LOGINเขาเข้าหาเธอด้วยความแค้น ไม่ใช่ความรัก เพราะพ่อของเธอคือคนที่แย่งคนรักของเขาไป
View Moreณ คลับหรูย่านใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ ซึ่งภายนอกนั้นก็เป็นเหมือนกับผับทั่ว ๆ ไป แต่ก็เป็นที่รู้กันของเหล่าผีพนันกระเป๋าหนักว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของผับนี้คือกาสิโนขนาดใหญ่ ที่ต้อนรับเฉพาะผู้ที่เปิดเมมเบอร์ด้วยราคาหลักแสนเท่านั้น
“นายครับ เด็กที่ร้านอาหารฝากมาคืนนายครับ” ติณณภพที่นั่งมองแก้ววิสกี้ที่ถืออยู่ในมือ ณ ห้องทำงานของเจ้าของผับชำเลืองตามองกล่องแหวน ที่ลูกน้องคนสนิทนำมาวางไว้ให้แล้วยกยิ้มด้วยความสมเพชตัวเอง
ติณณภพ รังสีไพศาล ชายหนุ่มอายุ 30 ปี ภาพลักษณ์ภายนอกของเขาในแวดวงธุรกิจคือนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่เจ้าของไร่องุ่นและโรงงานส่งไวน์องุ่นที่ยังมีชื่อเสียงไม่ติดหูนัก แต่นอกจากกลุ่มเพื่อนสนิทแล้วใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคนนี้คือเจ้าของเหมืองแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเจ้าของผับควบด้วยกาสิโนหรูแห่งนี้ด้วย
ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนได้ทุนทรัพย์มาจากพ่อบุญธรรมชาวอังกฤษ จอห์น แองเจโล ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ชายหนุ่มอายุเพียง 15 ปี แล้วทิ้งมรดกหลายร้อยล้านไว้ให้กับเขาซึ่งเป็นทายาทแต่เพียงผู้เดียว เขาจึงใช้ชื่อ มาร์ติน แองเจโล สำหรับการทำงานในแวดวงธุรกิจดำมืดของเขา
และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามาเฟียหนุ่มเพิ่งถูกแฟนสาวที่คบหากันมาเป็นเวลา 4 ปีบอกเลิก ในวันที่เขาตั้งใจจะขอเธอแต่งงานและบอกตัวตนที่แท้จริงของเขาให้หญิงสาวที่เขารักหมดหัวใจได้รับรู้
แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกไป ปานวาด ลูกสาวของนักธุรกิจเจ้าของโรงงานอาหารเสริมที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักก็มาสะบั้นรักเขาเสียแล้ว
ย้อนกลับไป 3 ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ติณณภพกับปานวาดนัดทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูใจกลางเมือง โดยชายหนุ่มตั้งใจเหมาชั้นนี้เพื่อขอแฟนสาวแต่งงาน บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกมีเพียงสองหนุ่มสาวนั่งทานอาหารกันใต้แสงเทียน และรายล้อมไปด้วยการตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีชมพูแซมด้วยสีขาวซึ่งเป็นดอกไม้ที่หญิงสาวชื่นชอบ
เมื่อทั้งคู่รับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เหล่าพนักงาน นักดนตรีก็เตรียมพร้อมเพื่อรอสัญญาณจากลูกค้าหนุ่ม แต่แทนที่ปานวาดจะชื่นชมกับสิ่งที่ติณณภพตระเตรียมไว้ให้ หญิงสาวกลับมีอาการลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ทานอาหารเพียงไม่กี่คำก็วางช้อนส้อมลงเสียแล้ว
ซึ่งอาการของเธอนั้นอยู่ในสายตาของแฟนหนุ่มตลอด จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับปาน” เสียงนุ่มทุ้มที่น้อยคนนักจะได้ยินเอ่ยถามหญิงสาวคนรักจนปานวาดเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย
“อร่อยค่ะ แต่ปานมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกกับติณ” ปานวาดที่พยายามหาโอกาสมาสักพักแล้วจึงรีบไขว่คว้าช่วงวินาทีนี้เอาไว้ เพื่อจะบอกเรื่องสำคัญให้ชายหนุ่มที่เธอคบหามาเป็นเวลา 4 ปีได้รับรู้
“......” ติณณภพเลือกที่จะไม่พูดอะไร เพียงแค่ส่งยิ้มอบอุ่นไปให้แฟนสาวเพื่อรอฟังคำบอกกล่าวเรื่องสำคัญจากเธอ เพราะเท่าที่สังเกตอาการที่ดูผิดปกติไปของหญิงสาวนั้น เขาเดาว่าเรื่องนี้มันคงสำคัญมากแน่ ๆ
“คือเราเลิกกันเถอะค่ะติณ” หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หมายความว่ายังไงปาน คุณต้องการจะบอกอะไรกับผมกันแน่” ติณณภพแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำที่อยู่ ๆ แฟนสาวจะมาบอกเลิกกันทั้งที่เรายังรักกันดี หัวใจแกร่งชาดิกภาวนาขอให้คำพูดเมื่อสักครู่ของเธอเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่น
“คือ ปาน...ทะ...ท้องค่ะ” ปานวาดกลั้นใจพูดสิ่งที่เก็บกลั้นเอาไว้ออกไปให้คนตรงหน้าได้รับรู้
แทนที่ติณณภพจะดีใจที่แฟนสาวของตัวเองตั้งท้อง แต่คำพูดของเธอกลับเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของชายหนุ่ม เพราะตั้งแต่คบหากันมาเขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลย อย่างมากก็แค่กอดและหอมตามประสาคนรักกันเท่านั้น
เขารักปานวาดด้วยใจจริงและหวังจะแต่งงานมีลูกสร้างครอบครัวที่เขาไม่เคยมีให้อบอุ่นกับหญิงสาว แต่ดูเหมือนว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาจะเป็นคนโง่เขลาในสายตาของเธอ
“ปานขอโทษนะคะติณ ปานต้องแต่งงานกับเขาตามคำสั่งของคุณพ่อค่ะ” น้ำตาที่เขาเคยเช็ดให้กับเธอยามที่เธอมีเรื่องทุกข์ใจบัดนี้มันไหลรินเต็มใบหน้าสวย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงวิ่งเข้าไปเช็ดน้ำตาให้กับเธอแล้วดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดเสียแล้ว แต่กับตอนนี้มันไม่ใช่มือหนากำแก้วไวน์ในมือแน่นจนมันแทบแหลกละเอียดคามือ
“มันเป็นใคร” น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามคนตัวเล็กตรงหน้า จนร่างบางสะดุ้งด้วยความตื่นกลัว เพราะปกติชายหนุ่มมักจะอ่อนโยนกับเธอเสมอ
เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน บ่งบอกว่าผู้เป็นพ่อนั้นกลับมาถึงแล้ว ต้องตาชะเง้อคอมองประตูห้องนั่งเล่นว่าเมื่อไหร่ผู้เป็นพ่อจะเปิดเข้ามาด้วยแววตามีความหวัง “มาแล้วครับ ปะป๊ามีของเล่นมาฝากด้วยนะครับ” เป็นปกติของทุกวันที่ติณณภพมักจะกลับบ้านมาพร้อมของเล่นติดมือ 2 ชิ้นให้กับลูก ๆ คนละอัน “เย่ ๆ ๆ ปะป๊า” ต้องตารีบวิ่งไปให้ผู้เป็นพ่ออุ้มอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ “พี่ติณคะ หนูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อแล้ว แค่นี้เด็ก ๆ ก็เล่นไม่ทันแล้วนะคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะบ่นสามีของตัวเองเพราะเขาซื้อมาเยอะจนต้องขนไปบริจาคแทบทุกเดือน “ไม่เป็นไรครับ พี่เห็นแล้วมันนึกถึงลูกอดที่จะซื้อมาฝากไม่ได้” ชายหนุ่มที่อุ้มเด็กหญิงตัวอ้วนเดินมาโน้มหอมแก้มญาดากับจุ๊บหน้าผากเตชินท์ที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กด้วยความคิดถึง “ทำงานเหนื่อยไหมคะ” เป็นคำถามที่ญาดาเอ่ยถามสามีทุกวันที่เขากลับจากทำงาน และเธอก็มักจะได้รับรอยยิ้มอบอุ่นจากสามีหนุ่มเสมอ “ไม่เลยครับ ญาดาล่ะครับเลี้ยงลูกเหนื่อยไหม” “ไม่เลยค่ะ สนุกดีค่ะ” แม้บางครั้งสองแสบจะซนจน
“ญาดาก็รักพี่ติณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเขิน ก้มหน้างุดเพื่อหลบสายตาทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า “ญาดาพี่ดีใจมากเลยนะครับ ฮึก ในที่สุดหนูก็ยอมบอกรักพี่ ฮึก” ติณณภพโผเข้ากอดหญิงสาวด้วยความดีใจ น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจห้ามได้ หมดซึ่งภาพลักษณ์มาเฟียจอมโหดผู้เย็นชา “คุณพ่อทำไมขี้แยจังคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวชายหนุ่ม พักหลังมานี้เธอรู้สึกว่าว่าที่คุณพ่อบ่อน้ำตาตื้นมาก ๆ หญิงสาวไม่มีอาการแพ้ท้องเลย เพราะตัวเล็กในท้องไปแผลงฤทธิ์ใส่พ่อของเขาแทนทั้งแพ้ท้อง ทั้งอารมณ์อ่อนไหว ขี้น้อยใจ จนหญิงสาวต้องคอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง “แต่งงานกับพี่นะครับเด็กดีของพี่” ชายหนุ่มคุกเข่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า ญาดาเองก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากมันเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วยื่นนิ้วไปให้ชายหนุ่มสวมแหวน เหล่าบอดี้การ์ดนับสิบคนใส่สูทและสวมแว่นตาดำเดินเข้ามายังบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่ เขตบอดี้การ์ดคนสนิทนำกล่องแหวนเพชรมาให้เจ้านายสวมใส่ให้กับว่าที่นายหญิงของพวกเขา ส่วนคิงและลูกน้องคนอื่น ๆ ก็ถือลูกโป่งสีชมพูอ่อนมา
ณ บ้านวีรพงษ์1 เดือนต่อมา “อ้วก แหวะ โอ๊กกก” เสียงอาเจียนในห้องน้ำแต่เช้าตรู่ปลุกให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนคว้าชุดคลุมที่อยู่ปลายเตียงมาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่า แล้วย่างเท้าเดินไปยังห้องน้ำ “เป็นอะไรคะพี่ติณ อาเจียนแต่เช้าเลยอาหารเป็นพิษเหรอคะ” ญาดายืนขยี้ตาด้วยความง่วงงุนพลางเอ่ยถามคนที่โก่งคออ้วกในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง “ไม่รู้ครับ อยู่ ๆ ก็เวียนหัวแล้วก็พะอืดพะอม อุแหวะ” ติณณภพหันมาตอบคนตัวเล็กแล้วหันไปโก่งคออาเจียนต่อจนใบหน้าแดงก่ำ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิง หนูคงคิดว่าพี่ท้องแน่ ๆ” ญาดาเอ่ยแซวเล่น ๆ แต่ก็ต้องชะงักไปกับคำว่าท้องเพราะนึกได้ว่าเดือนนี้ประจำเดือนของเธอยังไม่มาเลย “หรือหนูท้อง” ติณณภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พอญาดาเดินเข้ามาใกล้ ๆ เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “ไม่น่าใช่นะคะ หนูกินยาคุมทุกวันจะท้องได้ไง” ญาดารีบปฏิเสธทันที แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดหวั่นแปลก ๆ “พี่ไม่ได้แอบเปลี่ยนยาใช่ไหมคะ” ดวงตากลมสวยหรี่เล็กอย่างจับผิดเริ่ม
