เข้าสู่ระบบเธอต้องคุยไปพร้อมกับชำเลืองมองสายตาใคร่รู้ของทุกคนในชมรมไปด้วย และเมื่อวางสายไปแล้วทุกคนก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบหญิงสาวเพื่อรอฟังคำอธิบาย
“ใครเหรอญาดา เล่ามาเร็ว ๆ” ข้าวฟ่างที่ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวเอ่ยถามญาดาขึ้นมาทันที
“คนบริจาคชื่อคุณมาร์ติน ส่วนนามสกุลเขาไม่ได้บอกมา ผู้ช่วยของเขาเป็นคนโทรมาแจ้งเพราะไม่อยากให้เราลงเพจให้เอิกเกริกอะไร ก็คืออยากทำบุญเงียบ ๆ อะ”
“ห้ะ ทำบุญเงียบ ๆ หนึ่งล้านบาทเนี่ยนะ” เจไดหนุ่มตี๋เพื่อนร่วมชมรมเอ่ยด้วยความสงสัย
“ก็ไม่มีอะไรหรอก เขาเป็นคนจังหวัดเลย เห็นว่าเราจะไปช่วยเด็ก ๆ ที่นั่น ก็เลยอยากร่วมบุญกับพวกเรา” ญาดาเอ่ยอธิบายให้กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องของเธอได้รับฟัง
ในชมรมค่ายอาสานั้นมีสมาชิกอยู่เพียงแค่ 12 คน ซึ่งมีผู้หญิงแค่ 4 คน นั่นก็คือญาดา ข้าวฟ่าง และสายไหมกับขิมซึ่งเป็นรุ่นน้องปี 2 ส่วนหนุ่ม ๆ ที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันจะมีเจไดกับโต้ง นอกนั้นก็จะเป็นเหล่าน้อง ๆ ผู้ชายชั้นปีที่ 1-3 ที่มีจิตอาสาเท่านั้น
บอกได้คำเดียวว่าคนที่อยู่ชมรมนี้ได้ต้องมีใจรักเท่านั้น เพราะหนทางที่ไปออกค่ายในแต่ละครั้งค่อนข้างลำบาก การอยู่กินก็เป็นไปตามวิถีพื้นเพของชาวบ้าน ณ ถิ่นนั้น ๆ
“แล้วทำไมเขาถึงมีเบอร์ส่วนตัวของญาดา ทำไมไม่โทรเข้าเบอร์ชมรม” โต้งหนุ่มหล่อมาดขรึมที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามในสิ่งที่ตนเองนั้นสงสัยไม่น้อย
“โอ๊ย จะสงสัยอะไรกันนักหนา มันไม่มีอะไรหรอก ลองคิดดี ๆ นะ ถ้าเขาต้องการผลประโยชน์อะไรจากพวกเราสู้เขาเอาเงินไปลงทุน หรือไม่ก็ไปบริจาคให้กับมูลนิธิดัง ๆ น่าจะดีกว่านะ หยุดฟุ้งซ่านกันได้แล้ว มาเตรียมประชุมวางแผนที่จะไปสร้างอาคารเรียนให้เด็ก ๆ กันเถอะ ไหน ๆ พวกเราก็มีเงินทุนกันแล้ว” ข้าวฟ่างเอ่ยตัดทุกความสงสัยของเพื่อน ๆ ออกไป แล้วเรียกไปรวมตัวกันเพื่อทำเรื่องสำคัญที่กำลังรอพวกเขาอยู่
ญาดาเมื่อคิดตามคำพูดของโต้งก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ แต่เธอก็เลือกที่จะวางทุกอย่างทิ้งไปตามคำพูดของข้าวฟ่าง เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะมีคนมาจ่ายเงินก้อนโตแล้วหวังผลประโยชน์ตอบแทนจากชมรมเล็ก ๆ ของพวกเธอ เพราะขนาดจะประกาศเกียรติคุณลงในเพจชมรมให้ เขายังไม่ต้องการเลย
เมื่อตัดข้อสงสัยทั้งหมดออกไปจากความคิดได้แล้ว ร่างเล็กก็เดินไปนั่งร่วมโต๊ะกับทุกคนในชมรมแล้วประชุมวางแผนการออกค่ายเพื่อไปก่อสร้างอาคารเรียน ณ ที่จังหวัดเลยกัน
คลับหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ
“เรื่องลูกสาวของวีระ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับนาย เธอแจ้งมาว่าต้นเดือนนี้พวกเธอจะไปออกค่ายกันครับ” คิงบอดี้การ์ดมือดีคนสนิทเอ่ยรายงานเจ้านายถึงความคืบหน้าของงานที่ตนได้รับมอบหมายให้ไปทำให้เจ้านายได้รับทราบ
“......” ติณณภพไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทำเพียงแค่พยักหน้าให้กับลูกน้องที่ทำงานเร็วถูกใจเขายิ่งนัก
