แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: อาเป่า
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้

แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมา

นอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น

“ท่าน... ท่านประธานคะ...”

เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงาน

เสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่สายฟ้าแลบที่บริษัทของเธอเลยล่ะ?

เธอลอบยินดีอยู่ชั่วขณะ แต่ก็ถูกประสาทสัมผัสซัดหายไปอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามของซางเลี่ยรุ่ยพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง

“สายขนาดนี้แล้วคุณยังไม่มาทำงาน? แต่กลับทำเรื่องแบบนั้นอยู่ที่บ้านเนี่ยนะ?”

ใบหน้าสวยของเวินหร่านร้อนฉ่า

ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะกดรับสายบอสใหญ่โดยบังเอิญในขณะที่กำลังช่วยตัวเองอยู่? ทั้งยังถูกเขาได้ยินเข้าพอดีอีกด้วย?

แต่เธออดไม่ไหวแล้วจริง ๆ

โรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบขึ้นมาทีไรก็ไม่อาจควบคุมได้เลย

“ฉัน... ฉันลาออกแล้วนะคะ...” เวินหร่านส่งเสียงตะกุกตะกัก

ซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้ว “ลาออก? ผมไม่เห็นรู้เลย? พนักงานต้องแจ้งลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือน ทั้งยังต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายกฎหมายในการตรวจสอบและส่งมอบงาน มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญา ต้องจ่ายค่าชดเชยให้บริษัทเป็นเงินเดือนสองปี!”

เวินหร่านแทบกระอักเลือด

ถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริง เธอลาออกตอนนี้ก็เท่ากับว่าสองปีนี้ทำงานฟรีน่ะสิ? เงินเดือนที่ได้รับก็ต้องเอามาจ่ายค่าผิดสัญญาให้บริษัททั้งหมด?

“ประธานซาง คุณช่วยผ่อนปรนให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันป่วย ไปทำงานไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ...” เวินหร่านพยายามขอร้องเขา

ซางเลี่ยรุ่ยแววตาเข้มขึ้น “คุณป่วยเป็นอะไร?”

เวินหร่านใบ้กินไปชั่วขณะ

เธอป่วยเป็นอะไร เขาจะไม่รู้เชียวเหรอ?

วันนั้นเขาเป็นคนตรวจเองแท้ ๆ?

“โรคฮิสทีเรีย!”

เธอกัดฟันพูดออกไปจนจบ “ถ้าอาการกำเริบก็จะบังเกิดความต้องการอย่างรุนแรงจนไม่สามารถจดจ่อกับการทำงานได้เลยค่ะ!”

ปลายสายเงียบไปเกือบหนึ่งนาทีกว่า

เวินหร่านไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของเธอกล้าหาญชาญชัยเกินไปจนทำให้บอสใหญ่ไม่พอใจหรือเปล่า

เธอสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มปลายสาย ลมหายใจหนักอึ้งขึ้นไม่น้อย

เธออดกลืนน้ำลายไม่ได้

หัวใจเต้นแรงขึ้นมาด้วยความกระวนกระวาย

แต่บอสไม่พูดต่อ เธอก็ไม่กล้าวางสายก่อน

“ให้เวลาคุณมาทำงานภายในครึ่งชั่วโมง ผมจะช่วยรักษาให้คุณเอง!”

เวินหร่านมีสีหน้าตกตะลึง

เกือบเข้าใจว่าตัวเองได้ยินผิดไปแล้ว

บอสใหญ่จะช่วยรักษาให้เธอเอง?

เขาจะรักษาอย่างไร?

คงไม่ได้จะขึ้นเตียงกับเธอเองหรอกนะ?

คิดถึงตรงนี้ แก้มเวินหร่านก็ร้อนลวกกว่าเดิมอย่างอดไม่อยู่ กระทั่งใบหูก็ยังแดงก่ำ

หมดความสนใจในแท่งหรรษาไปในทันที

ถ้าได้ทำกับซางเลี่ยรุ่ย...

