共有

บทที่ 5

作者: อาเป่า
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”

บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึง

เวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”

ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อ

หัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจ

ยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้นเสียจริง ๆ!

หวงอี้อันเตือนเธออย่างดุดัน “เธอทำผิดก็รับผิดชอบเอง อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเข้าใจไหม?”

เขาเป็นคนของแม่ใหญ่ของเธอ

สองปีมานี้ที่เวินหร่านถูกส่งมาเป็นลูกน้องของหวงอี้อัน

เขาได้รับคำสั่งจากแม่ใหญ่ให้จงใจกลั่นแกล้งเธอหลายต่อหลายครั้ง

ตอนนี้บอสใหญ่มาที่บริษัทวันแรกก็ข้ามลำดับชั้นเรียกเธอเข้าพบ

ในสายตาหวงอี้อัน จะต้องเป็นเพราะเวินหร่านไปล่วงเกินบอสใหญ่มาแน่ ๆ

แต่ถ้าเธอถูกลงโทษจริง ๆ เขาก็จะได้มีเรื่องไปรายงานคุณนายใหญ่เวินพอดี

เขาได้รับคำสั่งจากคุณนายใหญ่เวินให้หาวิธีทำให้เวินหร่านทำผิดพลาด

แต่ตลอดสองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องของเขา เธอก็ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด

เขากำลังกลุ้มใจอยู่ว่าจะ ‘ยัดความผิด’ ให้เธออย่างไรดี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเอาตัวเองใส่ตะกร้าไปประเคนให้บอสใหญ่เสียเอง

คราวนี้ดีทีเดียว ยิ่งเธอทำความผิดร้ายแรงมากเท่าไร คุณนายใหญ่เวินก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น

แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องกันตัวเองออกมาเสียก่อน ไม่ให้ต้องพลอยเดือดร้อนเพราะเวินหร่าน

“เข้าใจแล้วค่ะ ผู้จัดการหวง!” เวินหร่านก้มหน้ากล่าว

เธอกำลังจะไปก็ถูกหวงอี้อันดึงไว้ เขากระซิบขู่ข้างหูเธออย่างมาดร้าย “จำไว้ ถ้าเธอกล้าไปพูดซี้ซั้วต่อหน้าบอสใหญ่ ต่อไปก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่ดีมีสุขในฐานะลูกน้องฉัน!”

เวินหร่านปรายมองเขาอย่างเยาะหยัน

เขาพูดราวกับว่าสองปีที่เป็นลูกน้องเขามา เธอได้อยู่ดีมีสุขอย่างนั้นแหละ

หวงอี้อันรับคำสั่งจากแม่ใหญ่ของเธอ การกดดันและการกลั่นแกล้งในที่ทำงานรูปแบบต่าง ๆ มีน้อยเสียเมื่อไร?

ตอนนี้เขากำลังร้อนตัวอยู่ล่ะสิ!

กลัวเธอจะไปฟ้องบอสใหญ่ ถึงได้มาเตือนเธอเป็นพิเศษก่อนที่เธอจะไปที่ห้องทำงานของประธาน

แต่เขาร้อนตัวไปเสียเปล่าโดยแท้

เธอไปเจอบอสใหญ่ครั้งนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องยืนยัน ไหนเลยจะว่างพอมาคิดถึงคนไม่สำคัญอย่างเขา?

เวินหร่านลอบกลอกตา สะบัดมือเขาออกแล้วตรงไปที่ลิฟต์

ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นบนสุด ที่นี่คืออาณาเขตของประธานโดยเฉพาะ

เวินหร่านทำงานที่บริษัทแห่งนี้มาสองปี แต่ไม่เคยขึ้นชั้นที่สูงกว่าชั้นสิบสองมาก่อนเลย ชั้นบนสุดยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เลขานำทางเธอมาถึงหน้าประตูออฟฟิศประธานแล้วเคาะประตู

“เข้ามาได้!”