สายตาของมาเฟียหนุ่มทอดมองไปยังเหล่าผีเสื้อราตรีที่วาดลวดลายกันไปตามจังหวะบีตหนัก ๆ ที่ดีเจประจำคลับเปิดขึ้นมา มือหนายกแก้ววิสกี้เพียว ๆ ขึ้นมาดื่ม แล้วหันมามองทางลูกน้องที่ยังยืนทำสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ข้างหลัง
“มีอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับเดินมานั่งยังเก้าอี้ทำงานของเจ้าของคลับแห่งนี้ด้วยท่าทีจริงจัง
“พ่อของคุณปานวาดเข้ามาเล่นที่กาสิโนอีกแล้วครับ แล้วขอเครดิตเพิ่มอีก 5 ล้านครับ” คิงเอ่ยรายงานเจ้านายทันทีที่เป้าหมายสำคัญกำลังติดกับดักโดยที่พวกเขาไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
“หึ ดีปล่อยให้มัน 10 ล้าน บอกว่าเป็นของขวัญสำหรับลูกค้ากิตติมศักดิ์จากกู แล้วล่อให้มันชวนไอ้วีระมาเล่นให้ได้ บอกว่าเราจะแบ่งส่วนแบ่งให้ตามที่มันต้องการ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยสั่งลูกน้องด้วยใบหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับยกบุหรี่ที่เพิ่งจุดขึ้นมาสูบแล้วพ่นควันขาวหม่นให้ลอยฟุ้งกระจายไปทั้งห้อง
“ครับนาย” คิงรับคำสั่งจากเจ้านายแล้วรีบออกไปเรียกลิลลี่ สาวนั่งดริงก์และคอยเชียร์แขกในกาสิโนซึ่งวันนี้เธอรับหน้าที่คอยดูแลปัญญาบิดาของปานวาดมาสั่งให้ทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มทันที
ในห้องทำงานที่มีเพียงแสงไฟสลัวนี้จึงเหลือเพียงแค่มาเฟียหนุ่มที่มีแต่ไฟแค้นสุมอก ปานวาดคงคิดว่าเขาเป็นไอ้ไก่อ่อนไม่มีทางเทียบชั้นกับนักธุรกิจชื่อดังอย่างวีระได้ เธอจึงเลือกที่จะเขี่ยเขาทิ้งแล้วไปจับผู้ชายแก่รุ่นพ่อมาเป็นสามี
ในเมื่อคนที่เขารักหมดหัวใจเลือกที่จะหักหลังเขาร่วมมือกับไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ทำลายความจริงใจที่เขามีให้ เขาก็จะให้บทเรียนกับพวกมันอย่างสาสม
“หึ แล้วเธอจะเสียใจกับการตัดสินใจของเธอปานวาด” ใบหน้าหล่อเหลาพึมพำกับตัวเองด้วยความเดือดดาล เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยที่เขาเคยโง่งมหลงใหลเชิดชูมาตลอดที่คบหากัน
สายตาคมดุเหลือบไปมองยังเอกสารที่บอดี้การ์ดของเขาไปหาข้อมูลมาให้ ซึ่งเป็นประวัติของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของวีระ นั่นก็คือ ญาดา วีรพงษ์
ใบหน้าสวยใสอย่างไร้ที่ติ จนชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปได้ แววตาใสซื่อนั่นยิ่งเพิ่มความท้าทายให้เขาเป็นอย่างมาก ในชีวิตของติณณภพไม่เคยต้องวิ่งไล่ตามผู้หญิงคนไหน แต่หญิงสาวคนนี้จะได้รับเกียรตินั้นเป็นคนแรกและคนเดียวเท่านั้น
ซึ่งหมากสำคัญในเกมของเขานั้นก็คือ ญาดา หญิงสาวผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษที่ตัวเองดันเกิดมาเป็นลูกสาวของไอ้สารเลววีระเอง
เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน บ่งบอกว่าผู้เป็นพ่อนั้นกลับมาถึงแล้ว ต้องตาชะเง้อคอมองประตูห้องนั่งเล่นว่าเมื่อไหร่ผู้เป็นพ่อจะเปิดเข้ามาด้วยแววตามีความหวัง “มาแล้วครับ ปะป๊ามีของเล่นมาฝากด้วยนะครับ” เป็นปกติของทุกวันที่ติณณภพมักจะกลับบ้านมาพร้อมของเล่นติดมือ 2 ชิ้นให้กับลูก ๆ คนละอัน “เย่ ๆ ๆ ปะป๊า” ต้องตารีบวิ่งไปให้ผู้เป็นพ่ออุ้มอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ “พี่ติณคะ หนูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อแล้ว แค่นี้เด็ก ๆ ก็เล่นไม่ทันแล้วนะคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะบ่นสามีของตัวเองเพราะเขาซื้อมาเยอะจนต้องขนไปบริจาคแทบทุกเดือน “ไม่เป็นไรครับ พี่เห็นแล้วมันนึกถึงลูกอดที่จะซื้อมาฝากไม่ได้” ชายหนุ่มที่อุ้มเด็กหญิงตัวอ้วนเดินมาโน้มหอมแก้มญาดากับจุ๊บหน้าผากเตชินท์ที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กด้วยความคิดถึง “ทำงานเหนื่อยไหมคะ” เป็นคำถามที่ญาดาเอ่ยถามสามีทุกวันที่เขากลับจากทำงาน และเธอก็มักจะได้รับรอยยิ้มอบอุ่นจากสามีหนุ่มเสมอ “ไม่เลยครับ ญาดาล่ะครับเลี้ยงลูกเหนื่อยไหม” “ไม่เลยค่ะ สนุกดีค่ะ” แม้บางครั้งสองแสบจะซนจน
“ญาดาก็รักพี่ติณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเขิน ก้มหน้างุดเพื่อหลบสายตาทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า “ญาดาพี่ดีใจมากเลยนะครับ ฮึก ในที่สุดหนูก็ยอมบอกรักพี่ ฮึก” ติณณภพโผเข้ากอดหญิงสาวด้วยความดีใจ น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจห้ามได้ หมดซึ่งภาพลักษณ์มาเฟียจอมโหดผู้เย็นชา “คุณพ่อทำไมขี้แยจังคะ” ญาดาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวชายหนุ่ม พักหลังมานี้เธอรู้สึกว่าว่าที่คุณพ่อบ่อน้ำตาตื้นมาก ๆ หญิงสาวไม่มีอาการแพ้ท้องเลย เพราะตัวเล็กในท้องไปแผลงฤทธิ์ใส่พ่อของเขาแทนทั้งแพ้ท้อง ทั้งอารมณ์อ่อนไหว ขี้น้อยใจ จนหญิงสาวต้องคอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง “แต่งงานกับพี่นะครับเด็กดีของพี่” ชายหนุ่มคุกเข่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า ญาดาเองก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากมันเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วยื่นนิ้วไปให้ชายหนุ่มสวมแหวน เหล่าบอดี้การ์ดนับสิบคนใส่สูทและสวมแว่นตาดำเดินเข้ามายังบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่ เขตบอดี้การ์ดคนสนิทนำกล่องแหวนเพชรมาให้เจ้านายสวมใส่ให้กับว่าที่นายหญิงของพวกเขา ส่วนคิงและลูกน้องคนอื่น ๆ ก็ถือลูกโป่งสีชมพูอ่อนมา
ณ บ้านวีรพงษ์1 เดือนต่อมา “อ้วก แหวะ โอ๊กกก” เสียงอาเจียนในห้องน้ำแต่เช้าตรู่ปลุกให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนคว้าชุดคลุมที่อยู่ปลายเตียงมาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่า แล้วย่างเท้าเดินไปยังห้องน้ำ “เป็นอะไรคะพี่ติณ อาเจียนแต่เช้าเลยอาหารเป็นพิษเหรอคะ” ญาดายืนขยี้ตาด้วยความง่วงงุนพลางเอ่ยถามคนที่โก่งคออ้วกในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง “ไม่รู้ครับ อยู่ ๆ ก็เวียนหัวแล้วก็พะอืดพะอม อุแหวะ” ติณณภพหันมาตอบคนตัวเล็กแล้วหันไปโก่งคออาเจียนต่อจนใบหน้าแดงก่ำ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิง หนูคงคิดว่าพี่ท้องแน่ ๆ” ญาดาเอ่ยแซวเล่น ๆ แต่ก็ต้องชะงักไปกับคำว่าท้องเพราะนึกได้ว่าเดือนนี้ประจำเดือนของเธอยังไม่มาเลย “หรือหนูท้อง” ติณณภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พอญาดาเดินเข้ามาใกล้ ๆ เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “ไม่น่าใช่นะคะ หนูกินยาคุมทุกวันจะท้องได้ไง” ญาดารีบปฏิเสธทันที แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดหวั่นแปลก ๆ “พี่ไม่ได้แอบเปลี่ยนยาใช่ไหมคะ” ดวงตากลมสวยหรี่เล็กอย่างจับผิดเริ่ม
