แชร์

คุณเป็นใคร

ผู้เขียน: ลาเต้หวานมัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-26 19:49:24

เวลาผ่านไป 1 เดือนเต็ม

บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นพิเศษช่วงเช้าดูเงียบเหงาเช่นทุกวัน ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างมืดครึ้มหม่นหมอง ไม่ต่างจากหัวใจของคนเฝ้าไข้ที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์มานานเป็นเดือน

น้ำฟ้านั่งกุมมือร่างสูงใหญ่บนเตียงไว้เหมือนเช่นเคย ทันใดนั้นเธอต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงแรงขยับน้อยๆ นิ้วมือของภรภัทรเริ่มเคลื่อนไหว ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อยๆ ปรับเปิดขึ้นช้าๆ แววตาคมกริบคู่เดิมเริ่มปรับรับแสงสว่างรอบตัว ร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูจนแข็งแรงดีแล้วไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ หลงเหลืออยู่

“พี่นะ! พี่นะฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย... ได้ยินฟ้าไหมคะ” น้ำฟ้าอุทานออกมาด้วยความดีใจระคนตื้นตัน น้ำตาแห่งความสุขเอ่อล้นขอบตา

ภรภัทรหันมองตามเสียงเรียกช้าๆ ทว่าแววตาที่มองตรงมายังหมอสาวกลับว่างเปล่า ไร้ร่องรอยความผูกพันดั่งเช่นวันวาน ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“คุณเป็นใคร... ที่นี่ที่ไหน”

คำว่า 'คุณ' สรรพนามที่แสนห่างเหิน ทำให้อาการดีใจของน้ำฟ้าชะงักกึก หัวใจหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม แต่เธอก็พยายามฝืนยิ้มตอบ “โรงพยาบาลค่ะ พี่หลับไปสามสิบเอ็ดวันเต็มๆ เลยนะคะ... ฟ้าขอโทรหาคุณพ่อก่อนนะว่าพี่นะฟื้นแล้ว”

“พ่อ...” ภรภัทรทวนคำซ้ำในลำคอเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วคล้ายเพิ่งนึกเรื่องสำคัญออก

“พี่นะจะลุกไปไหนคะ ร่างกายยังไม่เข้าที่นะ” น้ำฟ้ารีบปราม ทว่าชายหนุ่มกลับปัดมือเธอออกเบาๆ พร้อมส่งสายตามองเธออย่างระแวงคนแปลกหน้า

“ผมจะไปหาไอ้เพลิง... ผมต้องคุยกับไอ้เพลิง คุณรู้จักมันไหม ผมมีเรื่องสำคัญต้องบอกมัน” น้ำเสียงของภรภัทรดูร้อนรนและจริงจัง

“ค่ะ... รู้จักค่ะ เดี๋ยวฟ้าจะโทรบอกคุณเพลิงกับน้ำตาลด้วยนะคะ”

“น้ำตาล... น้ำตาลก็อยู่ที่นี่งั้นเหรอ!”

“ค่ะ...” น้ำฟ้าตอบรับเสียงสั่นเครือ ใจคอไม่ดีกับท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของสามี ทว่าหญิงสาวก็ต้องสะกดกั้นความหวั่นใจเอาไว้เพื่อทำหน้าที่ รีบต่อสายตรงแจ้งข่าวไปยังคุณพ่อพร้อมพัฒน์ เพลิง และน้ำตาล ให้รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลด่วนที่สุด

ทันทีที่บานประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออก ร่างของเพลิงและน้ำตาลก็รีบก้าวเข้ามาด้วยความร้อนใจ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปาก ภรภัทรที่นั่งอยู่บนเตียงก็เบิกตากว้าง ก่อนจะโผเข้าคว้าตัวน้องสาวเข้าไปสวมกอดไว้แน่นด้วยความโล่งอก

“น้ำตาล!” ภรภัทรผละออกพลางกวาดสายตามองน้องสาวด้วยความสงสัย “เรียนจบแล้วทำไมไม่ทำงานที่กรุงเทพฯ มาทำอะไรที่นี่”

