LOGINบทที่ 2 น่าสงสาร
หลังจากพาตัวเองออกมาจากการตามตัวของบอดี้การ์ดได้สำเร็จ ใยบัวรีบสาวเท้าเลี่ยงมาทางประตูหลังของภัตตาคารหรู ลมเย็นปะทะเข้ากับดวงหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซ่อนน้ำตามาครู่ใหญ่ เธอเดินลัดเลาะมาตามตรอกที่แสงไฟสลัวลง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งชันเข่าพิงผนังตึกอยู่ท่ามกลางความมืด “จุ๊ๆ... อย่าส่งเสียงดังไปนะคะ”เธอรีบยกนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปาก กระซิบฝากคำสั่งผ่านความมืดไปยังร่างที่นั่งอยู่ตรงนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอแอบหนีออกมาได้สำเร็จ ร่างนั้นค่อย ๆ ขยับตัว... เขาคือชายหนุ่มที่มีร่างกายกำยำภายใต้เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยและเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าดิน เส้นผมยุ่งเหยิงปรกลงมาปิดบังดวงตาคมกริบที่กำลังลอบพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ “อ่ะ... อื้อ...” เขาทำท่าจุ๊ปากตามเธอ ก่อนจะพยักหน้าถี่ ๆ รับคำ “เป็น... เป็นใบ้หรือจ๊ะ?” ใยบัวชะงักไป นัยน์ตาสวยวาววับไปด้วยความสงสารจับใจ เมื่อเห็นสภาพมอมแมมและท่าทางที่ดูไร้ทางสู้ของคนตรงหน้า “อื๊อ... หงึก ๆ” ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยัน แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นลอบสำรวจใบหน้าหวานและทรวดทรงอ้อนแอ้นของคนตัวเล็กกว่าอย่างถือวิสาสะ “น่าสงสารจัง...” ใยบัวรำพึงออกมาแผ่วเบา ความขี้สงสารที่เป็นนิสัยติดตัวเริ่มทำหน้าที่ของมัน “หิวไหมจ๊ะ? เดี๋ยวบัวจะไปหาอะไรให้ทานนะ แต่ต้องรอให้พวกบอดี้การ์ดเดินพ้นไปจากแถวนี้ก่อน พี่รอตรงนี้ได้ไหม?” ไอ้ใบ้แสร้งขยับมือกดลงที่หน้าท้องเบา ๆ พลางส่งสายตาละห้อยหาที่ดูสมจริงจนใยบัวแทบจะทนดูไม่ได้ เธอหันไปมองทางเดินหลัก เห็นบอดี้การ์ดชุดดำพากันเดินแยกย้ายไปอีกทางเพื่อตามหาเธอ เมื่อเห็นว่าสบโอกาส ร่างบางจึงหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ชายจรจัดตรงหน้า “รอแป๊บนะจ๊ะ เดี๋ยวบัวกลับมา”ใยบัวเดินนำออกไปทางถนนใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อที่เปิดสว่างไสวอยู่ไม่ไกล โดยมีชายร่างใหญ่ในคราบคนจรเดินตามหลังมาติด ๆ กลิ่นอายความดิบเถื่อนจากร่างกายเขาขัดกับความหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากตัวเธออย่างสิ้นเชิง เมื่อถึงหน้าจุดหมาย ใยบัวหันมาหาเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “นั่งรอบัวตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ อย่าไปไหนนะ... บัวจะรีบออกมา” ไอ้ใบ้พยักหน้าตอบรับอย่างเชื่องช้า เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบฟุตบาทหน้าเซเว่นอีเลฟเว่นในท่าทางของคนไร้ที่พึ่งพิงทอดสายตาละห้อยมองตามร่างบอบบางที่เพิ่งหยิบยื่นไมตรีให้เขาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำว่าทันทีที่แผ่นหลังของใยบัวเลือนหายเข้าไปหลังบานประตูอัตโนมัติแววตาที่เคยดูใสซื่อไร้พิษสงกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววแข็งกระด้างเย็นชาขึ้นมาทันที เพียงไม่นาน บานประตูอัตโนมัติของร้านสะดวกซื้อก็เลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างบอบบางของใยบัวที่เดินถือถุงพลาสติกใบโตออกมา เธอเดินตรงมาหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บนฟุตบาทด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวเสียจนคนมองต้องเผลอใจสั่น “นี่จ้ะ... บัวซื้อขนมกับน้ำมาให้พี่เยอะเลย