โรคของเธอคงหายดีได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเลยล่ะ

อย่างไรเสียที่เธอเป็นโรคนี้ก็มีสาเหตุมาจากการที่สามีไม่เคยจะแตะต้องเธอ

เธอเปล่าเปลี่ยวเกินไป เหงาเกินไป ถึงได้เก็บกดทางเพศ

ถ้ามีผู้ชายสักคน ทั้งยังเป็นชายหนุ่มแสนเพอร์เฟกต์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่แถมยังหล่อสามร้อยหกสิบองศาชนิดไร้ที่ติแบบซางเลี่ยรุ่ยมาช่วยเติมเต็มให้เธอ...

ดวงตาเวินหร่านฉายแววเคลิบเคลิ้ม

แต่เสียงตู๊ด ๆ เย็นชาที่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือเรียกสติเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว

เวินหร่านอยากบ้องหูเรียกสติตัวเองสักหลายที

บ้าไปแล้วหรือไง เธอคิดอะไรอยู่?

ถึงขั้นกล้าคิดไม่ซื่อกับร่างกายของบอสใหญ่!

แต่ซางเลี่ยรุ่ยโทรหาเธอด้วยตัวเองเพื่อเรียกเธอกลับไปทำงาน

เธอจำเป็นต้องให้เกียรติเขา!

เธอไม่อยากจ่ายค่าผิดสัญญาให้บริษัทหรอกนะ!

ได้แต่ทำตามขั้นตอน ยื่นหนังสือลาออกไปก่อน รอหนึ่งเดือนให้หลังค่อยออก

……

ตอนที่เวินหร่านรีบไปถึงบริษัทก็สายเสียแล้ว

เธอเตรียมใจมาแล้วว่าจะถูกหวงอี้อันจับผิดพร้อมกับเทศนายกใหญ่

นับประสาอะไรกับที่เมื่อคืน เธอยังปฏิเสธคำสั่งให้ทำโอทีของเขาตรง ๆ

แต่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเธอก็คือ หวงอี้อันกลับไม่ได้หาเรื่องเธอ

สายตาเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็แปลกพิกลเหมือนกัน

“อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น?” เวินหร่านมองไปทางหลีลี่เพื่อนสนิทอย่างสงสัย

หลีลี่กำลังจะเอ่ยปาก ตอนนั้นหวงอี้อันก็เดินมาทางนี้พอดี

“อิจฉาเธอจริง ๆ เวินหร่าน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีความสามารถขนาดนี้”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเหน็บแนมและความอิจฉาโดยไม่ปิดบัง

เวินหร่านไม่เข้าใจ “หมายความว่าอะไรคะ? ผู้จัดการหวงคุณช่วยอธิบายด้วย!”

หวงอี้อันแค่นเสียง “ยังจะแกล้งโง่อีก? ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพิ่งส่งคำสั่งมา ย้ายเธอไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ออฟฟิศท่านประธาน”

ความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาเวินหร่าน “หา?”

คิดไม่ถึงว่าบอสใหญ่จะเอาจริง?

เมื่อวานเพิ่งบอกว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วย วันนี้ก็ให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลส่งเรื่องมาแล้ว

ตอนนี้แผนกของพวกเขารวมถึงคนทั้งบริษัทคงรู้กันหมดแล้ว

“คนอื่นตั้งหน้าตั้งตาทำงาน อย่างมากก็ได้เลื่อนตำแหน่งแค่สองขั้น...” น้ำเสียงหวงอี้อันเต็มไปด้วยความอิจฉา “เธอโชคดีจริง ๆ เลื่อนทีเดียวเหมือนติดจรวด ได้เลื่อนไปอยู่ใกล้ชิดท่านประธาน ไม่รู้ว่าใช้วิธีการแบบไหน”

คำพูดเหน็บแนมของเขาทำให้เวินหร่านอดขมวดคิ้วไม่ได้

ผู้จัดการหวงพูดราวกับว่าเธอไม่ตั้งใจทำงานอย่างนั้นแหละ

หารู้ไม่ว่าทั้งแผนก คนที่ขยันที่สุดก็คือเธอ

ปกติงานเกินครึ่ง ผู้จัดการหวงมักจัดให้เธอรับผิดชอบคนเดียว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอมักได้ทำโอทีบ่อย ๆ วันหยุดก็ยังไม่ได้พักผ่อน

