Partager

บทที่ 6

Auteur: อาเป่า
เวินหร่านเปลือกตากระตุก

เขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?

คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?

“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธ

ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขา

ถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?

ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”

เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”

ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”

“แต่...” เวินหร่านลังเล

เขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?

ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?

สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”

เวินหร่าน “...”

เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”

ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อ

เวินหร่านกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเอง ไม่สนใจการหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงเสียดแทงของหวงอี้อันและสายตาสงสัยใคร่รู้ของเพื่อนร่วมงาน

เธอนั่งลงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเขียนใบขอลาออก

ความรุ่มร้อนทางกายบรรเทาลงไม่น้อยเพราะการตัดสินใจลาออก

“เวินหร่าน ทำไมประธานซางถึงเจาะจงเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศเหรอ? คงไม่ได้สนใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?” หลีลี่ชะโงกหน้าเข้ามาถามพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย

“ขอล่ะ เขาเป็นประธานเชียวนะ จะมาชอบคนธรรมดาอย่างฉันง่าย ๆ ได้อย่างไร?” เวินหร่านพิมพ์ไปพลางตอบ

หลีลี่ “เธอธรรมดาตรงไหน? แค่ของเดือนนี้ฉันก็ช่วยเธอจัดการดอกกุหลาบเกินยี่สิบช่อแล้วนะ? ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอ ประธานซางจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นก็ไม่แปลกนี่?”

ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น?

เวินหร่านที่กำลังพิมพ์อยู่หยุดชะงักเล็กน้อย

ถ้าประธานซางตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นจริง เธอก็มีโอกาสนอนกับเขาแล้วใช่ไหมนะ?

เขารูปร่างสูงใหญ่ เอวสอบขายาว เรื่องแบบนั้นก็น่าจะช่ำชองใช่ไหมนะ?

พระเจ้าช่วย!

เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?

หรือว่าโรคฮิสทีเรียจะกำเริบอีกแล้ว?

เวินหร่านหน้าแดงวาบ เธอส่ายหน้าเร็ว ๆ

“จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอหยุดเดาส่งเดชได้แล้ว ไปทำงานเถอะ!”

เธอกลับไปตั้งใจเขียนใบขอลาออก แล้วส่งไปที่กล่องอีเมลขาเข้าของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันก่อนเลิกงานในที่สุด

เวินหร่านเริ่มเก็บข้าวของ ตั้งใจว่าจะนำของส่วนตัวทั้งหมดกลับไปด้วย

เวลานั้นเอง หวงอี้อันโยนเอกสารกองโตลงบนโต๊ะเธอแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “เย็นนี้เธออยู่ทำโอที งานพวกนี้ก็ฝากเธอด้วยนะ!”

เวินหร่านเบิกตามองกองเอกสารหนาปึ้กตรงหน้า

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าหวงอี้อันฉวยโอกาสกลั่นแกล้งเธออีกแล้ว

หวงอี้อันรับสินบนจากแม่ใหญ่ของเธอ รับหน้าที่มา ‘สั่งสอน’ เธอโดยเฉพาะ

สองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องเขา การทำโอทีโดยไร้สาเหตุเป็นเรื่องธรรมดา

โดยเฉพาะวันนี้เธอยังถูกเรียกไปที่ออฟฟิศท่านประธานคนใหม่ ย่อมไปสะกิดความอิจฉาและความไม่พอใจของหวงอี้อันขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ถ้าเขาคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาใช้งานเยี่ยงทาสเหมือนที่ผ่านมาก็เข้าใจผิดแล้วล่ะ

“ผู้จัดการหวงคะ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว! ขออภัยด้วย ฉันจะกลับแล้วค่ะ!” เวินหร่านปฏิเสธคำสั่งของเขาอย่างเย็นชา

หวงอี้อันมองเธออย่างเหลือเชื่อ

คิดไม่ถึงว่าเวินหร่านที่ ‘ยอมคน’ มาแต่ไหนแต่ไรกลับกล้าต่อต้านเขา?

