Home / โรแมนติก / บ้าใบ้ใยบัว / บทที่ 4 ช่วยเหลือ

Share

บทที่ 4 ช่วยเหลือ

Author: T.Sunflower
last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-03 19:51:49

บทที่ 4 ช่วยเหลือ

นับจากวันแรกที่ชายหนุ่มปริศนาผู้ไร้เสียงมานั่งคอยรับประทานอาหารที่หน้าประตูรั้ว ภาพของ ไอ้ใบ้ร่างมอมแมมที่นั่งสงบเสงี่ยมรอคอยการปรากฏตัวของใครบางคนก็กลายเป็นภาพชินตาของคนในละแวกนั้น และเหนือสิ่งอื่นใด คุณหนูใยบัว แก้วตาดวงใจของบ้านก็มักจะติดสอยห้อยตามมาด้วยสำรับอาหารกับขนมหวานรสเลิศเสมอ

ทว่า... ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของคุณหนู กลับมีสายตาคมกริบแฝงแววรังเกียจจากเหล่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่คอยเฝ้าประตูอยู่ตลอดเวลา

“ไปเสียให้พ้น! อย่ามานั่งขวางหูขวางตาแถวนี้ ไอ้ใบ้!”เสียงตวาดกร้าวของบอดี้การ์ดหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับท่าทางขับไล่ไสส่งชายสติไม่สมประกอบที่นั่งคุดคู้ข้างกำแพง

“แบ... แบ้...”ชายหนุ่มคนยากพยายามส่งเสียงในลำคอที่ฟังไม่ได้ศัพท์ มือหยาบกร้านโบกไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ เขาไม่ได้อยากสร้างความเดือดร้อน เพียงแต่อยากรอพบนางฟ้าของเขาเพียงชั่วครู่เท่านั้น

“คุณหนูไม่อยู่ บอกให้ไปไงวะ! อยากเจ็บตัวหรือไง!”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งเฉย บอดี้การ์ดคนเดิมจึงขยับเข้าใกล้ หมายจะใช้กำลังบีบบังคับ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ!”เสียงหวานที่ทรงอำนาจดังขัดขึ้นเสียก่อน ใยบัวก้าวฉับ ๆ ออกมาจากประตูรั้ว ใบหน้าสวยนวลลออบัดนี้บึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ เธอตรงเข้าขวางหน้าระหว่างลูกน้องของตนกับชายไร้บ้านทันที

“ห้ามใครไล่พี่ใบ้เด็ดขาด บัวบอกแล้วใช่ไหมว่าเขาเป็นแขกของบัว”

“แต่คุณหนูครับ... จะไปสงสารมันทำไม ตัวมันทั้งเหม็นทั้งสกปรก รังแต่จะทำให้บ้านคุณท่านสกปรกเปล่า ๆ” หนึ่งในบอดี้การ์ดพยายามอธิบาย

“พวกพี่นั่นแหละที่สกปรก!” ใยบัวสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความอัดอั้น

“จิตใจพวกพี่ต่างหากที่ต่ำต้อย คนตกทุกข์ได้ยากมาขอความช่วยเหลือแท้ ๆ แทนที่จะมีน้ำใจสงสาร กลับผลักไสไล่ส่งราวกับเขาไม่ใช่คน”

คำตำหนิที่ออกมาจากปากคุณหนูผู้แสนอ่อนโยนทำให้เหล่าชายฉกรรจ์ถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาต่างก้มหน้ามองพื้นอย่างสำนึกผิด

“ขอโทษครับคุณหนู...”