“พี่ต้น... พี่ต้นจำไม่ได้เหรอคะ” น้ำตาลหน้าเสีย หันไปมองสบตากับเพลิงทันที

“จำได้สิ... เพลิง! ไอ้นิคมันจะฆ่ามึง! มันขับรถไล่ตามกูจนตกเหว กูคิดว่าจะไม่ได้รอดกลับมาหามึงมาหาน้ำตาลแล้ว” ภรภัทรหันไปบอกเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงร้อนรนปนเคร่งเครียด

เพลิงถอนหายใจยาว แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความเห็นใจ “เรื่องมันจบไปแล้วต้น... ตอนนี้ไอ้นิคถูกจับเข้าคุกไปแล้ว มึงนอนหลับยาวไปตั้งสามสิบเอ็ดวันเต็มๆ กูเคลียร์เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว”

“ต้นฟื้นแล้วเหรอลูก” เสียงทุ้มของพร้อมพัฒน์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื้นตันใจ

ภรภัทรจ้องมองชายสูงวัยตรงหน้า สมองเร่งประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาจะสั่นระริก “คุณพ่อ... คุณพ่อจริงๆ ด้วย ผมพยายามตามหาคุณพ่อแต่ก็เรื่องซะก่อน…น้ำตาล... นี่พ่อของเรา!”

“พี่ต้น... ก็พ่อของเราไงคะ พี่ต้นนี่แปลกจริง” น้ำตาลเริ่มใจคอไม่ดีกับความทรงจำที่สับสนของพี่ชาย

จังหวะนั้นเอง น้ำฟ้าที่ยืนเงียบเช็ดน้ำตาอยู่ข้างเตียง พยายามฝืนความเจ็บปวดก้าวเข้ามาทำหน้าที่ ยื่นแก้วยาให้ร่างสูง “พี่นะ... ทานยาก่อนนะคะ”

ภรภัทรเหลือบสายตามองข้ามแก้วยาขึ้นไปจ้องใบหน้าหวาน แววตาคู่นั้นนิ่งสนิทและเหินห่างจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ขอบคุณคุณหมอมากนะที่ช่วยเฝ้าไข้... หมอโรงพยาบาลนี้เงินเดือนน้อยเหรอครับ ถึงต้องมารับจ๊อบพิเศษเฝ้าคนไข้ทั้งวันทั้งคืนขนาดนี้”

“ไอ้ต้น! มึงจำหมอน้ำฟ้าไม่ได้เหรอวะ!” เพลิงทนไม่ไหว หลุดตะคอกใส่เพื่อนสนิทเสียงเข้ม

ภรภัทรขมวดคิ้วมุ่น แววตาว่างเปล่าไร้ร่องรอยการโกหก “ใครหมอน้ำฟ้า กูขับรถหนีไอ้นิคจนตกเหวแล้วนอนสลบไปหนึ่งเดือน กูยืนยันว่ากูไม่เคยรู้จักคนชื่อน้ำฟ้า!”

คำประกาศกร้าวของภรภัทรเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของหมอน้ำฟ้า หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขอบตาร้อนผ่าวจนน้ำตาแทบจะหยดลงบนแก้วยาในมือ ทุกสายตาในห้องได้แต่จ้องมองภรภัทรด้วยความอึ้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นมาทันที

พร้อมพัฒน์เห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี จึงรีบหันไปสบตากับเพลิงเพื่อส่งสัญญาณอย่างรู้กัน ก่อนที่ชายสูงวัยจะก้าวเข้าไปแตะไหล่หมอสาวเบาๆ ด้วยความเห็นใจ

“หมอฟ้า... เดี๋ยวพวกเราออกไปพบหมอเจ้าของไข้ของเจ้าต้นกันหน่อยเถอะนะ” พร้อมพัฒน์เอ่ยเสียงนุ่มนวลเพื่อช่วยดึงน้ำฟ้าออกจากสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันไปสั่งลูกสาว “น้ำตาล... เฝ้าพี่เขาไปก่อนนะลูก”

