Mag-log inบทที่ 3 พี่ใบ้
นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อจนใจสลาย ใยบัวก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตของคฤหาสน์รัตนเวช ราวกับนกน้อย เพราะรู้ดีว่ายิ่งดิ้นรน ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้าจนเหนื่อยล้าเกินจะรับไหว เช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ใยบัวเดินทอดน่องอยู่ในสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดดอกไม้ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่คุ้นตาอยู่ภายนอกรั้วสแตนเลสฉลุลายหนาหนัก ร่างกำยำในชุดมอมแมมของชายเร่ร่อนคนเดิมที่เคยช่วยเธอไว้กำลังนั่งพิงกำแพงปูนเย็นชืดอยู่เพียงลำพัง “เปิดประตูให้บัวหน่อย...” เธอหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูบ้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเด็ดขาด นัยน์ตาสวยที่มักจะอ่อนหวานอยู่เสมอยามนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง รังสีความดุดันที่สืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อแผ่ออกมาจนชายชุดดำต้องก้มหน้าละล่ำละลักปลดล็อกประตูบานใหญ่ให้แต่โดยดี แม้ในใจจะหวั่นเกรงต่อคำสั่งของเสี่ยไกรเพียงใดก็ตาม “คุณหนูจะออกไปไหนครับ? เสี่ยสั่งไว้ว่า...” หนึ่งในบอดี้การ์ดชักสีหน้าลำบากใจ พยายามอ้างถึงคำสั่งของผู้เป็นนาย “บัวบอกให้เปิด... ก็คือเปิด” นัยน์ตาสวยกลับฉายแววกร้าวขึ้นด้วยความขุ่นเคือง ใยบัวสาวเท้าก้าวออกจากประตูรั้วโดยมี ชมพู่ สาวใช้คนสนิทกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามออกมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน “คุณหนูขา จะทำอะไรจ๊ะ? ออกมาข้างนอกแบบนี้ถ้าคุณท่านทราบ ชมพู่หัวขาดแน่ ๆ” “ตามมาเถอะน่าชมพู่” ใยบัวไม่ฟังคำทัดทาน เธอตรงดิ่งไปยังร่างของชายที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น “พี่ใบ้... ใช่พี่จริง ๆ ด้วย” ชายร่างใหญ่ในคราบของคนจรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้เงาผมยุ่งเหยิงฉายแววประหลาดใจครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความซื่อโง่งม เขารีบพยักหน้าหงึกหงึกพลางใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเองเพื่อยืนยันตัวตน “พี่มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะ? บ้านบัวอยู่ไกลจากภัตตาคารตั้งมาก พี่เดินมาถึงนี่เลยหรือ?” ใยบัวถามด้วยความฉงนใจระคนสงสาร มือเรียวอยากจะเอื้อมไปช่วยปัดฝุ่นที่เกาะตามตัวเขา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงแหลม ๆ ของชมพู่ดังขัดขึ้น “คุณหนูเข้าบ้านเถอะค่ะ จะไปเสวนากับคนจรจัดแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ ดูสิคะ เนื้อตัวมีแต่ขี้ดินเดี๋ยวเชื้อโรคก็ถามหาหรอก” ชมพู่ป้องจมูกพลางขยับตัวออกห่างด้วยความรังเกียจ “ชมพู่! ถ้าจะพูดจาใจแคบแบบนี้ก็เข้าบ้านไปก่อน บัวจะคุยกับพี่เขา” ใยบัวหันไปดุเด็กรับใช้จนอีกฝ่ายหน้าเสีย “โถ่... คุณหนู” ใยบัวหันกลับมาหาชายตรงหน้าที่ยังคงทำท่าทางเงอะงะ “พี่ใบ้หิวไหมจ๊ะ? เดี๋ยวบัวเอาขนมกับน้ำออกมาให้ พี่นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ” ไอ้ใบ้พยักหน้าตอบรับด้วยแววตาซาบซึ้งใจ เขาพลางลูบท้องท่าทางน่าเวทนา ทอดสายตามองคุณหนูผู้อ่อนโยนที่กำลังหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน ใยบัวก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัวกว้างขวางของคฤหาสน์รัตนเวช ที่ซึ่งอุปกรณ์เครื่องครัวสแตนเลสแวววับสะท้อนแสงไฟนีออน กลิ่นหอมของเครื่องเทศและอาหาร แต่เธอกลับมุ่งตรงไปยังมุมเตรียมอาหารว่างด้วยความรีบร้อน “คุณหนู! เข้ามาทำอะไรในนี้จ๊ะ เดี๋ยวเสื้อผ้าสวย ๆ จะเปื้อนหมด” ป้าพร หัวหน้าแม่ครัวเก่าแก่ร้องทักด้วยความตกใจ พลางรีบวางมือจากงานตรงหน้า “บัวจะมาเตรียมของว่างกับน้ำไปให้คนข้างนอกหน่อยค่ะป้าพร” ใยบัวเอ่ยขณะหยิบถาดกระเบื้องเคลือบออกมาวาง “คนข้างนอก? อ๋อ... ไอ้คนจรจัดที่นั่งหน้าบ้านนั่นเหรอจ๊ะ?” ป้าพรทำหน้าปั้นปึ่ง “โถ่คุณหนูขา... ให้เด็กเอาเศษขนมปังหรือข้าวเหลือเมื่อเช้าไปโยนให้ก็พอแล้วมั้งจ๊ะ ไม่เห็นต้องลงมือเองเลย” ใยบัวชะงักมือที่กำลังคีบขนมไทยจัดใส่จาน เธอหันมาสบตาหัวหน้าแม่ครัวด้วยสายตาที่เรียบเฉยทว่าแฝงความตำหนิ “เขาเป็นคนนะคะป้าพร ไม่ใช่สุนัขที่จะต้องทานของเหลือ... และเขาก็คือคนที่ช่วยบัวไว้” คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องครัวตกอยู่ในความเงียบ ชมพู่ที่เดินตามเข้ามาติด ๆ ได้แต่ยืนทำหน้าไม่ถูก ส่วนป้าพรก็หน้าเสียไปถนัดตา ใยบัวไม่สนใจสายตาเหล่านั้นอีก เธอลงมือจัดเตรียมน้ำเย็นลอยดอกมะลิใส่ขวดแก้ว พร้อมกับตักข้าวสวยร้อน ๆ และกับข้าวที่ดูทานง่ายจัดลงในกล่องอย่างประณีต ความใส่ใจที่เธอทุ่มเทลงไปนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อตอบแทนพระคุณ แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้นี้ยังมีอิสระที่จะหยิบยื่นความเมตตาให้ใครสักคนได้ตามใจปรารถนา “ชมพู่... มายกถาดนี้ตามบัวไป”ใยบัวสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะถือขวดน้ำเดินนำออกไป ทิ้งให้คนในครัวมองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งไม่เข้าใจในความแม่พระของคุณหนูคนสวย ขณะที่เดินกลับไปยังประตูรั้ว หัวใจของใยบัวกลับเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ความอึดอัดที่สะสมมาจากการทะเลาะกับพ่อเริ่มจางหายไปเพียงเพราะความคิดที่ว่า... มีใครคนหนึ่งที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเธออยู่ข้างนอกนั่น ไอ้ใบ้นั่งนิ่งอยู่ริมกำแพงเย็นเยียบ สายตาที่ดูเหม่อลอยคล้ายคนสิ้นหวังแอบลอบสังเกตความเคลื่อนไหวผ่านซี่รั้วสแตนเลส จนกระทั่งบานประตูเล็กเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบอบบางที่ถือถาดอาหารออกมาด้วยตัวเอง โดยมีสาวใช้หน้ามุ่ยเดินตามหลังมาติดๆ “พี่ใบ้... รอนานไหมจ๊ะ? บัวเตรียมข้าวกับขนมมาให้แล้วนะ”ใยบัวย่อตัวลงนั่งบนพื้นปูนขัดหยาบฝั่งตรงข้ามกับเขาอย่างไม่ถือตัว กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวสวยร้อนๆ และน้ำลอยดอกมะลิเย็นฉ่ำถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าชายพเนจร ชมพู่ที่ยืนอยู่ข้างหลังทำท่าจะท้วงแต่เมื่อเจอสายตาปรามจากเจ้านายสาว เธอก็ได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียว “ทานเลยนะจ๊ะ บัวตั้งใจทำมาให้พี่โดยเฉพาะเลย”ไอ้ใบ้ทำทีเป็นหูตาโตด้วยความดีใจ เขาประคองจานข้าวด้วยมือที่สั่นเทา แล้วเริ่มตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วราวกับคนอดอยาก ทว่าในทุกคำที่กลืนลงไป เขาสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันของรสชาติที่ต่างจากอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เขาเคยชิน “ค่อยๆ ทานนะจ๊ะ เดี๋ยวติดคอ...” ใยบัวยิ้มละมุน แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากใครในแวดวงสีเทาที่เขาคลุกคลี “จริงสิ... บัวอยากคุยกับพี่ให้รู้เรื่องมากกว่านี้ บัวจะสอนภาษามือง่ายๆ ให้พี่ดีไหมจ๊ะ?” ไอ้ใบ้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า ‘หงึกหงึก’ แทนคำตอบ ใยบัวขยับตัวเข้าไปใกล้รั้วมากขึ้น เธอชูนิ้วเรียวสวยขึ้นมาแล้วพับปลายนิ้วลง “ถ้าพี่อยากบอกว่า ‘ขอบคุณ’ พี่ต้องทำแบบนี้นะจ๊ะ...”