ทานให้อิ่มนะจ๊ะ” ใยบัวย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ อย่างไม่ถือตัว มือเรียวสวยยื่นถุงขนมส่งให้ชายตรงหน้าด้วยความเต็มใจ ความใจดีที่ปราศจากจริตจะก้านนั้นทำให้ไอ้ใบ้ชะงักไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือมอมแมมไปรับของมาพลางพยักหน้าหงึก ๆเลียนแบบท่าทางคนซื่อเขลา แววตาคมกริบที่เคยดุดันถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดีอกดีใจจนเกินเหตุ “ทานเยอะ ๆ นะจ๊ะพี่ ดูท่าทางพี่จะหิวมาก” เธอบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเวทนาและปรารถนาดี ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาจนต้องหยีตา รถยุโรปคันหรูหลายคันแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนจะก้าวลงมาด้วยท่าทีคุกคาม พวกเขาเดินตรงรี่เข้ามาหาใยบัว “เห้อ... สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสินะ”ใยบัวพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว ความสดใสในดวงตาดับวูบลงแทนที่ด้วยความเย็นชาและเหนื่อยหน่าย เธอเหลือบมองไอ้ใบ้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนเหยียดตรง วางมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์เพื่อปกป้องชายอนาถาไม่ให้ถูกลูกหลงจากการทำร้ายของบอดี้การ์ดพวกนี้ “บัวจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไม่ต้องมาลากตัวบัวหรอก”เธอเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเดินขึ้นรถไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ไอ้ใบ้นั่งอยู่ท่ามกลางความมืดเพียงลำพัง มือหนากำถุงขนมแน่น สายตาคมกริบจดจ้องตามท้ายรถหรูที่ลับสายตาไป ภายใต้ใบหน้าที่ดูโง่งมนั้น ความคิดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ… ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหนังราคาแพง ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่ชวนให้หายใจไม่ออก ใยบัว นั่งตัวตรงดิ่งราวกับรูปปั้นสลัก เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูแสงไฟของเมืองหลวงที่วิ่งผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่อยากจะรับรู้หรือสบตากับใครทั้งสิ้น “ทำไมถึงทำตัวไร้การศึกษาแบบนี้ใยบัว!” เสียงของ เสี่ยไกรระเบิดขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวชายสูงวัยจ้องมองลูกสาวด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผา “บัวก็บอกคุณพ่อไปแล้วนี่คะ... ว่าบัวไม่อยากมา” ใยบัวหันกลับมาสบตาผู้เป็นพ่อเพียงชั่วครู่ แววตาของเธอไม่มีความกลัวเกรงเหลืออยู่ มีเพียงความเหนื่อยหน่ายที่ทับถมกันจนกลายเป็นความด้านชา “แกอย่าทำให้ฉันต้องอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้! รู้ไหมว่าแขกผู้ใหญ่เขาจะมองฉันยังไงที่ลูกสาวหนีหายไปกลางคันแบบนี้” เสี่ยไกรขบกรามแน่นจนเป็นสัน “ถ้าขืนแกยังพยศไม่เลิก ฉันจะสั่งขังลืมแกไว้ในบ้าน อย่าหวังจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก!” “ทุกวันนี้ชีวิตของบัว... มันต่างจากโดนขังตรงไหนหรือคะ?” น้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าบาดลึกของลูกสาวทำให้เสี่ยไกรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโมโหที่หนักกว่าเดิม “ใยบัว! เดี๋ยวนี้แกชักจะต่อปากต่อคำกับฉันเก่งเกินไปแล้วนะ แกเห็นฉันเป็นพ่อแกอยู่หรือเปล่า!” “บัวแค่ไม่อยากทะเลาะกับคุณพ่อแล้วค่ะ... มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย”ใยบัวตัดบทเสียงเบาหวิว เธอหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับกำแพงอคติที่พ่อสร้างขึ้นมา “ดี! เลี้ยงมาจนโต ตั้งใจจะให้ได้ดิบได้ดี แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเด็กดื้อรั้นไม่รู้จักบุญคุณ!” เสี่ยไกรแค่นเสียงตัดพ้ออย่างใส่อารมณ์ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ใยบัวไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปอีก เธอเพียงแต่หันหน้าหนีไปมองความมืดนอกหน้าต่างตามเดิม หยาดน้ำตาใส ๆ รื้นขึ้นมาคลอที่หน่วยตาอย่างห้ามไม่ได้ ในหัวของเธอกลับนึกถึงดวงตาคมกริบคู่หนึ่งของชายพเนจรคนนั้น... คนที่ดูไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่กลับทำให้เธอรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดในช่วงเวลาสั้น ๆ ถ้าชีวิตของบัวจะต้อยต่ำเหมือนพี่ใบ้คนนั้น... บัวอาจจะมีอิสระมากกว่านี้ก็ได้ใช่ไหมบทที่ 23 ชีวิตคู่ หลังจากวันที่ความรักได้รับการยอมรับจากเสี่ยไกร ภาคินก็ไม่รอช้าที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่สุพรรณบุรีเพื่อรับพ่อและแม่ขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมสำหรับงานวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง ตลอดระยะเวลานั้น ภาคินต้องรับบทหนักทั้งงานที่สถานีตำรวจและการทำหน้าที่เป็นว่าที่เจ้าบ่าว คอยวิ่งรอกไปมาหาสู่คฤหาสน์รัตนเวชอยู่ไม่ขาดท่ามกลางความวุ่นวายในห้องทำงานที่ สน. เสียงฝีเท้าและเสียงวิทยุสื่อสารยังคงดังเป็นระยะ ภาคินหันไปย้ำกับเพื่อนซี้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง“เฮ้ย... ไอ้สิน มึงอย่าลืมเคลียร์คิวตัวเองให้ว่างนะเว้ย วันนั้นสำคัญกับกูมาก”“เออ! รู้แล้วไอ้เหี๊ย จะย้ำทำไมหนักหนาวะ” หมวดสินเงยหน้าจากกองเอกสารแล้วตอบกลับอย่างกวนประสาท “กูรู้ตำแหน่งตัวเองดีโว้ย... เพื่อนเจ้าบ่าวเบอร์หนึ่งอย่างกูไม่มีพลาดอยู่แล้ว”“เออ... แล้วมึงก็ช่วยเคลียร์พวกบรรดาสาว ๆ ในสต็อกมึงด้วยล่ะ อย่าให้มาทำเสียเรื่องในงานกู” ภาคินเปรยขำ ๆ แต่ทว่าสายตาที่มองเพื่อนกลับดูเหมือนเตือนจริง“กูจัดการได้น่า มึงห่วงตัวเองเถอะ...” หมวดสินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งคำถาม
บทที่ 22 ขออนุญาตแสงตะวันยามบ่ายที่เริ่มทอดเงายาวฉาบไล้เข้ามาในห้องนอน ใยบัวค่อย ๆ ขยับกายตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับเป็นความระบมที่มาพร้อมกับความอุ่นซ่านในหัวใจ เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากแกรก...เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนที่ประดับบนใบหน้าคมเข้ม“ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง...” ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย“ค่ะ...” ใยบัวตอบรับเพียงสั้น ๆ พลางพยายามจะขยับตัวลุกจากเตียงนอน ทว่าภาคินกลับถลันเข้ามาประคองร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว“ลุกขึ้นมาทำไมครับ หืม?” เขาแสร้งดุเบา ๆ ในลำคอ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย“บัวแค่ไม่อยากนอนเฉย ๆ แล้วนี่คะ... มันเมื่อยไปหมดแล้ว” เธอตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน“ครับ ๆ พี่เข้าใจแล้ว... งั้นเดี๋ยวพี่อุ้มไปนั่งตรงระเบียงรับลมดีไหม?”“ไม่เอาค่ะ บัวเดินเองได้”“อย่าดื้อสิครับคนดี ร่างกายหนูยังไม่แข็งแรงนะ” ภาคินเอ็ดเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก“พี่ใบ้ดุบัวอีกแล้วนะจ๊ะ...” ใยบัวแสร้งตัดพ้อพลางย่น
