Home / วาย / บ่วงรักในเงาอาชญา / บทที่ 5 แน่จริงก็เอาเลย

Share

บทที่ 5 แน่จริงก็เอาเลย

last update publish date: 2026-04-05 22:29:30

“อ๊ากกกกกก”

เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เมื่อเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันสามนัด โทเบียสหันปลายกระบอกปืนไปยังคนร้ายอีกคน ที่นอนทรุดอยู่กับพื้น มันกำลังจะหยิบปืนขึ้นมายิงเขา แต่ก็ยังช้ากว่าโทเบียสอยู่ดี สามวินาทีมันก็มากเกินพอแล้วสำหรับโทเบียส กระสุนสองนัดตัดผ่านเส้นเอ็นข้อมือข้างขวาของมัน จนเลือดพุ่งกระฉูด ปืนหลุดออกจากมือ

ตอนนี้มือข้างขวาของมันใช้การไม่ได้ ส่วนอีกนัดนั้นโดนเต็ม ๆ ที่หน้าขาของมัน “ไม่ต้องให้มันตาย...แค่พูดได้ก็พอ ฉันจะรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้” โทเบียสคิดในใจ ดวงตายังคงนิ่งไม่ไหวเอน เขายังไม่ต้องการให้พวกมันตาย โทเบียสอยากรู้ว่าใครกัน ที่ส่งคนมาจับพยานคนสำคัญของเขา

“เฮ้พวก!!...จะยิงก็ยิงสักทีสิ ฉันรอดูอยู่ รีบหน่อยฉันไม่ชอบรออะไรนาน ๆ”

น้ำเสียงยียวนกวนประสาทเอ่ยขึ้น โทเบียสเอียงคอมองคนร้ายอีกคน ที่กำลังจับฟินลีย์เป็นตัวประกัน รอยยิ้มเย้ยหยันของโทเบียสมันทำให้อีกฝ่ายแทบคลั่งทำอะไรไม่ถูก

“ไอ้คนบ้าเอ๊ย!!...คุณมันบ้า ถ้ามันฆ่าผมจริง ๆ ขึ้นมาล่ะ”

“ฉันรอดูอยู่นี่ไง...มันจะฆ่านายตอนไหน?”

คำพูดตอบกลับของคนตัวสูง มันเหมือนมีดแหลมที่ทิ่มแทงใจฟินลีย์ เมื่อได้ยินแบบนั้นฟินลีย์ถึงกับพูดไม่ออก นี่เขามันเป็นคนไร้หัวใจจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นเลยจริง ๆ น่ะเหรอ

อย่างน้อยเขาก็คือเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งนะ ถึงแม้จะเกลียดกันก็เถอะ แต่เขาก็เป็นพยานให้คดีของโทเบียสอยู่นะ ฟินลีย์นึกในใจ ดวงตาคู่สวยเริ่มแดงก่ำราวกับว่ากำลังจะร้องไห้ ถ้ามันทำอย่างที่โทเบียสท้าจริง ๆ ล่ะ เขาคงไม่รอดแน่ ๆ

“อย่ามาท้าฉันนะ แกคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ?”

มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง พลางจี้ปลายกระบอกปืนมาที่ขมับของฟินลีย์ย้ำ ๆ เพื่อเป็นการบอกกลาย ๆ ว่ามันเอาจริง แต่โทเบียสกลับทำแค่เพียงยืนยิ้ม เหมือนคนไร้ความรู้สึก ไม่ได้สนใจในสิ่งที่มันพูด

“ฉันไม่ได้คิดว่าแกไม่กล้าสักหน่อย..." 