“เรื่องนี้ต้องขอบคุณผู้จัดการหวงที่ช่วยบ่มเพาะยังไงล่ะคะ? ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมัก ‘ดูแล’ ฉันเป็นพิเศษ บอสก็คงไม่สนใจฉันหรอกค่ะ! ตอนนี้ฉันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยใกล้ชิดบอส จะไม่ลืม ‘บุญคุณ’ สองปีนี้ของผู้จัดการหวงแน่นอน” เวินหร่านตอบกลับอย่างมีนัยลึกซึ้ง

หวงอี้อันหน้าซีด “เธอ!”

ถ้าเมื่อก่อนเวินหร่านกล้าพูดแบบนี้กับเขา เขาคงชี้หน้าด่าเธอไปแล้ว

ตอนนี้เขาถลึงตามองเธออยู่นาน แต่กลับพ่นคำหยาบไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ตอนนี้เวินหร่านเป็นคนที่บอสใหญ่เลือกเองกับมือ ถ้าเขาสั่งสอนเธอก็เท่ากับตบหน้าบอสใหญ่น่ะสิ?

มิหนำซ้ำ ตอนนี้เธอเลื่อนตำแหน่งหลายขั้น มีตำแหน่งสูงกว่าเขาแล้ว เขาไม่สามารถล่วงเกินเธอตรง ๆ ได้

“ในเมื่อบอสใหญ่เห็นคุณค่าเธอ เธอเลื่อนตำแหน่งแล้วก็ตั้งใจทำงาน! ไม่อย่างนั้นเลื่อนตำแหน่งเร็วเกินไป ระวังร่วงลงมาจะเจ็บหนัก!”

หวงอี้อันข่มโทสะเตือนเธอด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง สุดท้ายก็ทำได้แค่จากไปพร้อมสีหน้าบูดบึ้ง

หลีลี่มาถึงตรงหน้าเธอ ปลอบใจว่า “ไม่ต้องไปสนใจผู้จัดการหวงหรอก เขาเป็นพวกคนใจแคบ กลัวเธอเอาความผิดเขาไปฟ้องบอส เธอรีบเก็บข้าวของขึ้นไปรายงานตัวที่ออฟฟิศท่านประธานดีกว่า”

เวินหร่านอมยิ้ม ในใจขมขื่น

ความจริง เธอยอมถูกหวงอี้อัน ‘ใช้งานเยี่ยงทาส’ ดีกว่าได้เลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้ช่วยอะไรนั่นในออฟฟิศประธานบริษัทซะอีก

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าถ้าต่อไปเธอต้องเจอผู้ชายแสนเพอร์เฟกต์อย่างซางเลี่ยรุ่ยทุกวัน มองเห็นแต่กินไม่ได้ โรคฮิสทีเรียจะหนักข้อกว่าเดิมหรือเปล่า?

ถึงจะไม่ยินยอมแค่ไหน แต่หนึ่งชั่วโมงต่อมา เวินหร่านก็ยังไปเคาะประตูออฟฟิศประธานบริษัทอยู่ดี

“เข้ามาได้!”

น้ำเสียงเย็นชาทุ้มลึกของชายหนุ่มดังมาจากข้างใน

“ท่านประธาน...”

เวินหร่านปรับอารมณ์แล้วผลักประตูเข้าไป เดินไปถึงหน้าโต๊ะทำงาน

ซางเลี่ยรุ่ยกำลังก้มหน้าตรวจเอกสาร ไม่เงยหน้าขึ้นมาสักนิด

“ผู้ช่วยเวิน วันนี้คุณมาสาย!”

น้ำเสียงเขาทุ้มลึก แฝงไว้ซึ่งความเข้มงวด

“ฉัน...” เวินหร่านอยากหาข้ออ้างมาอธิบาย

ซางเลี่ยรุ่ยกลับตัดบทเธอโดยไม่เกรงใจ “หักเบี้ยขยันของเดือนนี้”

เวินหร่าน “...”

