LOGIN1 อาทิตย์ต่อมาทิศเหนือเดินทางออกจากตึก P.M. BODYGUARD VIP มาถึงคฤหาสน์ในช่วงหัวค่ำ เขาเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพราะใกล้จะได้เวลากินมื้อเย็น ทว่ากลับไม่พบน้องสาวต่างสายเลือดที่ควรจะกลับมาถึงบ้านก่อนสิบเจ็ดนาฬิกานั่งอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อ “หนูนายังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”“น้องฝากคนขับรถมาบอกว่าสองเดือนนี้จะไม่กลับมานอนที่บ้าน เพราะต้องเร่งทำโปรเจกต์จบครึ่งแรกให้เสร็จก่อนสอบไฟนอล” ฉัตรพลเอ่ยตอบลูกชาย**เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนกว่า“ช่วงนี้มหา’ลัยสอบเสร็จกันแล้วไม่ใช่เหรอวะ”มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทหลังจากเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ในรถหรู ขณะเดียวกันผู้เป็นพ่อก็นั่งรถตู้อีกคัน และยังมีรถของบรรดาบอดีการ์ดอีกสามคันซึ่งขับตามหลังกันออกจากคฤหาสน์มาติด ๆ“ครับ มหา’ลัยที่คุณหนูนาเรียน สอบเสร็จกันตั้งแต่เมื่อวาน” สิงห์เอ่ยตอบผู้เป็นนายก่อนหน้านี้ทิศเหนือแค่คิดว่าน้องสาวคงโกรธที่ได้รู้ความจริงเรื่องแม่ เธอไม่โทรหรือส่งข้อความมากวนใจ คงเป็นเพราะต้องการหลบหน้าเพื่อเลียแผลใจ และทำใจยอมรับกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่าสอบเสร็จแล้วเธอก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน แม้แต่งานหมั้นของพี่ชายอย่างเขา เธอก็
ช่วงสายของอีกวันหนูนากำลังนั่งอยู่ในรถหรูกับพี่ชายต่างสายเลือด ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางที่อีกฝ่ายได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทพาไปมันคือที่ไหนหลายนาทีต่อมา รถหรูก็จอดสนิทอยู่ริมทางของถนนสายหนึ่งที่มีรถสัญจรไปมา ระแวกนี้เต็มไปด้วยร้านเหล้าและร้านหมูกระทะ แล้วเส้นทางนี้ยังอยู่ระหว่างผับที่มาเฟียหนุ่มร่วมหุ้นเปิดกับเพื่อนและคฤหาสน์“จะให้ผมลงไปด้วยไหมครับ”“ไม่ต้อง”มาเฟียหนุ่มเอ่ยตอบลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ หญิงสาวก็ลงไปยืนอยู่ข้างทางใกล้กับทิศเหนือ เงยใบหน้าที่ถูกแสงแดดสาดส่องมองหน้าคนตัวสูงขณะเอ่ยถาม“พาหนูนามาที่นี่ทำไมเหรอคะ”“เก้าปีก่อนพี่เคยประสบอุบัติเหตุที่นี่” เขาเริ่มเกริ่นถึงเรื่องที่ยังจำฝังใจแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ “เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหาเลี้ยงปากท้องและลูกสาว ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความประมาทของพี่ นับตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ไม่กล้าขับรถอีกเลย”“มันเป็นอุบัติเหตุ ในเมื่อสำนึกผิดแล้วพี่ก็อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”หญิงสาวยื่นมือออกไปจับมือของพี่ชายเพื่อปลอบประโลม เขาคงเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตมาก ทว่าเธอก็ยังนึกไม่ออ