น้ำเสียงเย็นชาของผู้ชายดังมาจากข้างใน

เวินหร่านถอนหายใจออกมายาว ๆ ปอยผมบนหน้าผากกระพือขึ้นแล้วร่วงลงมา

เธอปรับอารมณ์ตัวเองก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไป

ห้องทำงานของประธานตกแต่งด้วยโทนสีดำขาวเย็นชา เส้นสายอันแข็งกระด้างเผยให้เห็นถึงนิสัยเย็นชาห่างเหินของผู้เป็นเจ้าของ

เวินหร่านมองปราดเดียวก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน

เขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสาร

เห็นใบหน้าไม่ชัด แต่กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากลับเหมือนเคยพบกันมาก่อน

แต่เขาดูจะลืมไปแล้วว่าเธออยู่ที่นี่ นับแต่ที่เธอเข้ามาจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ได้ละมือจากเอกสาร ทั้งยังไม่เหลือบมองเธอสักแวบ

ภาพที่ไม่พึงมีเริ่มโผล่เข้ามาในความคิดของเวินหร่าน

บนเตียงในห้องตรวจวันนั้น เขาช่วยเธอตรวจ...

พระเจ้าช่วย!

เธอคิดถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร?

ขณะกำลังหงุดหงิดตัวเอง ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบลึกล้ำมองมาที่เธอ

เวินหร่านพลันได้สติคืนมา ถึงตอนนี้จึงพบว่าชายตรงหน้าไม่รู้เงยหน้าขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาดำสุดหยั่งของเขาจ้องมองเธอมาสักพักแล้ว

ดวงตาสองคู่ประสานกัน

ชั่วพริบตาเดียวก็ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาหา

หัวใจเต้นรัวเร็วกว่าเดิม

“คุณดูจะตกใจมากที่เห็นผม?”

มุมปากซางเลี่ยรุ่ยหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มมีเลศนัย แต่รอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา

เส้นเลือดตรงขมับของเวินหร่านเต้นตุบ ๆ

น้ำเสียงประหม่าสั่นเครือ “ขะ... ขอโทษค่ะ ท่านประธาน... ฉันมัวแต่อึ้งกับสง่าราศีของคุณจนลืมตัวไปชั่วขณะ”

ซางเลี่ยรุ่ยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาลึกล้ำ “พูดแบบนี้หมายความว่าคุณหนูเวินสนใจผมเหรอครับ?”

“จะกล้าได้อย่างไรคะ? ฉันเป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งของคุณ ไม่กล้ามีความคิดไม่เหมาะสมต่อคุณแน่นอนค่ะ มีแต่ความเลื่อมใสศรัทธาล้วน ๆ!” เวินหร่านรีบอธิบายด้วยความแตกตื่น

ชายหนุ่มตรงหน้าทั้งเย็นชาและน่าเกรงขาม พาให้คนยากจะมองข้ามความกดดันที่แผ่ออกมาจากรอบตัวเขา

เวลานี้ดวงตาดำลุ่มลึกและเฉียบคมของเขาจับจ้องเธอไม่กะพริบ

เหมือนกำลังประเมินเหยื่อของตัวเองอย่างสงบ

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อย ๆ ถามขึ้นมา “ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง?”

เวินหร่านอึ้งไปอีกครั้ง

เมื่อสบกับดวงตาดำขลับลุ่มลึกคู่นั้นของเขา หัวใจก็พลันเต้นผิดจังหวะ

คำพูดประโยคนี้ของเขาเท่ากับยอมรับทางอ้อมว่าผู้ชายที่ตรวจร่างกายให้เธอในห้องตรวจวันนั้นก็คือเขา

“ดี...ขึ้นบ้างแล้วค่ะ...”

