مشاركة

บทที่ 7

last update تاريخ النشر: 2026-03-02 14:28:49

หญิงสาวตั้งใจขับรถมาก ดวงตามองตรงไปที่ท้องถนนเบื้องหน้า สลับกับมองกระจกรอบคันรถ แม้ช่วงแรกจะติดขัดอยู่บ้าง และใช้ความเร็วเพียงแค่สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผ่านไปสักพักมีอาก็มั่นใจขึ้น เหลือบมองกระจกส่องหลัง ความอุ่นใจก็แผ่ซ่านที่ได้เห็นรถยนต์สีดำคุ้นตาคอยขับตามไม่ห่าง

แรงฮึดทำให้เธอโยนความประหม่าทิ้งไป ตัดใจหักเลี้ยว ทำความเร็วเพื่อแซงได้เด็ดขาดมากขึ้น

กลีบปากเย้ายวนคลี่ยิ้มกว้าง ภูมิใจกับความสำเร็จเล็ก ๆ ของตัวเอง อย่างน้อยความห่วงใยของบิดาก็ทำให้ครั้งนี้เธอมั่นใจขึ้น

เนื่องจากคฤหาสน์ของหญิงสาวอยู่นอกเมือง ส่วนตัวมหาวิทยาลัยเรียกว่าอยู่ใกล้กลางเมืองเลยก็ว่าได้ การจราจรเป็นท้องถนนค่อนข้างแน่น แถมตอนเช้ายังเสียเวลาโต้เถียงกับบิดาไปอีก จึงได้ตัดสินใจเลี้ยวเลาะไปตามเส้นทางลัด ที่ไอซ์มักใช้เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด

อีกไม่ไกลนักก็ใกล้จะถึงมหาวิทยาลัยของเธอแล้ว ก้อนหินหนักที่เคยทับกลางอกจนอึดอัดหายไป หลงเหลือเพียงความโล่งสบายเท่านั้น

เธอชะลอความเร็วลงเมื่อกำลังขับผ่านหน้าโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง จุดนี้ไม่ได้มีไฟจราจรขึ้น แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าจะมีเด็กเล็กและคุณพ่อคุณแม่เดินข้ามถนนไปมา

รถสปอร์ตสีขาวจอดอยู่หลังทางม้าลาย ให้ผู้คนจากอีกฟากเดินผ่านไป

ทุกอย่างดูเป็นปกติ กระทั่งสายตาของเธอปะทะกับร่างชายหนุ่มสูงโปร่งหน้าตาดีจัดคนหนึ่งในชุดสูทลำลองแบบไม่เป็นทางการสีน้ำตาล ด้านในเป็นเสื้อยืดคอกลมสีขาวเข้ารูป ความหล่อเหลาและเสื้อผ้าที่สวมเหมือนกับหลุดออกมาจากรันเวย์ เรียกความสนใจของมีอาให้มองตาม

ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีชา มันคงจะไม่ดูแปลกหากนี่เป็นโรงเรียนเอกชนมีชื่อเสียง การแต่งกายเขาโดดเด่นจนแม่บ้าน ผู้ปกครองแถวนั้นหันมองเป็นตาเดียว

มือทั้งสองข้างจูงเดินน้อยเพื่อข้ามถนน เดินตัดผ่านหน้ารถของเธอไป

มีอากะพริบตาปริบ ๆ มองความแปลกอย่างอธิบายไม่ถูก แอบคุ้นหน้าชายคนนั้นเล็กน้อย แต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเห็นจากไหน จนกระทั่งเด็ก ๆ วิ่งข้ามไปจนหมด เธอก็สลัดความสงสัย แล้วเหยียบคันเร่งขับผ่านไปเพื่อมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย

อีกด้าน

ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนที่เคยมอบให้เด็กน้อยแปลกหน้าทั้งสองเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ร่างสูงชะเง้อมองตามหลังรถสปอร์ตสีขาวที่แทบจะหายลับไปจากสายตาแล้ว ขณะลูกน้องหนุ่มหน้ามึนยิ้มกว้าง วิ่งเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดี

