Share

บทที่ 6

Author: อาเป่า
เวินหร่านเปลือกตากระตุก

เขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?

คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?

“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธ

ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขา

ถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?

ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”

เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”

ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”

“แต่...” เวินหร่านลังเล

เขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?

ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?

สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”

เวินหร่าน “...”

เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อ

เวินหร่านกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเอง ไม่สนใจการหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงเสียดแทงของหวงอี้อันและสายตาสงสัยใคร่รู้ของเพื่อนร่วมงาน

เธอนั่งลงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเขียนใบขอลาออก

ความรุ่มร้อนทางกายบรรเทาลงไม่น้อยเพราะการตัดสินใจลาออก

“เวินหร่าน ทำไมประธานซางถึงเจาะจงเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศเหรอ? คงไม่ได้สนใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?” หลีลี่ชะโงกหน้าเข้ามาถามพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย

“ขอล่ะ เขาเป็นประธานเชียวนะ จะมาชอบคนธรรมดาอย่างฉันง่าย ๆ ได้อย่างไร?” เวินหร่านพิมพ์ไปพลางตอบ

หลีลี่ “เธอธรรมดาตรงไหน? แค่ของเดือนนี้ฉันก็ช่วยเธอจัดการดอกกุหลาบเกินยี่สิบช่อแล้วนะ? ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอ ประธานซางจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นก็ไม่แปลกนี่?”

ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น?

เวินหร่านที่กำลังพิมพ์อยู่หยุดชะงักเล็กน้อย

ถ้าประธานซางตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นจริง เธอก็มีโอกาสนอนกับเขาแล้วใช่ไหมนะ?

เขารูปร่างสูงใหญ่ เอวสอบขายาว เรื่องแบบนั้นก็น่าจะช่ำชองใช่ไหมนะ?

พระเจ้าช่วย!

เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?

หรือว่าโรคฮิสทีเรียจะกำเริบอีกแล้ว?

เวินหร่านหน้าแดงวาบ เธอส่ายหน้าเร็ว ๆ

“จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอหยุดเดาส่งเดชได้แล้ว ไปทำงานเถอะ!”

เธอกลับไปตั้งใจเขียนใบขอลาออก แล้วส่งไปที่กล่องอีเมลขาเข้าของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันก่อนเลิกงานในที่สุด

เวินหร่านเริ่มเก็บข้าวของ ตั้งใจว่าจะนำของส่วนตัวทั้งหมดกลับไปด้วย

เวลานั้นเอง หวงอี้อันโยนเอกสารกองโตลงบนโต๊ะเธอแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “เย็นนี้เธออยู่ทำโอที งานพวกนี้ก็ฝากเธอด้วยนะ!”

เวินหร่านเบิกตามองกองเอกสารหนาปึ้กตรงหน้า

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าหวงอี้อันฉวยโอกาสกลั่นแกล้งเธออีกแล้ว

หวงอี้อันรับสินบนจากแม่ใหญ่ของเธอ รับหน้าที่มา ‘สั่งสอน’ เธอโดยเฉพาะ

สองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องเขา การทำโอทีโดยไร้สาเหตุเป็นเรื่องธรรมดา

โดยเฉพาะวันนี้เธอยังถูกเรียกไปที่ออฟฟิศท่านประธานคนใหม่ ย่อมไปสะกิดความอิจฉาและความไม่พอใจของหวงอี้อันขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ถ้าเขาคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาใช้งานเยี่ยงทาสเหมือนที่ผ่านมาก็เข้าใจผิดแล้วล่ะ

“ผู้จัดการหวงคะ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว! ขออภัยด้วย ฉันจะกลับแล้วค่ะ!” เวินหร่านปฏิเสธคำสั่งของเขาอย่างเย็นชา

หวงอี้อันมองเธออย่างเหลือเชื่อ

คิดไม่ถึงว่าเวินหร่านที่ ‘ยอมคน’ มาแต่ไหนแต่ไรกลับกล้าต่อต้านเขา?