เธอเพิ่งมาสายวันแรกก็เสียเบี้ยขยันของเดือนนี้ไปแล้ว?

เขาแย่กว่าหวงอี้อันอีกเหรอเนี่ย?

แต่เธอยังไม่ทันได้ถามก็ได้ยินซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอีกครั้ง “ภารกิจสำคัญในวันนี้ของคุณคือช่วยผมทำความสะอาดห้องรับรอง!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Kananshorn Seeweeradeth
เจิมเงืนยากมากๆ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 460

    ต่างประเทศซางเลี่ยรุ่ยโหมงานจนกระทั่งยามค่ำคืนเขาเปิดโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา ด้วยความหวังตั้งเป้าเฝ้ารอคอยว่าเวินหร่านจะส่งข้อความอะไรมาหาเขาบ้างทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา เวินหร่านไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาหาเขาเลยสักฉบับตั้งแต่เขาเดินทางมาคุยงานต่างประเทศ เธอกับเขาก็แทบจะอยู่ในภาวะขาดการติดต่อกันโดยสิ้นเชิงซางเลี่ยรุ่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพ่ายแพ้และคับข้องใจอยู่ลึก ๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงการแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นบนจอโทรศัพท์เขารีบปลดล็อกหน้าจอเปิดดูทันที แต่กลับพบว่าเป็นรูปภาพหลายรูปที่ซางหยวนพี่สาวของเขาเป็นคนส่งมาให้【ช่วยฉันเลือกหน่อยสิ ว่ากระเป๋าใบไหนสวยที่สุด!】ซางเลี่ยรุ่ยในยามนี้ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจไปยุ่งเรื่องไร้สาระของเธอจึงส่งข้อความตอบกลับไปอย่างส่งเดช【ถ้าลังเลเลือกไม่ได้ก็ซื้อมาให้หมดเลยสิ】ส่งข้อความเสร็จ เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกายครั้นพออาบน้ำเสร็จเดินออกมา เสียงกระดิ่งโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาพอดีซางเลี่ยรุ่ยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันเกาะกุมรอบเอวท่อนล่างเอาไว้ม

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 459

    เวินหร่านเม้มริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ “แผลแค่นี้มันยังไม่เข้าข่ายเจตนาทำร้ายร่างกายหรอก”ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องรอให้หลีลี่ช่วยแจ้งความ เธอคงเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจด้วยตัวเองไปนานแล้วหลีลี่ “แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”เวินหร่าน “จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกละ...”เธอเล่าเรื่องราวตื้นลึกหนาบางและสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดปากเสียงกับพ่อเมื่อช่วงเช้าให้อีกฝ่ายฟังครั้นพอหลีลี่ฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมา “พ่อแกนี่มันเข้าตำรายามมีศึกเรียกใช้ ยามสงบไร้คนเหลียวมองชัด ๆ ! ในฐานะลูกสาว การที่แกบอกให้เขาแต่งงานกับแม่แก เพื่อคืนสถานะอันชอบธรรมให้พวกแกสองคนแม่ลูกมันก็เป็นเรื่องธรรมดามากเลยนะ ไม่ยอมให้ก็แค่นั้น ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย? เป็นคนแก่ที่ไร้ทางเยียวยาจริง ๆ !”เวินหร่านถอนหายใจออกมา “บางทีในสายตาของเขา การที่ฉันบอกให้เขาหย่ากับแม่ใหญ่แล้วมาแต่งงานกับแม่ฉัน คงเป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปมั้ง”บางทีในจิตใจของเวินจี้หลี่ คงไม่เคยคิดที่จะแต่งงานยกย่องแม่ของเธอขึ้นมาเลยสักครั้งดังนั้น คนที่น่าสมเพชจึงไม่ใช่ตัวเธอ แต่เป็นแม่ของเธอต่างหากที่น่าสมเพชยิ่งกว่าทว่าสิ่งเดียวที่เวินหร่านไม่อ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 458