“ค่ะคุณพ่อ” น้ำตาลรับคำอย่างรวดเร็ว แววตามองหมอน้ำฟ้าด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ

น้ำฟ้ายอมพยักหน้ารับช้าๆ มือบางวางแก้วยาลงข้างเตียงอย่างเบามือ เธอฝืนสบตาคมกริบแสนเย็นชาของภรภัทรเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินก้มหน้าตามคุณพ่อพร้อมพัฒน์และเพลิงออกจากห้องพักฟื้นไปเงียบๆ ทิ้งให้ภายในห้องเหลือเพียงความอึดอัดระลอกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   ไม่อธิบาย

    เพียะ! ฝ่ามือบางตบฉาดเข้าที่ใบหน้าคมเข้มของภรภัทรอย่างจังและรุนแรง! แรงตบส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดหันไปตามแรงมือ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันตา มีเพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ ภรภัทรชะงักกึก ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนปรางแก้ม นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความช็อกและตกใจ ทอดมองภรรยาแต่งอย่างไม่เชื่อสายตา หมอน้ำฟ้ายืนสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย ฝ่ามือบางที่เพิ่งตบหน้าเขายังคงสั่นระริก หยาดน้ำตานองหน้าไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้ตัดพ้อและแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี “อย่าเอาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพของฉัน... มาย่ำยีด้วยความคิดต่ำทรามของคุณ!” หมอน้ำฟ้าเค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยตอบ นัยน์ตาสุกใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี “ฉันรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดร้ายหรือหวังผลประโยชน์จากใคร โดยเฉพาะคุณพ่อพร้อมพัฒน์ที่ฉันเคารพรักเหมือนพ่อแท้ๆ!” “ถ้าคุณไม่ได้ทำ... แล้วเอกสารผลตรวจยานี่มันคืออะไร!” ภรภัทรขบฟันกรอด พยายามงัดศักดิ์ศรีขึ้นมาเค้นถามทั้งที่หัวใจสั่นคลอน “ไม่จริง... คุณกำลังเข้าใจผิดทั้งหมด” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   ฟ้าไม่ได้ทำ

    คำถามคาดคั้นทำเอาหมอน้ำฟ้าชะงักกึก หญิงสาวเผลอกำสายกระเป๋าสะพายในมือแน่นขึ้นนิดด้วยความประหม่า ความจริงเรื่องผลตรวจครรภ์ที่เธอกระตือรือร้นจะบอกเขาในเย็นวันนี้ กลับชะงักไปเพราะบรรยากาศอันตึงเครียดตรงหน้า “ไม่มีนี่คะ...” “ดี! ดีมาก!” ภรภัทรเค้นเสียงต่ำ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งอย่างคนที่พยายามข่มอารมณ์เดือดดาลไว้ลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาหมอน้ำฟ้าถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “คุณพ่อเป็นโรคหัวใจ...” “จริงเหรอคะ!” น้ำฟ้าตาโตด้วยความตกใจ “ทำไมฟ้าถึงไม่รู้...” “ไม่รู้! หรือคุณจงใจไม่บอกผม!” ภรภัทรตวาดเสียงแข็งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องหน้าภรรยาด้วยสายตาแค้นเคือง “นี่คุณบอกว่าคุณไม่รู้เหรอ คุณเป็นหมอ... แถมยังเป็นคนที่คอยดูแลท่านตลอดเวลาเนี่ยนะ!” “ฟ้าไม่รู้จริงๆ ค่ะคุณต้น...” “แล้วนี่มันคืออะไร!” ภรภัทรไม่ฟังคำอธิบาย ชายหนุ่มโน้มตัวมาคว้ากระเป๋าสะพายของหมอน้ำฟ้าไปถือไว้ ก่อนจะล้วงมือลงไปหยิบกระปุกยาที่เธอเพิ่งแวะไปรับมาจากคลินิกตามคำสั่งของคุณพร้อมพัฒน์ ออกมาโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธออย่างแรง! กึ้ก! หมอน้ำฟ้าจ้องมองกระปุกยาบนโต๊ะด้วยความสับสน “ยา... ยาของคุณพ่อไงคะ” “ยังจะมาทำ