“อย่าคิดว่าวันนี้ท่านประธานเรียกเธอไปที่ออฟฟิศ เธอก็สามารถมองข้ามผู้จัดการอย่างฉันได้นะ! ในฝ่ายโครงการฉันใหญ่ที่สุด เธอกล้าขัดคำสั่งหัวหน้าอย่างเปิดเผย เชื่อไหมว่าฉันไล่เธอออกได้?” หวงอี้อันใบหน้าบิดเบี้ยว ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด

เวินหร่านเพียงตวัดสายตามองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ไล่ออกได้เลยค่ะ”

พูดจบก็หอบสัมภาระที่จัดเสร็จแล้วของตัวเองเดินออกจากบริษัทโดยไม่เหลียวหลัง

เสียงด่าทอของหวงอี้อันดังตามมา เธอก็ไม่สนใจเลยสักนิด

เวินหร่านไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เดินเหม่อลอยอยู่บนถนนตามลำพัง

ตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงสามีคงไม่อยู่ที่บ้านเหมือนกัน

หนึ่งปีที่แต่งงานกันมา พวกเขาแทบจะต่างคนต่างอยู่

กระทั่งโอกาสที่จะได้กินมื้อเย็นด้วยกันก็ยังมีน้อยนิด

ก่อนหน้านี้เวินหร่านเข้าใจว่าฟู่จิ่งเฉิงมีนิสัยเฉยชา ยังไม่คุ้นกับชีวิตหลังแต่งงานกับเธอ

ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

เขาแค่ไม่มีใจให้เธอก็เท่านั้นเอง

เวินหร่านหาอะไรง่าย ๆ กินข้างนอก ตอนกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว

แต่ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับบ้าน

ปกติไม่ว่าเขาจะไม่อยากเจอเธอแค่ไหนก็ยังกลับบ้านก่อนสามทุ่มตลอดมา

แต่ตอนนี้จวนจะห้าทุ่มแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเนี่ยนะ?

เวินหร่านนั่งลังเลบนโซฟาอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าโทรหาฟู่จิ่งเฉิง

“ฮัลโหล? ใครครับ?”

เสียงรอสายดังอยู่นานมากกว่าฟู่จิ่งเฉิงจะรับสาย

“ฉันเองค่ะ!”

ใบหน้าสวยของเวินหร่านแข็งทื่อไปหลายส่วน

เขาไม่ได้บันทึกเบอร์มือถือเธอไว้ด้วยซ้ำ!

พวกเขาแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว โทรศัพท์มือถือของคนเป็นสามีอย่างเขากลับไม่มีเบอร์มือถือของภรรยา มันใช่เหรอ?

“มีธุระอะไร?” ฟู่จิ่งเฉิงได้ยินว่าเป็นเธอ น้ำเสียงก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ดึกมากแล้วนะคะ คุณ...จะกลับบ้านเมื่อไรคะ?” เวินหร่านหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง

ฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ปลายสายอึ้งไปหลายวินาทีเพราะคำถามของเธอ

ผ่านไปพักใหญ่ค่อยตอบมาอย่างรำคาญ “อืม!”

อืมหมายความว่าอะไรกัน?

เธอถามว่าเขาจะกลับบ้านเมื่อไรนะ?

เวินหร่านตั้งใจว่าจะเตือนเขาสักหน่อย

ปลายสายกลับมีเสียงตู๊ด ๆ ดังขึ้นอย่างเย็นชา

เวินหร่าน “...”

ฟู่จิ่งเฉิงตัดสายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?

เวินหร่านถือมือถือ คิ้วบางขมวดเป็นปม

เธอที่เป็นภรรยาถามสามีที่กลับบ้านดึกของตัวเองว่าเมื่อไรจะกลับบ้านด้วยความหวังดี

เขากลับรำคาญขนาดนี้?

ไม่รอเขาแล้ว เวินหร่านตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอุ่นแล้วขึ้นเตียงพักผ่อน

ก่อนเธอหลับ ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับมา

ตอนนั้นจวนจะเที่ยงคืนแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงหลับไม่สนิท ฝันร้ายตลอดคืน

เดี๋ยวเธอก็ฝันเห็นหวงอี้อันกลั่นแกล้งเธอที่บริษัท เดี๋ยวก็ฝันเห็นฟู่จิ่งเฉิงต้องการหย่ากับเธอเพื่อไปแต่งงานกับเวินฉีพี่สาวของเธอ

ตอนที่เวินหร่านสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฟ้าก็สว่างแล้ว

คิดขึ้นได้ว่าเธอลาออกแล้ว วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน

เวินหร่านจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อนอนต่อ

แต่ฝันร้ายจากเมื่อคืนทำให้เธอฟุ้งซ่านไปหมด อย่างไรก็หลับไม่ลง

ไม่เพียงเท่านั้น ความรุ่มร้อนแปลก ๆ ยังก่อตัวขึ้นในร่างกายเธอ

ลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้น

อยากอีกแล้ว!

