INICIAR SESIÓNช่วงที่ลาออกนี้ เวินหร่านใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่เธอไม่ได้ติดต่อกับซางเลี่ยรุ่ยอีกเลยราวกับกลายเป็นคนแปลกหน้าผู้ไม่สำคัญต่อกันต่างฝ่ายต่างกลับไปยังตำแหน่งที่ควรจะเป็นของตนเองวันนี้หลังจากที่เธอไปเยี่ยมเจียงจื่อหยวนที่โรงพยาบาลเสร็จ เธอก็มานั่งดื่มกาแฟคนเดียวอยู่ที่ร้านกาแฟริมถนนแห่งหนึ่งพอดีกับที่ฉินเยว่เชาขับรถสปอร์ตผ่านมาเขาเหลือบไปเห็นเสี้ยวหน้าอันงดงามของเธอเข้าจึงอดใจไม่ไหวที่จะเหยียบคันเร่งเพื่อมองดูให้เต็มตาอีกสักสองรอบ“เวินหร่าน!”เขาลงจากรถสปอร์ตแล้วเดินเข้าไปหาเธออย่างมาดมั่นเวินหร่านเงยหน้าขึ้นมองวันนี้ฉินเยว่เชาสวมชุดสูทลำลอง ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาไม่เบาท่ามกลางแสงแดด ร่างทั้งร่างของเขาแผ่ซ่านกลิ่นอายความสดใสมีชีวิตชีวาของวัยหนุ่มออกมาเวินหร่านแย้มยิ้มตามมารยาทให้เขา “สวัสดีค่ะ คุณชายฉิน!”เดิมทีเธอเกือบจะเรียกเขาว่าพี่เขยแล้ว แต่พอคิดว่าเขาหย่ากับพี่สาวของเธอไปแล้ว จึงเปลี่ยนมาเรียกคุณชายฉินแทน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเนี่ย!”ฉินเยว่เชายกยิ้มมุมปาก เอ่ยชมอย่างไม่นึกเสียดายคำพูดเลยสักนิด “นับวันยิ่งสวยขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะเนี่ย”เวินหร
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”เวินหร่านเห็นสีหน้าของเธอปุ๊บก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องผิดปกติหลีลี่ “ผู้จัดการเจียงเกิดเรื่องแล้วล่ะ”เวินหร่านฉงน “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”ทั้งที่ตอนกลางวันเขายังมาส่งเธอกลับบ้านด้วยดีแท้ ๆหลีลี่ “เขาถูกคนฟันมา”เวินหร่าน “...”...ตอนที่เธอและหลีลี่รีบมาถึงโรงพยาบาล ผู้จัดการเจียงยังคงอยู่ในห้องฉุกเฉินครอบครัวของเขากำลังร้องไห้อยู่ที่หน้าประตูพยาบาลเดินออกมาแจ้งว่าผู้จัดการเจียงมีอาการวิกฤตอยู่หลายครั้งหัวใจของเวินหร่านบีบเข้าหากันแน่นด้วยความกังวลได้แต่ภาวนาในใจขอให้ผู้จัดการเจียงอย่าเป็นอะไรไปเลยเวลานั้นเอง มีคนเดินเข้ามาแจ้งพ่อของเจียงจื่อหยวนว่า “หัวหน้าเจียง จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเรา เรื่องที่คุณชายถูกฟันมีความเกี่ยวข้องกับคุณชายรองตระกูลฟู่ที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ครับ”พ่อเจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย “คุณชายรองฟู่? ฟู่จิ่งเฉิงงั้นหรือ?”“ใช่ครับ!”เวินหร่านได้ยินดังนั้นหัวใจก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเธอนึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องที่เจียงจื่อหยวนถูกฟัน จะมีความเกี่ยวข้องกับฟู่จิ่งเฉิงจริง ๆ เพียงแต่
“...”เวินหร่านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่าเจียงจื่อหยวนจะจู่ ๆ ก็สารภาพรักกับเธอแบบนี้“ฉันเพิ่งจะหย่ามาหมาด ๆ ยังไม่มีแผนที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่เร็ว ๆ นี้หรอกค่ะ”เธอเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่เจือความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยแววตาของเจียงจื่อหยวนหมองลงวูบหนึ่งอันที่จริงเขาก็พอจะคาดเดาผลลัพธ์นี้ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วทว่าหากไม่ได้เอ่ยความในใจนี้ออกมาต่อหน้าเธอด้วยตัวเอง เขาก็คงจะรู้สึกเสียดายท้ายที่สุดแล้ว วันนี้เวินหร่านก็เพิ่งจะลาออกไปหลังจากนี้พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีกเป็นแน่ดังนั้น ต่อให้จะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าต้องถูกปฏิเสธกลับมาก็ตามเขาก็ยังคงรวบรวมความกล้าจนได้เอ่ยปากสารภาพรักกับเธอออกไปจนหมดเปลือก“ผมเข้าใจแล้วครับ”เจียงจื่อหยวนฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ออกมาบางเบา“ถ้าวันไหนที่คุณคิดจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่เมื่อไหร่ อย่าลืมพิจารณาผมไว้เป็นตัวเลือกด้วยนะครับ”เวินหร่านไม่อาจใจร้ายปฏิเสธซ้ำสอง “ค่ะ”แต่ในใจเธอกลับรู้ดีว่าตัวเองมีแผนที่จะย้ายออกไปจากที่นี่อยู่แล้วคงไม่มีทางมีรักครั้งใหม่อะไรทำนองนั้นอีกเป็นแน่ทั้งสองหลังจากรับป
