INICIAR SESIÓNวันแต่งงานของน้ำตาลและเพลิง
ภรภัทรฝืนร่างกายมาร่วมงาน เดินเคียงคู่มากับ 'แพทย์หญิงนรินทิพย์' ภรรยาตามกฎหมาย โดยมีผู้เป็นพ่อเดินนำหน้า คอยแนะนำลูกชายและลูกสะใภ้ให้ผู้ใหญ่รู้จักอย่างภูมิใจ “นี่ตาต้นลูกชายผม ส่วนนี่หนูน้ำฟ้าลูกสะใภ้ครับ เป็นคุณหมอประจำโรงพยาบาล คู่นี้แต่งกันแล้ว อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีเรื่องทายาทตามตาเพลิงกับยัยน้ำตาลมาติดๆ เหมือนกันครับ” คำประกาศของคุณพ่อเรียกเสียงชื่นชมจากรอบข้าง ทว่าใบหน้าของภรภัทรกลับนิ่งสนิท ไร้ความยินดี ชายหนุ่มฝืนยิ้มตามมารยาท จนกระทั่งสบโอกาสเดินเลี่ยงออกมาบริเวณมุมอับสายตาด้านข้างฮอลล์ ทันทีที่อยู่กันลำพัง สายตาของภรภัทรกลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหิน ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าก่อนหันมากดเสียงต่ำใส่นรินทิพย์อย่างเย็นชา “คุณจะเดินตามผมอีกนานไหม!” “ฟ้าแค่อยากดูแลพี่นะ... นะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความน้อยใจ หญิงสาวพยายามเอื้อมมือไปประคองแขนสามีที่เพิ่งฟื้นตัว ทว่ากลับโดนสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย “ห่วงหรืออะไรกันแน่ ๆนี่งานแต่งน้องสาวผม และแขกส่วนใหญ่ก็รู้จักครอบครัวผมดี คุณไม่ต้องมาทำเป็นห่วงต่อหน้าคนอื่นหรอก...” ภรภัทรแค่นยิ้ม แววตาจับจ้องใบหน้าหวานอย่างจับผิด “อ๋อ... หรือกลัวไม่ได้ใจคุณพ่อ ถึงได้ตามประคบประหงมผมขนาดนี้!” “พี่นะ!... ฟ้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ!” น้ำฟ้ารู้สึกจุกที่คอ คำครหาที่หาว่าเธอหวังผลประโยชน์มันกรีดลึกจนเจ็บร้าวไปทั้งใจ ทั้งที่เธอคอยดูแลเขาด้วยความรักแท้ๆ “ถ้าห่วงนักก็เดินห่างๆ... ไม่ต้องมาเดินใกล้ ผมรำคาญ!” ภรภัทรทิ้งประโยคใจร้ายใส่หน้าภรรยา ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปอีกทางอย่างไม่เหลียวแล ปล่อยให้คุณหมอสาวยืนนิ่ง ขอบตาร้อนผ่าว พยายามกลืนก้อนน้ำตาและความช้ำใจลงคอ เพื่อไม่ให้ไหลรินออกมากลางงานวิวาห์ของน้องสาว... หลังจากที่ภรภัทรออกคำสั่งเสียงแข็งและสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง หมอสาวได้แต่นิ่งอึ้ง ขณะกำลังหมุนตัวจะเดินเลี่ยงไปอีกฝั่ง เธอกลับก้าวไปชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจัง “ขอโทษค่ะ...” น้ำฟ้าเอ่ยเบาๆ พลางรีบขยับถอยหลัง “อ้าว... พี่ฟ้า! สวัสดีค่ะ” มะปราง ลูกสาวของคุณพร้อมพงษ์เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงข้างกายเธอจะส่งยิ้มสุภาพมาให้ “สวัสดีครับหมอฟ้า” “สวัสดีค่ะคุณมะปราง... คุณหมอศรัณย์” น้ำฟ้าฝืนยิ้มตอบรับอย่างมีมารยาท “แล้ว... พี่ต้นล่ะคะ” มะปรางชะเง้อมองหาพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง “เดินไปด้านในแล้วค่ะ” “อ๋อ... งั้นเดี๋ยวปรางขอตัวไปหาน้ำดื่มก่อนนะคะ พี่ศรัณย์คุยกับหมอฟ้าไปก่อนนะ” มะปรางว่าพลางส่งสัญญาณให้แฟนหนุ่ม แล้วขอตัวเดินเลี่ยงออกไป บรรยากาศรอบตัวเหลือเพียงสองแพทย์หนุ่มสาว หมอน้ำฟ้ามองหมอศรัณย์ แพทย์เฉพาะทางรุ่นพี่ด้วยสายตาสับสน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นมา “หมอศรัณย์คะ... ฟ้ามีเรื่องอยากปรึกษาเกี่ยวกับอาการของพี่นะหน่อยค่ะ” หมอศรัณย์มองใบหน้าหวานที่ฉายแววเครียดกังวลอย่างเห็นใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากครับหมอฟ้า... เราจะไปเร่งรัดคนไข้ไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เอง ซึ่งตอนนี้เขาอาจจะยังปฏิเสธการรักษาของหมออยู่” น้ำฟ้าก้มหน้านิ่ง ความรู้สึกท้อแท้แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ “ฟ้า... อยากไปศึกษาต่อเฉพาะทางจังเลยค่ะ บางที... ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ฟ้าอาจจะรักษาเขาผิดวิธีก็ได้” หมอศรัณย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยแนะนำด้วยความหวังดี “ถ้าหมอฟ้าสนใจ... ตอนนี้โรงพยาบาลของเรามีทุนส่งแพทย์ไปเรียนต่อเฉพาะทางอยู่นะครับ ถ้าหมอฟ้าสนใจ ผมจะส่งรายละเอียดเอกสารไปให้พิจารณาครับ” “ฟ้า... ขอคิดดูก่อนนะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเลยว่า... ณ มุมมืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ ภรภัทร กำลังยืนกอดอก จ้องมองภาพภรรยาตามกฎหมายยืนคุยกระซิบกระซาบกับหมอหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง!เสียงหวานที่ร้องเรียกอย่างร้อนรนพร้อมกับสัมผัสจากฝ่ามือนุ่มที่เอื้อมมาแตะแขนแกร่ง ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายในสมองของภรภัทรขาดสะบั้นลง ชายหนุ่มหันขวับกลับมา กระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกกว้างอย่างแรงจนน้ำฟ้าเซถลาเข้าไปอยู่ในวงแขนแกร่ง ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยคำใด ริมฝีปากหยักร้อนจัดก็ฉกลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยโทสะที่อัดอั้น “อื้อ... คุณต้น...” น้ำฟ้าพยายามส่งเสียงประท้วงในลำคอ สองมือน้อยดันแผงอกกว้างไว้สุดแรง ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจต้านทานพละกำลังมหาศาลของเขาได้เลย จุมพิตครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนทุกคืน มีเพียงกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก รสชาติขมปร่า และความจาบจ้วงที่จงใจลงทัณฑ์ราวกับจะลงโทษให้เธอแหลกคามือ หยาดน้ำตาเม็ดอุ่นค่อยๆ ร่วงเผาะลงมาอาบสองแก้มเนียน ความเปียกชื้นที่ไหลรินมาแตะสัมผัสริมฝีปาก ทำให้ภรภัทรชะงักกึก... หยดน้ำตาของเธอเหมือนไฟร้อนลวกผิว บีบคั้นหัวใจแกร่งจนเจ็บจี๊ดขึ้นมากลางอกอย่างรุนแรง นัยน์ตาคู่คมวูบไหวไปด้วยความสั่นคลอนและปวดร้าว ‘กูทำอะไรลงไปวะ...’ ทว่าอีโก้และความคิดระแวงที่ยังครอบงำอยู่ ทำให้ภรภัทรเลือกที่จะกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดน
หมอน้ำฟ้าใช้เวลาขับรถราวครึ่งชั่วโมง รถยนต์ส่วนตัวก็เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทภายในคฤหาสน์อัศวธารากุล หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความล้า พลางหยิบกระเป๋าถือเดินเข้ามาในเรือนใหญ่ที่เงียบสงบ ทว่าทันทีที่เดินผ่านโถงกลางเข้าไปยังโซนบาร์เครื่องดื่ม หญิงสาวก็ต้องชะงักก้าวเท้า เมื่อเห็นร่างสูงของภรภัทรนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าบาร์ไม้หรู ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดทำงานที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด ไฟในโซนนั้นเปิดไว้เพียงสลัวๆ มือหนาถือแก้วร็อกที่มีน้ำสีอำพันแกว่งไปมาเงียบๆ เพียงลำพัง น้ำฟ้าขมวดคิ้วนิดๆ ด้วยความห่วงใย ก่อนจะก้าวเข้าไปหาแล้วเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่ม “คุณต้น ยังไม่นอนเหรอคะ” เสียงหวานที่คุ้นเคยทำให้มือหนาที่ถือแก้วเหล้าชะงักกึก ภรภัทรค่อยๆ ยกแก้วร็อกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกแผ่ซ่าน ชายหนุ่มวางแก้วลงบนบาร์เสียงดัง ก๊อก ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองภรรยาตัวเล็ก นัยน์ตาคู่คมที่เคยฉายแววอบอุ่นบัดนี้กลับวาววับ แนบนิ่ง และแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับโทสะที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ สายตาเย็นชาที่จ้องมองมานั้น ทำเอาบรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาทันตาจนน้ำฟ้ารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ภรภัทรยังคงนั่ง
ภรภัทรเดินวนไปเวียนมารอบโต๊ะทำงานอย่างกระวนกระวายใจ มือหนากดโทรออกหาเบอร์ส่วนตัวของหมอน้ำฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าปลายสายกลับมีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ดังอยู่นานสองนาน ก่อนจะตัดสายไปเองโดยไม่มีคนกดรับ “บ้าจริง ทำไมถึงไม่ยอมรับสายนะ” ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยความร้อนรน นัยน์ตาคู่คมฉายแววกังวลและกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด เมื่อติดต่อเบอร์มือถือของเธอไม่ได้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์บ้านอัศวธารากุลทันที สัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคย “สวัสดีค่ะ บ้านอัศวธารากุลค่ะ” “แยม นั่นเธอใช่ไหม” ภรภัทรกรอกเสียงถามกลับไปอย่างร้อนใจทันที “ค่ะคุณต้น แยมเองค่ะ คุณต้นมีอะไรหรือเปล่าคะ” “น้ำฟ้าอยู่บ้านไหม ทำไมฉันโทรหาไม่ยอมรับสาย” “อ๋อ คุณหมอไม่อยู่ค่ะคุณต้น” แยมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงปกติ “คุณหมอรีบออกไปที่ไร่พราวฟ้าตั้งแต่ช่วงสายๆ แล้วค่ะ ป่านนี้ก็ยังไม่เห็นกลับมาเลยค่ะคุณต้น” ‘ไร่พราวฟ้า...’ คำตอบของสาวใช้ทำเอาภรภัทรขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกร้อนใจยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องรีบร้อนไปที่นั่นโดยไม่บอ
หลังจากรดาเดินออกจากห้องไป... ความเงียบงันไม่อาจสะกดอารมณ์เดือดดาลที่ปะทุขึ้นในอกของภรภัทรได้เลย สองมือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดเกร็ง นัยน์ตาคู่คมวาววับไปด้วยความสับสน ชอกช้ำ และโทสะที่โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มทุบโต๊ะทำงานเสียงดัง ปัง ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินวนไปมารอบห้องราวกับเสือติดจั่น ความคิดในหัวตีรวนจนขมับเต้นตุบๆ ‘นี่มันอะไรกัน... หมอน้ำฟ้า เธอเป็นคนแบบนั้นจริงๆ หรือวะ หรือไอ้คนชื่อนะที่เธอละเมอถึงนั่น... กูอุตส่าห์ไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมองแล้วนะ!’ ‘ถึงเธอจะเคยยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ให้นายเดชาในอดีต แต่เธอก็อยู่กับกูมาตลอดตั้งหลายปี จนถึงวันนี้ วันที่เธอมาเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมายของกู เธอก็ยังไม่ยอมเลิกรากับไอ้ชู้นั่นอีกเหรอวะ!’ ภาพจำย้อนกลับมาตอกย้ำเขาเข้าอย่างจัง... คืนนั้น คืนที่เขาดึงเธอมากอดแนบอกด้วยความรัก แต่เสียงกระซิบที่หลุดออกมาจากเรียวปากหวานกลับกลายเป็นชื่อของชายอื่น ‘ไอ้นะ... กูอยากเห็นหน้ามึงนัก ไอ้สารเลว!’ ภรภัทรยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิดระคนเจ็บปวดลึกๆ ‘น่าโมโหชะมัด! ใช่สิ เธอมีชู้ ขนาดนอนครางใต้ร่างกู เธอยังกล้าเรียกชื่อคนอื่น กูนี่มันโง่สิ้นดี
