Share

บทที่ 6

Author: อาเป่า
เวินหร่านเปลือกตากระตุก

เขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?

คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?

“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธ

ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขา

ถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?

ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”

เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”

ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”

“แต่...” เวินหร่านลังเล

เขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?

ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?

สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”

เวินหร่าน “...”

เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อ

เวินหร่านกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเอง ไม่สนใจการหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงเสียดแทงของหวงอี้อันและสายตาสงสัยใคร่รู้ของเพื่อนร่วมงาน

เธอนั่งลงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเขียนใบขอลาออก

ความรุ่มร้อนทางกายบรรเทาลงไม่น้อยเพราะการตัดสินใจลาออก

“เวินหร่าน ทำไมประธานซางถึงเจาะจงเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศเหรอ? คงไม่ได้สนใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?” หลีลี่ชะโงกหน้าเข้ามาถามพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย

“ขอล่ะ เขาเป็นประธานเชียวนะ จะมาชอบคนธรรมดาอย่างฉันง่าย ๆ ได้อย่างไร?” เวินหร่านพิมพ์ไปพลางตอบ

หลีลี่ “เธอธรรมดาตรงไหน? แค่ของเดือนนี้ฉันก็ช่วยเธอจัดการดอกกุหลาบเกินยี่สิบช่อแล้วนะ? ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอ ประธานซางจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นก็ไม่แปลกนี่?”

ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น?

เวินหร่านที่กำลังพิมพ์อยู่หยุดชะงักเล็กน้อย

ถ้าประธานซางตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นจริง เธอก็มีโอกาสนอนกับเขาแล้วใช่ไหมนะ?

เขารูปร่างสูงใหญ่ เอวสอบขายาว เรื่องแบบนั้นก็น่าจะช่ำชองใช่ไหมนะ?

พระเจ้าช่วย!

เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?

หรือว่าโรคฮิสทีเรียจะกำเริบอีกแล้ว?

เวินหร่านหน้าแดงวาบ เธอส่ายหน้าเร็ว ๆ

“จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอหยุดเดาส่งเดชได้แล้ว ไปทำงานเถอะ!”

เธอกลับไปตั้งใจเขียนใบขอลาออก แล้วส่งไปที่กล่องอีเมลขาเข้าของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันก่อนเลิกงานในที่สุด

เวินหร่านเริ่มเก็บข้าวของ ตั้งใจว่าจะนำของส่วนตัวทั้งหมดกลับไปด้วย

เวลานั้นเอง หวงอี้อันโยนเอกสารกองโตลงบนโต๊ะเธอแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “เย็นนี้เธออยู่ทำโอที งานพวกนี้ก็ฝากเธอด้วยนะ!”

เวินหร่านเบิกตามองกองเอกสารหนาปึ้กตรงหน้า

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าหวงอี้อันฉวยโอกาสกลั่นแกล้งเธออีกแล้ว

หวงอี้อันรับสินบนจากแม่ใหญ่ของเธอ รับหน้าที่มา ‘สั่งสอน’ เธอโดยเฉพาะ

สองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องเขา การทำโอทีโดยไร้สาเหตุเป็นเรื่องธรรมดา

โดยเฉพาะวันนี้เธอยังถูกเรียกไปที่ออฟฟิศท่านประธานคนใหม่ ย่อมไปสะกิดความอิจฉาและความไม่พอใจของหวงอี้อันขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ถ้าเขาคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาใช้งานเยี่ยงทาสเหมือนที่ผ่านมาก็เข้าใจผิดแล้วล่ะ

“ผู้จัดการหวงคะ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว! ขออภัยด้วย ฉันจะกลับแล้วค่ะ!” เวินหร่านปฏิเสธคำสั่งของเขาอย่างเย็นชา

หวงอี้อันมองเธออย่างเหลือเชื่อ

คิดไม่ถึงว่าเวินหร่านที่ ‘ยอมคน’ มาแต่ไหนแต่ไรกลับกล้าต่อต้านเขา?

