Mag-log inต่างประเทศซางเลี่ยรุ่ยโหมงานจนกระทั่งยามค่ำคืนเขาเปิดโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา ด้วยความหวังตั้งเป้าเฝ้ารอคอยว่าเวินหร่านจะส่งข้อความอะไรมาหาเขาบ้างทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา เวินหร่านไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาหาเขาเลยสักฉบับตั้งแต่เขาเดินทางมาคุยงานต่างประเทศ เธอกับเขาก็แทบจะอยู่ในภาวะขาดการติดต่อกันโดยสิ้นเชิงซางเลี่ยรุ่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพ่ายแพ้และคับข้องใจอยู่ลึก ๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงการแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นบนจอโทรศัพท์เขารีบปลดล็อกหน้าจอเปิดดูทันที แต่กลับพบว่าเป็นรูปภาพหลายรูปที่ซางหยวนพี่สาวของเขาเป็นคนส่งมาให้【ช่วยฉันเลือกหน่อยสิ ว่ากระเป๋าใบไหนสวยที่สุด!】ซางเลี่ยรุ่ยในยามนี้ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจไปยุ่งเรื่องไร้สาระของเธอจึงส่งข้อความตอบกลับไปอย่างส่งเดช【ถ้าลังเลเลือกไม่ได้ก็ซื้อมาให้หมดเลยสิ】ส่งข้อความเสร็จ เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกายครั้นพออาบน้ำเสร็จเดินออกมา เสียงกระดิ่งโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาพอดีซางเลี่ยรุ่ยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันเกาะกุมรอบเอวท่อนล่างเอาไว้ม
เวินหร่านเม้มริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ “แผลแค่นี้มันยังไม่เข้าข่ายเจตนาทำร้ายร่างกายหรอก”ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องรอให้หลีลี่ช่วยแจ้งความ เธอคงเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจด้วยตัวเองไปนานแล้วหลีลี่ “แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”เวินหร่าน “จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกละ...”เธอเล่าเรื่องราวตื้นลึกหนาบางและสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดปากเสียงกับพ่อเมื่อช่วงเช้าให้อีกฝ่ายฟังครั้นพอหลีลี่ฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมา “พ่อแกนี่มันเข้าตำรายามมีศึกเรียกใช้ ยามสงบไร้คนเหลียวมองชัด ๆ ! ในฐานะลูกสาว การที่แกบอกให้เขาแต่งงานกับแม่แก เพื่อคืนสถานะอันชอบธรรมให้พวกแกสองคนแม่ลูกมันก็เป็นเรื่องธรรมดามากเลยนะ ไม่ยอมให้ก็แค่นั้น ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย? เป็นคนแก่ที่ไร้ทางเยียวยาจริง ๆ !”เวินหร่านถอนหายใจออกมา “บางทีในสายตาของเขา การที่ฉันบอกให้เขาหย่ากับแม่ใหญ่แล้วมาแต่งงานกับแม่ฉัน คงเป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปมั้ง”บางทีในจิตใจของเวินจี้หลี่ คงไม่เคยคิดที่จะแต่งงานยกย่องแม่ของเธอขึ้นมาเลยสักครั้งดังนั้น คนที่น่าสมเพชจึงไม่ใช่ตัวเธอ แต่เป็นแม่ของเธอต่างหากที่น่าสมเพชยิ่งกว่าทว่าสิ่งเดียวที่เวินหร่านไม่อ
“กรี๊ด!”เวินหร่านไม่ทันตั้งตัวแม้เธอจะเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที ทว่าแก้วชาที่ตกลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นบาดโดนใบหน้าของเธอจนได้“ฉันว่าแกเริ่มจะกำเริบเสิบซาน ได้ใจจนไร้ยางอายแล้ว!”เวินจี้หลี่สะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเวินหร่านยกมือขึ้นกุมแก้มซ้ายที่มีรอยแผล แววตาเย็นชาและฉายแววมืดมนลึกล้ำ“หร่านหร่าน!”เฉิงหว่านอี๋รีบร้อนวิ่งพุ่งตัวเข้ามาหา“เกิดอะไรขึ้น?”เวินหร่าน “พ่อโมโหก็เลยเอาแก้วชาปาใส่หนูค่ะ”เฉิงหว่านอี๋อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบ่น “กว่าพ่อของแกจะยอมแวะมาที่นี่สักครั้ง ทำไมต้องไปทำให้เขาโมโหล่ะ?”เวินหร่านยืนตะลึง จ้องมองผู้เป็นแม่ด้วยความอึ้งงันที่แท้การที่แม่รีบพุ่งตัวเข้ามาหาเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เพราะห่วงใยอาการบาดเจ็บของเธอสักนิด แต่เพราะหวาดกลัวว่าเธอจะไปล่วงเกินทำให้พ่อโกรธเคืองต่างหากเธอไม่ควรจะมีความหวังอันเลื่อนลอยต่อผู้เป็นแม่คนนี้แม้เพียงเสี้ยววินาทีตั้งนานแล้ว“หนูก็แค่บอกให้เขาหย่ากับแม่ใหญ่แล้วแต่งงานกับแม่ก็แค่นั้นเอง ใครจะไปคิดว่าพ่อจะโมโหขนาดนี้ล่ะคะ” เวินหร่านเอ่ยแก้ตัวให้ตัวเองเฉิงหว่านอี๋ชะงักไปครู่หนึ่งบนใบหน้าท