“เป็นไงครับนาย แผนไอ้เก้าใช้ได้ไหม”

“จูงเด็กพาข้ามถนนนี่มันจะเวิร์กตรงไหน”

เมื่อไม่ต้องสร้างภาพแล้วแอซตันก็ปล่อยมือเด็กน้อยทั้งสองทั้งทำหน้างงใส่

“เอ้า! พามาส่งถึงที่แล้ว เข้าโรงเรียนกันไปสิ”

เด็กชายที่ดูท่าทางกะล่อนไม่น้อย ไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่แบมือส่งสายตาให้ ทำผู้ใหญ่พ่นลมหายใจแรง ๆ ออกมา ก่อนจะล้วงแบงก์สีแดงส่งให้ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

“แล้วผมล่ะ” เด็กอีกคนร้องถามบ้าง

“เป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ เอาไปแบ่งกันสิ” แอซตันเถียงกลับ รู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกเด็ก ป.2 รีดไถอย่างไรอย่างนั้น

“ไม่ได้สิครับคุณลุง ลุงรับปากแล้วว่าค่าจ้างให้ผมช่วยเดินข้ามถนนหนึ่งร้อยบาท แถมพวกผมก็เดินไปมาตั้งสองรอบแล้วด้วย”

“ฮึ่ย! เด็กสมัยนี่ทำไมมันเขี้ยวจังวะ เอ้านี่! เอาไปแล้วรีบเข้าโรงเรียนไปเลย”

พอเด็กชายทั้งสองได้เงินค่าจ้างตามที่ตกลงก็ฉีกยิ้มกว้าง กระโดดดีใจพากันวิ่งเข้าไปในรั้วโรงเรียน ทิ้งให้สองเจ้านายลูกน้องยืนทำหน้าเซ็ง

“บอกกูที ว่าไอ้เด็กสองคนเมื่อกี้ไม่ใช่ลูกมึง ไม่งั้นกูคงคิดว่านี่เป็นขบวนการต้มกู”

“โธ่ ใช่ที่ไหนล่ะนาย ไอ้เก้ายังหาเมียไม่ได้เลย จะเอาปัญญาที่ไหนไปมีลูก”

“สรุปเมื่อกี้ใช่รถผู้หญิงคนนั้นแน่ใช่ไหม” แอซตันยกมือปัด ตัดรำคาญ รีบกลับเข้าประเด็นสำคัญทันที

“ชัวร์ครับนาย ลูกน้องเราคอยเฝ้าอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอ เห็นชัด ๆ ว่าเธอขับรถสีขาวคันนั้นออกมาจริง ๆ”

“ถ้าชัวร์แล้วทำไมรอบก่อนมึงมองผิดคัน!”

ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตอนที่คิดถึงความผิดพลาดก่อนหน้า เพราะมีอาดูเป็นผู้หญิงที่ไม่น่าจะสนใจเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ลูกน้องตัวดีเลยเสนอแผนทำความดีให้เธอเห็นบ่อย ๆ เพราะการจะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปจีบสาวโพรไฟล์ดีระดับนั้น เป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก เธอคงชินชาและไม่สนใจแน่

ทั้งคู่สำรวจเส้นทางและกิจวัตรของเป้าหมายมาเรียบร้อยว่าต้องขับผ่านโรงเรียนรัฐบาลแห่งนี้เพื่อไปมหาวิทยาลัย วันนี้จึงได้มาดักรอตั้งแต่เกือบเจ็ดโมงเช้า เพราะกลัวจะคลาดกัน

พวกเขาตกลงจ้างวานเด็กน้อยให้ช่วยมาเล่นละครเป็นพลเมืองดี ยืนชะเง้อคอมองอยู่นาน แถมไอ้ลูกน้องหน้ามึนก็มองรถผิดไปถึงสองรอบ ทำให้เขาต้องตีเนียนเดินไปเดินมาเสียเที่ยว