ใยบัวไม่สนใจเสียงขอโทษเหล่านั้น เธอรีบหันไปหาคนที่นั่งกองอยู่บนพื้น มือเรียวขาวราวกับสลักจากหยกยื่นไปประคองต้นแขนที่เปื้อนฝุ่นของชายหนุ่มอย่างไม่นึกรังเกียจ

“พี่ใบ้ เป็นอะไรไหมจ้ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตาที่เคยหม่นแสงกลับเป็นประกายวาบขึ้นชั่วครู่

ก่อนจะรีบส่ายหน้าเป็นระวิง “แบ... แบ้...” เขาสื่อสารผ่านแววตาว่าเขาไม่เป็นไร และไม่อยากให้เธอต้องขุ่นเคืองใจเพราะเขา

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วจ้ะ มากับบัวเถอะ เข้าไปข้างในกัน”หญิงสาวจูงมือพาเขาเดินเข้าสู่เขตบ้าน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนงานคนอื่นๆ

“อ๊ะ... แบ แบ้...”ชายหนุ่มขืนตัวไว้เล็กน้อย พลางชี้มือชี้ไม้ไปรอบๆ คล้ายจะถามว่า

‘จะพาคนอย่างเขาเข้าไปข้างในเหรอ’

ใยบัวชะงักเท้าแล้วหันมาส่งยิ้มละไม

“พี่จะถามบัวใช่ไหม ว่าจะพาไปไหน”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ ทันที

“พี่ใบ้อยากทำงานไหมจ้ะ?”

คำถามนั้นทำให้ดวงตาของไอ้ใบ้เบิกกว้าง

“บัวอยากให้พี่มาเป็นคนสวนที่บ้านบัว พี่มีที่พัก มีข้าวทุกมื้อ และมีงานทำ... พี่ตกลงไหม?”

“แบ้! แบ้!”เขาพยักหน้ารัวๆ จนผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงกระจายออก ความดีใจล้นปรี่ฉายชัดออกมาจากสีหน้าจนใยบัวอดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้

“คุณหนูคะ! พามันเข้ามาทำไมกันจ๊ะเนี่ย!”

เสียงของชมพู่สาวใช้คนสนิทที่เพิ่งเดินตามมาถึง ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ

“ชมพู่... ทำไมพูดจาไม่น่ารักเลยเรียกพี่เขาดี ๆ สิ” ใยบัวปรามเสียงเรียบ

“โธ่... คุณหนูขา ถ้าคุณท่านทราบเข้า มีหวังได้โกรธจนบ้านแตกแน่ ๆ ที่คุณหนูเอาคนสติไม่ดีเข้าบ้านแบบนี้” ชมพู่ยังคงทัดทานด้วยความเป็นห่วง

“เรื่องคุณพ่อ บัวจะเป็นคนคุยเอง ชมพู่ไม่ต้องห่วงหรอก”ใยบัวตัดบท ก่อนจะหันไปสั่งความด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ชมพู่ ไปหาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ที เอาที่สะอาดและใส่สบายนะ”

“คุณหนูจ๋า...”

“ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ... ถ้าคุณพ่อบ่น บัวจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”เมื่อเห็นสายตาของคนเป็นนาย ชมพู่ก็ได้แต่ถอนใจยาว

“ได้จ้ะ ๆ ชมพู่จะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย”

ใยบัวหันกลับมาส่งยิ้มให้สมาชิกใหม่ของบ้าน

“ไปจ้ะพี่ใบ้ เดี๋ยวบัวจะพาไปดูห้องพักนะ”ในจังหวะนั้นเอง ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาของไอ้ใบ้ที่มองตามแผ่นหลังบางของคุณหนูใยบัว... มันไม่ใช่สายตาของคนสติไม่ดี แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

.

.

เวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมงที่ ใยบัวนั่งเฝ้ารออยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มต้นใหญ่หน้าเรือนพักคนงาน กลิ่นหอมเย็นระรื่นของดอกไม้ลอยล้อไปกับสายลมยามบ่าย ทว่าหัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบไปตามบรรยากาศ สายตาคู่สวยจดจ่ออยู่เพียงประตูไม้เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งคาดหวังกึ่งกังวล

จนกระทั่งเสียงบานพับประตูดังเอียดอ๊าดแผ่วเบา... และร่างสูงสง่าที่ก้าวพ้นขอบประตูออกมาใยบัวถึงกับลมหายใจสะดุดกึก มือเรียวที่ถือผ้าเช็ดหน้าผืนบางเผลอกำแน่นจนยับย่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง... เพราะชายตรงหน้าไม่ใช่คนจรมอมแมมในความทรงจำอีกต่อไป