บทที่ 21 บ้าใบ้กินบัว🔞🔥ภาคินยกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นคนสวยของเขากำลังมัวเมาในรสสวาทที่เขาจงใจกลั่นแกล้งรั้งเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าใยบัวเริ่มหอบกระชั้นและใกล้จะถึงขีดจำกัด เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนบทเรียนนี้ให้เร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้นมือหนาที่เคยตรึงเอวบางไว้เปลี่ยนมาโอบรัดร่างของเธอแน่น ก่อนจะพลิกกายเพียงชั่วพริบตาเดียว ใยบัวรู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกจัดท่าทางให้นอนคว่ำราบลงกับที่นอนนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับตามมาติด ๆ ราวกับเงาตามตัว"พี่ใบ้... อ๊ะ!"ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวได้ สะโพกมนก็ถูกมือหนารั้งขึ้นให้โก้งโค้งรับความต้องการของเขา ภาคินไม่รอช้า เขาจดจ่อความแข็งแกร่งเข้ากับช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ ก่อนจะกดแทรกซึมเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม"อื้อออ!... พี่ใบ้ บัวเจ็บ มันลึกไปจ้ะ!"ใยบัวร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าหวานฟุบลงกับหมอน ขนอ่อนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังที่ส่งตรงเข้าถึงจุดลึกที่สุดจนกายสาวสั่นคลอนตับ! ตับ! ตับ!"ซี๊ดดด... ท่านี้แหละบัว พี่จะเข้าให้ถึงหนู"ภาคินคำรามออกมาอย่างดิบเถื่อน เขาโน้มตัวลงมาหมอบทับแผ่นหลังเนียน มือหนึ่งขยำยอดอกที่โผล่พ้นลำตัวออกมา ส่วนอีกมือก็ฟาดลงบนแก้มก้
บทที่ 20 แต่งงานกันไหม?🔞🔥หลังจากเรื่องร้ายผ่านพ้นไป คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบเหงาลงถนัดตา ทว่าในความเงียบนั้นกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ภาคินได้รับอนุญาตจากใยบัวให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกใหญ่ ไม่ใช่ในฐานะคนสวนใบ้อีกต่อไป แต่ในฐานะเจ้าของหัวใจความหวาดกลัวจากเหตุการณ์บุกจับคุณพ่อ และภาระงานอันหนักอึ้งที่โรงแรมซึ่งเธอต้องแบกรับเพียงลำพัง ทำให้ไหล่บางดูล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอน ภาคินขยับกายเข้าไปโอบกอดร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนผมของเธอยังคงทำให้เขาคลั่งไคล้ได้เสมอ“คุณหนูครับ... แต่งงานกับพี่ไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรัว ภาคินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปไหนอีก“พี่ใบ้... แน่ใจแล้วเหรอจ๊ะ?”ใยบัวเอ่ยถามเสียงแผ่ว สรรพนามที่เคยใช้เรียกเขายังคงติดปาก แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาคือผู้กองภาคินที่เป็นนายตำรวจสังกัดปราบอาชญากรรมก็ตาม“แน่ใจสิครับ... คุณหนูเป็นของพี่แล้วนะ เป็นทั้งตัวและหัวใจ พี่จะปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 19 เป็นห่วงภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ดังระงมไปทั่วบริเวณ ภาคินนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังซึ่งเพิ่งผ่านการเย็บสดๆ ร้อนๆ ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความดื้อดึง“ผมบอกแล้วไงว่าไม่นอน! แค่นี้ไกลหัวใจเยอะแยะ ผมจะกลับ!” ภาคินตวาดเสียงแข็งใส่พยาบาลที่พยายามจะเข็นเตียงเขาไปที่ห้องพักฟื้น“ไอ้คินครับ! แผลมึงลึกนะเว้ย หมอบอกว่าเสี่ยงติดเชื้อ มึงจะรีบไปไหนนักหนาวะ” หมวดสินที่ยืนกอดอกเฝ้าอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด“กูจะไปหาใยบัว... กูสัญญากับเขาไว้ว่าจะไปรับ” ภาคินพยายามจะยันตัวลุกลงจากเตียง ทว่าความเจ็บแปล็บที่แผ่นหลังทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและทรุดตัวลงนั่งตามเดิม“สภาพมึงตอนนี้ แค่เดินไปเข้าห้องน้ำให้รอดก่อนเถอะไอ้เสือ!” หมวดสินกดไหล่เพื่อนรักไว้แน่น “มึงดูสารรูปตัวเองบ้าง เลือดซึมจนผ้าพันแผลแดงฉานขนาดนี้ ถ้าคุณหนูเขามาเห็นมึงในสภาพนี้ เขาจะไม่ยิ่งตกใจจนช็อกไปเหรอวะ”คำพูดของหมวดสินทำให้ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าตื่นตระหนกของใ