    “กรี๊ด!”เวินหร่านไม่ทันตั้งตัวแม้เธอจะเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที ทว่าแก้วชาที่ตกลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นบาดโดนใบหน้าของเธอจนได้“ฉันว่าแกเริ่มจะกำเริบเสิบซาน ได้ใจจนไร้ยางอายแล้ว!”เวินจี้หลี่สะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเวินหร่านยกมือขึ้นกุมแก้มซ้ายที่มีรอยแผล แววตาเย็นชาและฉายแววมืดมนลึกล้ำ“หร่านหร่าน!”เฉิงหว่านอี๋รีบร้อนวิ่งพุ่งตัวเข้ามาหา“เกิดอะไรขึ้น?”เวินหร่าน “พ่อโมโหก็เลยเอาแก้วชาปาใส่หนูค่ะ”เฉิงหว่านอี๋อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบ่น “กว่าพ่อของแกจะยอมแวะมาที่นี่สักครั้ง ทำไมต้องไปทำให้เขาโมโหล่ะ?”เวินหร่านยืนตะลึง จ้องมองผู้เป็นแม่ด้วยความอึ้งงันที่แท้การที่แม่รีบพุ่งตัวเข้ามาหาเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เพราะห่วงใยอาการบาดเจ็บของเธอสักนิด แต่เพราะหวาดกลัวว่าเธอจะไปล่วงเกินทำให้พ่อโกรธเคืองต่างหากเธอไม่ควรจะมีความหวังอันเลื่อนลอยต่อผู้เป็นแม่คนนี้แม้เพียงเสี้ยววินาทีตั้งนานแล้ว“หนูก็แค่บอกให้เขาหย่ากับแม่ใหญ่แล้วแต่งงานกับแม่ก็แค่นั้นเอง ใครจะไปคิดว่าพ่อจะโมโหขนาดนี้ล่ะคะ” เวินหร่านเอ่ยแก้ตัวให้ตัวเองเฉิงหว่านอี๋ชะงักไปครู่หนึ่งบนใบหน้าท

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 457

    คาดไม่ถึงเลยว่าพอเปิดปากพูดออกมาก็ยังคงแฝงเข็มซ่อนหนาม เหน็บแนมจนน่าสะอิดสะเอียนเหมือนเดิมเขาแสร้งกระแอ่มไอออกมาอย่างหนัก พลางเอ่ยเตือนด้วยความไม่พอใจ “ระวังทัศนคติและกิริยามารยาทเวลาคุยกับผู้ใหญ่ด้วย แม่แกไม่ได้สั่งสอนหรือไงว่ามารยาทคืออะไร?”เวินหร่าน “หนูรู้แค่ว่า มารยาทมีไว้ใช้กับคนที่ควรค่าแก่การเคารพเท่านั้นค่ะ”ความหมายที่แฝงอยู่ในถ้อยคำ ย่อมหมายความว่าผู้เป็นพ่อคนนี้ไม่ใช่คนที่ควรค่าแก่การเคารพของเธอเลยสักนิด“แก!”เวินจี้หลี่พลันโกรธจนแทบจุกอกขึ้นมาทันใดทว่าธาตุแท้และนิสัยใจคอของลูกสาวคนเล็กคนนี้ ยามนี้เขาก็ตระหนักและอ่านออกจนทะลุปรุโปร่งแล้วจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรอีกต่อไป“เห็นแก่หน้าที่แกไม่ติดใจเรื่องในอดีต แล้วช่วยชีวิตแม่ใหญ่ของแกไว้เมื่อครั้งก่อน ครั้งนี้ฉันจะไม่ถือสาแล้วกัน”เวินจี้หลี่สะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้พลางเอ่ยออกมาสีหน้าของเวินหร่านยังคงเย็น “หนูไม่ได้ต้องการให้พ่อขอบคุณหนูหรอกค่ะ”เวินจี้หลี่เกือบจะโดนเธอตอกกลับจนโกรธควันออกหูอีกรอบเขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจึงดึงเรื่องเข้าประเด็นหลัก “ที่ฉันมาหาแม่แกครั้งนี้ ก็เพราะอยากให