“อย่าคิดว่าวันนี้ท่านประธานเรียกเธอไปที่ออฟฟิศ เธอก็สามารถมองข้ามผู้จัดการอย่างฉันได้นะ! ในฝ่ายโครงการฉันใหญ่ที่สุด เธอกล้าขัดคำสั่งหัวหน้าอย่างเปิดเผย เชื่อไหมว่าฉันไล่เธอออกได้?” หวงอี้อันใบหน้าบิดเบี้ยว ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด

เวินหร่านเพียงตวัดสายตามองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ไล่ออกได้เลยค่ะ”

พูดจบก็หอบสัมภาระที่จัดเสร็จแล้วของตัวเองเดินออกจากบริษัทโดยไม่เหลียวหลัง

เสียงด่าทอของหวงอี้อันดังตามมา เธอก็ไม่สนใจเลยสักนิด

เวินหร่านไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เดินเหม่อลอยอยู่บนถนนตามลำพัง

ตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงสามีคงไม่อยู่ที่บ้านเหมือนกัน

หนึ่งปีที่แต่งงานกันมา พวกเขาแทบจะต่างคนต่างอยู่

กระทั่งโอกาสที่จะได้กินมื้อเย็นด้วยกันก็ยังมีน้อยนิด

ก่อนหน้านี้เวินหร่านเข้าใจว่าฟู่จิ่งเฉิงมีนิสัยเฉยชา ยังไม่คุ้นกับชีวิตหลังแต่งงานกับเธอ

ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

เขาแค่ไม่มีใจให้เธอก็เท่านั้นเอง

เวินหร่านหาอะไรง่าย ๆ กินข้างนอก ตอนกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว

แต่ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับบ้าน

ปกติไม่ว่าเขาจะไม่อยากเจอเธอแค่ไหนก็ยังกลับบ้านก่อนสามทุ่มตลอดมา

แต่ตอนนี้จวนจะห้าทุ่มแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเนี่ยนะ?

เวินหร่านนั่งลังเลบนโซฟาอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าโทรหาฟู่จิ่งเฉิง

“ฮัลโหล? ใครครับ?”

เสียงรอสายดังอยู่นานมากกว่าฟู่จิ่งเฉิงจะรับสาย

“ฉันเองค่ะ!”

ใบหน้าสวยของเวินหร่านแข็งทื่อไปหลายส่วน

เขาไม่ได้บันทึกเบอร์มือถือเธอไว้ด้วยซ้ำ!

พวกเขาแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว โทรศัพท์มือถือของคนเป็นสามีอย่างเขากลับไม่มีเบอร์มือถือของภรรยา มันใช่เหรอ?

“มีธุระอะไร?” ฟู่จิ่งเฉิงได้ยินว่าเป็นเธอ น้ำเสียงก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ดึกมากแล้วนะคะ คุณ...จะกลับบ้านเมื่อไรคะ?” เวินหร่านหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง

ฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ปลายสายอึ้งไปหลายวินาทีเพราะคำถามของเธอ

ผ่านไปพักใหญ่ค่อยตอบมาอย่างรำคาญ “อืม!”

อืมหมายความว่าอะไรกัน?

เธอถามว่าเขาจะกลับบ้านเมื่อไรนะ?

เวินหร่านตั้งใจว่าจะเตือนเขาสักหน่อย

ปลายสายกลับมีเสียงตู๊ด ๆ ดังขึ้นอย่างเย็นชา

เวินหร่าน “...”

ฟู่จิ่งเฉิงตัดสายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?

เวินหร่านถือมือถือ คิ้วบางขมวดเป็นปม

เธอที่เป็นภรรยาถามสามีที่กลับบ้านดึกของตัวเองว่าเมื่อไรจะกลับบ้านด้วยความหวังดี

เขากลับรำคาญขนาดนี้?

ไม่รอเขาแล้ว เวินหร่านตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอุ่นแล้วขึ้นเตียงพักผ่อน

ก่อนเธอหลับ ฟู่จิ่งเฉิงก็ยังไม่กลับมา

ตอนนั้นจวนจะเที่ยงคืนแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงหลับไม่สนิท ฝันร้ายตลอดคืน

เดี๋ยวเธอก็ฝันเห็นหวงอี้อันกลั่นแกล้งเธอที่บริษัท เดี๋ยวก็ฝันเห็นฟู่จิ่งเฉิงต้องการหย่ากับเธอเพื่อไปแต่งงานกับเวินฉีพี่สาวของเธอ

ตอนที่เวินหร่านสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฟ้าก็สว่างแล้ว

คิดขึ้นได้ว่าเธอลาออกแล้ว วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน

เวินหร่านจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อนอนต่อ

แต่ฝันร้ายจากเมื่อคืนทำให้เธอฟุ้งซ่านไปหมด อย่างไรก็หลับไม่ลง

ไม่เพียงเท่านั้น ความรุ่มร้อนแปลก ๆ ยังก่อตัวขึ้นในร่างกายเธอ

ลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้น

อยากอีกแล้ว!