ภายใต้เสื้อยืดสีขาวเรียบกริบและกางเกงผ้าเนื้อดีที่ชมพู่ไปหาซื้อมาให้ ร่างกายของไอ้ใบ้กลับดูดีกว่าที่เธอจินตนาการไว้หลายเท่าตัว ช่วงไหล่ของเขาหนาตั้งตรงรับกับแผ่นอกกว้างที่ดูแข็งแกร่งประหนึ่งรูปสลักหิน ผิวพรรณที่เคยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบไคลบัดนี้สะอาดสะอ้าน รอยแผลเป็นจางๆ บางจุดบนท่อนแขนไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัว แต่มันกลับเสริมให้ดูมีเสน่ห์ดุดันอย่างประหลาด

แต่สิ่งที่ทำให้ใยบัวถึงกับนิ่งงันไปที่สุด คือใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความมอมแมมนั้น...เมื่อไร้ซึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิงมาปรกคลุม เครื่องหน้าคมเข้มก็ฉายชัดราวกับภาพวาด สันกรามหนาได้รูปรับกับจมูกโด่งคมเป็นสันดุจคนมีเชื้อสายดี ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นดูนิ่งลึกราวกับมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แววตาของคนสิ้นไร้ไม้ตอก แต่มันเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้เธอเผลอใจสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

“พี่... พี่ใบ้?”ใยบัวพึมพำเรียกชื่อเขาแผ่วเบาราวกับละเมอ เธอไม่แน่ใจนักว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกับชายผู้น่าสงสารที่เธอนำกลับบ้านมาจริงหรือ

ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นท่าทีตะลึงลานของหญิงสาว เขาดูจะรู้ตัวว่ารูปลักษณ์ของตนอาจดูดีเกินกว่าฐานะที่เขาสวมบทบาทอยู่ ไอ้ใบ้รีบกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะแสร้งยกมือขึ้นเกาหัวท่าทางเงอะงะเหมือนเดิม เพื่อเรียกสติและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ท่าทางซื่อๆ

“อ่ะ... แบ้...”

เขาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอพลางก้มมองเสื้อผ้าใหม่ของตัวเองแล้วยิ้มซื่อส่งให้เธอ ทว่าในจังหวะที่ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตาหวานซึ้งของใยบัวโดยตรง เขากลับเป็นฝ่ายที่ต้องนิ่งงันไปเสียเอง เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความตื่นเต้นและเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด แก้มใสของเธอเริ่มซับสีระเรื่อน่ารักเสียจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนี

‘คุณหนู... อย่าจ้องแบบนั้นสิ เดี๋ยวผมก็หลุดมาดจนได้หรอก’ เขาคร่ำครวญอยู่ในใจพยายามสะกดกั้นจังหวะหัวใจที่เริ่มเต้นผิดปกติ

“พี่ใบ้... พี่หล่อจังเลยจ้ะ”ใยบัวโพล่งออกมาตามความรู้สึกลึก ๆ โดยไม่ทันระวังตัว ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรที่น่าอายออกไป ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู

“เอ่อ... บัวหมายถึง พี่ดูสะอาดสะอ้านขึ้นมากเลยจ้ะ ดูสิ... ดูเหมือนเป็นคนละคนเลยจริง ๆ นะ”เธอรีบแก้ตัวพัลวันพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แสนบริสุทธิ์

รอยยิ้มนั้นกระทบเข้ากับหัวใจของชายหนุ่มอย่างจัง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวน ยิ่งเธอหยิบยื่นความจริงใจและความเมตตาให้เขามากเท่าไหร่ กำแพงในใจที่เขาพยายามสร้างไว้ก็ดูเหมือนจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อเพียงเพราะรอยยิ้มเดียวของเธอ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 23 ชีวิตคู่