"แต่คิดว่าทำไมแกถึงไม่ยิงสักทีล่ะ ไหนบอกจะยิงไง ในเมื่อมีโอกาสแล้วก็ยิงเลยสิ ฉันไม่ได้ห้ามแกสักหน่อย”

โทเบียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แลดูไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดี ต่างจากฟินลีย์ ที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นงันงก แขนขาอ่อนแรงจนแทบทรงตัวไม่ไหว

“คุณมันบ้า!!...ไอ้คนบ้า ไอ้คนไม่มีหัวใจ คนที่จะตายไม่ใช่คุณนี่" 

"ถ้าเป็นคนที่คุณรักยืนอยู่ตรงนี้แทนที่ผม คุณยังจะพูดแบบนี้อยู่อีกไหม?”

คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คำพูดของฟินลีย์ทำให้โทเบียสนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับว่าตอนนี้เขาถูกเอาค้อนทุบลงตรงกลางศีรษะ

ใช่สิ...ถ้าเป็นคนที่เขารักล่ะ เขาจะยังพูดแบบนี้ ทำแบบนี้อยู่ไหม ใช่...เขาคงไม่ทำแน่นอน แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว มันไม่มีวันนั้นอีกแล้ว ที่จะได้ปกป้องคนที่ตัวเองรัก

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะฟินลีย์ ฉันเคยมีหัวใจ ฉันเคยมีคนรัก..."

"แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว น่าเสียดายคนรักของฉันไม่อยู่ให้ฉันรักแล้ว และคนอย่างฉันจะไม่มีทางรักใครอีก”

โทเบียสหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยต่อ

"ดังนั้นฉันไม่สนว่านายจะตายหรือเปล่า ฉันสนแค่ว่านายต้องเป็นพยานให้ฉันแค่นั้น" 

"แต่ดูเหมือนว่านายไม่ได้ตั้งใจจะช่วยฉันตั้งแต่แรก ฉันก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นที่ฉันจะช่วยนาย"

"เอาเป็นว่า...แกจะยิงก็ยิงเลยพวก"

โทเบียสเอ่ยขึ้นพลางยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงถึงความเป็นมิตรใด ๆ แต่มันกับซ่อนความร้ายกาจอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น มันดูน่ากลัวจนอีกฝ่ายรู้สึกกดดัน

โทเบียสรู้ว่ายังไงไอ้สารเลวนั่นก็ไม่กล้ายิงหรอก เพราะถ้ามันจะฆ่าฟินลีย์มันฆ่าไปนานแล้ว ถ้ามันอยากฆ่าฟินลีย์จริง มันคงยิงฟินลีย์ทิ้งตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว แต่เพราะอะไรมันทำไมถึงยังไม่ฆ่านี่สิ คือสิ่งที่โทเบียสสงสัย

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!...แกอย่าท้าฉันนะ”

ปลายกระบอกปืนสีดำถูกจ่อที่ขมับข้างขวาของฟินลีย์ คนที่อยู่ใต้อาณัติของคนตัวใหญ่หลับตาปี๋ หายใจหอบถี่ไม่เป็นจังหวะ ฟินลีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกในเฮือกสุดท้ายของชีวิต เพราะรู้ว่าตอนนี้เขาคงไม่มีโอกาสที่จะรอดแล้ว

ปัง!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 111 บ่วงรักในเงาอาชญา The End