เธอหน้าแดงเรื่อ ตอบอย่างกระอักกระอ่วน

ไม่กล้ามองเขาเลยสักแวบ

ซางเลี่ยรุ่ยเตือนอย่างมีนัยลึกซึ้ง “โรคของคุณไม่ได้รักษาหายได้ง่ายขนาดนั้น ถ้าต้องการก็มาหาผมได้ทุกเมื่อ!”

เวินหร่านตัวสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

ถ้าต้องการก็ไปหาเขาได้ทุกเมื่ออะไรกัน?

จะบอกว่าถ้าเธอต้องการ เขาสามารถสนองให้เธอได้งั้นเหรอ?

ไม่แปลกที่เวินหร่านจะคิดมาก

ชั่วขณะที่เธอเห็นซางเลี่ยรุ่ย ร่างกายก็ตอบสนองโดยสัญชาตญาณ

และตอนนี้ยังอยู่ในออฟฟิศเดียวกันกับเขา ความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจก็ยิ่งทวีความรุนแรง

แย่แล้ว!

โรคฮิสทีเรียของเธอเหมือนจะกำเริบอีกแล้ว

“ขอบคุณท่านประธานที่เป็นห่วง ถ้าคุณไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ...”

เวินหร่านหนีบขาสองข้างแน่น พูดอย่างรวดเร็ว

ไม่อยากเสียกิริยาต่อหน้าเขา

ตอนนี้เธอต้องไปห้องน้ำเพื่อจัดการปัญหาส่วนตัวโดยด่วน

พูดจบก็เดินไปทางประตูอย่างรีบร้อน

“ผมบอกให้คุณไปได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?”

น้ำเสียงเข้มของซางเลี่ยรุ่ยพลันดังขึ้นจากด้านหลัง

เวินหร่านหยุดชะงัก ถามกลับด้วยความร้อนใจ

“ท่านประธาน คุณยังมีอะไรจะสั่งเหรอคะ?”

สายตาร้อนแรงของซางเลี่ยรุ่ยจ้องเธอไม่วางตา

ฉับพลันนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ผู้บริหาร แล้วเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว

เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างเอวสอบ สัดส่วนดีเลิศ

กางเกงสแล็คสีดำห่อหุ้มขาสองข้าง ทั้งยาวและตรง

รูปลักษณ์ภายนอกของผู้ชายคนนี้ช่างหล่ออย่างไร้ที่ติเสียจริง!

ถ้าได้ขึ้นเตียงกับเขาจริง ๆ จะเป็นประสบการณ์แบบไหนกันนะ?

เวินหร่านครุ่นคิดอย่างหลงใหล

รู้สึกคอแห้งผาก

ยิ่งคิดร่างกายก็ยิ่งทรมาน

อยากทำกับเขาเหลือเกิน

“คุณคิดอะไรอยู่?” ซางเลี่ยรุ่ยขยับเข้ามาใกล้ข้างหูเธอแล้วถาม

“ฉันอยากทำกับคุณ...”

เวินหร่านเกือบหลุดพูดความในใจออกไปเสียแล้ว

โชคดีที่เธอพูดออกมาได้ครึ่งเดียวก็ยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้ เปลี่ยนไปพูดว่า “ทำงาน อยากเรียนรู้เรื่องงานกับคุณค่ะ!”

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็ต้องพบด้วยความประหลาดใจว่าชายหนุ่มมาถึงตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้

ตอนนี้ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก

กลิ่นอายฮอร์โมนเพศชายบนตัวเขาโอบล้อมเธอเอาไว้

รู้สึกหน้ามืดตาลายไปชั่วขณะ

เวินหร่านได้กลิ่นอายเพศชายเข้มข้นของเขาแล้วก็ยิ่งอยากมากกว่าเดิม

ความปรารถนาบดบังสติสัมปชัญญะ

ว้าวุ่นกระวนกระวายไปหมด

จนเกือบจะพูดความคิดในใจออกมาจนหมดเปลือก

ซางเลี่ยรุ่ยลดสายตามองเธออย่างพินิจพิจารณา ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