    บทที่ 23 ชีวิตคู่ หลังจากวันที่ความรักได้รับการยอมรับจากเสี่ยไกร ภาคินก็ไม่รอช้าที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่สุพรรณบุรีเพื่อรับพ่อและแม่ขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมสำหรับงานวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง ตลอดระยะเวลานั้น ภาคินต้องรับบทหนักทั้งงานที่สถานีตำรวจและการทำหน้าที่เป็นว่าที่เจ้าบ่าว คอยวิ่งรอกไปมาหาสู่คฤหาสน์รัตนเวชอยู่ไม่ขาดท่ามกลางความวุ่นวายในห้องทำงานที่ สน. เสียงฝีเท้าและเสียงวิทยุสื่อสารยังคงดังเป็นระยะ ภาคินหันไปย้ำกับเพื่อนซี้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง“เฮ้ย... ไอ้สิน มึงอย่าลืมเคลียร์คิวตัวเองให้ว่างนะเว้ย วันนั้นสำคัญกับกูมาก”“เออ! รู้แล้วไอ้เหี๊ย จะย้ำทำไมหนักหนาวะ” หมวดสินเงยหน้าจากกองเอกสารแล้วตอบกลับอย่างกวนประสาท “กูรู้ตำแหน่งตัวเองดีโว้ย... เพื่อนเจ้าบ่าวเบอร์หนึ่งอย่างกูไม่มีพลาดอยู่แล้ว”“เออ... แล้วมึงก็ช่วยเคลียร์พวกบรรดาสาว ๆ ในสต็อกมึงด้วยล่ะ อย่าให้มาทำเสียเรื่องในงานกู” ภาคินเปรยขำ ๆ แต่ทว่าสายตาที่มองเพื่อนกลับดูเหมือนเตือนจริง“กูจัดการได้น่า มึงห่วงตัวเองเถอะ...” หมวดสินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งคำถาม

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 22 ขออนุญาต

    บทที่ 22 ขออนุญาตแสงตะวันยามบ่ายที่เริ่มทอดเงายาวฉาบไล้เข้ามาในห้องนอน ใยบัวค่อย ๆ ขยับกายตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับเป็นความระบมที่มาพร้อมกับความอุ่นซ่านในหัวใจ เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากแกรก...เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนที่ประดับบนใบหน้าคมเข้ม“ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง...” ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย“ค่ะ...” ใยบัวตอบรับเพียงสั้น ๆ พลางพยายามจะขยับตัวลุกจากเตียงนอน ทว่าภาคินกลับถลันเข้ามาประคองร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว“ลุกขึ้นมาทำไมครับ หืม?” เขาแสร้งดุเบา ๆ ในลำคอ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย“บัวแค่ไม่อยากนอนเฉย ๆ แล้วนี่คะ... มันเมื่อยไปหมดแล้ว” เธอตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน“ครับ ๆ พี่เข้าใจแล้ว... งั้นเดี๋ยวพี่อุ้มไปนั่งตรงระเบียงรับลมดีไหม?”“ไม่เอาค่ะ บัวเดินเองได้”“อย่าดื้อสิครับคนดี ร่างกายหนูยังไม่แข็งแรงนะ” ภาคินเอ็ดเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก“พี่ใบ้ดุบัวอีกแล้วนะจ๊ะ...” ใยบัวแสร้งตัดพ้อพลางย่น