    อากาศเย็นสบายปนกลิ่นหอมของไม้สนจากภูเขาบลูริดจ์ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ที่เปิดกว้างของร้านอาหารท้องถิ่นเล็ก ๆ ใจกลางแอชวิลล์โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันตั้งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นถนนสายแคบที่มีบ้านสไตล์วิกตอเรียน และกระท่อมไม้เรียงราย ภายนอกมีเถาไม้เลื้อยสีเขียวปกคลุมระเบียงร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เพิ่มชีวิตชีวาให้ดูน่ามองบนโต๊ะอาหารมีแสงจากเปลวเทียนอ่อน ๆ ส่องกระทบจานเซรามิกสีขาวที่วางเรียงอยู่ ข้างในมีกลิ่นหอมของแพนเค้กโฮมเมด ราดเมเปิลไซรัป และไข่ดาวที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ เสียงพูดคุยเบา ๆ ของผู้คนในร้านคลอไปกับเสียงกีตาร์อะคูสติก จากนักดนตรีท้องถิ่นที่นั่งเล่นอยู่มุมถนนเสียงหัวเราะหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหาร สร้างความเบิกบานให้ทุกคน เซบาสเตียนเป็นคนเปิดประเด็นเล่ามุกตลกให้ทุกคนได้หัวเราะเฮฮา และตอบกลับมุกฝืด ๆ ของโดมินิคที่นาน ๆ ที จะได้ยิน มันยิ่งสร้างความขบขันให้หลายคนไม่น้อยฟินลีย์ตักซุปใส่ถ้วยแล้วเสิร์ฟให้โทเบียส พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้คนพี่ ท่าทางที่มีความสุข และภาพหวาน ๆ นี้ทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน โดยเฉพาะโดมินิค ซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าตัวเองเป็นได้เพียง

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 110 บรรยากาศเปลี่ยน (NC20+)

    ⚠️🔥🔞 คำเตือน : ฉากนี้มีบรรยายการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน ใครไม่ชอบฉาก NC แรง ๆ กดเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ รบกวนขอความเห็นใจไรท์ตาดำ ๆ ตัวดำ ๆ คนนี้ อย่าว่าไรท์เหมือนเรื่องที่แล้วเลยนะคะ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ชอบ NC ก็เลื่อนผ่านจ้า จุ๊ฟเหม่ง❤️😘🔞ห้องนอนกว้างขวาง แต่กลับอบอุ่นกว่าที่คิดไว้ สำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชากลับแฝงไปด้วยความร้อนแรงผนังทาสีเทาเข้มแซมด้วยโทนไม้โอ๊ก ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและน่ามอง แสงไฟสีเหลืองอมส้มส่องสว่างจากโคมไฟหัวเตียง เงาไฟกระทบกับพื้นไม้ปาร์เก้พาดผ่านเฟอร์นิเจอร์ตัวหรู มันไม่ได้ดูน่ากลัวแต่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเตียงคิงไซส์กลางห้องปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ตัดกับผ้าคลุมเตียงสีน้ำเงินเข้ม ที่ฟินลีย์มักจะพับอย่างเป็นระเบียบแต่ค่ำคืนนี้กลับถูกดึงให้คลายตัว ราวกับว่ายอมให้ใครบางคนเข้ามาแบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวในห้องนี้ โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ห้องดูมีมิติ แสงไฟในเมืองด้านนอกลอดเข้ามาเป็นประกายระยิบระยับ เหมือนมวลหมู่ดาวในท้องนภา

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 109 ตัวอันตราย2

    “อย่า!!...อย่ายิง!!”ลูเซียนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว พลางขบสันกรามเข้าหากันแน่น เมื่อไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ “ไอ้โทเบียส!!...ยังไงวันนี้อเล็กซ์ก็ต้องกลับไปกับฉัน” คนนัยน์ตาสีแดงก่ำจ้องมองโทเบียสไม่ลดละในหัวลูเซียนมีแต่แผนการผุดขึ้นมา ว่าจะพาอเล็กซ์ออกไปได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพาอเล็กซ์ออกไปให้ได้ ต่อจะให้ฆ่าสักกี่ศพเขาก็ยอม“แกมีสิทธิ์ร้องขอด้วยเหรอ?”โทเบียสเอ่ยเสียงนิ่งเย็น สายตาว่างเปล่าจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ปรานี โทเบียสรู้ดีว่าถ้าเกิดเขาไม่สามารถจับลูเซียนได้ ทุกคนต้องตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ว่าลูเซียนจะทำแบบนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำเพราะคนที่ตัวเองรัก ทำเพราะผิดหวังจากคนรัก ไม่ว่าจะเหตุผลไหน แต่สิ่งที่ลูเซียนทำตอนนี้ มันกลายภัยต่อคนอื่นไปเสียแล้วโทเบียสส่งสัญญาณให้เซบาสเตียนและโดมินิคที่ค่อย ๆ สืบเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังลูเซียน ให้พวกเขาเคลียร์นักโทษ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่นี่โดยด่วน