เวินหร่านก้มหน้า กระวนกระวายใจอย่างสุดแสน

เมื่อครู่นี้คิดไม่ถึงว่าเธอจะบังอาจคิดไม่ซื่อกับร่างกายเขา

เขาจะต้องโกรธแน่ ๆ

เดิมเข้าใจว่าเขาจะโมโหจนไล่เธอออกแล้วเสียอีก

คิดไม่ถึงว่าเขาจะแค่ออกคำสั่ง “ผมกำลังขาดผู้ช่วยอยู่พอดี! ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ คุณมาเป็นผู้ช่วยชั่วคราวของผมก็แล้วกัน!”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 448

    “จิ่งเฉิง แกกับเวินหร่านหย่ากันแล้วใช่ไหม??”พอฟู่จิ่งเฉิงกดรับสาย น้ำเสียงของโจวลี่จวนก็ดังลอยมาจากปลายสายทันทีฟู่จิ่งเฉิงขมวดคิ้วแน่น “แม่รู้ได้ยังไงครับ?”คำพูดของเขาเท่ากับเป็นการยอมรับกลาย ๆ โจวลี่จวนออกคำสั่งทันที “แกไม่ต้องมารู้หรอกว่าฉันรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าแกรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”ฟู่จิ่งเฉิงคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าผู้เป็นแม่จะรู้เรื่องที่เขาหย่ากับเวินหร่านแล้วเขาจำเป็นต้องรีบกลับไปถามไถ่ให้กระจ่างงานเลี้ยงสังสรรค์ยังไม่ทันจบลง เขาก็ปลีกตัวออกจากงานกลางคันเสียแล้ว...“เมื่อกี้คุณคุยอะไรกับสามีของคุณ?”เวินหร่านเพิ่งรับแก้วแชมเปญมาจากถาดในมือของบริกร ตั้งใจจะพักหายใจเสียหน่อยซางเลี่ยรุ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธออย่างฉับพลัน พร้อมกับจ้องมองเธอด้วยสายตาตรงแหน่วแล้วเอ่ยถามเมื่อครู่เขาเห็นตอนที่เวินหร่านกำลังคุยอยู่กับฟู่จิ่งเฉิงแล้วรวมถึงตอนที่ฟู่จิ่งเฉิงยื่นมือมาจับเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยด้วยเวินหร่านจิบแชมเปญในมือไปคำหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างราบเรียบ “ไม่มีอะไรค่ะ”เธอไม่อยากเล่าเนื้อหาที่คุยกับฟู่จิ่งเฉิงเมื่อครู่ให้ซางเลี่ยรุ่ยฟังเลยสักนิดทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลั

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 447

    เวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนใจ “ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นฉันเชื่อคุณแล้ว โอเคหรือยังคะ?”ฟู่จิ่งเฉิงจ้องมองปฏิกิริยาบนใบหน้าของเธออยากจะอธิบาย ทว่ากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดีจริงอยู่ว่าความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเขากับเวินฉีเคยสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้แก่เวินหร่านการที่เธอจะยังคลางแคลงใจในตัวเขา เขาก็เข้าใจได้ทว่านับตั้งแต่ที่เขารู้ความจริงว่าเวินฉีไม่ใช่เด็กสาวที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนนั้นความเอาอกเอาใจและความเอ็นดูที่เคยมีให้เวินฉีก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป“ผมกับพี่สาวของคุณตัดขาดกันเรียบร้อยแล้วจริง ๆ วันข้างหน้าจะไม่มีการติดต่อเกี่ยวข้องกันอีกเด็ดขาด”ฟู่จิ่งเฉิงยืนยันหนักแน่นกับเธออีกครั้งทว่าเวินหร่านกลับรู้สึกว่าคำอธิบายของเขาในยามนี้ช่างซ้ำซ้อนไร้ความจำเป็นในเมื่อตอนนี้เธอกับฟู่จิ่งเฉิงก็หย่าขาดจากกันไปแล้วยามนี้เขาจะไปคบหากับผู้หญิงคนไหน เธอไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยที่น่าขบขันก็คือ...ในยามที่เธอยังแต่งงานกับฟู่จิ่งเฉิง เธอปรารถนาเหลือเกินให้เขามาเอื้อนเอ่ยคำมั่นสัญญาเช่นนี้กับตน ทว่ากลับไม่เคยได้รับโอกาสนั้นเลยสักครั้งมาบัดนี้พวกเขาทั้งสองห