เธอทำท่าทางสื่อสารอย่างตั้งใจ ทรวดทรงอวบอิ่มภายใต้ชุดกระโปรงตัวสวยขยับตามจังหวะการเคลื่อนไหวจนไอ้ใบ้ต้องรีบหลบสายตาไปทางอื่น หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะเมื่อต้องมารับบทนักเรียนของคุณหนูผู้แสนดีคนนี้ “ไหน... พี่ลองทำตามบัวสิจ๊ะ” ชายหนุ่มทำมือไม้เงอะงะ ลอกเลียนท่าทางของเธออย่างช้าๆ มือหนาที่หยาบกร้านของเขาเผลอไปแตะถูกปลายนิ้วเรียวนุ่มของใยบัวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ความร้อนผ่าวแล่นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของทั้งคู่โดยไม่ได้ตั้งใจ “เก่งมากจ๊ะพี่ใบ้!” ใยบัวอุทานด้วยความดีใจ ปรบมือเบาๆ ราวเด็กน้อยที่ได้ของเล่นใหม่ “ส่วนอันนี้... แปลว่าดีนะจ๊ะ ถ้าพี่ชอบอะไร พี่ก็ทำแบบนี้” ไอ้ใบ้มองรอยยิ้มกว้างของคุณหนูที่ดูสดใสกว่าแสงแดดยามเช้า เขายกนิ้วโป้งขึ้นตามที่เธอสอน ทว่าในใจกลับกึกก้องด้วยประโยคที่เขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้ ‘ไม่ใช่แค่เก่งหรอกคุณหนู... แต่เธอน่ะดีเกินไปสำหรับคนอย่างฉันจริงๆ’บทที่ 23 ชีวิตคู่ หลังจากวันที่ความรักได้รับการยอมรับจากเสี่ยไกร ภาคินก็ไม่รอช้าที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่สุพรรณบุรีเพื่อรับพ่อและแม่ขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมสำหรับงานวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง ตลอดระยะเวลานั้น ภาคินต้องรับบทหนักทั้งงานที่สถานีตำรวจและการทำหน้าที่เป็นว่าที่เจ้าบ่าว คอยวิ่งรอกไปมาหาสู่คฤหาสน์รัตนเวชอยู่ไม่ขาดท่ามกลางความวุ่นวายในห้องทำงานที่ สน. เสียงฝีเท้าและเสียงวิทยุสื่อสารยังคงดังเป็นระยะ ภาคินหันไปย้ำกับเพื่อนซี้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง“เฮ้ย... ไอ้สิน มึงอย่าลืมเคลียร์คิวตัวเองให้ว่างนะเว้ย วันนั้นสำคัญกับกูมาก”“เออ! รู้แล้วไอ้เหี๊ย จะย้ำทำไมหนักหนาวะ” หมวดสินเงยหน้าจากกองเอกสารแล้วตอบกลับอย่างกวนประสาท “กูรู้ตำแหน่งตัวเองดีโว้ย... เพื่อนเจ้าบ่าวเบอร์หนึ่งอย่างกูไม่มีพลาดอยู่แล้ว”“เออ... แล้วมึงก็ช่วยเคลียร์พวกบรรดาสาว ๆ ในสต็อกมึงด้วยล่ะ อย่าให้มาทำเสียเรื่องในงานกู” ภาคินเปรยขำ ๆ แต่ทว่าสายตาที่มองเพื่อนกลับดูเหมือนเตือนจริง“กูจัดการได้น่า มึงห่วงตัวเองเถอะ...” หมวดสินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งคำถาม
บทที่ 22 ขออนุญาตแสงตะวันยามบ่ายที่เริ่มทอดเงายาวฉาบไล้เข้ามาในห้องนอน ใยบัวค่อย ๆ ขยับกายตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับเป็นความระบมที่มาพร้อมกับความอุ่นซ่านในหัวใจ เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากแกรก...เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนที่ประดับบนใบหน้าคมเข้ม“ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง...” ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย“ค่ะ...” ใยบัวตอบรับเพียงสั้น ๆ พลางพยายามจะขยับตัวลุกจากเตียงนอน ทว่าภาคินกลับถลันเข้ามาประคองร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว“ลุกขึ้นมาทำไมครับ หืม?” เขาแสร้งดุเบา ๆ ในลำคอ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย“บัวแค่ไม่อยากนอนเฉย ๆ แล้วนี่คะ... มันเมื่อยไปหมดแล้ว” เธอตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน“ครับ ๆ พี่เข้าใจแล้ว... งั้นเดี๋ยวพี่อุ้มไปนั่งตรงระเบียงรับลมดีไหม?”“ไม่เอาค่ะ บัวเดินเองได้”“อย่าดื้อสิครับคนดี ร่างกายหนูยังไม่แข็งแรงนะ” ภาคินเอ็ดเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก“พี่ใบ้ดุบัวอีกแล้วนะจ๊ะ...” ใยบัวแสร้งตัดพ้อพลางย่น