เวินหร่านข่มความรู้สึกทรมาน ลงจากเตียงมาทำมื้อเช้า พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง

แต่เมื่อพบว่าห้องนอนของฟู่จิ่งเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่างเปล่า เขาไม่ได้กลับมาทั้งคืน

ความทรมานทางกายของเธอก็ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม

โรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบอีกแล้ว

เวินหร่านกลับไปนอนบนเตียง บิดร่างไปมา

ในหัวอดครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ฟู่จิ่งเฉิงไม่กลับบ้านทั้งคืนไม่ได้

หรือว่าเมื่อคืนเขาจะอยู่กับเวินฉีพี่สาวของเธอ?

เวินหร่านยิ่งคิดก็ยิ่งทรมาน

ไม่ใช่แค่จิตใจ ที่ทรมานยิ่งกว่าคือร่างกาย

ยิ่งไร้หนทางระบายก็ยิ่งกระหาย

ตอนที่ซางเลี่ยรุ่ยโทรมา เวินหร่านกำลังหน้าแดงจัด...

เดิมทีเธอไม่มีแก่ใจจะรับสาย คิดไม่ถึงว่าจะไปแตะโดนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้าพอดี

กดรับสายไปเสียแล้ว

ซางเลี่ยรุ่ยกำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินเสียงหอบหายใจของเวินหร่านดังมาจากปลายสาย

“คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 344

    เธอหมุนตัวหันหลังให้ผู้เป็นแม่เฉิงหว่านอี๋รับไม่ได้และตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง “เวินหร่าน! ฉันเป็นแม่แกนะ!”เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่เวินหร่านกล้าปฏิบัติต่อตนเองเช่นนี้ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตเห็นว่าเวินหร่านไม่อยากสนใจเธอจริง ๆ จึงส่งสายตาให้ รปภ. พาตัวเฉิงหว่านอี๋ออกไปพร้อมทั้งออกคำสั่งให้คนอื่น ๆ แยกย้ายกันกลับไปทำงานเวินหร่านเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอนึกไว้แล้วว่าเรื่องที่เธอมีปากเสียงกับแม่ใหญ่และพี่สาว ผู้เป็นแม่จะต้องต่อว่าเธออย่างแน่นอนแต่ไม่คาดคิดเลยว่าแม่จะบุกมาอาละวาดเสียงดังถึงในบริษัทของเธอโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งสิ้นในใจของแม่มีเธอบ้างไหม เคยคิดว่าเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งบ้างหรือเปล่า?ทำไมทั้งที่แม่ใหญ่กดขี่รังแกแม่ลูกมาโดยตลอด แต่แม่กลับยังคงปกป้องอีกฝ่ายถึงเพียงนี้?ยิ่งคิดเวินหร่านก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจจนโกรธขึ้นมายิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้เลยแม้แต่น้อยจู่ ๆ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายเวินหร่านพยายามสูดลมหายใจเข้าลึ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 343