เม็ดเหงื่อผุดตามกรอบหน้าจากแสงแดดที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นับรวมที่เขายังต้องซื้อไอศกรีมเลี้ยงเด็กทั้งสองคนเพื่อถ่วงเวลา เมื่อเด็กน้อยเริ่มงอแง

หลังมือหนายกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อบนหน้าผากออกลวก ๆ ส่ายหัวเวทนากับสภาพตัวเองตอนนี้เหลือเกิน หากกลุ่มเพื่อนรู้ว่าเขาลงทุนลงแรงขนาดนี้ เพื่อโผล่หน้าไปให้สาวเห็นแค่ไม่กี่วินาที คงได้หัวเราะเยาะไปอีกนาน

“ไปได้แล้ว! ร้อนฉิบหาย”

“ครับ ๆ”

ไอ้เก้ารีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังผู้เป็นเจ้านายกลับไปยังรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกลจากโรงเรียนประถม แอซตันได้แต่หวังว่าเป้าหมายสาวจะชื่นชมมองเห็นความดีบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงเหนื่อยฟรี

มหาวิทยาลัย H

น่าเสียดายที่คำขอของแอซตันเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะสาวสวยเหมือนจะลืมเรื่องนั้นไปโดยปริยาย เธอหักเลี้ยวรถผ่านรั้วยาวของมหาวิทยาลัยเข้ามา เลือกจอดมันไว้ที่ลานด้านข้างตึกคณะ แทนที่จะเป็นหน้าอาคารเหมือนที่ไอซ์มักจอดประจำ

มือบางเอื้อมหยิบกระเป๋า ตรวจเช็กความเรียบร้อยเล็กน้อยก็ผลักประตู วาดเรียวขาก้าวลงจากรถ

บอดี้การ์ดสาวที่ขับตามมาตลอดทางยืนอยู่ข้างรถยุโรปสีดำ ใบหน้าสวยจัดนิ่งเฉยไร้อารมณ์เช่นเดิม รอจนกระทั่งคุณหนูเดินเข้ามาหา

“เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารอแถวนี้นะคะ”

“คือว่า...ตอนเย็นพี่ไอซ์ไม่ต้องมารอรับมีอาได้ไหมคะ”

เธอมีสีหน้าลำบากใจ รู้ดีว่าหากบิดาทราบว่าบอดี้การ์ดละเลยหน้าที่คงโดนตักเตือนแน่ แต่ยังไม่ทันจะได้อธิบายสิ่งใดต่อ ไอซ์ก็รับคำว่าง่าย

“ได้ค่ะ พี่จะไปรอแถวปั๊มใกล้บ้านแทนนะคะ”

“งื้อออออ ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ไอซ์ พี่น่ารักที่สุดเลย”

“ถ้ามีอะไรโทรหาทันทีนะคะ เดี๋ยวจะรีบมา”

“ได้เลยค่ะ มีอาสัญญาจะระวังตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ขับชนอะไรแน่นอน”

หญิงสาวรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มประดับด้วยรอยยิ้มกว้างแห่งความยินดี ดวงตาไร้อารมณ์ของไอซ์อ่อนโยนลงเล็กน้อย ส่งยิ้มจาง ๆ ให้คุณหนูสาว หมุนกายกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป

อิสรภาพเล็กน้อยแผ่ซ่านไปยังทุกส่วนของร่างกาย ช่วยให้เธอรู้สึกปลอดโปร่งเหลือเกิน แทบจะอดใจรอให้ถึงตอนเย็นที่เธอจะได้มีโอกาสขับรถกลับบ้านเองเป็นครั้งแรกโดยไม่มีคนติดตามไม่ไหว

เพราะอารมณ์ที่เบิกบานทำให้วันนี้มีอาดูสดใสกว่าทุกวันจนเพื่อนสาวทั้งสองยังอดแซวออกมาไม่ได้

“ยิ้มไม่หุบเลยนะยะ อย่าบอกนะว่ามีหนุ่ม” หวานส่งสายตาเย้าแหย่

“ไม่ใช่สักหน่อย แค่วันนี้พ่อยอมให้ฉันขับรถมามหาลัยเองแล้ว”