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเอวาได้เดินควงแขนของทิศเหนือเข้าไปในห้องนั่งเล่น เบี่ยงสายตามองพ่อของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“อาหารเสร็จแล้วค่ะ”“ไปลูก ไปกินข้าวกันเถอะ”ฉัตรพลเอ่ยกับลูกสาวบุญธรรม จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร ลูกสาวของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยก็เริ่มเอาอกเอาใจพ่อของว่าที่คู่หมั้นด้วยการตักอาหารวางลงในจาน และไม่ลืมตักให้ทิศเหนือด้วย“เอวาเพิ่งเรียนทำอาหารก็เลยชวนพี่ทิศเหนือมาลองทำด้วยกัน ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณลุงรึเปล่า” ฉัตรพลตักชิมไปหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยชม“อืม อร่อยมาก”“ถ้าคุณลุงชอบ เอวาจะลองฝึกทำเมนูอื่นต่อ แล้วจะหาเวลามาทำให้คุณลุงกับพี่ทิศเหนือชิมบ่อย ๆ นะคะ”“ได้สิ อยากมาเมื่อไหร่ก็มา ยังไงหนูกับลูกชายของลุงก็จะหมั้นกันแล้ว คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านอีกหลัง”“ขอบคุณคุณลุงมากนะคะที่เอ็นดูเอวา ลองชิมปลาดูนะคะ”หนูนาลอบมองผู้หญิงคนนั้นเอ่ยกับบิดาบุญธรรมของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เอวาจะตักปลาสามรสวางลงในจานของท่าน พลันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินอย่างไรไม่รู้ เธอก้มหน้ากินข้าวโดยไม่ได้สนใจกับบทสนทนาระหว่างมื้ออาหาร จนกระทั่งกินข้าวอิ่มทิศเหนือก็เดินออกไปส่งเอวาข
“น้องหนูนาสนิทกับพี่ทิศเหนือมากเหรอคะ”เอวาเริ่มบทสนทนาขณะอยู่กับน้องสาวของว่าที่คู่หมั้นตามลำพัง พร้อมกับหันหน้าเข้าหาราวแขวน มือก็เลือกชุดว่ายน้ำไปด้วย “ค่ะ เราสองคนโตมาด้วยกัน แล้วก็สนิทกันมาก รู้ทุกเรื่องของกันและกัน รู้แม้กระทั่งไซซ์เสื้อผ้าที่ใส่”ฟังดูก็รู้ว่าจุดประสงค์ของหนูนาคือ ทำให้เอวาเกิดความสงสัยว่า พี่ชายกับน้องสาวต่างสายเลือดจะรู้ทุกเรื่องขนาดนี้เลยหรือ ทว่าสาวรุ่นน้องคงคิดผิดแล้วที่กล้ามาเล่นมุกนี้เพื่อให้เธอถอนตัวไปจากทิศเหนือ“ดีจังเลยนะคะ เผื่อพี่อยากรู้เรื่องของพี่ทิศเหนือจะได้ถามจากน้องหนูนา หวังว่าน้องสาวจะยินดีช่วยเหลือว่าที่พี่สะใภ้คนนี้นะคะ”เอวาไม่ได้มีสีหน้าวิตกกังวลกับถ้อยคำที่หนูนาเอ่ยออกมาเลยสักนิด กลับกันมันยิ่งทำให้เธอได้ตอกย้ำสถานะว่าต่อจากนี้เธอจะกลายเป็นพี่สะใภ้ของอีกฝ่ายหญิงสาวในชุดในศึกษาได้แต่ฝืนปั้นหน้ายิ้ม ทั้งที่ในใจมันอยากกรีดร้องใส่หน้าคนที่กำลังแย่งคนรักของเธอไป แล้วหยิบชุดว่ายน้ำในราวออกมาชุดหนึ่ง“พี่เอวาเลือกตามสบายเลยนะคะ หนูนาขอไปจ่ายเงินก่อน”เอวากระตุกยิ้มมองตามแผ่นหลังของหนูนาที่ถือชุดว่ายน้ำตรงไปยังเคาน์เตอร์คิดเงิน พลางเอ่ยในใจ