เวินหร่านข่มความรู้สึกทรมาน ลงจากเตียงมาทำมื้อเช้า พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง

แต่เมื่อพบว่าห้องนอนของฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่างเปล่า เขาไม่ได้กลับมาทั้งคืน

ความทรมานทางกายของเธอก็ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม

โรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบอีกแล้ว

เวินหร่านกลับไปนอนบนเตียง บิดร่างไปมา

ในหัวอดครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ฟู่จิ่งเฉิงไม่กลับบ้านทั้งคืนไม่ได้

หรือว่าเมื่อคืนเขาจะอยู่กับเวินฉีพี่สาวของเธอ?

เวินหร่านยิ่งคิดก็ยิ่งทรมาน

ไม่ใช่แค่จิตใจ ที่ทรมานยิ่งกว่าคือร่างกาย

ยิ่งไร้หนทางระบายก็ยิ่งกระหาย

ตอนที่ซางเลี่ยรุ่ยโทรมา เวินหร่านกำลังหน้าแดงจัด...

เดิมทีเธอไม่มีแก่ใจจะรับสาย คิดไม่ถึงว่าจะไปแตะโดนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้าพอดี

กดรับสายไปเสียแล้ว

ซางเลี่ยรุ่ยกำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินเสียงหอบหายใจของเวินหร่านดังมาจากปลายสาย

“คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 472

    ฟู่จิ่งเฉิงเพิ่งจะอ้าปากปฏิเสธ แต่หลีลี่ก็ถือวิสาสะแทรกตัวเข้าไปในรถหรูของเขาเสียแล้ว“...”ฟู่จิ่งเฉิงเกรงว่าเวินหร่านจะไม่พอใจ จึงทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้เขากอดเอวเวินหร่านแล้วก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังรถด้วยกันทว่าหลีลี่กลับสลับที่นั่งกับเวินหร่านอย่างรวดเร็ว ไปนั่งแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงเธอเจตนาขัดขวางไม่ให้ฟู่จิ่งเฉิงได้ใกล้ชิดกับเวินหร่านใบหน้าอันหล่อเหลาของฟู่จิ่งเฉิงกลืนหายไปกับความสลัวภายในตัวรถเส้นขากรรไกรขบเข้าหากันจนตึงทั่วร่างแผ่ไอความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนแต่หลีลี่ไม่ได้ใส่ใจ เธอคล้องแขนเวินหร่านทันทีแล้วเอ่ยชวน “หร่านหร่าน คืนนี้ไปนอนบ้านฉันนะ?”เธอไม่มีทางวางใจให้เวินหร่านอยู่ตามลำพังกับฟู่จิ่งเฉิงสองต่อสองหลังจากที่เธอกลับถึงบ้านไปจากประสบการณ์ของคนมีความรักมาหลายปี อดีตสามีของเวินหร่านคนนี้ต้องมีเจตนาไม่ซื่อกับเธออย่างแน่นอน “ห้ะ? ฉัน...”เวินหร่านชะงักไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเพื่อนสาวจะเอ่ยข้อเสนอนี้ขึ้นมากะทันหันก่อนหน้านี้พวกเธอไม่ได้ตกลงกันไว้สักหน่อยว่าคืนนี้เธอจะไปค้างที่บ้านหลีลี่เวินหร่านกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ทันใดนั้นก็ได