เช้าวันต่อมา... แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านม่านเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ ภรภัทรในชุดทำงานกำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตพลางหันไปมองร่างบางบนเตียงที่ยังคงนอนขดตัวจมอยู่ใต้ผ้าห่ม ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “หมอน้ำฟ้า ยัยปีศาจ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ คุณมีเวรเช้านะ ตื่นได้แล้วครับ” “อือ... คุณต้น ฟ้าเวียนหัว ขอนอนพักก่อน...” เสียงหวานเอ่ยตอบอู้อี้อยู่ในผ้าห่ม หมอน้ำฟ้าหลับตาแน่น หน้าผากมนมีหยาดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อยจากอาการมึนงงที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาตั้งแต่ลืมตา ภรภัทรเห็นท่าไม่ดี รอยยิ้มเล่นๆ จึงหายไปทันที ชายหนุ่มรีบทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง เอื้อมมือหนาไปอังหน้าผากมนด้วยความห่วงใย “เป็นอะไรมากไหม งั้นเดี๋ยวผมหยุดงานอยู่ดูแลคุณละกัน” น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองสามีที่ทำท่าจะยกเลิกงานทั้งหมดเพื่อเธอ หญิงสาวระบายยิ้มบางๆ พลางส่งสายตาค้อนใส่เขาไปหนึ่งที “ไม่ต้องหรอกค่ะ วันนี้คุณมีประชุมด้วยหยุดไม่ได้เดี๋ยวฟ้าทานยาแล้วนอนพักสักแป๊บก็คงดีขึ้น ก็เล่นไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืนติดกันนี่คะ คนอะไร หื่นได้ไม่แผ่ว ไม่เปิดโอกาสให้ฟ้าได้พักผ่อนเลย มันก็ต้องเป๋เป็นธรรมดาแบบน
ภรภัทรขบฟันแน่นจนสันกรามปูดเกร็ง นัยน์ตาคู่คมวูบวาบไปด้วยความหึงหวงและน้อยใจอย่างรุนแรง... ชายหนุ่มลูบเรือนผมให้นุ่มนวลอย่างลืมตัว ทั้งที่ใจกำลังรุ่มร้อนด้วยไฟหึง เขาดีใจจนหัวใจพองโตที่ได้ยินประโยคบอกรักจากปากเธอ แต่ก็ต้องเจ็บปวดอย่างลึกล้ำเพราะคิดว่าคำบอกรักนั้น เธอตั้งใจมอบให้ชายอีกคน! ประธานหนุ่มค่อยๆ ทอดตัวลงนอนเคียงข้าง กระชับกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนแน่นขึ้น นัยน์ตาจ้องมองเพดานห้องในความมืดมิด ชายหนุ่มตั้งจิตหมายมั่นอยู่ในใจ... ‘ไม่ว่าไอ้นะมันจะเป็นใคร... ต่อไปนี้ ตัวและหัวใจของคุณ ต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น หมอน้ำฟ้า’ ... แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงนอนกว้าง... ภรภัทรรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มตระกองกอดร่างนุ่มนิ่มของหมอน้ำฟ้าไว้ในอ้อมแขน นัยน์ตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานที่ยังคงหลับพริมด้วยความอิ่มเอมใจ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบเบาๆ บนผากเนียนด้วยความรักใคร่ แม้เมื่อคืนคำว่า ‘พี่นะ’ จะยังคงติดค้างอยู่ในหัวสมอง... แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าเธอแนบชิดอยู่ข้างกาย ภรภัทรก็เลือกที่จะสลัดความคิดรบกวนใจเหล่านั้นทิ้งไป ‘ช่างมันเถอะ... จ