ณ เรือนจำใจกลางกรุงเทพมหานคร “คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ ลำบากมากไหมคะ ฮึก” เสียงสะอื้นของลูกสาวคนเดียวทำเอาผู้เป็นพ่อรู้สึกผิดไปไม่น้อย ที่หลงละเลิงไปกับอำนาจของเงินตราจึงทำให้คิดว่าจะทำอะไรกับใครก็ได้โดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี ถ้าก่อนหน้านี้เขารู้จักพอเวลานี้เขาและญาดาก็คงจะมีความสุขมากตามประสาพ่อลูกที่ช่วยกันบริหารกิจการที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง “พ่อสบายดีลูก ไม่ต้องห่วงนะ แค่ลูกใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขเท่านี้พ่อก็ดีใจแล้ว” เสียงแหบห้าวของผู้เป็นพ่อเอ่ยปลอบลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา ดวงตาของคนอายุมากกว่าสั่นระริกเขาอยากกอดลูกสาวอันเป็นที่รักใจแทบขาดแต่ก็ทำได้เพียงแค่มองผ่านกระจกเท่านั้น วีระหันเหสายตาไปมองอดีตคู่อริที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ผมขอโทษนะคุณติณณภพที่สร้างความวุ่นวายให้กับธุรกิจของคุณ และขอบคุณนะที่ไม่เอาเรื่องกัน” วีระเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เขารู้สึกผิดจากใจจริงยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มคอยดูแลลูกสาวของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกผิดยิ่งขึ้นไปอีก “ไม่เป็นไรครับ ผมก็ขอโทษเช่นกันที่เคยทำไม่ดีกับคุณและ
เอวสอบกระแทกกระทั้นเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นหญิงสาวทานทนต่อการจู่โจมจุดเสียวทุกจุดพร้อม ๆ กันไม่ไหวกรีดร้องดังลั่นเมื่อเธอไปถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง“กรี๊ดดดดด อ๊า ๆ ๆ อ๊ะ” น้ำหวานใสไหลเยิ้มจนเปียกต้นขาของชายหนุ่ม ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากกระแทกเธอให้น้ำหมดตัวมากยิ่งขึ้นติณณภพพลิกตัวไปนอนขนาบข้างแล้วจับญาดาให้ตะแคงหันหน้าไปทางเดียวกับเขาโดยที่จุดกลางกายของทั้งสองไม่หลุดออกจากกัน ญาดาแอ่นสะโพกรับอย่างรู้งานเพื่อรอรับแรงกระแทกกระทั้นจากคนด้านหลังใบหน้าหล่อโน้มไปซุกไซ้ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายสัปดาห์ มือหนาทั้งสองข้างกอบกุมเต้าอวบแล้วบีบขยำอย่างเมามัน เอวสอบส่งแรงกระแทกไม่บันยะบันยังใส่ร่างเล็กให้กระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกของคนด้านหลังความเสียดเสียวตรงเข้าเล่นงานคนทั้งคู่พร้อม ๆ กัน เปล่งเสียงครางประสานกันอย่างลืมอาย“อะ อ๊า อ๊า พี่ติณ ไม่ไหวแล้วค่ะ”“ซี้ดดดด หนูแน่นมากเลยครับ พร้อมกันนะ”สิ้นเสียงของติณณภพ เอวหนาก็กระแทกกระทั้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น ทั้งสองร่างกระตุกเกร็งพร้อม ๆ กันความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างกาย สองร่างกายปลดปล่อยน้ำรักพร้อมกันจนเอ่อล้นร่องรักที่บวมแ