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 456

    ซางเลี่ยรุ่ยลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสนอตัวขึ้นมาเอง “ได้ เดี๋ยวผมไปส่งเอง!”เวินหร่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไปเองคนเดียวได้”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ “ไหนบอกว่ารีบไม่ใช่เหรอ?”ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเธอกำลังตั้งใจหลบหน้าหลบตาเขาอยู่กันแน่?เวินหร่าน “ฉัน...”ท้ายที่สุดเธอก็ทำได้เพียงยอมให้ซางเลี่ยรุ่ยขับรถไปส่งเธอที่บ้านตระกูลเวินแต่โดยดีตลอดเส้นทาง เวินหร่านนั่งเอนกายชิดขอบหน้าต่าง ไม่เอ่ยปากพูดจาตอบรับซางเลี่ยรุ่ยสักเท่าไรในหัวเอาแต่ครุ่นคิดถึงบทสนทนาระหว่างเขากับแม่ของเขาเมื่อสักครู่นี้ไม่ว่างเว้นกระทั่งรถยนต์แล่นมาจอดนิ่งสนิทลงที่หน้าบ้านตระกูลเวิน“ถึงแล้วค่ะ ลาก่อนค่ะ!”เวินหร่านเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัย พลางเอ่ยลาซางเลี่ยรุ่ยอย่างรีบร้อน“อยากให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนไหม?” ซางเลี่ยรุ่ยพลันเอ่ยถามขึ้นมาฉับพลันเวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่ง หันขวับกลับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาไม่ได้คิดจะเข้าไปในบ้านตระกูลเวินพร้อมกับเธอหรอกนะ?ยามนี้เขาจะไปด้วยสถานะอะไรกัน?เจ้านาย? หรือคู่นอน?ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมสักอย่าง“ไม่ต้องหรอกค่ะ”เวินหร่าน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 455

    เถาอวี้หลิงโมโหจนจุกอก “อย่าบอกนะว่าฟู่ตานฉิงเทียบไม่ได้แม้กระทั่งหญิงที่มีสามีแล้วน่ะ?”ซางเลี่ยรุ่ยตอบแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “เทียบไม่ได้ครับ!”เถาอวี้หลิง “แก... แกตาบอดไปแล้วหรือไง? ตานฉิงไม่ดีตรงไหน? เธอเป็นถึงไฮโซสาวอันดับหนึ่ง รูปร่างหน้าตางดงาม ภูมิหลังเลิศ นิสัยใจคอก็ดี ผู้ชายข้างนอกรอต่อคิวจีบเธอตั้งเยอะแยะ...”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแม่ชอบขนาดนั้น ทำไมไม่รับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมไปเลยล่ะครับ?”เถาอวี้หลิง “แม่ไม่ได้อยากได้ลูกสาวบุญธรรม แม่ต้องการแค่ลูกสะใภ้”ซางเลี่ยรุ่ย “ลูกสะใภ้ของคุณแม่อีกไม่นานก็คงจะมีแล้ว แต่รับรองว่าไม่ใช่เธอแน่ ๆ ครับ”พูดจบเขาก็กดตัดสายทิ้งทันทีไม่เปิดโอกาสให้เถาอวี้หลิงได้เอ่ยปากหว่านล้อมเขาต่ออีกแม้แต่นิดเดียวยามเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวหันกลับมาเวินหร่านก็รีบสาวเท้าวิ่งถอยหลังกลับไปโดยไวยามนี้ในหัวของเธอสับสนอลหม่านไปหมดการแอบได้ยินเสียงซางเลี่ยรุ่ยคุยสายกับผู้เป็นแม่เมื่อครู่นี้ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่หัวใจของเธอเป็นอย่างมากคาดไม่ถึงเลยว่าแม่ของซางเลี่ยรุ่ยจะถึงขั้นโทรศัพท์มาเอ่ยปากถามความคืบห

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status