ณ เรือนจำใจกลางกรุงเทพมหานคร “คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ ลำบากมากไหมคะ ฮึก” เสียงสะอื้นของลูกสาวคนเดียวทำเอาผู้เป็นพ่อรู้สึกผิดไปไม่น้อย ที่หลงละเลิงไปกับอำนาจของเงินตราจึงทำให้คิดว่าจะทำอะไรกับใครก็ได้โดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี ถ้าก่อนหน้านี้เขารู้จักพอเวลานี้เขาและญาดาก็คงจะมีความสุขมากตามประสาพ่อลูกที่ช่วยกันบริหารกิจการที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง “พ่อสบายดีลูก ไม่ต้องห่วงนะ แค่ลูกใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขเท่านี้พ่อก็ดีใจแล้ว” เสียงแหบห้าวของผู้เป็นพ่อเอ่ยปลอบลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา ดวงตาของคนอายุมากกว่าสั่นระริกเขาอยากกอดลูกสาวอันเป็นที่รักใจแทบขาดแต่ก็ทำได้เพียงแค่มองผ่านกระจกเท่านั้น วีระหันเหสายตาไปมองอดีตคู่อริที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ผมขอโทษนะคุณติณณภพที่สร้างความวุ่นวายให้กับธุรกิจของคุณ และขอบคุณนะที่ไม่เอาเรื่องกัน” วีระเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เขารู้สึกผิดจากใจจริงยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มคอยดูแลลูกสาวของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกผิดยิ่งขึ้นไปอีก “ไม่เป็นไรครับ ผมก็ขอโทษเช่นกันที่เคยทำไม่ดีกับคุณและ
ปัง! “ญาดา/ญาดา” เสียงของติณณภพและวีระร้องเรียกชื่อหญิงสาวที่มารับลูกกระสุนแทนติณณภพในวินาทีสุดท้าย ติณณภพรีบวิ่งไปคว้าร่างบอบบางเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้นและแน่นิ่งไป “ญาดาพ่อขอโทษ ฮึก ลูก พ่อผิดไปแล้ว” วีระคร่ำครวญราวกับคนไม่มีสติ แล้วหันปลายกระบอก
ณ โกดังร้าง XXX ติณณภพมาถึงพร้อมกับบอดี้การ์ดมือซ้ายคนสนิท ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ เขาใช้วิธีให้ลูกน้องเดินเท้าเข้ามาเพื่อตีวงล้อมพวกโจรเป็นการปิดทางพวกมันทั้งหมดพวกมันจะไม่มีทางหนีรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว นี่คือคำประกาศิตจากมาเฟียหนุ่มที่เขาเอ่ยพูดกับลูกน้องทุกคนก่อนที่จะออกเดินท
ชีวิตของเธอค่อนข้างจะวนลูปกลางวันเข้าไปศึกษางานที่บริษัทของคุณพ่อพอตกค่ำก็ต้องไปนอนค้างกับติณณภพบ้าง เขามาค้างกับเธอบ้าง ใช้ชีวิตราวกับคนรักกันแต่แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อนข้างคลุมเครืออยู่ในสถานะที่เธอใช้ร่างกายและหัวใจของเธอเข้าแลกกับความปลอดภัยของบิดาวันนี้ญาดาใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิก
ณ ห้องรับประทานอาหารบ้านภาคิน “ญาดานี่พ่อเลี้ยงภาคินกับพราวฟ้า และนั่นเจ้าแฝดภูผากับธารา” ติณณภพที่เดินนำญาดาเข้ามาในบ้าน เอ่ยแนะนำให้ญาดาได้รู้จักกับครอบครัวของเพื่อนรัก “สวัสดีค่ะ” ญาดาที่ยังตกอยู่ในห้วงของอารมณ์น้อยใจทำเพียงแค่ยกมือไหว้ทักทายเจ้าของบ้านทั้งสอง แต่เมื่อหัน