วันต่อมาช่วงที่จิตใจของหนูนากำลังบอบบาง เธออยากหาใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน คอยคุยเล่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้คิดถึงเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ หลังเลิกเรียนจึงชวนครีมกับมาเบลไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง คิดไว้ว่าจะกินมื้อเย็นที่นี่ด้วยเลย“เห็นข่าวพี่ทิศเหนือกับคุณเอวาอะไรนั่นหลุดออกมาได้ไม่นาน เมื่อวานก็ประกาศว่ากำลังจะหมั้นกันแล้ว”มาเบลเอ่ยถึงข่าวที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากพี่ชายของหนูนามักจะเป็นคนเงียบ ๆ ที่ผ่านมาก็ครองตัวเป็นโสดอยู่ตลอด พอมีภาพหลุดของทิศเหนือกับเอวาออกมาเรื่อย ๆ นอกจากจะไม่แก้ข่าวแล้วยังประกาศข่าวดีอีกต่างหาก“คงไม่ใช่ว่าท้องหรอกนะ ถึงได้รีบหมั้นกัน”ครีมลองคาดเดา แล้วเสียงหนูนาก็โพล่งขึ้นราวกับไม่ชอบใจ ทำให้คนที่เดินเลือกซื้อของใกล้กันหันมามองทางกลุ่มของพวกเธอ“ไม่ใช่”“ฉันก็แค่เดาไปอย่างนั้นเอง” ครีมรีบอธิบาย“เอ่อ ขอโทษทีที่เสียงดัง”หนูนาเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกผิด พยายามระงับความร้อนรุ่มในอกจนควบคุมไม่อยู่ให้กลับมาเป็นปกติ“แกเป็นอะไรรึเปล่า ตั้งแต่เมื่อเช้าสีหน้าก็ดูเครียด ๆ นั่งเรียนก็เหม่อลอยไม่มีชีวิตชีวาเลย” มาเบลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เปล
หนูนาก้าวเข้าไปหาพี่ชายต่างสายเลือด ใบหน้าซีดเผือดเผยรอยยิ้มหวานให้อีกฝ่าย ดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นเขาปรากฏตัวอยู่ที่นี่“พี่รู้ได้ยังไงคะว่า หนูนาอยู่ที่โรงพยาบาล”“คนขับรถโทรบอก พี่ก็เลยรีบมาที่นี่”แววตาอ่อนโยนของทิศเหนือมองใบหน้าของน้องสาว มือหนาปัดผมบริเวณหน้าผากข้างขวาของเธอ ซึ่งมีผ้าก็อตสีขาวสะอาดปิดทับแผลถลอกเอาไว้ แล้วเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน“เจ็บไหม”“เจ็บค่ะ”หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นเครือ บาดแผลตรงหน้าผากเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หัวใจของเธอนี่สิที่เจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเห็นชายที่เธอรักกำลังจะกลายเป็นของคนอื่นอย่างสมบูรณ์ โดยที่เธอทำอะไรไม่ได้“ก่อนหน้านี้หมอออกมาแจ้งอาการให้พี่ฟัง ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองอดอาหาร ถึงงานจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องหาเวลากินข้าวสิ”“พี่ทิศเหนือเป็นห่วงหนูนาเหรอคะ”“ห่วงสิ เธอเป็นน้องพี่นะ เจ็บป่วยแบบนี้จะไม่ให้พี่ห่วงได้ยังไง”เป็นได้แค่น้องสาวของเขาอีกแล้วสินะ หนูนาจุกอกจนพูดไม่ออก อีกฝ่ายเข้ามาโอบประคอง แล้วพาเธอเดินไปขึ้นรถด้านนอก มาเฟียหนุ่มก็เอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิทให้มุ่งหน้าไปยังคอนโดของน้องสาวขึ้นมาถึงห้อง ทิศเหนือก็ประคองหนูนานั่งพักตรงโซฟา ก่อนจะเดินไปเป







