง แล้วดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเช่นกัน สายตาของญาดามองซิกซ์แพ็กที่เด่นชัดด้วยแววตาหยาดเยิ้มเอื้อมมือมาสัมผัสลอนซิกซ์แพ็กด้วยความโหยหา ชายหนุ่มค่อย ๆ ปล่อยชุดเดรสออกจากร่างบอบบางโดยหญิงสาวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี “สวยจัง” ติณณภพอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความลุ่มหลง ตอนนี้ญาดาเหลือแค่เพียงกางเกงในลายลูกไม้ตัวบางที่ปกปิดส่วนสงวนเอาไว้ มือบางจึงเอื้อมไปปลดเข็มขัดของชายหนุ่มและถอดกางเกงสแล็กของเขาออกไป ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนบนเตียงเพื่อให้หญิงสาวได้ถอดอย่างสะดวก จ
ชมรมค่ายอาสามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ร่างเล็กเดินเข้ามาภายในใต้ตึกของอาคารก็ได้ยินเสียงดังลั่นออกมาจากห้องของชมรมที่อยู่ยังชั้นสอง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมชมรมอื่น ๆ จึงไม่มีใครมาทำกิจกรรมกัน แต่วันนี้เธอกับเพื่อน ๆ และบรรดารุ่นน้องในชมรมมีนัดประชุมกันเรื่องการวางแผนจำหน่ายสินค้า OTOP
“คุณวีระ วีรพงษ์ค่ะ” เพียงแค่ได้ยินชื่อของว่าที่เจ้าบ่าวของหญิงสาว สันกรามแกร่งก็ขบกันแน่นด้วยอารมณ์เดือดดาลร่างสูงลุกขึ้นยืนโดยไม่เอ่ยถามอะไรออกไปอีก สร้างความประหลาดใจให้กับปานวาดที่เตรียมคำอธิบายมามากมาย ไม่น้อย เพราะเธอคิดว่าเขาต้องคาดคั้นหรือเหนี่ยวรั้งเธอมากกว่านี้แต่หญิงสาวกลับคิดผิดมหันต์
ณ คลับหรูย่านใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ ซึ่งภายนอกนั้นก็เป็นเหมือนกับผับทั่ว ๆ ไป แต่ก็เป็นที่รู้กันของเหล่าผีพนันกระเป๋าหนักว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของผับนี้คือกาสิโนขนาดใหญ่ ที่ต้อนรับเฉพาะผู้ที่เปิดเมมเบอร์ด้วยราคาหลักแสนเท่านั้น “นายครับ เด็กที่ร้านอาหารฝากมาคืนนายครับ” ติณณภพที่นั่งมองแก้
รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นยังใบหน้าหล่อที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต เขาค่อย ๆ หยิบปึกเอกสารตรงหน้ามานั่งดูประวัติของหญิงสาวไปเรื่อย ๆ ด้วยความสนอกสนใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เข้ามา” เสียงเข้มเอ่ยอนุญาตให้คนที่มาเคาะประตูในเวลานี้ให้เข้ามาในห้อง เขามั่นใจว่ามันจะต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีใครหน้าไห







