LOGINณ ห้องทำงานหมอเจ้าของไข้
“เชิญนั่งก่อนครับ” หมอวิศรุต แพทย์เจ้าของไข้เอ่ยขึ้นพลางเปิดภาพฟิล์มเอ็กซเรย์สมองขึ้นบนหน้าจอ “ตอนนี้คนไข้ฟื้นและได้สติเรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังมีภาวะความจำเสื่อมย้อนหลัง (Retrograde Amnesia) เนื่องจากสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง” พร้อมพัฒน์และเพลิงหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าเครียดจัด ก่อนที่หมอวิศรุตจะหันมาทางนรินทิพย์ด้วยสายตาเห็นใจ “สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการดูแลร่างกายภายนอกของคนไข้ให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดครับ... ส่วนเรื่องความทรงจำช่วงสามปีที่ขาดหายไป น่าจะเกิดจากการที่คนไข้เคยมีประวัติภาวะความจำเสื่อมหรือสมองกระทบกระเทือนมาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหมครับหมอฟ้า” “ใช่ค่ะ...” น้ำฟ้าพยักหน้ารับด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยคลอน้ำตา “ก่อนหน้านี้... พี่นะเคยประสบอุบัติเหตุรถตกเหวและความจำเสื่อมมาก่อนค่ะ” “นั่นแหละครับคือสาเหตุสำคัญ” หมอเจ้าของไข้ถอนหายใจเบาๆ “เมื่อสมองส่วนบันทึกความจำเคยได้รับการบาดเจ็บซ้ำซ้อน ร่างกายจึงสร้างกลไกป้องกันตัวเองด้วยการลบหรือบล็อกความทรงจำในช่วงที่มีความสะเทือนใจหรือซับซ้อนที่สุดออกไป... หมอคงต้องขอให้ญาติๆ ทำใจและอย่าเพิ่งไปเร่งรัดหรือเค้นความทรงจำคนไข้นะครับ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทจนเกิดอาการต่อต้านรุนแรงได้” คำเตือนของแพทย์เจ้าของไข้เปรียบเสมือนสิ่งตอกย้ำให้รับรู้ว่า... หนทางข้างหน้าต่อจากนี้ น้ำฟ้าจะต้องรับมือกับ 'พี่นะ' ที่ไร้ความทรงจำ และอาจต้องเผชิญกับความใจร้ายอันแสนเย็นชาของเขาเพียงลำพัง! ผ่านไปหลายวัน... หลังจากที่ภรภัทรรักษาตัวจนร่างกายภายนอกแข็งแรงดีแล้ว พร้อมพัฒน์จึงตัดสินใจพาต้นและน้ำฟ้ากลับมาพักฟื้นต่อที่คฤหาสน์อัศวธารากุล ชายหนุ่มก้าวลงจากรถหรู พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้านอันกว้างใหญ่ด้วยความคุ้นเคย “ที่นี่ยังร่มรื่นเหมือนเดิมเลยนะครับคุณพ่อ” “ใช่... ที่นี่ยังคงรอลูกกลับมาเหมือนเดิม” พร้อมพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านที่มารอต้อนรับ “เด็กๆ... เอาของของคุณต้นกับคุณหมอไปเก็บไว้ที่ห้องนอนใหญ่ด้านบนนะ” “ครับ/ค่ะ คุณท่าน” “เดี๋ยวครับคุณพ่อ!” ภรภัทรชะงักกึก ชักสีหน้าขมวดคิ้วมุ่นทันที “หมายความว่า... ผมจะต้องนอนห้องเดียวกับคุณหมอนี่เหรอครับ” น้ำเสียงแข็งกระด้างและสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงจับจ้องมาที่นรินทิพย์ ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าที่พยายามจะบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว! “ตาต้น!” พร้อมพัฒน์เอ็ดลูกชายเสียงเข้ม “หนูฟ้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก! จะให้นอนแยกห้องกันได้ยังไง” ภรภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเย็นชาลอยชายมองใบหน้าหวานที่กำลังยืนก้มหน้านิ่ง นัยน์ตาสั่นระริก “ภรรยาเหรอครับ...” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเย้ยหยัน “ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยแต่งงานกับคุณหมอ... หรือถ้าแต่งจริง ผมว่าช่วงสองปีที่ผมจำไม่ได้ คุณหมอก็คงใช้วิธีไหนสักอย่างตักตวงเอาประโยชน์จากความไม่รู้ของผมแน่ๆ” “ภรภัทร! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” พร้อมพัฒน์ตวาดลั่นด้วยความโมโหที่ลูกชายพูดจาใจร้ายใส่ลูกสะใภ้ “ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ...” น้ำฟ้าฝืนยิ้มแผ่วเบา รวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่เอ่ยขัดขึ้นมา แม้หัวใจจะเจ็บร้าวเหมือนโดนกรีด “พี่นะอาจต้องการความเป็นส่วนตัว... ฟ้าไปนอนห้องรับรองข้างๆ ก็ได้ค่ะ” ภรภัทรมองท่าทางยอมถอยของเธอด้วยสายตาระแวงไม่เลิก... ทำเป็นแสนดี หวังจะให้พ่อกูสงสารล่ะสิ! ขณะที่น้ำฟ้ากำลังก้มลงยกกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมจะเดินออกจากห้องนอนใหญ่ เสียงทุ้มห้าวก็ดังขัดขึ้นมาจากเบื้องหลังด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เธอจะขนของไปไหน!” น้ำฟ้าชะงักมือ หันกลับมามองสามีที่ยืนขมวดคิ้วมุ่น “ไปอยู่ห้องรับรองค่ะ...” “ไม่ต้อง! นอนที่นี่แหละ” ภรภัทรสั่งเสียงแข็ง “ขืนเธอขนของออกไปนอนห้องรับรอง ฉันก็กลายเป็นคนใจร้ายในสายตาคุณพ่อ ส่วนเธอก็กลายเป็นคุณหมอผู้แสนดีน่ะสิ... ยัยปีศาจ!” น้ำฟ้าชะงักกึก นัยน์ตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจกับคำสั่งของคนตรงหน้า “พี่นะ... ให้ฟ้านอนบนเตียงด้วยเหรอคะ” “ใครบอกว่าฉันจะให้เธอนอนบนเตียง!” ภรภัทรแค่นหัวเราะ ก่อนจะชี้มือลงไปที่พื้นข้างเตียงนอน “นู่น... ไปหาฟูกมาปูนอนข้างล่างนั่น” น้ำฟ้าจ้องมองพื้นที่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก... ภาพความทรงจำเดิมย้อนกลับมา ครั้งแรกที่เคยนอนร่วมห้อง 'พี่นะ' เป็นฝ่ายเสียสละลงไปนอนฟูกข้างล่างเพื่อให้เธอนอนบนเตียง แต่บัดนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ “ถ้าพี่นะอึดอัด... ฟ้าไปนอนห้องข้างๆ ก็ได้ค่ะ ฟ้าจะไม่บอกคุณพ่อว่า...” “อย่ามาทำเป็นพูดดี!” ภรภัทรเดินเข้ามาก้าวหนึ่ง จ้องหน้าเธอด้วยสายตากดดัน “ถ้าเธอเดินออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... ฉันจะถือว่าเธอจงใจทำให้คุณพ่อเข้าใจฉันผิด!” คำขู่ไร้เหตุผลของเขาทำให้น้ำฟ้านิ่งอึ้งไป ชายหนุ่มตรงหน้าไม่เหลือคราบ ‘พี่นะ’ คนแสนดีที่เคยทะนุถนอมเธอแม้แต่น้อย เหลือเพียงผู้ชายใจร้าย ปากร้าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด... “ค่ะ... ฟ้าจะนอนข้างล่าง” น้ำฟ้าตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยอมจำนนต่อความเอาแต่ใจของเขาอย่างไร้ทางสู้ ภรภัทรเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำและคำพูดใจร้ายในวันนี้... กำลังสร้างบาดแผลให้หัวใจของเมียตัวเองลึกลงเรื่อยๆช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ภรภัทรเดินตรวจความเรียบร้อยรอบโรงแรม ขณะกำลังจะก้าวผ่านประตูห้องจัดเลี้ยงที่ประตูด้านข้างเปิดแง้มไว้ เสียงพูดคุยของพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจัดเตรียมสถานที่ก็ลอยเข้ามากระทบหู “เมื่อวานแกไปโรงพยาบาลมาใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง” “อ๋อ ไปหาหมอมา แก... ฉันเจอคุณหมอน้ำฟ้าด้วยนะ แต่สภาพคุณหมอดูไม่ค่อยดีเลย หน้าซีดเซียวเหมือนคนจะวูบ เดินแทบไม่ไหว ท่าทางเหมือนจะไม่สบายหนักเลยแก” “จริงเหรอ น่าสงสารจัง ปกติคุณหมอออกจะแข็งแรงและใจดี...” กึ้ก! สองเท้าของประธานหนุ่มชะงักหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจและร้อนรุ่ม นัยน์ตาคู่คมวาววับไปด้วยความกังวลใจที่แล่นขึ้นมาจุกอก ‘ไม่สบายอย่างนั้นเหรอ... หน้าซีดจนจะวูบเลยงั้นเหรอ’ ความปากแข็งและอีโก้ที่เคยมี พังทลายลงด้วยความห่วงใย ภรภัทรไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาสาวเท้าเดินตรงไปยังลานจอดรถ สั่งให้เรนขับรถพาบึ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที ตกเย็นของวันเดียวกัน... รถยนต์คันหรูของประธานบริหารหนุ่มแล่นมาจอดนิ่งอยู่ตรงบริเวณหน้าอาคารตรวจโรคของโรงพยาบาล ภรภัทรนั่งประจำตำแหน่งเบาะหลัง สายตาคมกริบจ้องมองผ่านกระจกติดฟิล์มมืดไปยัง
