Share

บทที่ 3 พี่ใบ้

Penulis: T.Sunflower
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-22 17:39:37

บทที่ 3 พี่ใบ้

นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อจนใจสลาย ใยบัวก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตของคฤหาสน์รัตนเวช ราวกับนกน้อย เพราะรู้ดีว่ายิ่งดิ้นรน ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้าจนเหนื่อยล้าเกินจะรับไหว

เช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ใยบัวเดินทอดน่องอยู่ในสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดดอกไม้ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่คุ้นตาอยู่ภายนอกรั้วสแตนเลสฉลุลายหนาหนัก ร่างกำยำในชุดมอมแมมของชายเร่ร่อนคนเดิมที่เคยช่วยเธอไว้กำลังนั่งพิงกำแพงปูนเย็นชืดอยู่เพียงลำพัง

“เปิดประตูให้บัวหน่อย...” เธอหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูบ้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเด็ดขาด นัยน์ตาสวยที่มักจะอ่อนหวานอยู่เสมอยามนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง รังสีความดุดันที่สืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อแผ่ออกมาจนชายชุดดำต้องก้มหน้าละล่ำละลักปลดล็อกประตูบานใหญ่ให้แต่โดยดี แม้ในใจจะหวั่นเกรงต่อคำสั่งของเสี่ยไกรเพียงใดก็ตาม

“คุณหนูจะออกไปไหนครับ? เสี่ยสั่งไว้ว่า...” หนึ่งในบอดี้การ์ดชักสีหน้าลำบากใจ พยายามอ้างถึงคำสั่งของผู้เป็นนาย

“บัวบอกให้เปิด... ก็คือเปิด” นัยน์ตาสวยกลับฉายแววกร้าวขึ้นด้วยความขุ่นเคือง

ใยบัวสาวเท้าก้าวออกจากประตูรั้วโดยมี ชมพู่ สาวใช้คนสนิทกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามออกมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

“คุณหนูขา จะทำอะไรจ๊ะ? ออกมาข้างนอกแบบนี้ถ้าคุณท่านทราบ ชมพู่หัวขาดแน่ ๆ”

“ตามมาเถอะน่าชมพู่” ใยบัวไม่ฟังคำทัดทาน เธอตรงดิ่งไปยังร่างของชายที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น

“พี่ใบ้... ใช่พี่จริง ๆ ด้วย”

ชายร่างใหญ่ในคราบของคนจรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้เงาผมยุ่งเหยิงฉายแววประหลาดใจครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความซื่อโง่งม เขารีบพยักหน้าหงึกหงึกพลางใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเองเพื่อยืนยันตัวตน

“พี่มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะ? บ้านบัวอยู่ไกลจากภัตตาคารตั้งมาก พี่เดินมาถึงนี่เลยหรือ?” ใยบัวถามด้วยความฉงนใจระคนสงสาร มือเรียวอยากจะเอื้อมไปช่วยปัดฝุ่นที่เกาะตามตัวเขา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงแหลม ๆ ของชมพู่ดังขัดขึ้น

“คุณหนูเข้าบ้านเถอะค่ะ จะไปเสวนากับคนจรจัดแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ ดูสิคะ เนื้อตัวมีแต่ขี้ดินเดี๋ยวเชื้อโรคก็ถามหาหรอก” ชมพู่ป้องจมูกพลางขยับตัวออกห่างด้วยความรังเกียจ

“ชมพู่! ถ้าจะพูดจาใจแคบแบบนี้ก็เข้าบ้านไปก่อน บัวจะคุยกับพี่เขา” ใยบัวหันไปดุเด็กรับใช้จนอีกฝ่ายหน้าเสีย

“โถ่... คุณหนู”

ใยบัวหันกลับมาหาชายตรงหน้าที่ยังคงทำท่าทางเงอะงะ

“พี่ใบ้หิวไหมจ๊ะ? เดี๋ยวบัวเอาขนมกับน้ำออกมาให้ พี่นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ”

ไอ้ใบ้พยักหน้าตอบรับด้วยแววตาซาบซึ้งใจ

เขาพลางลูบท้องท่าทางน่าเวทนา ทอดสายตามองคุณหนูผู้อ่อนโยนที่กำลังหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน

ใยบัวก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัวกว้างขวางของคฤหาสน์รัตนเวช ที่ซึ่งอุปกรณ์เครื่องครัวสแตนเลสแวววับสะท้อนแสงไฟนีออน กลิ่นหอมของเครื่องเทศและอาหาร แต่เธอกลับมุ่งตรงไปยังมุมเตรียมอาหารว่างด้วยความรีบร้อน

“คุณหนู! เข้ามาทำอะไรในนี้จ๊ะ เดี๋ยวเสื้อผ้าสวย ๆ จะเปื้อนหมด” ป้าพร หัวหน้าแม่ครัวเก่าแก่ร้องทักด้วยความตกใจ พลางรีบวางมือจากงานตรงหน้า

“บัวจะมาเตรียมของว่างกับน้ำไปให้คนข้างนอกหน่อยค่ะป้าพร” ใยบัวเอ่ยขณะหยิบถาดกระเบื้องเคลือบออกมาวาง

“คนข้างนอก? อ๋อ... ไอ้คนจรจัดที่นั่งหน้าบ้านนั่นเหรอจ๊ะ?” ป้าพรทำหน้าปั้นปึ่ง

“โถ่คุณหนูขา... ให้เด็กเอาเศษขนมปังหรือข้าวเหลือเมื่อเช้าไปโยนให้ก็พอแล้วมั้งจ๊ะ ไม่เห็นต้องลงมือเองเลย”

ใยบัวชะงักมือที่กำลังคีบขนมไทยจัดใส่จาน เธอหันมาสบตาหัวหน้าแม่ครัวด้วยสายตาที่เรียบเฉยทว่าแฝงความตำหนิ

“เขาเป็นคนนะคะป้าพร ไม่ใช่สุนัขที่จะต้องทานของเหลือ... และเขาก็คือคนที่ช่วยบัวไว้”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องครัวตกอยู่ในความเงียบ ชมพู่ที่เดินตามเข้ามาติด ๆ ได้แต่ยืนทำหน้าไม่ถูก ส่วนป้าพรก็หน้าเสียไปถนัดตา

ใยบัวไม่สนใจสายตาเหล่านั้นอีก เธอลงมือจัดเตรียมน้ำเย็นลอยดอกมะลิใส่ขวดแก้ว พร้อมกับตักข้าวสวยร้อน ๆ และกับข้าวที่ดูทานง่ายจัดลงในกล่องอย่างประณีต ความใส่ใจที่เธอทุ่มเทลงไปนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อตอบแทนพระคุณ แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้นี้ยังมีอิสระที่จะหยิบยื่นความเมตตาให้ใครสักคนได้ตามใจปรารถนา

“ชมพู่... มายกถาดนี้ตามบัวไป”ใยบัวสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะถือขวดน้ำเดินนำออกไป ทิ้งให้คนในครัวมองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งไม่เข้าใจในความแม่พระของคุณหนูคนสวย

ขณะที่เดินกลับไปยังประตูรั้ว หัวใจของใยบัวกลับเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ความอึดอัดที่สะสมมาจากการทะเลาะกับพ่อเริ่มจางหายไปเพียงเพราะความคิดที่ว่า... มีใครคนหนึ่งที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเธออยู่ข้างนอกนั่น

ไอ้ใบ้นั่งนิ่งอยู่ริมกำแพงเย็นเยียบ สายตาที่ดูเหม่อลอยคล้ายคนสิ้นหวังแอบลอบสังเกตความเคลื่อนไหวผ่านซี่รั้วสแตนเลส จนกระทั่งบานประตูเล็กเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบอบบางที่ถือถาดอาหารออกมาด้วยตัวเอง โดยมีสาวใช้หน้ามุ่ยเดินตามหลังมาติดๆ

“พี่ใบ้... รอนานไหมจ๊ะ? บัวเตรียมข้าวกับขนมมาให้แล้วนะ”ใยบัวย่อตัวลงนั่งบนพื้นปูนขัดหยาบฝั่งตรงข้ามกับเขาอย่างไม่ถือตัว กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวสวยร้อนๆ และน้ำลอยดอกมะลิเย็นฉ่ำถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าชายพเนจร ชมพู่ที่ยืนอยู่ข้างหลังทำท่าจะท้วงแต่เมื่อเจอสายตาปรามจากเจ้านายสาว เธอก็ได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียว

“ทานเลยนะจ๊ะ บัวตั้งใจทำมาให้พี่โดยเฉพาะเลย”ไอ้ใบ้ทำทีเป็นหูตาโตด้วยความดีใจ เขาประคองจานข้าวด้วยมือที่สั่นเทา แล้วเริ่มตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วราวกับคนอดอยาก ทว่าในทุกคำที่กลืนลงไป เขาสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันของรสชาติที่ต่างจากอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เขาเคยชิน

“ค่อยๆ ทานนะจ๊ะ เดี๋ยวติดคอ...” ใยบัวยิ้มละมุน แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากใครในแวดวงสีเทาที่เขาคลุกคลี

“จริงสิ... บัวอยากคุยกับพี่ให้รู้เรื่องมากกว่านี้ บัวจะสอนภาษามือง่ายๆ ให้พี่ดีไหมจ๊ะ?”

ไอ้ใบ้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า ‘หงึกหงึก’ แทนคำตอบ

ใยบัวขยับตัวเข้าไปใกล้รั้วมากขึ้น เธอชูนิ้วเรียวสวยขึ้นมาแล้วพับปลายนิ้วลง

“ถ้าพี่อยากบอกว่า ‘ขอบคุณ’ พี่ต้องทำแบบนี้นะจ๊ะ...”เธอทำท่าทางสื่อสารอย่างตั้งใจ ทรวดทรงอวบอิ่มภายใต้ชุดกระโปรงตัวสวยขยับตามจังหวะการเคลื่อนไหวจนไอ้ใบ้ต้องรีบหลบสายตาไปทางอื่น หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะเมื่อต้องมารับบทนักเรียนของคุณหนูผู้แสนดีคนนี้

“ไหน... พี่ลองทำตามบัวสิจ๊ะ”

ชายหนุ่มทำมือไม้เงอะงะ ลอกเลียนท่าทางของเธออย่างช้าๆ มือหนาที่หยาบกร้านของเขาเผลอไปแตะถูกปลายนิ้วเรียวนุ่มของใยบัวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ความร้อนผ่าวแล่นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของทั้งคู่โดยไม่ได้ตั้งใจ

“เก่งมากจ๊ะพี่ใบ้!” ใยบัวอุทานด้วยความดีใจ ปรบมือเบาๆ ราวเด็กน้อยที่ได้ของเล่นใหม่

“ส่วนอันนี้... แปลว่าดีนะจ๊ะ ถ้าพี่ชอบอะไร พี่ก็ทำแบบนี้”

ไอ้ใบ้มองรอยยิ้มกว้างของคุณหนูที่ดูสดใสกว่าแสงแดดยามเช้า เขายกนิ้วโป้งขึ้นตามที่เธอสอน ทว่าในใจกลับกึกก้องด้วยประโยคที่เขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้

‘ไม่ใช่แค่เก่งหรอกคุณหนู... แต่เธอน่ะดีเกินไปสำหรับคนอย่างฉันจริงๆ’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 3 พี่ใบ้

    บทที่ 3 พี่ใบ้นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อจนใจสลาย ใยบัวก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตของคฤหาสน์รัตนเวช ราวกับนกน้อย เพราะรู้ดีว่ายิ่งดิ้นรน ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้าจนเหนื่อยล้าเกินจะรับไหวเช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ใยบัวเดินทอดน่องอยู่ในสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดดอกไม้ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่คุ้นตาอยู่ภายนอกรั้วสแตนเลสฉลุลายหนาหนัก ร่างกำยำในชุดมอมแมมของชายเร่ร่อนคนเดิมที่เคยช่วยเธอไว้กำลังนั่งพิงกำแพงปูนเย็นชืดอยู่เพียงลำพัง“เปิดประตูให้บัวหน่อย...” เธอหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูบ้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเด็ดขาด นัยน์ตาสวยที่มักจะอ่อนหวานอยู่เสมอยามนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง รังสีความดุดันที่สืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อแผ่ออกมาจนชายชุดดำต้องก้มหน้าละล่ำละลักปลดล็อกประตูบานใหญ่ให้แต่โดยดี แม้ในใจจะหวั่นเกรงต่อคำสั่งของเสี่ยไกรเพียงใดก็ตาม“คุณหนูจะออกไปไหนครับ? เสี่ยสั่งไว้ว่า...” หนึ่งในบอดี้การ์ดชักสีหน้าลำบากใจ พยายามอ้างถึงคำสั่งของผู้เป็นนาย“บัวบอกให้เปิด... ก็คือเปิด” นัยน์ตาสวยกลับฉายแววกร้าวขึ้นด้วยความขุ่นเคือ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 2 น่าสงสาร

    บทที่ 2 น่าสงสารหลังจากพาตัวเองออกมาจากการตามตัวของบอดี้การ์ดได้สำเร็จ ใยบัวรีบสาวเท้าเลี่ยงมาทางประตูหลังของภัตตาคารหรู ลมเย็นปะทะเข้ากับดวงหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซ่อนน้ำตามาครู่ใหญ่ เธอเดินลัดเลาะมาตามตรอกที่แสงไฟสลัวลง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งชันเข่าพิงผนังตึกอยู่ท่ามกลางความมืด“จุ๊ๆ... อย่าส่งเสียงดังไปนะคะ”เธอรีบยกนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปาก กระซิบฝากคำสั่งผ่านความมืดไปยังร่างที่นั่งอยู่ตรงนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอแอบหนีออกมาได้สำเร็จร่างนั้นค่อย ๆ ขยับตัว... เขาคือชายหนุ่มที่มีร่างกายกำยำภายใต้เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยและเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าดิน เส้นผมยุ่งเหยิงปรกลงมาปิดบังดวงตาคมกริบที่กำลังลอบพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ “อ่ะ... อื้อ...” เขาทำท่าจุ๊ปากตามเธอ ก่อนจะพยักหน้าถี่ ๆ รับคำ“เป็น... เป็นใบ้หรือจ๊ะ?” ใยบัวชะงักไป นัยน์ตาสวยวาววับไปด้วยความสงสารจับใจ เมื่อเห็นสภาพมอมแมมและท่าทางที่ดูไร้ทางสู้ของคนตรงหน้า“อื๊อ... หงึก ๆ” ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยัน แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นลอบสำรวจใบ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 1 กรงทอง

    บทที่ 1 กรงทองแสงแดดยามบ่ายทอแสงอ่อนลง ลอดผ่านแมกไม้ในสวนสวยมาตกกระทบลงบนร่างอ้อนแอ้นของ ‘ใยบัว’ หรือ พิชญ์นารา รัตนเวช เธอกำลังนั่งร้อยมาลัยอย่างประณีตอยู่กลางศาลาไม้สักทอง กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและกุหลาบมอญอบอวลไปทั่วบริเวณ หากแต่บรรยากาศรอบกายกลับดูขัดตา เมื่อมองเลยสวนดอกไม้ออกไป กลับพบชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มยืนคุมเข้มอยู่ทุกจุดประหนึ่งเรือนจำ“คุณหนูขา... รับของว่างสักหน่อยไหมจ๊ะ ชมพู่เตรียมข้าวเหนียวมะม่วงของโปรดมาให้ด้วยนะ” ชมพู่ สาวใช้คนสนิทเยื้องกรายเข้ามาถามด้วยรอยยิ้ม“ไม่เป็นไรจ้าชมพู่ บัวยังไม่ค่อยหิวเลย” ใยบัวเงยหน้าขึ้นจากเข็มร้อยมาลัยเพียงครู่หนึ่ง รอยยิ้มหวานละมุนที่มักจะมอบให้คนรอบข้างเสมอถูกฉาบไว้ด้วยความอ่อนล้าเล็กน้อย ก่อนที่มือเรียวสวยจะก้มลงบรรจงวางกลีบดอกไม้ลงบนด้ายทีละดอกอย่างใจเย็นทว่าความสงบเงียบนั้นพังทลายลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินใกล้เข้ามา ‘เสี่ยไกร’ เจ้าของอาณาจักรโรงแรมระดับประเทศผู้ทรงอิทธิพล ปรากฏกายขึ้นในชุดสากลที่เนี้ยบกริบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทุกก้าวย่างของเขาเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนรับใช้ต้องก้มหน้าหลบสายตา“ใยบัว... ไปเตรียมตัวซะ เย็นน