“ว้าว จริงเหรอมีอา ยินดีด้วยนะ” สาวแว่นสุดเรียบร้อยได้ฟังก็รีบเข้ามาแสดงความยินดีด้วย

เพราะเธอมักระบายเรื่องในครอบครัวให้สองสาวฟังอยู่บ่อย ๆ แถมกิตติศัพท์ความหวงลูกสาวของพ่อเธอก็เป็นที่เลื่องลือสุด ๆ ทั้งคู่ถึงเข้าใจได้ถึงความยินดีกับเรื่องเล็กน้อยในครั้งนี้

“หิมะจะถล่มประเทศไทยไหมหนอ พ่อเธอยอมให้ห่างสายตาพี่ไอซ์เนี่ย”

“ก็ไม่เชิง...”

พอพูดถึงเรื่องนี้เธอก็มุ่ยหน้าลงเล็กน้อย จนเพื่อน ๆ ทั้งสองสงสัย

“ทำไมอะ อย่าบอกนะ...”

“อืม พ่อให้ฉันขับรถมาเองก็จริง แต่สั่งให้พี่ไอซ์คอยขับตาม”

“สุดยอดไปเลย คนธรรมดาคิดแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆ”

“ยัยหวาน พูดดี ๆ หน่อย” ขวัญร้องเตือนเพื่อนสาว เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มใช้คำพูดไม่ดีนัก

“แหะ ๆ โทษที”

“แต่ฉันตกลงกับพี่ไอซ์แล้ว ค่อยนัดเจอกับพี่เขาแถวบ้าน เท่านี้พ่อก็ไม่สงสัยแล้ว”

“คิก ยัยมีอาเริ่มดื้อกับพ่อแล้วงั้นเหรอ เติบโตขึ้นจริง ๆ เพื่อนฉัน” สาวร่าเริงของกลุ่มหัวเราะชอบใจ พร้อมยื่นมือมาตบไหล่เธอ ยืดอกภาคภูมิใจราวกับมีอาเป็นลูกสาวของตนเอง

“เวอร์ไปแล้วย่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”

“ไป ๆ ๆ ป่านนี้โรงอาหารคนเพียบแน่”

“นั่นสิ อาจารย์ธวิชปล่อยเลตด้วย”

สามสาวพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยพลางเดินไปยังโรงอาหารติดแอร์เย็นฉ่ำของคณะ ซึ่งเวลาเที่ยงเช่นนี้จึงเต็มไปด้วยนักศึกษาในคณะหลากหลายชั้นปีมากระจุกรวมกัน แม้บางคนจะออกไปทานที่อื่น แต่จำนวนโต๊ะก็เหมือนจะไม่เพียงพอนักกับจำนวนนักศึกษา

“เจอโต๊ะว่างแล้ว ยัยขวัญนั่งเฝ้าเอาไว้ เดี๋ยวฉันกับมีอาไปซื้อข้าวเอง”

“โอเคได้ ฉันเอาเหมือนเดิม”

“ได้ เดี๋ยวซื้อให้นะ”

มีอาและหวานแยกกันไปซื้ออาหารคนละด้าน นี่อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีอารู้สึกว่าโชคดีที่ตนเองมีใบหน้าสวยจัด เพราะทุกร้านที่เจอไปต่อแถว หนุ่ม ๆ ก็จะรีบยกที่ให้เธอสั่งอาหารก่อนเลย แล้วพวกเขาก็ได้รับรอยยิ้มน่ารักละลายใจเป็นการขอบคุณ นั่นมันก็คุ้มค่าเหลือเกินกับการต้องรอคิวเพิ่มอีกเล็กน้อย

สองสาวกลับมาพร้อมถาดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งนี่ก็เหมือนกับทุกวันที่กลุ่มของเธอจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ นักศึกษาหนุ่มรุ่นน้องได้แต่มองใบหน้าของนางฟ้าประจำคณะตาละห้อย ยิ้มกว้างเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์ นี่เหมือนเป็นแรงใจให้พวกเขาอยากจะมามหาวิทยาลัยเหลือเกิน

แต่แล้วความสงบสุขก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงตะโกนกร้าว ดังลั่นโรงอาหารอย่างไม่เกรงใจ

“ไอ้คนชื่อเต้ เด็กบริหารปีสามมันอยู่ไหน!”