บทที่ 21 บ้าใบ้กินบัว🔞🔥ภาคินยกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นคนสวยของเขากำลังมัวเมาในรสสวาทที่เขาจงใจกลั่นแกล้งรั้งเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าใยบัวเริ่มหอบกระชั้นและใกล้จะถึงขีดจำกัด เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนบทเรียนนี้ให้เร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้นมือหนาที่เคยตรึงเอวบางไว้เปลี่ยนมาโอบรัดร่างของเธอแน่น ก่อนจะพลิกกายเพียงชั่วพริบตาเดียว ใยบัวรู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกจัดท่าทางให้นอนคว่ำราบลงกับที่นอนนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับตามมาติด ๆ ราวกับเงาตามตัว"พี่ใบ้... อ๊ะ!"ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวได้ สะโพกมนก็ถูกมือหนารั้งขึ้นให้โก้งโค้งรับความต้องการของเขา ภาคินไม่รอช้า เขาจดจ่อความแข็งแกร่งเข้ากับช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ ก่อนจะกดแทรกซึมเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม"อื้อออ!... พี่ใบ้ บัวเจ็บ มันลึกไปจ้ะ!"ใยบัวร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าหวานฟุบลงกับหมอน ขนอ่อนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังที่ส่งตรงเข้าถึงจุดลึกที่สุดจนกายสาวสั่นคลอนตับ! ตับ! ตับ!"ซี๊ดดด... ท่านี้แหละบัว พี่จะเข้าให้ถึงหนู"ภาคินคำรามออกมาอย่างดิบเถื่อน เขาโน้มตัวลงมาหมอบทับแผ่นหลังเนียน มือหนึ่งขยำยอดอกที่โผล่พ้นลำตัวออกมา ส่วนอีกมือก็ฟาดลงบนแก้มก้
บทที่ 20 แต่งงานกันไหม?🔞🔥หลังจากเรื่องร้ายผ่านพ้นไป คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบเหงาลงถนัดตา ทว่าในความเงียบนั้นกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ภาคินได้รับอนุญาตจากใยบัวให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกใหญ่ ไม่ใช่ในฐานะคนสวนใบ้อีกต่อไป แต่ในฐานะเจ้าของหัวใจความหวาดกลัวจากเหตุการณ์บุกจับคุณพ่อ และภาระงานอันหนักอึ้งที่โรงแรมซึ่งเธอต้องแบกรับเพียงลำพัง ทำให้ไหล่บางดูล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอน ภาคินขยับกายเข้าไปโอบกอดร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนผมของเธอยังคงทำให้เขาคลั่งไคล้ได้เสมอ“คุณหนูครับ... แต่งงานกับพี่ไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรัว ภาคินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปไหนอีก“พี่ใบ้... แน่ใจแล้วเหรอจ๊ะ?”ใยบัวเอ่ยถามเสียงแผ่ว สรรพนามที่เคยใช้เรียกเขายังคงติดปาก แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาคือผู้กองภาคินที่เป็นนายตำรวจสังกัดปราบอาชญากรรมก็ตาม“แน่ใจสิครับ... คุณหนูเป็นของพี่แล้วนะ เป็นทั้งตัวและหัวใจ พี่จะปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 19 เป็นห่วงภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ดังระงมไปทั่วบริเวณ ภาคินนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังซึ่งเพิ่งผ่านการเย็บสดๆ ร้อนๆ ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความดื้อดึง“ผมบอกแล้วไงว่าไม่นอน! แค่นี้ไกลหัวใจเยอะแยะ ผมจะกลับ!” ภาคินตวาดเสียงแข็งใส่พยาบาลที่พยายามจะเข็นเตียงเขาไปที่ห้องพักฟื้น“ไอ้คินครับ! แผลมึงลึกนะเว้ย หมอบอกว่าเสี่ยงติดเชื้อ มึงจะรีบไปไหนนักหนาวะ” หมวดสินที่ยืนกอดอกเฝ้าอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด“กูจะไปหาใยบัว... กูสัญญากับเขาไว้ว่าจะไปรับ” ภาคินพยายามจะยันตัวลุกลงจากเตียง ทว่าความเจ็บแปล็บที่แผ่นหลังทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและทรุดตัวลงนั่งตามเดิม“สภาพมึงตอนนี้ แค่เดินไปเข้าห้องน้ำให้รอดก่อนเถอะไอ้เสือ!” หมวดสินกดไหล่เพื่อนรักไว้แน่น “มึงดูสารรูปตัวเองบ้าง เลือดซึมจนผ้าพันแผลแดงฉานขนาดนี้ ถ้าคุณหนูเขามาเห็นมึงในสภาพนี้ เขาจะไม่ยิ่งตกใจจนช็อกไปเหรอวะ”คำพูดของหมวดสินทำให้ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าตื่นตระหนกของใ