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   มีเรื่องจะบอก

    เช้าวันนี้... อาการพะอืดพะอมและเวียนหัวอย่างรุนแรงของหมอน้ำฟ้ากลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง หญิงสาวฝืนทนยืนอ่านผลตรวจของคนไข้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวเดินกลับห้องตรวจ โลกทั้งใบก็หมุนเคว้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่างบางวูบดับและทำท่าจะล้มพับลงกับพื้น โชคดีที่พยาบาลแถวนั้นปราดเข้ามาช่วยประคองร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะรีบพานำส่งห้องพักแพทย์เป็นการด่วน ภายในห้องพักแพทย์ หมอแพรวา แพทย์สูตินรีเวชเพื่อนสนิท คอยดูแลอยู่ข้างเตียงด้วยความห่วงใย ทันทีที่น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หมอแพรวาก็ระบายยิ้มอ่อนโยน เอ่ยทักทายเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงสดใส “ฟ้า แกเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง” แพรวาเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังชะงักกึก “...นี่แกกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะ” น้ำฟ้าขมวดคิ้วแน่นมองหน้าเพื่อนด้วยความสับสน “หมายความว่าไงแพร...” “แกท้องได้หกสัปดาห์แล้วฟ้า!” เพื่อยืนยันความจริง หมอแพรวาจึงจัดแจงเข็นเครื่องอัลตราซาวนด์เข้ามาข้างเตียง ปาดเจลเย็นลงบนหน้าท้องเรียบเนียนของเพื่อนรัก แล้วค่อยๆ วางหัวตรวจลงไป ภาพสีขาวดำบนหน้าจอปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญญาณเสียงการเต้นของหัวใจดวงเล็กๆ ดัง ตึ

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   เป็นส่วนเกิน

    ช่วงเวลาสองวันของการรอผลตรวจยา ภรภัทรต้องเผชิญกับความทรมานจากอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และง่วงเพลียอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มพักอยู่แต่ในเพนต์เฮาส์หรูของโรงแรมโดยไม่ยอมกลับบ้าน หมอน้ำฟ้าที่ได้ยินข่าวว่าสามีไม่สบายจึงทำหน้าที่ภรรยา แม้หัวใจจะบอบช้ำจากคำพูดและเรื่องราวเข้าใจผิด เธอตัดสินใจเดินทางมาหาภรภัทรที่โรงแรมหรูด้วยความห่วงใย อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างหลังจากไม่ได้กลับบ้านหลายวัน ภายในห้องเพนต์เฮาส์ ภรภัทรนอนกุมขมับอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าซีดเซียว อาการพะอืดพะอมและปวดหัวโจมตีเขาจนแทบลุกไม่ไหว ทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างบางของหมอน้ำฟ้าก้าวเข้ามาภายในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของภรรยาโชยมาแตะจมูก ประธานหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง ราวกับมีมนตร์วิเศษ อาการเวียนหัวรุนแรงและคลื่นไส้ที่เคยตบตีเขาตลอดทั้งวัน กลับเบาบางลงและหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ความสดชื่นและผ่อนคลายแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่จนภรภัทรรู้สึกประหลาดใจ นัยน์ตาคู่คมฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางก้าวฉับๆ เข้าไปหาร่างบางที่กำลังเดินไปยืนมองวิวทิวทัศน์ริมกระจกบานใหญ่ ภรภัทรเอื้อมมื