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 21 บ้าใบ้กินบัว🔞🔥

    บทที่ 21 บ้าใบ้กินบัว🔞🔥ภาคินยกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นคนสวยของเขากำลังมัวเมาในรสสวาทที่เขาจงใจกลั่นแกล้งรั้งเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าใยบัวเริ่มหอบกระชั้นและใกล้จะถึงขีดจำกัด เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนบทเรียนนี้ให้เร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้นมือหนาที่เคยตรึงเอวบางไว้เปลี่ยนมาโอบรัดร่างของเธอแน่น ก่อนจะพลิกกายเพียงชั่วพริบตาเดียว ใยบัวรู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกจัดท่าทางให้นอนคว่ำราบลงกับที่นอนนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับตามมาติด ๆ ราวกับเงาตามตัว"พี่ใบ้... อ๊ะ!"ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวได้ สะโพกมนก็ถูกมือหนารั้งขึ้นให้โก้งโค้งรับความต้องการของเขา ภาคินไม่รอช้า เขาจดจ่อความแข็งแกร่งเข้ากับช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ ก่อนจะกดแทรกซึมเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม"อื้อออ!... พี่ใบ้ บัวเจ็บ มันลึกไปจ้ะ!"ใยบัวร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าหวานฟุบลงกับหมอน ขนอ่อนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังที่ส่งตรงเข้าถึงจุดลึกที่สุดจนกายสาวสั่นคลอนตับ! ตับ! ตับ!"ซี๊ดดด... ท่านี้แหละบัว พี่จะเข้าให้ถึงหนู"ภาคินคำรามออกมาอย่างดิบเถื่อน เขาโน้มตัวลงมาหมอบทับแผ่นหลังเนียน มือหนึ่งขยำยอดอกที่โผล่พ้นลำตัวออกมา ส่วนอีกมือก็ฟาดลงบนแก้มก้

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 20 แต่งงานกันไหม?🔞🔥

    บทที่ 20 แต่งงานกันไหม?🔞🔥หลังจากเรื่องร้ายผ่านพ้นไป คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบเหงาลงถนัดตา ทว่าในความเงียบนั้นกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ภาคินได้รับอนุญาตจากใยบัวให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกใหญ่ ไม่ใช่ในฐานะคนสวนใบ้อีกต่อไป แต่ในฐานะเจ้าของหัวใจความหวาดกลัวจากเหตุการณ์บุกจับคุณพ่อ และภาระงานอันหนักอึ้งที่โรงแรมซึ่งเธอต้องแบกรับเพียงลำพัง ทำให้ไหล่บางดูล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอน ภาคินขยับกายเข้าไปโอบกอดร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนผมของเธอยังคงทำให้เขาคลั่งไคล้ได้เสมอ“คุณหนูครับ... แต่งงานกับพี่ไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรัว ภาคินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปไหนอีก“พี่ใบ้... แน่ใจแล้วเหรอจ๊ะ?”ใยบัวเอ่ยถามเสียงแผ่ว สรรพนามที่เคยใช้เรียกเขายังคงติดปาก แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาคือผู้กองภาคินที่เป็นนายตำรวจสังกัดปราบอาชญากรรมก็ตาม“แน่ใจสิครับ... คุณหนูเป็นของพี่แล้วนะ เป็นทั้งตัวและหัวใจ พี่จะปล่อยให้หลุดมือ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 19 เป็นห่วง

    บทที่ 19 เป็นห่วงภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ดังระงมไปทั่วบริเวณ ภาคินนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังซึ่งเพิ่งผ่านการเย็บสดๆ ร้อนๆ ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความดื้อดึง“ผมบอกแล้วไงว่าไม่นอน! แค่นี้ไกลหัวใจเยอะแยะ ผมจะกลับ!” ภาคินตวาดเสียงแข็งใส่พยาบาลที่พยายามจะเข็นเตียงเขาไปที่ห้องพักฟื้น“ไอ้คินครับ! แผลมึงลึกนะเว้ย หมอบอกว่าเสี่ยงติดเชื้อ มึงจะรีบไปไหนนักหนาวะ” หมวดสินที่ยืนกอดอกเฝ้าอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด“กูจะไปหาใยบัว... กูสัญญากับเขาไว้ว่าจะไปรับ” ภาคินพยายามจะยันตัวลุกลงจากเตียง ทว่าความเจ็บแปล็บที่แผ่นหลังทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและทรุดตัวลงนั่งตามเดิม“สภาพมึงตอนนี้ แค่เดินไปเข้าห้องน้ำให้รอดก่อนเถอะไอ้เสือ!” หมวดสินกดไหล่เพื่อนรักไว้แน่น “มึงดูสารรูปตัวเองบ้าง เลือดซึมจนผ้าพันแผลแดงฉานขนาดนี้ ถ้าคุณหนูเขามาเห็นมึงในสภาพนี้ เขาจะไม่ยิ่งตกใจจนช็อกไปเหรอวะ”คำพูดของหมวดสินทำให้ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าตื่นตระหนกของใ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 18 กำลังใจในวันปฏิบัติการ