    ผู้เป็นแม่ก็ยังคงเหมือนกับเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยนขอแค่เธอมีเรื่องขัดแย้งกับแม่ใหญ่ ไม่ว่าถูกหรือผิดแม่ก็จะสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษเสมอไม่เคยคิดจะสนใจเลยว่าเธอต้องทนรับความคับแค้นใจมากแค่ไหนทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้คนที่ถูกแม่ใหญ่กดขี่รังแกมาโดยตลอดคือเธอแท้ ๆ แต่ทุกครั้งที่เธอต้องการออกหน้าแทนแม่ กลับถูกแม่หันมาสั่งสอนตักเตือนเสียเองจนสุดท้ายคนที่แม่ใหญ่เกลียดชังมากที่สุด กลับกลายเป็นตัวเธอเสียเอง“ต้องเป็นเพราะแกไปทำให้แม่ใหญ่โกรธแน่ ๆ แม่ใหญ่ถึงได้ลงมือตบแก!” เฉิงหว่านอี๋ตัดสินใจสรุปทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดเวินหร่านรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจอย่างประหลาดไม่อยากจะเอ่ยปากพูดอะไรกับผู้เป็นแม่ต่ออีกแล้วและไม่มีทางอธิบายให้เข้าใจได้เช่นกัน“ถ้าแม่ยืนกรานจะคิดแบบนั้น งั้นก็ตามใจแม่แล้วกันค่ะ”เธอหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าไปในห้องทำงาน ไม่อยากเสียเวลาและพลังใจมานั่งอธิบายต่ออีกแล้วอย่างไรเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีแต่ความผิดหวังอยู่ดีทว่าเฉิงหว่านอี๋กลับพยายามขัดขวาง ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปเสียเฉย ๆ “ฉันถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงว่าแกจะยอมกลับไปกับฉัน แล้วไปขอโทษแม่ใหญ่ดี ๆ ไหม?”“ไม่ค่ะ.

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 342

    รอยแผลบนใบหน้าของเวินหร่านใช้เวลาถึงสามวันจึงจะยุบหายบวมเธอสวมหน้ากากอนามัยไปทำงาน โชคดีที่เพื่อนร่วมงานต่างรู้กันโดยนัยและไม่มีใครซักไซ้ไล่เลียงอะไรณ มุมชงกาแฟ ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่ฉินเยว่เชาเพิ่งไปติดพันกับดาราหญิงคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้“ไม่นึกเลยว่าคุณชายฉินเพิ่งจะหย่าได้ไม่นาน ก็เลี้ยงดูดาราหญิงเสียแล้ว”“สำหรับผู้ชายที่มีฐานะและหน้าตาทางสังคมแบบเขา นี่นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรกัน?”“ประเด็นคือฉันได้ยินมาว่าอดีตภรรยาของคุณชายฉินเพิ่งจะก่อเรื่องฆ่าตัวตายที่โรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันก่อน...”“จริงเหรอเนี่ย? หรือว่าจะเป็นเพราะคุณชายฉินไปคบกับดาราหญิงคนนั้นกัน?”เวินหร่านเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนเหล่านี้จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า การที่เวินฉีพยายามฆ่าตัวตายครั้งก่อนนั้น ไม่ใช่แค่เพราะฉินเยว่เชาต้องการหย่ากับเธอเท่านั้นแต่ยังมีสาเหตุที่สำคัญยิ่งกว่าอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือฉินเยว่เชามีรักครั้งใหม่ทันทีที่หย่าเสร็จเวินฉีได้รับกรรมตามสนองเสียแล้วหลังจากที่เธอแต่งงานกับฉินเยว่เชาแล้ว เวินฉีก็ยังคงตามตื๊อฟู่จิ่งเฉิงอดีตสามีของเธอมาโดยตลอดรักษาสัมพันธ์อันคลุมเครือกับน้องเ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 341

    เมื่อยามเขินอาย พวงแก้มทั้งสองข้างก็แต้มด้วยสีแดงระเรื่อยิ่งขับเน้นความเย้ายวนให้เด่นชัดขึ้นมาทว่านัยน์ตากลับทอประกายความบริสุทธิ์ใสซื่อตามธรรมชาติทั้งอ่อนหวานและมีชีวิตชีวาชวนให้ผู้คนเผลอไผลถูกดึงดูดเข้าหาเธอหัวปักหัวปรำโดยไม่รู้ตัวเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปซางเลี่ยรุ่ยจึงสามารถพิจารณาเครื่องหน้าของเธอได้อย่างละเอียดกระทั่งมองเห็นขนอ่อนเส้นเล็กบนผิวแก้มของเธอแพขนตาของเธอกำลังสั่นระริกด้วยความประหม่าหัวใจของเขาก็กระตุกวูบไหวเขาใช้มือเชยคางของเธอขึ้น ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากสีแดงสดที่ชวนลิ้มลองนั้นเวินหร่านดิ้นรนตามสัญชาตญาณทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับกระชับเอวบางของเธอแน่น บังคับให้เธอยอมรับจูบนี้แต่โดยดีเวินหร่านมองเห็นประกายแสงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในก้นบึ้งดวงตาของเขาไม่ใช่แค่เปลวไฟแห่งความปรารถนา แต่คล้ายกับประกายความตื่นเต้นดีใจเสียมากกว่าแค่จูบเดียว ถึงกับทำให้เขาตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ?เวินหร่านงุนงงไปชั่วขณะดวงตาทั้งสองข้างมองเขาอย่างเหม่อลอยปล่อยให้เขาเพิ่มความเร่งเร้า และจูบเธออย่างร้อนแรงไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ซางเลี่ยรุ่ยถึงยอมผ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 340