บทที่ 18 กำลังใจในวันปฏิบัติการกาลเวลาหมุนผ่านไปเร็ว ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ภาพของนายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ทำหน้าที่สารถีจำเป็น คอยรับส่งประธานบริหารคนสวยระหว่างคฤหาสน์และโรงแรมรัตนเวช แกรนด์ กลายเป็นภาพที่พนักงานทุกคนเริ่มจะคุ้นตา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้คนรอบข้างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทว่าสำหรับภาคินแล้ว ทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอในรถคันเดิมนี้คือช่วงเวลาที่แสนล้ำค่าที่สุดในบ่ายวันหนึ่งขณะที่รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าสู่โรงแรมหรู ภาคินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างกายที่กำลังตรวจเอกสารด้วยความตั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา“ใยบัวครับ... สามเดือนมาแล้วนะ ใจอ่อนให้พี่บ้างหรือยังคะคนดี?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทอดหวานอย่างสื่อความหมาย“ยังค่ะ” ใยบัวตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน ทว่ามุมปากกลับแอบขยับเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต“ใจร้ายจังเลยนะ...ปล่อยให้พี่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ พี่เสียใจจนกินข้าวไม่ลงแล้วนะเนี่ย” ภาคินแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยคล้ายเด็กน้อยที่โดนขัดใจ“ค่ะ รับทราบแล้วค่ะ” ใยบัวพยักหน้ารับแบบส่งเดช
บทที่ 6 สำรวจแสงทองระยิบระยับยามเช้าทอดตัวผ่านม่านหมอก ที่ปกคลุมทั่วคฤหาสน์รัตนเวช กลิ่นดินชื้นแฉะและหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าส่งกลิ่นอายสดชื่น ไอ้ใบ้ ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เขาเริ่มงานด้วยความขะมักเขม้น ทั้งรดน้ำและพรวนดิน ท่วงท่าของเขายามก้มหน้าก้มตาทำงานนั้นดูหนักแน่นและมั่นคง แต่ในขณะที่มือท
บทที่ 8 ไปหาภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีหวานละมุน บรรยากาศกลับตึงเครียดที่เต็มไปด้วยกลิ่นของยา ร่างเล็กนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ผิวแก้มที่เคยซีดเผือดเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างจากการดูแลของคุณหมอประจำตระกูล เปลือกตาบางขยับไหวไปมาภายใต้ห้วงนิทราที่ก้ำกึ่งระหว่างความจริงกับความฝันในความมืด
บทที่ 11 ค้นบ้านสายของวันถัดมา คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล รถตำรวจนับสิบคันจอดเรียงรายปิดทางเข้าออก เสียงไซเรนที่ดังกึกก้อง เหล่าบอดี้การ์ดถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านไปทั่วคฤหาสน์หลังงามภาคิน ก้าวลงจากรถตำรวจในชุดเครื่องแบบเต็มยศ สง่างามและน่
บทที่ 10 บุกจับแสงสลัวภายในเซฟเฮ้าส์ลับของหน่วยปฏิบัติการพิเศษดูจะเงียบเหงากว่าทุกวัน ภาคินในลุคใหม่ที่สลัดคราบไอ้ใบ้คนสวนทิ้งไป เหลือเพียงผู้กองหนุ่มมาดขรึม นั่งนิ่งอยู่หน้า หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด แสงสีฟ้าจากจอกระทบลงบนใบหน้าคมสันที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแม้ต