บทที่ 18 กำลังใจในวันปฏิบัติการกาลเวลาหมุนผ่านไปเร็ว ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ภาพของนายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ทำหน้าที่สารถีจำเป็น คอยรับส่งประธานบริหารคนสวยระหว่างคฤหาสน์และโรงแรมรัตนเวช แกรนด์ กลายเป็นภาพที่พนักงานทุกคนเริ่มจะคุ้นตา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้คนรอบข้างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทว่าสำหรับภาคินแล้ว ทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอในรถคันเดิมนี้คือช่วงเวลาที่แสนล้ำค่าที่สุดในบ่ายวันหนึ่งขณะที่รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าสู่โรงแรมหรู ภาคินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างกายที่กำลังตรวจเอกสารด้วยความตั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา“ใยบัวครับ... สามเดือนมาแล้วนะ ใจอ่อนให้พี่บ้างหรือยังคะคนดี?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทอดหวานอย่างสื่อความหมาย“ยังค่ะ” ใยบัวตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน ทว่ามุมปากกลับแอบขยับเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต“ใจร้ายจังเลยนะ...ปล่อยให้พี่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ พี่เสียใจจนกินข้าวไม่ลงแล้วนะเนี่ย” ภาคินแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยคล้ายเด็กน้อยที่โดนขัดใจ“ค่ะ รับทราบแล้วค่ะ” ใยบัวพยักหน้ารับแบบส่งเดช
บทที่ 11 ค้นบ้านสายของวันถัดมา คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล รถตำรวจนับสิบคันจอดเรียงรายปิดทางเข้าออก เสียงไซเรนที่ดังกึกก้อง เหล่าบอดี้การ์ดถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านไปทั่วคฤหาสน์หลังงามภาคิน ก้าวลงจากรถตำรวจในชุดเครื่องแบบเต็มยศ สง่างามและน่
บทที่ 10 บุกจับแสงสลัวภายในเซฟเฮ้าส์ลับของหน่วยปฏิบัติการพิเศษดูจะเงียบเหงากว่าทุกวัน ภาคินในลุคใหม่ที่สลัดคราบไอ้ใบ้คนสวนทิ้งไป เหลือเพียงผู้กองหนุ่มมาดขรึม นั่งนิ่งอยู่หน้า หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด แสงสีฟ้าจากจอกระทบลงบนใบหน้าคมสันที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแม้ต
บทที่ 8 ไปหาภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีหวานละมุน บรรยากาศกลับตึงเครียดที่เต็มไปด้วยกลิ่นของยา ร่างเล็กนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ผิวแก้มที่เคยซีดเผือดเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างจากการดูแลของคุณหมอประจำตระกูล เปลือกตาบางขยับไหวไปมาภายใต้ห้วงนิทราที่ก้ำกึ่งระหว่างความจริงกับความฝันในความมืด
บทที่ 6 สำรวจแสงทองระยิบระยับยามเช้าทอดตัวผ่านม่านหมอก ที่ปกคลุมทั่วคฤหาสน์รัตนเวช กลิ่นดินชื้นแฉะและหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าส่งกลิ่นอายสดชื่น ไอ้ใบ้ ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เขาเริ่มงานด้วยความขะมักเขม้น ทั้งรดน้ำและพรวนดิน ท่วงท่าของเขายามก้มหน้าก้มตาทำงานนั้นดูหนักแน่นและมั่นคง แต่ในขณะที่มือท







