เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงแรมอัศวธารากุล แกรนด์ห้องประชุมใหญ่บรรยากาศภายในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน สายตาคมกริบของภรภัทรกวาดมองแฟ้มเอกสารสรุปผลการดำเนินงานตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะปิดแฟ้มลงแล้วโยนกลับคืนไปข้างหน้าเบาๆ แต่ทรงพลังจนผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นแทบไม่กล้าหายใจ“ผลกำไรไม่เป็นไปตามเป้าหมาย... มันหมายความว่ายังไงครับคุณองอาจ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ แต่น้ำเสียงกดดันอย่างเห็นได้ชัด“คือ... ยอดลูกค้าเข้าพักประเภทกลุ่มทัวร์ลดลงครับคุณต้น” องอาจอธิบายด้วยสีหน้าเจื่อนๆ พยายามรักษารอยยิ้มและท่าทีสุขุมเอาไว้“แต่เท่าที่ผมเห็น ตัวเลขยอดจองห้องพักก็เต็มเกือบตลอด” ภรภัทรเอนหลังพิงเก้าอี้พลางจ้องหน้าองอาจอย่างไม่ลดละ “ไปทำสรุปรายงานมาใหม่ ยอดไตรมาสหน้าต้องดีขึ้นกว่านี้ และผมยังมองว่าโรงแรมของเรายังทำกำไรได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า ไปคิดโปรเจกต์ใหม่มาเสนอผมภายในสัปดาห์หน้า”“คุณภรภัทรครับ พอดีลูกสาวผมกำลังจะย้ายมาจากกรุงเทพฯ ผมเห็นว่าโปรเจกต์ใหม่ที่ไร่พราวฟ้าต้องการคนเพิ่ม...”“ผมไม่รับเด็กฝาก” ภรภัทรตัดบทเสียงแข็ง “ถ้าอยากทำงานต้องส่งประวัติเข้ามาตามขั้นตอนและทำตามกฎของโ
ช่วงเย็น ณ คฤหาสน์อัศวธารากุล ภรภัทรลงจากรถหรู พลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นรถยนต์ของเพลิงจอดอยู่ก่อนแล้ว พอเดินเข้ามาในเขตบ้านก็เจอกับเพื่อนตัวดีที่ยืนยิ้มกริ่มรออยู่ “มาทำไมวะ เมื่อเช้าไม่เข้าประชุม แล้วตอนนี้จะมาอ้อนพ่อกูอีกหรือไง” “เออน่า... กูเอาของมาฝากมึงแก้เหงาเว้ย” เพลิงยิ้มขำ ก่อนจะค่อยๆ เข็นรถคันทรงน่ารักเข้ามาตรงหน้าเพื่อนสนิท “น้องพราว... วัยหกเดือน” “กูบอกแล้วไงว่ากูไม่เลี้ยง!” ภรภัทรรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ชักสีหน้าใส่ “เลี้ยงเด็กนะมึง ไม่ใช่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว พอเบื่อแล้วจะทิ้งได้ซะเมื่อไหร่... ว่าแต่นี่ลูกใครวะ” “ลูกเพื่อนของน้ำตาล... โดนแฟนไล่หรือทะเลาะกันนี่แหละ หอบลูกหนีมา แล้วเอามาฝากไว้” เพลิงแถเนียนๆ ตามแผน ภรภัทรอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปชะเง้อมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ย แก้มยุ้ยน่าเอ็นดูอยู่ในรถเข็น หัวใจดวงโตกระตุกวูบอย่างประหลาด แต่คนปากแข็งก็ยังคงเอ่ยตัดรอน “ก็น่าสงสาร... แต่กูเลี้ยงไม่เป็น มึงเอากลับไปเลย” “ช่วยกูหน่อยเหอะน่าต้น น้ำตาลสงสารเพื่อน” “แล้วแม่เด็กล่ะไปไหน” ภรภัทรขมวดคิ้วถาม “อยู่เมืองนอก” “เหอะ! ร้อยทั้งร้อยก็คงหนีไปมีผัวใหม่นั่นแหละ ไม่งั
นับตั้งแต่วันที่หมอน้ำฟ้าบินลัดฟ้าไปต่างประเทศ... บรรยากาศรอบตัวของภรภัทรก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดขาดออกจากครอบครัวอย่างสิ้นเชิงทุกคนในบ้านพร้อมใจกันสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางกั้น แม้กระทั่ง น้ำตาล น้องสาวแท้ๆ ที่เคยออดอ้อนและรักพี่ชายคนนี้มาก ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชาใส่เขาจนแทบไม่มองหน้าในวันที่น้ำตาลคลอดลูกแฝดตัวน้อย ภรภัทรตั้งใจเบรถไปรับขวัญหลานถึงโรงพยาบาล พร้อมกับเตรียมทองคำและของรับขวัญชิ้นใหญ่มาให้ด้วยความตื่นเต้น แต่ภาพที่เขาได้รับตอบแทนกลับมีเพียงสายตาเรียบเฉยและหมางเมินจากน้องสาว น้ำตาลอุ้มลูกน้อยแนบอกแทบจะไม่ยอมปริปากคุยกับเขาแม้แต่คำเดียวและไม่แม้แต่จะชายตาแลพี่ชายคนนี้เลยสักนิดคำทักทายที่เขาพยายามเอ่ยออกไป กลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศความเย็นชาจากคนในครอบครัว เปรียบเสมือนบทลงโทษอันแสนสาหัสที่ตอกย้ำให้ภรภัทรตระหนักรู้ตัวอยู่ทุกลมหายใจว่า... ความผิดพลาดและความโง่เขลาที่เขาทำไว้กับหมอน้ำฟ้านั้น มันร้ายแรงจนไม่มีใครในบ้านหลังนี้พร้อมจะให้อภัยเขาได้ง่ายๆ เลยจริงๆช่วงบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ภรภัทรเดินถือแฟ้มเอกสารผ่านห้องนั่งเล่น สองเท้าหนาก็ต้องชะงักหยุดนิ