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   มรสุมระลอกใหม่

    ในขณะที่หมอน้ำฟ้าไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ หญิงสาวไม่มีอาการคลื่นไส้หรือเวียนหัวอีกเลย มีเพียงอาการแปลกๆ แค่หิวบ่อยขึ้น และง่วงนอนผิดปกติในช่วงบ่ายเท่านั้น คนที่รับกรรมไปเต็มๆ กลับเป็นประธานบริหารหนุ่มอย่างภรภัทร ณ ห้องทำงานประธานบริหารบนชั้นสูงสุด ภรภัทรนั่งหน้าซีดเซียวอยู่หลังโต๊ะทำงาน อาการเวียนหัวอย่างรุนแรง กลิ่นกาแฟดำแก้วโปรดที่เหม็นจนชวนอ้วก บวกกับความอยากกินของเปรี้ยวอย่างรุนแรง ทำเอาเขาต้องสั่งให้บวร เลขานุการหนุ่ม วิ่งวุ่นหาผลไม้รสเปรี้ยวจี๊ดมาตั้งไว้บนโต๊ะตลอดเช้า “คุณบวร ผมอยากกินมะม่วงเปรี้ยวๆ กับน้ำปลาหวาน สั่งให้ห้องอาหารจัดมาให้ผมหน่อย” ผ่านไปสักพัก “ผมว่า... บอสน่าจะไปหาหมอนะครับ” บวรเอ่ยบอกด้วยสีหน้าเป็นห่วง เมื่อเห็นผู้เป็นนายกลืนน้ำลายลงคอ พลางหยิบมะม่วงเข้าปากไม่หยุด “ผมไม่เป็นอะไร แค่เวียนหัวนิดหน่อย ดมยาก็คงหาย” ภรภัทรเอ่ยเสียงแผ่ว พลางยกยาดมขึ้นสูดเข้าเต็มปอด “คุณออกไปเถอะ อย่าให้ใครเข้ามา ผมของีบสักหน่อย” “ครับ...” บวรรับคำแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความงุนงง ‘อะไรกัน นี่มันเพิ่งจะสิบโมงเช้าเองนะ บอสจะมาง่วงนอนอะไรตอนนี้’ เมื่อเลขาหนุ่มเดินไปดู

  • บ่วงร้ายพ่ายรอยรัก   หงุดหงิดใจ

    หมอน้ำฟ้าก้าวเท้ากลับเข้ามาภายในคฤหาสน์อัศวธารากุลด้วยความหวังลึกๆ ในใจ แต่สิ่งที่รอคอยเธออยู่กลับมีเพียงความเงียบเหงาและบ้านอันกว้างใหญ่ที่ว่างเปล่า เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวบางส่วนของภรภัทรถูกเก็บออกไปเกือบหมด คำพูดและรอยยิ้มเหยียดหยันของรดาในวันนั้นแล่นกลับเข้ามาดังก้องแว่วในหัวตอกย้ำซ้ำๆ ‘ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เมื่อคืนรดาดูแลเขาให้ทั้งคืนเป็นอย่างดี’ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาบาดลึกในอกไม่ขาดสาย น้ำฟ้าพยายามเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความอ่อนแอและสั่งตัวเองไม่ให้ร้องไห้ แต่หยาดน้ำตาเม็ดโตกลับไหลรินออกมาเปรอะเปื้อนสองข้างแก้มไม่หยุดอย่างสุดจะกลั้น หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกุมอกตัวเองไว้กลางห้องนอนใหญ่ที่แสนเยียบเย็น รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดเป็นชิ้นๆ โดยคนที่เธอรักที่สุด ในเวลาเดียวกัน ณ เพนต์เฮาส์หรูของโรงแรมอัศวธาราแกรนด์ บรรยากาศภายในห้องสว่างไสวด้วยไฟสีสลัว ภรภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมคอ นั่งพิงโซฟาราคาแพงด้วยท่าทางอิดโรย บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีขวดเหล้านอกราคาแพงที่ถูกดื่มไปแล้วเกินครึ่งวางคู่กับแก้วร็อก นัยน์ตาคู่คมจ้องมองแก้วเหล้าในมือด้วยความรู้สึกตีรวนในอก ชายหนุ่มแค่นยิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status