    เวินหร่านเบนสายตาหลบ พลันแย้มยิ้มขมขื่น “แม่ใหญ่ฉันเองค่ะ!”คิ้วของซางเลี่ยรุ่ยขมวดแน่นเข้าหากันยิ่งกว่าเดิมเขารู้ดีว่าตระกูลเวินมักจะมีเสิ่นอ้าวหลัน ผู้เป็นภรรยาหลวงของคุณพ่อเธอเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเขาก็พอจะคาดเดาออกว่า ช่วงหลายปีมานี้การใช้ชีวิตในตระกูลเวินของเธอคงไม่ง่ายดายนักทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเลวร้ายถึงเพียงนี้เติบใหญ่จนโตป่านนี้แล้ว ยังต้องโดนลงไม้ลงมืออีก!สายตาของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องอยู่ที่แก้มขวาของเธอตาไม่กะพริบมันบวมช้ำขึ้นมาอย่างหนักคาดว่าเส้นเลือดฝอยใต้ชั้นผิวหนังคงจะแตกเสียแล้วผิวพรรณของเธอมักจะขาวผ่องบอบบางอยู่เสมอแต่คนที่ลงมือกลับไม่ละเว้นหรือเมตตาไว้หน้าให้เลยสักนิดซางเลี่ยรุ่ยยื่นมือออกไปสัมผัสลงบนแก้มขวาของเธอการเคลื่อนไหวแผ่วเบานุ่มนวลแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมระมัดระวังอย่างถึงที่สุดฝ่ามืออันอบอุ่นของเขา ขัดกับสีหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็งอย่างสิ้นเชิง“เจ็บไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามด้วยความปวดใจเวินหร่านผลักมือของเขาออกไปเบา ๆ เม้มริมฝีปากสีสด รู้สึกกระดากอายและยากจะเผชิญหน้าเหตุผลที่เธอลาหยุด และไม่อยากออกไปทำงานที่บริษัทในวันพรุ่งนี

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 339

    ผลปรากฏว่ายัยเด็กนั่นกลับได้ใจปีนเกลียว ไม่เห็นหัวเธอและ “ลูกสาว” ของเธอเลยสักนิดเวินจ้าวเหลียงอดไม่ได้ที่จะพึมพำงึมงำ “จะพูดยังไง เธอก็เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณพ่อ เป็นน้องสาวของผมอยู่วันยันค่ำ!”“พูดจาเพ้อเจ้อ!” เสิ่นอ้าวหลันตวาด “น้องสาวของแกมีแค่คนเดียวเท่านั้น คือเวินฉี!”เอ่ยจบเธอก็ยื่นมือไปบิดดึงหูลูกชายอย่างแรง “แกจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”เวินจ้าวเหลียงร้องเจ็บปวดขึ้นมาทันควัน รีบเอ่ยปากขอร้องอ้อนวอน “แม่ ผมเจ็บนะ ปล่อยนะครับ!”เสิ่นอ้าวหลันทำสีหน้าเข้มงวดดุดัน “ถ้าไม่เจ็บแกก็ไม่รู้จักจำใส่หัว!”เวินฉีนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย มองดูผู้เป็นแม่สั่งสอนพี่ชาย โดยมีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความสมน้ำหน้าและสะใจวูบหนึ่งแม่ใหญ่ในยามนี้ยังคงไม่รู้เลยว่า เวินหร่านต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ สายเลือดเดียวกันของตนเองการได้เห็นสองแม่ลูกต้องมาระหองระแหงแตกหักกันต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ในใจของเธอจึงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก...เวินหร่านเดินทางกลับมาถึงบ้านใบหน้าซีกขวาข้างที่โดนเสิ่นอ้าวหลันตบยังคงปวดแสบปวดร้อนระบมไม่หายพอลองส่องกระจกดูกลับพบว่า มันปู

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 2

    เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 1

    “ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status