    บทที่ 18 กำลังใจในวันปฏิบัติการกาลเวลาหมุนผ่านไปเร็ว ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ภาพของนายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ทำหน้าที่สารถีจำเป็น คอยรับส่งประธานบริหารคนสวยระหว่างคฤหาสน์และโรงแรมรัตนเวช แกรนด์ กลายเป็นภาพที่พนักงานทุกคนเริ่มจะคุ้นตา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้คนรอบข้างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทว่าสำหรับภาคินแล้ว ทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอในรถคันเดิมนี้คือช่วงเวลาที่แสนล้ำค่าที่สุดในบ่ายวันหนึ่งขณะที่รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าสู่โรงแรมหรู ภาคินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างกายที่กำลังตรวจเอกสารด้วยความตั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา“ใยบัวครับ... สามเดือนมาแล้วนะ ใจอ่อนให้พี่บ้างหรือยังคะคนดี?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทอดหวานอย่างสื่อความหมาย“ยังค่ะ” ใยบัวตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน ทว่ามุมปากกลับแอบขยับเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต“ใจร้ายจังเลยนะ...ปล่อยให้พี่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ พี่เสียใจจนกินข้าวไม่ลงแล้วนะเนี่ย” ภาคินแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยคล้ายเด็กน้อยที่โดนขัดใจ“ค่ะ รับทราบแล้วค่ะ” ใยบัวพยักหน้ารับแบบส่งเดช

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 5 คนสวนคนใหม่

    บทที่ 5 คนสวนคนใหม่ในช่วงโพล้เพล้ที่แสงอาทิตย์อัสดงค่อยๆ ลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มรำไรปนสีม่วงหม่น บรรยากาศภายในคฤหาสน์รัตนเวชกลับมายิ่งทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อเสียงรถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุข เป็นสัญญาณว่าเจ้าของบ้านได้กลับมาแล้วใยบัวยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง มือเรียวเ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 3 พี่ใบ้

    บทที่ 3 พี่ใบ้นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อจนใจสลาย ใยบัวก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตของคฤหาสน์รัตนเวช ราวกับนกน้อย เพราะรู้ดีว่ายิ่งดิ้นรน ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้าจนเหนื่อยล้าเกินจะรับไหวเช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ใยบัวเดินทอดน่องอยู่ในสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดดอกไ

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 2 น่าสงสาร

    บทที่ 2 น่าสงสารหลังจากพาตัวเองออกมาจากการตามตัวของบอดี้การ์ดได้สำเร็จ ใยบัวรีบสาวเท้าเลี่ยงมาทางประตูหลังของภัตตาคารหรู ลมเย็นปะทะเข้ากับดวงหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซ่อนน้ำตามาครู่ใหญ่ เธอเดินลัดเลาะมาตามตรอกที่แสงไฟสลัวลง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งชันเข่าพิงผนังตึกอยู่ท่า

  • บ้าใบ้ใยบัว   บทที่ 1 กรงทอง

    บทที่ 1 กรงทองแสงแดดยามบ่ายทอแสงอ่อนลง ลอดผ่านแมกไม้ในสวนสวยมาตกกระทบลงบนร่างอ้อนแอ้นของ ‘ใยบัว’ หรือ พิชญ์นารา รัตนเวช เธอกำลังนั่งร้อยมาลัยอย่างประณีตอยู่กลางศาลาไม้สักทอง กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและกุหลาบมอญอบอวลไปทั่วบริเวณ หากแต่บรรยากาศรอบกายกลับดูขัดตา เมื่อมองเลยสวนดอกไม้ออกไป กลับพบชายฉกรร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status