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 471

    “ประธานจ้าวครับ คุณนับวันยิ่งตาถั่วขึ้นทุกที! แม้แต่ภรรยาของผมก็ยังจำไม่ได้! ผมชักจะสงสัยวิสัยทัศน์ของคุณอย่างแรงเสียแล้วสิ เห็นทีว่าเรื่องความร่วมมือระหว่างเราคงจะต้องนำกลับไปพิจารณาใหม่อีกรอบแล้วล่ะครับ”ฟู่จิ่งเฉิงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ โดยไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อยประธานจ้าวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะผ่านไปพักใหญ่กว่าเขาจะตั้งสติได้ว่า หญิงสาวสวยคนนี้คือภรรยาของคุณชายรองฟู่ความรู้สึกผิดแล่นพล่านขึ้นมาในอก รีบกล่าวคำขอโทษทันที “ขอโทษจริง ๆ ครับ ประธานฟู่! นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด! เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ ครับ! คุณต้องเชื่อผมนะครับว่าผมไม่มีเจตนาจะล่วงเกินคุณและภรรยาของคุณแม้แต่น้อย...”เขาพยายามอธิบายสุดชีวิต แต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับไม่อยากจะปรายตามองเขาแม้แต่นิดเดียวประธานจ้าวร้อนรนจนแทบจะกินหัวตัวเองอยู่แล้วได้แต่นึกสาปแช่งตัวเองที่ไม่น่าไปหลงเชื่อข่าวลือที่ว่าคุณชายรองฟู่กับภรรยาความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกันที่แท้คุณชายรองฟู่ก็แคร์และให้ความสำคัญกับภรรยามากขนาดนี้ดันมาเกิดเรื่องเข้าใจผิดใหญ่โตแบบนี้ขึ้นในตอนนี้ จนแทบจะหาทางลงไม่ได้เลยทีเดียวบรรยากาศพลันตึงเครียดกระอักกระอ่วน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 470

    ฟู่จิ่งเฉิงเองก็มองเห็นเวินหร่านได้ในปราดเดียวเช่นกันเธอสวมชุดเดรสยาวสีดำเข้ารูป ทับด้วยเสื้อคลุมสีเหลืองสดใสเส้นผมถูกรวบเกล้าขึ้นสูงเผยให้เห็นลำคอระหงงดงามลุคนี้ทั้งเย้ายวนชวนมองและมีความบริสุทธิ์สดใสในเวลาเดียวกันจนดึงดูดสายตาของบรรดาผู้ชายในคลับให้หันมามองตามเป็นตาเดียวทว่าข้างกายเธอกลับมีเจียงจื่อหยวนยืนประกบไม่ห่างต่อให้มีชายหนุ่มคนไหนนึกสนใจอยากเข้ามาขอช่องทางการติดต่อเจียงจื่อหยวนก็จะทำหน้าที่ช่วยกันคนพวกนั้นออกไปราวกับเขาเป็นอัศวินคอยปกป้องดอกไม้ของเธอก็ไม่ปานอีกทั้งเวินหร่านยังคอยหันไปยิ้มแย้มและพูดคุยหยอกล้อกับอีกฝ่ายเป็นระยะ ๆ แม้จะมีระยะทางขัดขวางเป็นอุปสรรคจนทำให้ฟู่จิ่งเฉิงไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันแต่เขามองดูก็รู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดไม่ซื่อกับเวินหร่านอย่างแน่นอนความรู้สึกอึดอัดขัดเคืองใจพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่มือหนาทั้งสองข้างเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว“ประธานฟู่ครับ?”นักธุรกิจคนที่กำลังเจรจาอยู่ข้างกายเห็นเขาเผลอเหม่อลอยไป จึงเอ่ยเรียกขึ้นด้วยความสงสัยชายหนุ่มผู้นั้นมองตามสายตาของเขาออกไปและจำเจียงจื่อหยว

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 469

    เขาจะไปดีใจที่เวินหร่านรู้งานจนไม่ยอมเข้ามาวุ่นวายตื๊อให้รำคาญใจได้ยังไงกัน?เขามีแต่จะนึกเคืองว่าทำไมเธอถึงไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่รู้จักเล่นเกมหยิบยกจังหวะรัก หรือตามตื๊อไม่เลิกราเสียบ้าง?อย่างน้อยถ้าทำแบบนั้นเขาก็ยังมีโอกาสไม่ใช่เป็นแบบตอนนี้ ที่ทำเอาเขาควานหาช่องทางเข้าหาไม่ได้เลยสักทาง!เจียงฮ่าวมองหน้าเขาด้วยความตะลึง “บอสครับ หรือบอสคิดจะเลื่อนขั้นจากชู้รักขึ้นมาเป็นตัวจริงเหรอครับ?”ใบหน้าของซางเลี่ยรุ่ยบึ้งตึงดั่งน้ำค้างแข็งหากสายตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ ป่านนี้เจียงฮ่าวคงตายไปสักล้านรอบแล้วบรรยากาศทั่วทั้งห้องทำงานถูกปกคลุมไปด้วยความกดดันระดับต่ำจนแทบหายใจไม่ออกเจียงฮ่าวเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาทีหลังจึงรีบหาข้ออ้างแล้วเผ่นแน่บออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว...ช่วงค่ำวันนี้ เวินหร่านมีนัดทานข้าวกับหลีลี่ไว้ก่อนแล้วใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ฝ่ายโครงการที่หลีลี่สังกัดอยู่มีงานเลี้ยงสังสรรค์กะทันหันขึ้นมา เธอจึงลากเวินหร่านให้มาร่วมวงด้วยกันเสียเลยตั้งแต่เวินหร่านถูกย้ายไปประจำที่สำนักประธานบริหาร เธอก็ไม่ได้มาร่วมสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานฝ่ายโครงการนานมากแล้ววันนี้ถือเป็นโอก

