LOGIN“ดึกดื่นป่านนี้เพิ่งกลับมา? ไปเดตกับผู้ชายที่ไหนมา?”เสียงคาดคั้นด้วยความขุ่นมัวดังขึ้นข้างหูอาศัยแสงไฟจากทางเดินที่จู่ ๆ ก็สว่างขึ้นมา ทำให้เวินหร่านมองเห็นชัดเจนว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือฟู่จิ่งเฉิง“คุณ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”บ้านหลังใหม่ของเธอแห่งนี้ เธอยังไม่เคยบอกเขาเลยสักครั้งฟู่จิ่งเฉิงรู้ได้อย่างไรกัน?แถมยังตามมาถึงหน้าห้องได้อีก?“ตอบคำถามผมก่อน!”น้ำเสียงของฟู่จิ่งเฉิงเยียบเย็นและคาดคั้นอย่างไร้ความปรานีเวินหร่านกะพริบตาปริบ ๆ อย่างมึนงงหรือว่าเมื่อครู่ตอนที่เธอลงมาจากรถหรูของซางเลี่ยรุ่ย จะบังเอิญถูกฟู่จิ่งเฉิงเห็นเข้าพอดี?แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ฟู่จิ่งเฉิงไม่มีทางไม่เอ่ยถึงซางเลี่ยรุ่ยเป็นแน่ดังนั้นเขาจึงน่าจะแค่คาดเดาไปเองเท่านั้น“อย่าลืมสิว่าพวกเราหย่ากันแล้วนะ” เวินหร่านเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นเวลานี้พวกเธอได้ยกเลิกสถานะการสมรสกันไปเรียบร้อยแล้วเธอไม่มีหน้าที่ต้องตอบคำถามข้อนี้ของเขาฟู่จิ่งเฉิงยื่นมือไปบีบปลายคางของเธอ ออกแรงเพิ่มขึ้นอย่างตั้งใจ“พวกเราเพิ่งหย่ากันไปเท่าไหร่ ทำไมคุณถึงมีคนใหม่เร็วขนาดนี้?” ฟู่จิ่งเฉิงต่อว่าอย่างโก
เขาจะไม่สนุกได้อย่างไร?“ใคร? ออกมา!”ชายคนนั้นรีบรูดซิปอย่างลนลาน พร้อมกับคำรามด้วยความโกรธเขาอยากรู้นักว่าใครกันที่มีความกล้าถึงเพียงนี้ ถึงขั้นกล้ามาแอบฟังอยู่ที่นี่?เวินหร่านตกใจตื่นกลัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณหากถูกชายคนนั้นพบว่าเธอกำลังอยู่กับซางเลี่ยรุ่ย เรื่องนี้คงอธิบายไม่เคลียร์เป็นแน่ซางเลี่ยรุ่ยราวกับจะรับรู้ได้ถึงความไม่สงบใจของเธอเขาโอบกอดเธอเข้าสู่อ้อมกอดในท่าทีปกป้อง พร้อมกับตบเบา ๆ ที่ไหล่ของเธอในจังหวะที่ชายคนนั้นกำลังจะเดินเข้ามาใกล้ฝั่งพวกเขา เขาก็ลุกขึ้นยืนทันที“ปะ ประธานซาง?”เมื่อชายคนนั้นเห็นเขา ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวตกใจจนแทบจะกระโดดโหยง“ไสหัวไป!”ซางเลี่ยรุ่ยตวัดสายตาคมกริบมองไปยังชายหนุ่ม ก่อนจะตวาดคำเดียวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาชายคนนั้นรีบดึงกางเกงขึ้นด้วยความตกใจกลัว ลนลานวิ่งหนีหายไปกระทั่งผู้หญิงที่เพิ่งร่วมรักกับตนเมื่อครู่ก็ยังลืมสนิทผู้หญิงคนนั้นมีสีหน้าตะลึงงันเกือบคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปเธอเพียงแค่เวลาทำเรื่องแบบนี้ทีไร เป็นต้องจินตนาการถึงประธานใหญ่เท่านั้นแถมเมื่อครู่ยังกล้าเรียกชื่อประธานซางออกมาเสียดังลั่นทำ
เส้นเลือดขมับด้านข้างของเวินหร่านกระตุกปั่นป่วนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองซางเลี่ยรุ่ยปรากฏว่าหว่างคิ้วของเขาขมวดมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาดำทะมึนสนิทตัวเขาเองคงคาดไม่ถึงว่า พนักงานเบื้องล่างจะเพ้อฝันถึงเขาได้ถึงขนาดนี้?ถึงขั้นพาผู้ชายมาทำเรื่องแบบนี้ในห้องทำงานประธาน? แถมยังเรียกผู้ชายคนนั้นเป็นชื่อเขาอีกต่างหาก?“ประธานซาง ฉันรักคุณ... ประธานซาง...”ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังจะไปถึงจุดสุดยอดแล้วฝ่ายชายฟาดฝ่ามือลงบนตัวเธอแรง ๆ ครั้งหนึ่ง “ตกลงคุณต้องการผม หรือต้องการประธานซางกันแน่?”“แน่นอนว่าต้องเป็นประธานซาง... อื้อ อื้อ...”“มิน่าล่ะ คุณถึงอยากให้ผมพามาแอบกุ๊กกิ๊กที่ห้องทำงานทุกครั้ง... ที่แท้ก็เพื่อซางเลี่ยรุ่ย...”ยามนี้เวินหร่านถูกซางเลี่ยรุ่ยโอบกอดไว้ในอ้อมแขน เธอย่อมสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงลมหายใจที่ถูกกดเก็บไว้ และความโกรธเกรี้ยวที่เขากำลังอดกลั้นอยู่คาดว่าคนทั้งสองคงจะจุดเพลิงโทสะของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาเสียแล้วเวินหร่านมองเห็นจุดจบอันน่าอนาถของทั้งคู่ล่วงหน้าได้เลยทว่าเมื่อเธอมองสบตาเขาอีกครั้ง กลับพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับนัยน์ตาสีดำสนิทคู่หนึ่งที่เปล่ง