คาดไม่ถึงเลยว่าพอเปิดปากพูดออกมาก็ยังคงแฝงเข็มซ่อนหนาม เหน็บแนมจนน่าสะอิดสะเอียนเหมือนเดิมเขาแสร้งกระแอ่มไอออกมาอย่างหนัก พลางเอ่ยเตือนด้วยความไม่พอใจ “ระวังทัศนคติและกิริยามารยาทเวลาคุยกับผู้ใหญ่ด้วย แม่แกไม่ได้สั่งสอนหรือไงว่ามารยาทคืออะไร?”เวินหร่าน “หนูรู้แค่ว่า มารยาทมีไว้ใช้กับคนที่ควรค่าแก่การเคารพเท่านั้นค่ะ”ความหมายที่แฝงอยู่ในถ้อยคำ ย่อมหมายความว่าผู้เป็นพ่อคนนี้ไม่ใช่คนที่ควรค่าแก่การเคารพของเธอเลยสักนิด“แก!”เวินจี้หลี่พลันโกรธจนแทบจุกอกขึ้นมาทันใดทว่าธาตุแท้และนิสัยใจคอของลูกสาวคนเล็กคนนี้ ยามนี้เขาก็ตระหนักและอ่านออกจนทะลุปรุโปร่งแล้วจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรอีกต่อไป“เห็นแก่หน้าที่แกไม่ติดใจเรื่องในอดีต แล้วช่วยชีวิตแม่ใหญ่ของแกไว้เมื่อครั้งก่อน ครั้งนี้ฉันจะไม่ถือสาแล้วกัน”เวินจี้หลี่สะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้พลางเอ่ยออกมาสีหน้าของเวินหร่านยังคงเย็น “หนูไม่ได้ต้องการให้พ่อขอบคุณหนูหรอกค่ะ”เวินจี้หลี่เกือบจะโดนเธอตอกกลับจนโกรธควันออกหูอีกรอบเขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจึงดึงเรื่องเข้าประเด็นหลัก “ที่ฉันมาหาแม่แกครั้งนี้ ก็เพราะอยากให
ซางเลี่ยรุ่ยลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสนอตัวขึ้นมาเอง “ได้ เดี๋ยวผมไปส่งเอง!”เวินหร่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไปเองคนเดียวได้”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ “ไหนบอกว่ารีบไม่ใช่เหรอ?”ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเธอกำลังตั้งใจหลบหน้าหลบตาเขาอยู่กันแน่?เวินหร่าน “ฉัน...”ท้ายที่สุดเธอก็ทำได้เพียงยอมให้ซางเลี่ยรุ่ยขับรถไปส่งเธอที่บ้านตระกูลเวินแต่โดยดีตลอดเส้นทาง เวินหร่านนั่งเอนกายชิดขอบหน้าต่าง ไม่เอ่ยปากพูดจาตอบรับซางเลี่ยรุ่ยสักเท่าไรในหัวเอาแต่ครุ่นคิดถึงบทสนทนาระหว่างเขากับแม่ของเขาเมื่อสักครู่นี้ไม่ว่างเว้นกระทั่งรถยนต์แล่นมาจอดนิ่งสนิทลงที่หน้าบ้านตระกูลเวิน“ถึงแล้วค่ะ ลาก่อนค่ะ!”เวินหร่านเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัย พลางเอ่ยลาซางเลี่ยรุ่ยอย่างรีบร้อน“อยากให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนไหม?” ซางเลี่ยรุ่ยพลันเอ่ยถามขึ้นมาฉับพลันเวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่ง หันขวับกลับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาไม่ได้คิดจะเข้าไปในบ้านตระกูลเวินพร้อมกับเธอหรอกนะ?ยามนี้เขาจะไปด้วยสถานะอะไรกัน?เจ้านาย? หรือคู่นอน?ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมสักอย่าง“ไม่ต้องหรอกค่ะ”เวินหร่าน
เถาอวี้หลิงโมโหจนจุกอก “อย่าบอกนะว่าฟู่ตานฉิงเทียบไม่ได้แม้กระทั่งหญิงที่มีสามีแล้วน่ะ?”ซางเลี่ยรุ่ยตอบแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “เทียบไม่ได้ครับ!”เถาอวี้หลิง “แก... แกตาบอดไปแล้วหรือไง? ตานฉิงไม่ดีตรงไหน? เธอเป็นถึงไฮโซสาวอันดับหนึ่ง รูปร่างหน้าตางดงาม ภูมิหลังเลิศ นิสัยใจคอก็ดี ผู้ชายข้างนอกรอต่อคิวจีบเธอตั้งเยอะแยะ...”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแม่ชอบขนาดนั้น ทำไมไม่รับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมไปเลยล่ะครับ?”เถาอวี้หลิง “แม่ไม่ได้อยากได้ลูกสาวบุญธรรม แม่ต้องการแค่ลูกสะใภ้”ซางเลี่ยรุ่ย “ลูกสะใภ้ของคุณแม่อีกไม่นานก็คงจะมีแล้ว แต่รับรองว่าไม่ใช่เธอแน่ ๆ ครับ”พูดจบเขาก็กดตัดสายทิ้งทันทีไม่เปิดโอกาสให้เถาอวี้หลิงได้เอ่ยปากหว่านล้อมเขาต่ออีกแม้แต่นิดเดียวยามเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวหันกลับมาเวินหร่านก็รีบสาวเท้าวิ่งถอยหลังกลับไปโดยไวยามนี้ในหัวของเธอสับสนอลหม่านไปหมดการแอบได้ยินเสียงซางเลี่ยรุ่ยคุยสายกับผู้เป็นแม่เมื่อครู่นี้ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่หัวใจของเธอเป็นอย่างมากคาดไม่ถึงเลยว่าแม่ของซางเลี่ยรุ่ยจะถึงขั้นโทรศัพท์มาเอ่ยปากถามความคืบห
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