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 108 ตัวอันตราย

    เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังก้องทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยม ที่มีผนังสีขาวหม่น ๆ สีหลุดล่อนเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ด้านบนมีเพียงหลอดไฟนีออนสีขาวให้แสงจ้า ส่องสว่างทั่วห้องในห้องนี้มีอุปกรณ์ทดลองมากมายเต็มไปหมด หลอดแก้วสีใสวางเกลื่อนกลาด บางหลอดมีสารเคมีหลงเหลืออยู่ กลิ่นหืนของสารเคมีคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ชวนให้คนที่อยู่ในห้องคลื่นไส้จนแทบอาเจียนลูเซียนร้องคำรามออกมาเสียงดังราวกับสัตว์ป่า ดวงตาปูดโปนแดงก่ำราวกับปีศาจ ตามแขนเขามีรอยเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในเส้นเลือดนับจำนวนแทบไม่ได้ เขาทำการทดลองกับตัวเองให้เป็นคนที่ไม่มีวันตายและกลายเป็นอมตะร่างกายของลูเซียนตอนนี้ราวกับว่า มีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกจากมนุษย์ทั่วไป ผิวซีดขาวจนน่ากลัวราวกับผีดิบไม่มีผิดเพี้ยน เส้นเลือดสีดำขลับเห็นเด่นชัดจนน่ากลัวบรรดาลูกน้องต่างพากันเกรงกลัวนายตัวเองในเวอร์ชันใหม่ เจ้านายที่กลายเป็นผีดิบไปแล้ว พวกเขากลัวจนพากันหนีลูเซียน ไม่มีเหลือใครข้างกายสักคน“ถึงเวลาแล้วที่พวกมันต้องชดใช้”น้ำเสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเอง สายตาแดงก่ำจ้องมองตรงอย่างไร้จุดหมาย ดว

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 107 ชีวิตหลังความตาย2

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!...พวกคุณทำอะไรคุณลุงกับคุณป้าน่ะ!!”เสียงของคาเรลดังขึ้น เมื่อเห็นลุงกับป้าของตัวเองกำลังยืนร้องไห้ราวกับโดนทำร้าย คนตัวเล็กรีบปรี่เข้ามาเตรียมจะเอาเรื่องคนที่มารังแกลุงกับป้าของตัวเองทันที“คาเรล...นายนี่มันยังแสบเหมือนเดิมเลยนะ พี่เอง”เสียงของเอลเลียตทำให้คาเรลหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าเอลเลียตตายไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้นเขาไม่มาร่วมงานศพหลังจากงานศพของเอลเลียตจบลง เอเรน่าและฮาเตอร์ก็กลายเป็นคนเศร้าหมอง จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ทุกสุดสัปดาห์คาเรลก็จะกลับจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาอยู่กับท่านทั้งสอง เพื่อไม่ให้ท่านเหงา“พี่เอลเลียต...พี่กลับมาได้ยังไง? พี่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”กำปั้นหนา ๆ เคาะลงกลางหน้าผากของคาเรลอย่างแรง เมื่อคนตัวเล็กพูดออกมาไม่คิด เอลเลียตอมยิ้มให้กับน้องชายตัวแสบ ลูกชายของน้าที่ชอบป่วนเขาอยู่เรื่อย“ฉันยังไม่ตาย...แค่หายตัวไปทำภารกิจลับ ก็เลยต้องแกล้งตาย”คำพูดของเอลเลียตทำให้คาเรลพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไม

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 106 ชีวิตหลังความตาย

    ภายในห้องทดลองที่ทาทาบกำแพงด้วยสีขาวสะอาดตา ไฟจากหลอดนีออนสีขาวจ้าสว่างไปทั่วทั้งห้อง อุปกรณ์วิจัย และหลอดแก้วที่มีสารเคมีอยู่ในหลอดหลายชนิด ถูกนำมาทดลองไม่รู้ต่อกี่ครั้งที่นี่เป็นห้องวิจัยหมายเลขหนึ่งขององค์กรดอกลิลลี่สีดำ ที่ทางการอนุญาตให้ใช้ทำการทดลองเพื่อช่วยชีวิตเอลเลียตได้ดร.วิลเลียม หมกตัวอยู่ที่นี่เกือบหนึ่งสัปดาห์ พร้อมกับหลอดเลือดตัวอย่างของอเล็กซ์อีกเพียงสองหลอดที่เหลืออยู่ เขายังหาข้อมูลไม่เจอเลยว่าเพราะอะไร ทำไมอเล็กซ์ถึงมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องใช้ยาเคมีฉีดเข้าร่างกายตอนนี้เอลเลียตอยู่ได้เพราะยาที่มีอยู่ แต่ ดร.วิลเลียม ต้องการให้เอลเลียตไม่ต้องใช้มันอีก เขาไม่อยากให้เอลเลียตต้องใช้มันไปตลอดชีวิต หากวันใดวันหนึ่งเขาไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก็เท่ากับว่าเอลเลียตก็ต้องจบชีวิตลงเช่นกัน“ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นหรอก ดร.”เอลเลียตเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง ดร.วิลเลียม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เขาคิดไว้แล้วว่าไหน ๆ เขาก็ตายไปแล้ว ความจริงมันก็ไม่ควรที่เขาจะกลับมามีชีวิตฝืนกฎธรรมชาติ นี่เป็นสัจธรรมมนุษย์ ที่ทุกคนล้วนแล้วต้องตายทั้งน

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 18 ความเป็นความตายของโทเบียส

    เหมือนเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นและความตายของโทเบียสอยู่เพียงคืบ ฟินลีย์ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เขาเห็นภาพเอลเลียตกำลังจะฆ่าโทเบียสมีดปลายแหลมถูกจ่อที่ลำคอคนตัวสูง ฟินลีย์ตกใจสุดขีด ร่างกายของเขาขยับโดยอัตโนมัติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปผลักเอลเลียต ให้ออกจากโทเบียสสุดแรง

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 16 คนในอดีตที่ไม่ควรกลับมา

    โทเบียสยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ"โทเบียส!!...โทเบียส!!"สุ้มเสียงคนด้านนอกแหบพร่าฟังดูน่าขนลุก เสียงนั้นมันคือเสียงของ “เอลเลียต” เพื่อนสนิทที่เสียชีว

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 15 คนหลังประตู

    เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบา ๆ ทำให้โทเบียสละสายตาจากพื้นห้องที่เคยมีศพนอนนิ่งอยู่ เขาหันไปมองทางต้นเสียง เป็นฟินลีย์ยืนอยู่ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างห้องพักสองห้อง ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด“คุณคิดว่าเราจะปลอดภัยไหมถ้าอยู่ที่นี่?”คนที่เพิ่งเ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทนำ

    "ความตาย" ควรเป็นจุดจบแต่บางครั้ง มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นในเมืองที่แสงไฟสว่างไสวตลอดคืน มีบางสิ่งกำลังถูกซื้อขายอยู่ในความมืดหัวใจ ไต ปอด ดวงตา และ "ชีวิตของมนุษย์"ไม่มีใครรู้ว่า “ดอกลิลลี่สีดำ” คือใครไม่มีใครรู้ว่าพวกมันควบคุมอะไรได้บ้างแต่ทุกคนรู้ว่า อย่าขวางมัน ถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status