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 468

    ทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับรู้สึกว่าเธอกำลังตีเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาเกินไปผู้หญิงคนไหนกันที่จะมาแบ่งแยกชัดเจนกับผู้ชายขนาดนี้?เป็นเพราะเธอไม่เคยใส่ใจและไม่ได้เก็บเขาไว้ในใจเลยต่างหากพูดง่าย ๆ ก็คือ เวินหร่านเห็นเขาเป็นแค่คู่นอนที่สนองตัณหาทางกายกันเท่านั้นจริง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยดิ่งลงด้วยความหม่นหมอง “ผมก็แค่ไปทำงานต่างประเทศแล้วซื้อติดมือกลับมา ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงทั้งนั้น! ถ้าคุณไม่อยากได้ก็โยนทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่อง!”“โยนทิ้งงั้นเหรอ?” เวินหร่านมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อกระเป๋าราคาสองล้านห้าแสนบาท จะบอกว่าโยนทิ้งก็โยนทิ้งเนี่ยนะ?“ของที่ซางเลี่ยรุ่ยอย่างผมให้ไปแล้ว ไม่มีทางรับคืนเด็ดขาด” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเผด็จการ“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว!” เวินหร่านชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับเธอถือกระเป๋าใบนั้นเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเขาอีกครั้งเธอเก็บกระเป๋าใส่กลับเข้าไปในกล่องของขวัญตามเดิม แล้ววางจัดเข้าที่ให้เหมือนกับตอนแรกถ้าจะโยนทิ้งเขาก็ควรจะจัดการโยนมันด้วยตัวเองสิเธอไม่มีทางตัดใจทำลายของแพงขนาดนี้ลงหรอกอีกอย่างคืนนี้เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะค้างคืนที่บ้าน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 467

    เวลานี้บริษัทยังไม่ถึงเวลาเลิกงานบรรดาพนักงานในแผนกเลขาสำนักประธานบริหารต่างก็ยังอยู่กันครบหากพวกเขาเดินออกไปด้วยสภาพนี้ ต่อให้ไม่อยากให้คนเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งคู่ผิดก็คงยากเต็มที“ฉันยอมกลับพร้อมคุณก็ได้ ปล่อยฉันก่อนค่ะ!”เวินหร่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลงตามเขาซางเลี่ยรุ่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยอมปล่อยมือแต่โดยดี...เขาพาเวินหร่านกลับมาที่คฤหาสน์ของเขาอีกครั้งเวินหร่านถูกเขาบีบบังคับให้ดื่มน้ำขิงผสมน้ำตาลอ้อยจนหมดไปสองชามเต็ม ๆ ซางเลี่ยรุ่ยลงมือเข้าครัวทำอาหารเย็นให้เธอทานด้วยตัวเองหลังจากเวินหร่านทานเสร็จ เขาก็เร่งรัดให้เธอไปอาบน้ำเข้านอน“ฉันอยากกลับบ้านค่ะ!”เธอไม่ได้อยากค้างคืนที่บ้านของเขาเท่าไรนักท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงคู่นอนกันเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้เธอก็เป็นประจำเดือนอยู่ด้วยในเมื่อไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่า การรั้งอยู่บ้านของซางเลี่ยรุ่ยต่อไปจึงไม่มีความหมายอะไรเลย“ช่วงนี้คุณเป็นประจำเดือน อยู่ที่นี่ผมจะได้คอยดูแลคุณได้” ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยด้วยความใส่ใจเวินหร่านกระตุกมุมปากเล็กน้อย “ฉันแค่เป็นประจำเดือนเองนะคะ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ใค

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 2

    เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 1

    “ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status