“อย่าคิดว่าวันนี้ท่านประธานเรียกเธอไปที่ออฟฟิศ เธอก็สามารถมองข้ามผู้จัดการอย่างฉันได้นะ! ในฝ่ายโครงการฉันใหญ่ที่สุด เธอกล้าขัดคำสั่งหัวหน้าอย่างเปิดเผย เชื่อไหมว่าฉันไล่เธอออกได้?” หวงอี้อันใบหน้าบิดเบี้ยว ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด

เวินหร่านเพียงตวัดสายตามองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ไล่ออกได้เลยค่ะ”

พูดจบก็หอบสัมภาระที่จัดเสร็จแล้วของตัวเองเดินออกจากบริษัทโดยไม่เหลียวหลัง

เสียงด่าทอของหวงอี้อันดังตามมา เธอก็ไม่สนใจเลยสักนิด

เวินหร่านไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เดินเหม่อลอยอยู่บนถนนตามลำพัง

ตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงสามีคงไม่อยู่ที่บ้านเหมือนกัน

หนึ่งปีที่แต่งงานกันมา พวกเขาแทบจะต่างคนต่างอยู่

กระทั่งโอกาสที่จะได้กินมื้อเย็นด้วยกันก็ยังมีน้อยนิด

ก่อนหน้านี้เวินหร่านเข้าใจว่าฟู่จิ่งเฉิงมีนิสัยเฉยชา ยังไม่คุ้นกับชีวิตหลังแต่งงานกับเธอ

ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

เขาแค่ไม่มีใจให้เธอก็เท่านั้นเอง

เวินหร่านหาอะไรง่าย ๆ กินข้างนอก ตอนกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว

แต่ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับบ้าน

ปกติไม่ว่าเขาจะไม่อยากเจอเธอแค่ไหนก็ยังกลับบ้านก่อนสามทุ่มตลอดมา

แต่ตอนนี้จวนจะห้าทุ่มแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเนี่ยนะ?

เวินหร่านนั่งลังเลบนโซฟาอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าโทรหาฟู่จิ่งเฉิง

“ฮัลโหล? ใครครับ?”

เสียงรอสายดังอยู่นานมากกว่าฟู่จิ่งเฉิงจะรับสาย

“ฉันเองค่ะ!”

ใบหน้าสวยของเวินหร่านแข็งทื่อไปหลายส่วน

เขาไม่ได้บันทึกเบอร์มือถือเธอไว้ด้วยซ้ำ!

พวกเขาแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว โทรศัพท์มือถือของคนเป็นสามีอย่างเขากลับไม่มีเบอร์มือถือของภรรยา มันใช่เหรอ?

“มีธุระอะไร?” ฟู่จิ่งเฉิงได้ยินว่าเป็นเธอ น้ำเสียงก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ดึกมากแล้วนะคะ คุณ...จะกลับบ้านเมื่อไรคะ?” เวินหร่านหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง

ฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ปลายสายอึ้งไปหลายวินาทีเพราะคำถามของเธอ

ผ่านไปพักใหญ่ค่อยตอบมาอย่างรำคาญ “อืม!”

อืมหมายความว่าอะไรกัน?

เธอถามว่าเขาจะกลับบ้านเมื่อไรนะ?

เวินหร่านตั้งใจว่าจะเตือนเขาสักหน่อย

ปลายสายกลับมีเสียงตู๊ด ๆ ดังขึ้นอย่างเย็นชา

เวินหร่าน “...”

ฟู่จิ่งเฉิงตัดสายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?

เวินหร่านถือมือถือ คิ้วบางขมวดเป็นปม

เธอที่เป็นภรรยาถามสามีที่กลับบ้านดึกของตัวเองว่าเมื่อไรจะกลับบ้านด้วยความหวังดี

เขากลับรำคาญขนาดนี้?

ไม่รอเขาแล้ว เวินหร่านตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอุ่นแล้วขึ้นเตียงพักผ่อน

ก่อนเธอหลับ ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับมา

ตอนนั้นจวนจะเที่ยงคืนแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงหลับไม่สนิท ฝันร้ายตลอดคืน

เดี๋ยวเธอก็ฝันเห็นหวงอี้อันกลั่นแกล้งเธอที่บริษัท เดี๋ยวก็ฝันเห็นฟู่จิ่งเฉิงต้องการหย่ากับเธอเพื่อไปแต่งงานกับเวินฉีพี่สาวของเธอ

ตอนที่เวินหร่านสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฟ้าก็สว่างแล้ว

คิดขึ้นได้ว่าเธอลาออกแล้ว วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน

เวินหร่านจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อนอนต่อ

แต่ฝันร้ายจากเมื่อคืนทำให้เธอฟุ้งซ่านไปหมด อย่างไรก็หลับไม่ลง

ไม่เพียงเท่านั้น ความรุ่มร้อนแปลก ๆ ยังก่อตัวขึ้นในร่างกายเธอ

ลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้น

อยากอีกแล้ว!