ชั่วพริบตานั้นเขาก็ได้สติขึ้นมา “อาการฮิสทีเรียของคุณกำเริบงั้นเหรอ?”เวินหร่านส่งเสียงตอบรับเบา ๆ ในลำคอ แล้วเร่งเร้าด้วยความร้อนรน “เร็วเข้าค่ะ”“มานี่!”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องเขม็งไปยังเธอ ออกคำสั่งให้เธอเดินไปหาเขาโดยตรงเวินหร่านนึกว่าเขาจะให้เธอเดินเข้าไปเพื่อหยิบยาให้เธอยอมเดินเข้าไปหาซางเลี่ยรุ่ยแต่โดยดีตามคำสั่งใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เขากลับยื่นแขนยาวออกไป รั้งตัวเธอเข้าไปสู่อ้อมกอดริมฝีปากที่ประทับลงมาจึงเริ่มต้นขึ้น...“อื้อ...”จูบของซางเลี่ยรุ่ยทั้งร้อนแรงและรวดเร็วเวินหร่านตั้งตัวไม่ทันเลยแม้แต่น้อย“คุณ...”สองมือของเธอออกแรงยันหน้าอกแกร่งของเขาไว้ ตั้งใจจะผลักเขาออกไปแต่เขาไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อยจูบของซางเลี่ยรุ่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสารเห็นใจและห่วงใยเจืออยู่เต็มเปี่ยมราวกับต้องการปลอบประโลมความรู้สึกหดหู่ซึมเศร้าก่อนหน้านี้ของเธอค่อย ๆ ทำให้เวินหร่านคลายการระแวดระวังลงทีละน้อยและร่วมจุมพิตไปกับเขาในจังหวะเดียวกับที่ซางเลี่ยรุ่ยผ่อนริมฝีปากแดงก่ำของเธอให้เป็นอิสระ ฝ่ามือใหญ่ก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าบนร่างของเธอออก“คุณจะทำอะไรคะ?”เวินหร่านพยายามยับย
เธอหมุนตัวหันหลังให้ผู้เป็นแม่เฉิงหว่านอี๋รับไม่ได้และตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง “เวินหร่าน! ฉันเป็นแม่แกนะ!”เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่เวินหร่านกล้าปฏิบัติต่อตนเองเช่นนี้ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตเห็นว่าเวินหร่านไม่อยากสนใจเธอจริง ๆ จึงส่งสายตาให้ รปภ. พาตัวเฉิงหว่านอี๋ออกไปพร้อมทั้งออกคำสั่งให้คนอื่น ๆ แยกย้ายกันกลับไปทำงานเวินหร่านเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอนึกไว้แล้วว่าเรื่องที่เธอมีปากเสียงกับแม่ใหญ่และพี่สาว ผู้เป็นแม่จะต้องต่อว่าเธออย่างแน่นอนแต่ไม่คาดคิดเลยว่าแม่จะบุกมาอาละวาดเสียงดังถึงในบริษัทของเธอโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งสิ้นในใจของแม่มีเธอบ้างไหม เคยคิดว่าเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งบ้างหรือเปล่า?ทำไมทั้งที่แม่ใหญ่กดขี่รังแกแม่ลูกมาโดยตลอด แต่แม่กลับยังคงปกป้องอีกฝ่ายถึงเพียงนี้?ยิ่งคิดเวินหร่านก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจจนโกรธขึ้นมายิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้เลยแม้แต่น้อยจู่ ๆ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายเวินหร่านพยายามสูดลมหายใจเข้าลึ
ผู้เป็นแม่ก็ยังคงเหมือนกับเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยนขอแค่เธอมีเรื่องขัดแย้งกับแม่ใหญ่ ไม่ว่าถูกหรือผิดแม่ก็จะสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษเสมอไม่เคยคิดจะสนใจเลยว่าเธอต้องทนรับความคับแค้นใจมากแค่ไหนทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้คนที่ถูกแม่ใหญ่กดขี่รังแกมาโดยตลอดคือเธอแท้ ๆ แต่ทุกครั้งที่เธอต้องการออกหน้าแทนแม่ กลับถูกแม่หันมาสั่งสอนตักเตือนเสียเองจนสุดท้ายคนที่แม่ใหญ่เกลียดชังมากที่สุด กลับกลายเป็นตัวเธอเสียเอง“ต้องเป็นเพราะแกไปทำให้แม่ใหญ่โกรธแน่ ๆ แม่ใหญ่ถึงได้ลงมือตบแก!” เฉิงหว่านอี๋ตัดสินใจสรุปทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดเวินหร่านรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจอย่างประหลาดไม่อยากจะเอ่ยปากพูดอะไรกับผู้เป็นแม่ต่ออีกแล้วและไม่มีทางอธิบายให้เข้าใจได้เช่นกัน“ถ้าแม่ยืนกรานจะคิดแบบนั้น งั้นก็ตามใจแม่แล้วกันค่ะ”เธอหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าไปในห้องทำงาน ไม่อยากเสียเวลาและพลังใจมานั่งอธิบายต่ออีกแล้วอย่างไรเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีแต่ความผิดหวังอยู่ดีทว่าเฉิงหว่านอี๋กลับพยายามขัดขวาง ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปเสียเฉย ๆ “ฉันถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงว่าแกจะยอมกลับไปกับฉัน แล้วไปขอโทษแม่ใหญ่ดี ๆ ไหม?”“ไม่ค่ะ.
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้