ยามค่ำคืนอันเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้าง...สายลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่จนผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว หมอน้ำฟ้านั่งทอดสายตามองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองบอสตัน บรรยากาศอันแสนโดดเดี่ยวทำให้ภาพความทรงจำในอดีตค่อยๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด...ภาพวันวานที่ไร่พราวฟ้า... วันที่อากาศแจ่มใส ลมพัดโชยเย็นสบาย ร่างสูงของพี่นะกำลังออกแรงปั่นจักรยานคันเก่าไปตามแนวสวน โดยมีเธอนั่งซ้อนท้ายจับเอวหนาไว้แน่น ใบหน้าคมคายหันมายิ้มกว้างอย่างทะเล้น“เกาะพี่แน่นๆ นะครับฟ้า พี่จะพาซิ่งแล้ว!”“ว้าย พี่นะ! เล่นอะไร เดี๋ยวรถล้ม ค่อยๆ ปั่นก็ได้ ฟ้าบอกแล้วให้เอามาคนละคัน”“ไม่เอาหรอกครับ... สำหรับฟ้า พี่อยากให้ฟ้าซ้อนท้ายแบบนี้ไปจนแก่เลยต่างหาก”เสียงหัวเราะและคำสัญญาอันแสนอบอุ่นในวันนั้น ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน แต่วันนี้คนที่เคยให้คำสัญญา กลับกลายเป็นคนที่เหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกละเอียดหยาดน้ำตาอุ่นๆ เอ่อล้นรินไหลลงมาอาบสองแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ความคิดถึงและความเจ็บปวดยังคงแอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของหัวใจแต่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น... หมอน้ำฟ้าก็ดึงสติตัวเองกลับคืนมาได้ หญิงสาวยกหลังมือขึ้นปาดคราบน
สิ้นเสียงตวาด เพลิงถึงกับตาโต รีบเอามือตะปบอุดปากตัวเองไว้แน่นเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพลั้งปากเฉลยความลับสำคัญออกไปเสียแล้ว ยศวรรธที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความปากไวของพี่ชาย ส่วนภรภัทรกลับยืนแข็งค้าง นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างจ้องมองเพลิงด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความรู้สึกจุกแน่นในอกจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความปลื้มปีติและหัวใจที่พองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ‘เรียนต่อ... น้ำฟ้าบินไปเรียนต่อต่างประเทศงั้นเหรอ’ หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจไหลรินลงมาอาบแก้มของประธานหนุ่มอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้แสนดีและเข้มแข็งเหลือเกิน ในวันที่เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวด เสียใจ และร้องไห้จนหัวใจแหลกสลาย เธอกลับไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง แต่กลับเลือกลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนตัว แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อสร้างคุณค่าและความสำเร็จให้ตัวเองได้อย่างสง่างามที่สุด คำพูดของเพลิงเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่ดึงสติของภรภัทรให้กลับคืนมา จริงอย่างที่เพลิงพูด หากตอนนี้เขาสติแตกตามหาเธอไปทั่วโลกด้วยสภาพแบบนี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับตัวถ่วงชีวิตเธอ “...เรียนต่อเหรอ” ภรภัทรเค้นเสียงตอบพร่าสั่น แต่นัย
สิ้นเสียงประตูที่ถูกปิดลงเบาๆ ความเงียบงันอันแสนเยือกเย็นก็โรยตัวครอบคลุมทั่วทั้งห้องนอนกว้าง ภรภัทรปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูลงมาอาบสองแก้มอย่างไร้ศักดิ์ศรี ชายหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นไปนั่งบนเตียงนอน นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความทรงจำของภรรยาแต่ง มือหนาอันสั่นเทาค่อยๆ ยื่นไปลูบหมอนใบสวยที่เธอเคยใช้นอน กลิ่นหอมละมุนประจำตัวของหมอน้ำฟ้ายังคงติดตรึงอยู่บนปลอกหมอน ราวกับเจ้าของห้องเพิ่งลุกออกไปเมื่อครู่นี้เอง ชายหนุ่มดึงหมอนใบนั้นมากอดไว้แน่น ฟุบใบหน้าลงกับความนุ่มนวล พลางสะอื้นไห้ออกมาจนตัวโยนอย่างแหลกสลาย ‘ฟ้า... พี่ขอโทษ... โธ่เว้ย! ฟ้า... พี่ขอโทษ...’ ประธานหนุ่มพร่ำเพ้อคำขอโทษออกมานับร้อยนับพันครั้งในความเงียบ นึกย้อนไปถึงสายตาแสนเจ็บปวดที่เธอมองเขาในวันที่โดนไล่ออกจากบ้าน วันที่เธอตบหน้าเขาเพื่อปกป้องจรรยาบรรณแพทย์ และวันที่เธอเห็นรดากอดเขาในห้องทำงาน เขามันโง่เง่า สมควรแล้วที่เธอจะทอดทิ้งผู้ชายใจร้ายคนนี้ไป ภรภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ปัดหยาดน้ำตาออกจากใบหน้า นัยน์ตาคู่คมวาววับไปด้วยความเด็ดเดี่ยว อารมณ์เศร้าโศกเริ่มถูกแทนที่ด้วยเพลิงแค้นอันลุ่มลึก ‘พี