เวินหร่านข่มความรู้สึกทรมาน ลงจากเตียงมาทำมื้อเช้า พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง

แต่เมื่อพบว่าห้องนอนของฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่างเปล่า เขาไม่ได้กลับมาทั้งคืน

ความทรมานทางกายของเธอก็ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม

โรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบอีกแล้ว

เวินหร่านกลับไปนอนบนเตียง บิดร่างไปมา

ในหัวอดครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ฟู่จิ่งเฉิงไม่กลับบ้านทั้งคืนไม่ได้

หรือว่าเมื่อคืนเขาจะอยู่กับเวินฉีพี่สาวของเธอ?

เวินหร่านยิ่งคิดก็ยิ่งทรมาน

ไม่ใช่แค่จิตใจ ที่ทรมานยิ่งกว่าคือร่างกาย

ยิ่งไร้หนทางระบายก็ยิ่งกระหาย

ตอนที่ซางเลี่ยรุ่ยโทรมา เวินหร่านกำลังหน้าแดงจัด...

เดิมทีเธอไม่มีแก่ใจจะรับสาย คิดไม่ถึงว่าจะไปแตะโดนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้าพอดี

กดรับสายไปเสียแล้ว

ซางเลี่ยรุ่ยกำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินเสียงหอบหายใจของเวินหร่านดังมาจากปลายสาย

“คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 576

    ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ แน่นอนว่าย่อมต้องแสร้งทำเป็นวางท่าทางสง่างามสมเป็นกุลสตรีผู้ดีเสียหน่อยทนายโจวปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าอ่านประกาศต่อ “ส่วนหุ้นทั้งหมดของคุณเวินจี้หลี่ในเวินซื่อ จะถูกยกให้แก่เวินหร่านลูกสาวคนเล็กทั้งหมด... แต่มีข้อแม้ว่าเวินหร่านจะต้องเข้ามาทำงานในเวินซื่อ เริ่มไต่เต้าตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนกระทั่งขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปให้ได้เสียก่อน”คำพูดนี้ดั่งระเบิดลูกหนึ่งที่ถูกจุดชนวนจนระเบิดออก“ปัง...” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางวันแสก ๆ ทุกคนต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้ารวมถึงตัวของเวินหร่านเองด้วยเธอฟังผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?พ่อถึงกับจะยกเวินซื่อให้เธออย่างนั้นเหรอ?เธอกำลังฝันอยู่หรือไงกัน?เวินฉีไม่มีทางทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้เด็ดขาดเธอพุ่งพรวดเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทนายโจวทันที เอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “คุณอ่านผิดใช่ไหมคะ? พ่อฉันจะยกหุ้นเวินซื่อให้ยัยนี่ได้ยังไงกัน? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”เสิ่นอ้าวหลันเองก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเช่นกัน “นั่นสิคะ ทนายโจว คุณอ่านผิดหรือเปล่าคะ?”เมื่อครู่เธอยังดีใจกั