ทันทีที่ร่างของรดาพ้นประตูห้องทำงานไป ความเงียบสงบอันชวนอึดอัดก็กลับมาครอบคลุมห้องกว้างอีกครั้ง ภรภัทรเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงาน มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เริ่มปวดตึงขึ้นมาอีกระลอก ‘ได้ยินมาจากแม่บ้านเรือนคุณป้าจอมขวัญงั้นเหรอ...’ ประธานหนุ่มขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาคู่คมวูบวาบไปด้วยความฉงนใจ เรื่องน้ำฟ้าออกจากบ้านเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วัน และเป็นเรื่องภายในคฤหาสน์ที่ไม่มีใครกล้าเอาไปพูด แล้วยัยรดาไปรู้มาจากไหนเร็วขนาดนี้ ซ้ำยังรู้ลึกถึงขั้นมาเสนอตัวแทนที่อีกต่างหาก ยิ่งคิด หัวใจของชายหนุ่มก็ยิ่งร้อนรุ่ม สายตาคมมองต่ำลงไปยังถุงยาและกระปุกยาอันเป็นชนวนเหตุบนโต๊ะทำงาน ภาพใบหน้าหวานที่สั่นระริก หยาดน้ำตานองหน้า และฝ่ามือบางที่ตบฉาดลงบนหน้าเขาเพื่อปกป้องจรรยาบรรณแพทย์แล่นกลับเข้ามาตอกย้ำในหัวสมองอย่างรุนแรง ‘อย่าเอาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพของฉัน... มาย่ำยีด้วยความคิดต่ำทรามของคุณ!’ น้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความแหลกสลายของภรรยา ดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน หมอน้ำฟ้า คนที่เป็นที่รักและเคารพของหมอและพยาบาลทั้งโรงพยาบาล คนที่ไม่เคยแม้แต่จะเรียกร้องเงินทองหรือบัตรแบล็กการ์ดที่เขายื่นให้ ผู
ป้ายา แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นหมอน้ำฟ้ามาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ วิ่งตามออกมาร้องไห้สะอื้นปานจะขาดใจ “คุณหมอ... คุณหมออย่าไปเลยนะคะคุณหมอ!” ภาพที่แม่บ้านเก่าแก่น้ำตานองหน้า พยายามร้องไห้วอนขอผู้หญิงใจร้ายไม่ให้ออกจากบ้านไปยังคงติดตาเขาอยู่อย่างนั้น “คุณต้นห้ามคุณหมอสิคะ! ทำไมถึงปล่อยให้คุณหมอไปแบบนี้!” ป้ายาหันกลับมาร้องไห้ขอร้องนายผู้ชายของบ้านด้วยความสะเทือนใจ “จะไปห้ามเขาทำไมกันครับป้า...” ภรภัทรเค้นเสียงหัวเราะในคอด้วยความขื่นขม สายตาคมเข้มจ้องมองไปยังความมืดมิดนอกประตูบ้านที่ไร้เงาของหญิงสาวแล้ว “ในเมื่อเขาเลือกที่จะไปมีความสุขของเขา...” แม่บ้านเก่าแก่หน้าสลดลงทันที น้ำตาไหลซึมด้วยความสงสารและจุกอกเมื่อนึกถึงคุณหมอน้ำฟ้า คนที่ดีและใส่ใจทุกคนในบ้านมาโดยตลอด ทำไมเรื่องราวถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ หลังจากร่างบางขับรถออกจากบ้านไปอย่างไม่แยแส ภรภัทรก็ทิ้งตัวลงนั่งดื่มเหล้าคนเดียวอยู่ที่บาร์ในห้องรับแขก น้ำสีอำพันถูกกระดกลงคอแก้วแล้วแก้วเล่าจนเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ความรู้สึกร้อนรุ่มและความคับแค้นใจสุมแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด เมื่อความเมาทวีคูณจนพยุงกายแทบไม่ไหว ร่างสูง
เพียะ! ฝ่ามือบางตบฉาดเข้าที่ใบหน้าคมเข้มของภรภัทรอย่างจังและรุนแรง! แรงตบส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดหันไปตามแรงมือ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันตา มีเพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ ภรภัทรชะงักกึก ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนปรางแก้ม นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความช็อกและตกใจ ทอดมองภรรยาแต่งอย่างไม่เชื่อสายตา หมอน้ำฟ้ายืนสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย ฝ่ามือบางที่เพิ่งตบหน้าเขายังคงสั่นระริก หยาดน้ำตานองหน้าไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้ตัดพ้อและแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี “อย่าเอาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพของฉัน... มาย่ำยีด้วยความคิดต่ำทรามของคุณ!” หมอน้ำฟ้าเค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยตอบ นัยน์ตาสุกใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี “ฉันรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดร้ายหรือหวังผลประโยชน์จากใคร โดยเฉพาะคุณพ่อพร้อมพัฒน์ที่ฉันเคารพรักเหมือนพ่อแท้ๆ!” “ถ้าคุณไม่ได้ทำ... แล้วเอกสารผลตรวจยานี่มันคืออะไร!” ภรภัทรขบฟันกรอด พยายามงัดศักดิ์ศรีขึ้นมาเค้นถามทั้งที่หัวใจสั่นคลอน “ไม่จริง... คุณกำลังเข้าใจผิดทั้งหมด” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา
คำถามคาดคั้นทำเอาหมอน้ำฟ้าชะงักกึก หญิงสาวเผลอกำสายกระเป๋าสะพายในมือแน่นขึ้นนิดด้วยความประหม่า ความจริงเรื่องผลตรวจครรภ์ที่เธอกระตือรือร้นจะบอกเขาในเย็นวันนี้ กลับชะงักไปเพราะบรรยากาศอันตึงเครียดตรงหน้า “ไม่มีนี่คะ...” “ดี! ดีมาก!” ภรภัทรเค้นเสียงต่ำ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งอย่างคนที่พยายามข่มอารมณ์เดือดดาลไว้ลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาหมอน้ำฟ้าถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “คุณพ่อเป็นโรคหัวใจ...” “จริงเหรอคะ!” น้ำฟ้าตาโตด้วยความตกใจ “ทำไมฟ้าถึงไม่รู้...” “ไม่รู้! หรือคุณจงใจไม่บอกผม!” ภรภัทรตวาดเสียงแข็งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องหน้าภรรยาด้วยสายตาแค้นเคือง “นี่คุณบอกว่าคุณไม่รู้เหรอ คุณเป็นหมอ... แถมยังเป็นคนที่คอยดูแลท่านตลอดเวลาเนี่ยนะ!” “ฟ้าไม่รู้จริงๆ ค่ะคุณต้น...” “แล้วนี่มันคืออะไร!” ภรภัทรไม่ฟังคำอธิบาย ชายหนุ่มโน้มตัวมาคว้ากระเป๋าสะพายของหมอน้ำฟ้าไปถือไว้ ก่อนจะล้วงมือลงไปหยิบกระปุกยาที่เธอเพิ่งแวะไปรับมาจากคลินิกตามคำสั่งของคุณพร้อมพัฒน์ ออกมาโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธออย่างแรง! กึ้ก! หมอน้ำฟ้าจ้องมองกระปุกยาบนโต๊ะด้วยความสับสน “ยา... ยาของคุณพ่อไงคะ” “ยังจะมาทำ
เช้าวันนี้... อาการพะอืดพะอมและเวียนหัวอย่างรุนแรงของหมอน้ำฟ้ากลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง หญิงสาวฝืนทนยืนอ่านผลตรวจของคนไข้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวเดินกลับห้องตรวจ โลกทั้งใบก็หมุนเคว้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่างบางวูบดับและทำท่าจะล้มพับลงกับพื้น โชคดีที่พยาบาลแถวนั้นปราดเข้ามาช่วยประคองร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะรีบพานำส่งห้องพักแพทย์เป็นการด่วน ภายในห้องพักแพทย์ หมอแพรวา แพทย์สูตินรีเวชเพื่อนสนิท คอยดูแลอยู่ข้างเตียงด้วยความห่วงใย ทันทีที่น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หมอแพรวาก็ระบายยิ้มอ่อนโยน เอ่ยทักทายเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงสดใส “ฟ้า แกเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง” แพรวาเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังชะงักกึก “...นี่แกกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะ” น้ำฟ้าขมวดคิ้วแน่นมองหน้าเพื่อนด้วยความสับสน “หมายความว่าไงแพร...” “แกท้องได้หกสัปดาห์แล้วฟ้า!” เพื่อยืนยันความจริง หมอแพรวาจึงจัดแจงเข็นเครื่องอัลตราซาวนด์เข้ามาข้างเตียง ปาดเจลเย็นลงบนหน้าท้องเรียบเนียนของเพื่อนรัก แล้วค่อยๆ วางหัวตรวจลงไป ภาพสีขาวดำบนหน้าจอปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญญาณเสียงการเต้นของหัวใจดวงเล็กๆ ดัง ตึ