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 446

    ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยเตือนด้วยสายตาดุดัน “เพราะงั้น ทางที่ดีเธออย่าพูดจะดีกว่า!”หัวใจของฟู่ตานฉิงพลันสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีเธอคาดไม่ถึงเลยว่าซางเลี่ยรุ่ยจะถึงขั้นเอ่ยปากเตือนเธอเพื่อเวินหร่านถึงเพียงนี้เล็บมือของเธอจิกเกร็งเกือบจะจมหายลงไปในเนื้อเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไป ฟู่ตานฉิงมองใบหน้าด้านข้างอันเย็นชาของเขา แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ย “คุณจริงจังกับเธอหรือแค่เล่น ๆ คะ?”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยยิ่งไม่แยแสที่จะตอบคำถามของเธอด้วยซ้ำความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเวินหร่านจะเป็นอย่างไร ล้วนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอทั้งสิ้นเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้เลยสักนิดเขาทำเป็นไม่ได้ยิน ในพริบตาเดียวก็ก้าวขายาวเดินจากไปอย่างรวดเร็วฟู่ตานฉิงยืนอยู่กับที่ด้วยความคับแค้นใจไฟแห่งความริษยาแผดเผาขึ้นมาในอก...เวินหร่านเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสำรองของงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่ในห้องรับรองเมื่อกลับเข้ามาในงานสังสรรค์ฟู่จิ่งเฉิงก็หาเธอจนพบ“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”ดวงตาลึกล้ำมืดมิดของเขาก็จ้องมองเธอ ราวกับกำลังพิเคราะห์และพิจารณาจับผิดเวินหร่านเพิ่งจะโดนซางเลี่ยรุ่ยจูบอ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 445

    เรื่องพวกนี้ก็ช่างเถอะ แต่เขามักจะนึกอยากจะจูบเธอกลางที่สาธารณะขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้พอไม่พอใจอะไรขึ้นมาหน่อยก็จ้องแต่จะฉีกทึ้งชุดของเธอให้ขาดวิ่นเวินหร่านอยากจะตัดขาดความสัมพันธ์นี้ให้มันจบ ๆ ไปเดี๋ยวนี้เสียจริง ๆ ชุดราตรีที่เธอสวมอยู่ถูกซางเลี่ยรุ่ยกระชากจนฉีกขาดเป็นรอยแหว่งไปเสียแล้ว เห็นได้ชัดว่าคงใส่ต่อไม่ได้อีกเวินหร่านจึงทำได้เพียงเดินมุ่งหน้าไปยังห้องรับรองที่ทางงานเลี้ยงจัดเตรียมไว้ให้ณ ที่ตรงนั้นน่าจะมีชุดราตรีสำรองไว้ให้เปลี่ยนในกรณีฉุกเฉินเนื่องจากฝีเท้าของเธอนั้นรีบร้อนจนเกินไป เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นเงาร่างที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้นตรงมุมมืดเลยแม้แต่น้อยฟู่ตานฉิงบังเอิญเห็นเวินหร่านเดินออกมาจากห้องหนึ่งด้วยสภาพชุดราตรีที่ยุ่งเหยิงไม่เรียบร้อยเธอหยุดฝีเท้าลงทันที พร้อมกับนึกอยากจะแอบสอดส่องดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ไม่นึกเลยว่าภายนอกเวินหร่านจะดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่เนื้อแท้กลับใจกล้าและสำส่อนถึงเพียงนี้เห็นได้ชัดว่าสามีอย่างฟู่จิ่งเฉิงก็มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ด้วยแท้ ๆ แต่เธอกลับกล้าแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งลับหลังสามีตัวเองได้ลงคอ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 444

    ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อยเขาใช้มือบีบปลายคางของเธอไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบฟัดอย่างดุดันและเร่าร้อนซางเลี่ยรุ่ยรุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอไว้ด้วยริมฝีปาก“อื้อ...”เวินหร่านผลักเขาไม่ไหว สุดท้ายจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขาตักตวงความหวานตามใจชอบท้ายที่สุดแล้วเธอก็คุ้นเคยกับเรือนร่างของเขาเป็นอย่างดีอยู่แล้วในความมืดมิด ประสาทสัมผัสทุกส่วนยิ่งถูกขยายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกเรือนร่างของคนทั้งสองแนบชิดสนิทแน่นไร้ช่องว่างอุณหภูมิรอบกายค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ความโลภเริ่มเข้าครอบงำซางเลี่ยรุ่ยมือข้างหนึ่งของเขาซุกซนสอดเข้าไปในชุดราตรีของเธอ ลูบไล้สำรวจไปทั่วอย่างอุกอาจส่วนมืออีกข้างก็โอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอดิ้นรนขยับเขยื้อนไปไหนริมฝีปากที่ร้อนผ่าวพรมจูบไล่เรื่อยลงมายังลำคอเปลือยเปล่าของเธอเขาอ้าปากขบเม้มดูดดึงอย่างแรง...“อย่าค่ะ!”เวินหร่านร้องปฏิเสธขึ้นตามสัญชาตญาณต่อให้ทั้งคู่จะเคยมาถึงขั้นนั้นแล้วก็ตาม แต่ในเวลานี้วินาทีนี้ เธอก็ยังคงทำใจยอมรับมันไม่ได้อยู่ดีทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทั้

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 443

    แล้วบรรดาคนเฒ่าคนแก่พวกนี้มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาให้เกียรติเธอด้วยล่ะ?โชคดีที่เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย“อารุ่ย ฉันจะแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักคนหนึ่ง!”ผู้อาวุโสถังที่กำลังยืนทักทายพูดคุยอยู่กับซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยขึ้นกะทันหันยังไม่ทันที่เวินหร่านและซางเลี่ยรุ่ยจะได้ตั้งตัว ก็เห็นผู้อาวุโสถังหันหลังกลับไป พร้อมกับโบกมือเรียกจากนั้นเธอก็ได้เห็นฟู่จิ่งเฉิงในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ถือแก้วเครื่องดื่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาเวินหร่านเบิกตากว้างขึ้นในพริบตา เกือบจะคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเสียแล้วทำไมฟู่จิ่งเฉิงถึงมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ได้ล่ะ?เขากำลังขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาลึกซึ้งมืดครึ้มมองตรงมายังเธอ พร้อมกับสาวเท้าย่างกรายเข้ามาทีละก้าวจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา“คุณชายรองตระกูลฟู่ ฟู่จิ่งเฉิง!” ผู้อาวุโสถังแนะนำด้วยท่าทีเป็นกันเอง “ส่วนนี่คือประธานซาง ซางเลี่ยรุ่ย!”เวินหร่านพลันสัมผัสได้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำสองสายที่ปะทะคุกรุ่นกันอยู่บนตัวของคนทั้งสองชายหนุ่มทั้งสองต่างจ้องมองสำรวจประเมินอีกฝ่ายโดยไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อยผ่านไปครู่ใหญ่ ฟู่จิ่งเฉิงถึงได้ยื่นมื

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status