  • บ้าใบ้ใยบัว   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สวัสดีครับนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับเรื่องรักบทใหม่ที่เริ่มจากความสงสาร... สู่ความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว พบกับความอ่อนหวานของลูกไก่ในกำมือ และความดุดันของในคราบคนจรจัดกันได้เลยครับ!นางเอก: ใยบัว (พิชญ์นารา)อายุ: 23 ปี | สูง 165 ซม.นิสัย: เรียบร้อย พูดจาไพเราะ จิตใจดีงามจนเข้าขั้นขี้สงสาร แต่ภายใต้ความอ่อนหวานนั้นมีความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะสลัดกรงทองเพื่ออิสระของตัวเองพระเอก: พี่ใบ้ (ร.ต.อ. ภาคิน)อายุ: 32 ปี | สูง 180 ซม.นิสัย: จริงจัง ดุเดือด กล้าได้กล้าเสีย ในคราบคนใบ้เขาคือหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่คอยอ้อนให้คุณหนูตายใจ แต่ในคราบตำรวจเขาคือมือปราบที่กัดไม่ปล่อย⚠️ หมายเหตุจากนักเขียนนิยายเรื่องนี้มาในแนว "รักอันตรายปนความร้อนแรง" ครับ เป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำลวง แต่จบลงด้วยความหลงใหลแบบกู่ไม่กลับ การแฝงตัวสืบคดีอาจจะเป็นงานหลักของพระเอก แต่การแฝงตัวเข้าไปอยู่ในใจคุณหนูดูจะเป็นงานที่เขาถนัดมากกว่าตอนแรกที่ผมเริ่มร่างพล็อตเรื่องนี้ ผมตั้งใจจะเขียนเป็นเรื่องสั้น ๆ อ่านง่ายๆ แต่ไปๆ มาๆ เสน่ห์ของคุณหนูใยบัวกับความดุของพี่ใบ้

  • บ้าใบ้ใยบัว   แวะมาสักนิด

    เมื่อ "นกน้อยในกรงทอง" ตกหลุมรัก "ชายใบ้พเนจร"ใยบัว คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ถูกขังอยู่ในกรงทองของบิดา เธอถูกปฏิบัติราวกับเป็นเพียง 'หมาก' ในกระดานธุรกิจ ไร้อิสระและไร้หัวใจ จนกระทั่งวันที่เธอแอบหนีออกมาและได้พบกับ 'ไอ้ใบ้' ชายจรจัดมอมแมมที่นั่งอยู่ข้างกำแพงบ้าน ความสงสารนำไปสู่ความผูกพันที่เธอไม่เคยได้รับจากใครแต่ความจริงกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด... ภายใต้คราบคนจรจัดที่พูดไม่ได้ คือ ร.ต.อ. ภาคิน นายตำรวจหนุ่มผู้แข็งแกร่งที่แฝงตัวเข้ามาสืบคดีลับในคฤหาสน์ของเธอ!ท่ามกลางไฟแค้นและการหักหลัง... ความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำลวงจะลงเอยอย่างไร? เมื่อคนที่เธอไว้ใจที่สุด กลับเป็นคนที่เข้ามาเพื่อทำลายทุกอย่างในชีวิตเธอ!“แบ... แบ้...” เขายังคงยืนยันในความเงียบ“ได้... ถ้าพี่ไม่ยอมพูด บัวจะกรีดร้องให้คนทั้งบ้านขึ้นมาเดี๋ยวนี้! บัวจะบอกคุณพ่อว่าพี่แอบเข้าห้องบัว!” ใยบัวขู่พร้อมกับสูดลมหายใจตั้งท่าจะส่งเสียงร้องมันคือหน้าที่... ที่พี่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ครับใยบัว” ภาคินพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักใจ“หน้าที่เหรอคะ? แต่พี่หลอกบัว พี่ปลอมตัวเข้ามาอยู่ในบ้านบัว!” เธอเถียงกลับอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status