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 575

    เวินหร่านมีหรือจะไม่รู้ว่าเวินฉีคิดอะไรอยู่เธอชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยหางตาอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าพูดถึงเรื่องวางท่าสูงส่งล่ะก็ พี่เองก็ไม่ได้สูงไปกว่าฉันเท่าไหร่หรอกน่า! ไม่เห็นเหรอว่าฉันยังมาก่อนพี่ซะอีก?”“แก!” สีหน้าของเวินฉีแปรเปลี่ยนไปมา ถลึงมองเธอด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชังเสิ่นอ้าวหลันผู้เป็นแม่ใหญ่แสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันที “เวินหร่าน แกพูดจาอย่างนี้กับพี่สาวแกน่ะเหรอ?”เวินจี้หลี่เองก็ชักสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาเช่นกัน “นับวันยิ่งไร้กฎระเบียบขึ้นทุกที”เฉิงหว่านอี๋เห็นดังนั้นนอกจากจะไม่ช่วยพูดแก้ต่างให้ลูกสาวแล้ว กลับหันมาเอ่ยกับเวินหร่านว่า “ยังไม่รีบขอโทษพี่เขาอีก”เวินหร่านเกือบจะตกตะลึงจนอ้าปากค้างเธอพูดอะไรผิดถึงขั้นต้องไปก้มหัวขอโทษเวินฉีด้วยเล่า?ก็แค่โดนเวินฉีเหน็บแนมแดกดันใส่ แล้วเธอสวนกลับไปคำเดียวเท่านั้นเองทั้งพ่อ แม่ใหญ่ และแม่เล็กต่างก็พากันเข้าข้างเวินฉี และรุมเล่นงานเธอกันหมดเวินหร่านรู้สึกพูดไม่ออกดูท่าแล้วตำแหน่งของเธอในสายตาของคนเหล่านี้ จะต่ำต้อยกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีกในขณะที่ตำแหน่งของเวินฉีในใจพวกเขากลับสูงส่งกว่าที่เธอคิดไว้มากนักพวกเขาทุก

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 574

    “ไป!”ซางเลี่ยรุ่ยแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดีเอ่ยคำพูดออกมาเพียงแค่คำเดียวทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจคุกคามอย่างยิ่งยวดในที่สุดฟู่จิ่งเฉิงก็ยอมขยับตัวหลีกทางให้เวินหร่านรีบสาวเท้าก้าวข้ามผ่านตัวเขาไปอย่างรวดเร็ว ไปหยุดยืนอยู่ข้างกายของซางเลี่ยรุ่ยราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วเธอจะปลอดภัยเวินหร่านเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ทั้งที่หากพูดถึงความสนิทชิดเชื้อแล้ว ในอดีตซางเลี่ยรุ่ยเป็นแค่คู่นอนของเธอเท่านั้น แต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับเคยเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับเธอทว่าเธอกลับมีความรู้สึกฝังใจโดยไม่รู้ตัวว่า ซางเลี่ยรุ่ยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าฟู่จิ่งเฉิงเสียอีกเวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วไม่ได้หันกลับไปมองฟู่จิ่งเฉิงอีกภายในแววตาของฟู่จิ่งเฉิงฝังซ่อนเปลวเพลิงระอุสีดำเอาไว้กองหนึ่งใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนน่ากลัวขึ้นมาฉับพลันเวินหร่านกล้าสวมเขาให้เขาอย่างนั้นเหรอเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!...“คุณมาได้ยังไงเนี่ย?”เวินหร่านเดินเคียงคู่กับซางเลี่ยรุ่ยออกมาจากห้องอาหาร จู

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 573

    เวินหร่านเพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าเวลานั้นพนักงานเสิร์ฟก็ผลักประตูห้องส่วนตัวเข้ามา พร้อมกับยกอาหารที่ซางเลี่ยรุ่ยสั่งไว้ก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟทั้งสองคนจึงเริ่มลงมือทานอาหารและไม่ได้คุยค้างถึงหัวข้อเมื่อครู่ต่อซางเลี่ยรุ่ยทานไม่มากเท่าไหร่ สักพักก็อิ่มแล้วเมื่อเห็นกุ้งตัวใหญ่ตรงหน้าเวินหร่านแทบจะไม่ถูกแตะต้องเลยซางเลี่ยรุ่ยจึงยื่นมือไปช่วยเธอแกะเปลือกกุ้งท่าทางที่แสดงออกมาทั้งสุภาพและสง่างามหลังจากแกะเสร็จก็เลื่อนจานกุ้งทั้งหมดมาตรงหน้าเวินหร่าน“ทานสิ”เวินหร่านชะงักไปเล็กน้อยคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะแกะกุ้งให้เธอ“ขอบคุณค่ะ!”เธอเอ่ยขอบคุณด้วยความเกรงใจพวงแก้มแดงระเรื่อท่าทางเช่นนี้ของเธอทำเอาหัวใจของซางเลี่ยรุ่ยไหววูบขึ้นมาอีกครั้งวินาทีนี้ต่อให้ต้องให้เขาทำเรื่องอะไรเพื่อเธอ เขาก็เต็มใจอย่างยิ่งเวินหร่านทานกุ้งเสร็จก็ทานข้าวสวยต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นก็อิ่มแล้วเช่นกันซางเลี่ยรุ่ยเรียกพนักงานเสิร์ฟมาเช็คบิลส่วนเธอเดินไปเข้าห้องน้ำผลคือพอทำธุระเสร็จและเดินออกมา ก็บังเอิญชนเข้ากับฟู่จิ่งเฉิงที่หน้าประตูพอดีสายตาของเขาขมุกขมัวลึกล้ำ จ้องเขม็งมาท