“อื้อ...อ๊า...พี่ติณขา......” เสียงหวานครางแทบไม่ได้ศัพท์เอาแต่เอ่ยเรียกชื่อของคนตัวโตด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “หนูจะทำให้พี่หลงไปถึงไหนครับ” เขาเลื่อนใบหน้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากบาง และแก้มนวลด้วยความคิดถึง มือข้างหนึ่งเท้าไปที่ข้างใบหู ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่บีบเฟ้นเต้าอวบสวยอย่างมันมือ สลับบีบเฟ้นทั้งซ้ายและขวาอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นติณณภพก็คุกเข่าขึ้นนั่งแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นก็ถอดเสื้อเชิ้ตโยนไปยังพื้นห้อง แล้วดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเช่นกัน สายตาของญาดามองซิกซ์แพ็กที่เด่นชัดด้วยแววตาหยาดเยิ้มเอื้อมมือมาสัมผัสลอนซิกซ์แพ็กด้วยความโหยหา ชายหนุ่มค่อย ๆ ปล่อยชุดเดรสออกจากร่างบอบบางโดยหญิงสาวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี “สวยจัง” ติณณภพอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความลุ่มหลง ตอนนี้ญาดาเหลือแค่เพียงกางเกงในลายลูกไม้ตัวบางที่ปกปิดส่วนสงวนเอาไว้ มือบางจึงเอื้อมไปปลดเข็มขัดของชายหนุ่มและถอดกางเกงสแล็กของเขาออกไป ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนบนเตียงเพื่อให้หญิงสาวได้ถอดอย่างสะดวก จ
รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นยังใบหน้าหล่อที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต เขาค่อย ๆ หยิบปึกเอกสารตรงหน้ามานั่งดูประวัติของหญิงสาวไปเรื่อย ๆ ด้วยความสนอกสนใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เข้ามา” เสียงเข้มเอ่ยอนุญาตให้คนที่มาเคาะประตูในเวลานี้ให้เข้ามาในห้อง เขามั่นใจว่ามันจะต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีใครหน้าไห
ชมรมค่ายอาสามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ร่างเล็กเดินเข้ามาภายในใต้ตึกของอาคารก็ได้ยินเสียงดังลั่นออกมาจากห้องของชมรมที่อยู่ยังชั้นสอง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมชมรมอื่น ๆ จึงไม่มีใครมาทำกิจกรรมกัน แต่วันนี้เธอกับเพื่อน ๆ และบรรดารุ่นน้องในชมรมมีนัดประชุมกันเรื่องการวางแผนจำหน่ายสินค้า OTOP
วีระมองตามลูกสาวที่เดินขึ้นบันไดบ้านไปจนลับสายตา ชายสูงวัยพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความลำบากใจ เพราะตั้งแต่แม่ของญาดาเสียไปตอนที่ญาดาอายุเพียงแค่ 3 ขวบ เขาก็เลี้ยงดูลูกสาวมาเพียงลำพังด้วยความรักและทะนุถนอมไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวใหม่เลยสักครั้งเดียว จนมาถูกไอ้เด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างติณณภ
“คุณวีระ วีรพงษ์ค่ะ” เพียงแค่ได้ยินชื่อของว่าที่เจ้าบ่าวของหญิงสาว สันกรามแกร่งก็ขบกันแน่นด้วยอารมณ์เดือดดาลร่างสูงลุกขึ้นยืนโดยไม่เอ่ยถามอะไรออกไปอีก สร้างความประหลาดใจให้กับปานวาดที่เตรียมคำอธิบายมามากมาย ไม่น้อย เพราะเธอคิดว่าเขาต้องคาดคั้นหรือเหนี่ยวรั้งเธอมากกว่านี้แต่หญิงสาวกลับคิดผิดมหันต์