ข้าวของทั้งหมดถูกบรรจุลงในกล่องลัง“ตั้งใจทำงานล่ะ! ไปก่อนนะ!”หลังจากเธอเดินจากไปแล้ว เฉินเฉียนเฉียนก็น่าจะได้เลื่อนขั้นขึ้นมารับตำแหน่งผู้ช่วยแทนที่เธอในตอนนี้เป็นแน่เฉินเฉียนเฉียนเดินมาส่งเธอที่หน้าลิฟต์ “พี่เวินว่าง ๆ นัดไปจิบชาด้วยกันนะคะ”เวินหร่านส่งยิ้มบางให้เธอ ก่อนจะอุ้มกล่องกระดาษเดินเข้าลิฟต์ลงไปยังลานจอดรถใต้ดินชั้นล่างสุดระหว่างที่เธอกำลังอุ้มกล่องลังเดินมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ของตัวเอง เธอกลับบังเอิญเดินไปชนเข้ากับเจียงจื่อหยวนเข้าอย่างจังอีกฝ่ายเพิ่งเสร็จธุระจากข้างนอกและกำลังรีบร้อนเดินกลับเข้ามาพอดีเขาไม่ได้สังเกตเห็นเวินหร่าน จึงเดินชนเข้ากับเธอเข้าอย่างจังเวินหร่านตั้งตัวไม่ทัน ถูกชนจนล้มลงไปกองกับพื้นกล่องลังในมือคว่ำลง สิ่งของข้างในกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นแถมตัวเธอเองยังล้มกระแทกจนหัวเข่าถลอกปอกเปิกหยาดเลือดสีแดงสดซึมทะลักออกมาจากแผลทันที“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ทันสังเกตเห็นคุณ...” เจียงจื่อหยวนรีบกล่าวขอโทษปากก็เอ่ยขอโทษ ละล่ำละลักพลางก้มลงช่วยเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นใส่กลับลงไปในกล่องลังเวินหร่านส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ...”เจียงจื่อหย
เวินหร่านทำสีหน้าราวกับไม่มีอะไรจะเอ่ยบอกเดิมทีเธอตั้งใจว่าจะไม่แตะต้องเงินห้าสิบล้านที่ฟู่จิ่งเฉิงมอบให้ตอนหย่าร้างเลยแม้แต่น้อยแต่เพราะเขานั่นแหละที่เป็นคนบีบบังคับเธอ“คุณชอบมันมากขนาดนั้นเลยรึไง?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยแววตาเจ็บแค้นเคืองโกรธ“ค่ะ” เวินหร่านทำได้เพียงพยักหน้ารับสมออ้างหากเธอไม่ยอมรับ ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีทางยอมตกลงอนุญาตให้เธอลาออกเป็นแน่หัวใจของซางเลี่ยรุ่ยกระตุกวูบและบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรงฝ่ามือที่ทอดอยู่แนบลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเป็นกำปั้นในฉับพลันต่อให้อุณหภูมิรอบกายในตอนนี้จะไม่ต่ำเลยแม้แต่น้อย ทว่าเขากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปรายอันหนาวเหน็บความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านลึกถึงกระดูกดำตั้งแต่ปลายมือปลายเท้าลามเข้าสู่หัวใจเขาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยถามประโยคสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “จะไม่หย่ากับมันจริง ๆ สินะ?”เวินหร่านส่งเสียง “อืม” รับเบา ๆ ในลำคอนิ้วมือทั้งห้ากำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อเธอไม่ได้อยากโกหกเขาทว่าหากเธอบอกความจริงออกไปล่ะก็ การยื้อยุดฉุดกระชากพัวพันระหว่างเธอกับเขาก็คงไม่มีวัน
“รับทราบครับ!”“แล้วก็...” ฟู่จิ่งเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“ช่วยสืบให้ชัดเจนด้วยว่า ตอนนี้เวินหร่านคบกับใคร”เดิมทีเขาคิดจะประกาศเรื่องที่พวกเขาหย่าขาดกันให้สาธารณชนรับรู้เสียทีท้ายที่สุดแล้วเวลานี้เขาเพิ่งจะก้าวขึ้นมาแทนที่พี่ใหญ่และกุมอำนาจ สถานการณ์ทุกด้านยังคงไม่มั่นคงนักคุณแม่พูดถูก ช่วงเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการแต่งงานกับคุณหนูจากตระกูลผู้ดีเพื่อเสริมสร้างและค้ำจุนสถานะของตัวเองให้มั่นคงทว่าเวลานี้เขากลับได้เห็นกับตาตัวเองว่าเวินหร่านมีรักครั้งใหม่เสียแล้วความรู้สึกริษยาที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกทำให้เขาไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไปเขาจำเป็นต้องสืบให้รู้แน่ชัดให้ได้ว่ารักครั้งใหม่ของเวินหร่านคือใครกันแน่...หลังจากซางเลี่ยรุ่ยฉุดกระชากลากตัวเวินหร่านขึ้นรถมาได้ เขากลับเอาแต่เงียบงันไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำสีหน้าของเขามืดมนลึกล้ำ ท่าทีที่ยากจะหยั่งถึงนั้นทำให้ไม่อาจคาดเดาความคิดได้เวินหร่านเองก็ขี้เกียจจะคาดเดาความในใจของเขาเช่นกันรถยนต์หรูของซางเลี่ยรุ่ยแล่นมาถึงไห่รุ่นอินเตอร์เนชั่นแนลเวินหร่านรีบผลักประตูลงจากรถทันที
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้