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 572

    ราวกับถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจังฟู่จิ่งเฉิงโกรธเคืองเป็นอย่างมากทว่าเขากลับไม่ได้แสดงอาการออกมาแต่กลับโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ แล้วปลอบโยนด้วยท่าทีที่ดูราวกับมีความอดทนสูง “อย่าคิดมากเลย บริษัทมีงานต้องให้ผมไปจัดการจริง ๆ ”เสิ่นปิงเจี๋ยยังคงเคลือบแคลงสงสัย “จริงเหรอ?”“แน่นอนสิ!”ฟู่จิ่งเฉิงเอ่ยปลอบเธอต่อ เพียงแต่แววตาทอประกายยิ้มแย้มกลับไปไม่ถึงก้นบึ้งของดวงตาเขาต่อสายเรียกคนขับรถอย่างรวดเร็วเพื่อให้มารับเสิ่นปิงเจี๋ยกลับไปจากนั้นก็หมุนตัวกลับแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เมื่อครู่เวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยเพิ่งเดินจากไป......เวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยทิ้งตัวลงนั่งในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งผนังด้านหนึ่งของห้องส่วนตัวนี้เป็นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่จรดเพดานมองออกไปนอกกระจกใสบานนั้นจะเห็นผืนทะเลสาบอยู่เบื้องหน้าผืนน้ำยามค่ำคืนสะท้อนประกายระยิบระยับ ทิวทัศน์งดงามยิ่งนักทว่าเวินหร่านกลับไม่มีอารมณ์จะมาชื่นชมมันเลยเธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมาบังเอิญเจอเข้ากับฟู่จิ่งเฉิงที่นี่เช่นนี้แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยก็คงกระจ่างชัดโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดต่อให้เธออยากจะอธิบาย

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 571

    ทว่าในเวลานี้ สายตากลับจับจ้องติดหนึบอยู่กับผู้หญิงคนอื่นราวกับว่าไม่มีตัวตนของเธออยู่ในสายตาเลยสักนิดเธอรู้สึกผิดหวังเหลือเกินในใจรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าซางเลี่ยรุ่ยสังเกตเห็นฟู่จิ่งเฉิงเข้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันในขณะนี้ เขากวาดตามองสีหน้าท่าทางของฟู่จิ่งเฉิงกับผู้หญิงที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายจนถี่ถ้วนพลันเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้เลื่อนสถานะแล้วฟู่จิ่งเฉิงคงคาดไม่ถึงสินะว่าเขาจะมาอยู่กับเวินหร่านแม้ว่าในตอนนี้เขายังไม่มีสถานะที่เป็นทางการ แต่อีกไม่นานก็คงจะมี“เฉิง นั่นอดีตภรรยาของคุณไม่ใช่เหรอ?”เสิ่นปิงเจี๋ยเห็นว่าฟู่จิ่งเฉิงเอาแต่เมินเฉยไม่สนใจเธอ จึงอดไม่ได้ที่จะเขย่าแขนเขาด้วยความร้อนรนพยายามดึงความสนใจของเขากลับมาฟู่จิ่งเฉิงเม้มริมฝีปากบางแน่น ใบหน้าหล่อเหลาดำทะมึนเวลานี้สายตาทั้งหมดของเขาจับจ้องอยู่บนมือของฟู่จิ่งเฉิงและเวินหร่านที่กุมประสานเข้าหากันยามที่เห็นเวินหร่านยืนอยู่อย่างแนบชิดกับผู้ชายอีกคนที่ดีทั้งรูปร่างหน้าตา ชาติตระกูล และเบื้องหลังเหนือกว่าตนทุกอย่างความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็พุ่งเข้าจู่โจ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status