ทุกสายตาชะเง้อมองไปทางเข้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะหันกลับไปซุบซิบจนเกิดเสียงอื้ออึง ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ บางคนก็รีบชิ่งยกถาดอาหารหนี กลัวโดนลูกหลง แต่หลายคนก็นั่งนิ่งไม่ขยับ เฝ้ารอว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ร่างบอบบางของหญิงสาวผมยาวตรงสลวยสีดำสนิทก้าวเข้ามาในโรงอาหารของคณะบริหาร เสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มคลุมชุดนักศึกษาอีกชั้น แถมด้านหลังผู้หญิงคนนั้นยังมีกลุ่มเด็กวิศวะร่วมสิบคนก้าวตามหลังมา เปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นมาคุทันที

“นั่นน้องเธอหรือเปล่ามีอา” หวานสะกิดแขนเพื่อนสาว หรี่ตามองสาวห้าวแปลกหน้าที่ค่อนข้างคุ้นตา

และเมื่อคนถูกถามพินิจพิจารณาดี ๆ ก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะนั่นคือแอลลี่ ลูกสาวฝาแฝดของลุงวิคเตอร์จริง ๆ
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 166

    ไคโรได้แต่กอดอกมุ่ยหน้ามองไอ้เควินเล่นกับหลานด้วยความหงุดหงิด หันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาของหลอกล่อเด็กน้อยให้กลับมาหาเขาบ้างการต่อสู้แย่งชิงหลานชายดำเนินไปอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้ถูกภรรยาตำหนิอีก จนสุดท้ายคุณตาก็สามารถได้ตัวหลานชายมาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้งรอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏบนใบหน้าหล่อ ทำคนพ่ายแพ้ได้แ

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 165

    และเสียงเครื่องยนต์ดังกระหื่มจากรถปริศนาก็ดึงความสนใจพวกเขาทั้งสี่อีกครั้งหัวคิ้วของหนุ่มเจ้าของบ้านขมวดแน่น เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้ เพราะแขกที่มาหากไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือครอบครัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องโทรแจ้งลูกบ้านเพื่อขออนุญาตก่อน“มีแขกมาเหรอ”“เดี๋ยวผมไปดูให้ค

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 164

    ทิ้งลูกน้องคนสนิทและหมาน้อยแสนรักให้มองตามหลังตาปริบๆ“หงิงงงง~”“เป็นหมาหัวเน่าเลยไอ้บราวนี่เอ้ย ฉันเข้าใจความรู้สึกแกดี ไม่ต้องร้องนะ”เลขาหนุ่มหน้าเข้มยกเจ้าหมาขึ้นมากอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หายมันเขี้ยว แต่แล้วเขาก็ต้องทำจมูกฟุดฟิดกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยออกจากตัวชิวาวาน้อย“ทำไมกลิ่นตุๆ แบบนี้เนี่

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 163

    หลายปีต่อมาคฤหาสน์ของมีอาและแอซตันเรือนหอหลังใหญ่ตั้งอยู่ยังเขตชานเมือง แต่ก็สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก บ้านสองชั้นหลังใหญ่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทบิดาเธอเองทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่หญิงสาวเรียนจบ โดยมีอาก็เข้าเรียนรู้งานในบริษัทของไคโรทันที เพื่อช่วยแบ่งเบา

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 162

    กลายใหญ่แข็งชัน พองขยายเต็มที่จนปวดหนึบขึ้นมาถึงกล้ามหน้าท้องแน่น“มะ...ไม่ไหวแล้ว หนูต้องการพี่~ เดี๋ยวนี้เลย!”“วันนี้พี่ขอสดได้ไหมครับที่รัก”“ค่ะ ค่ะ! ได้! ใส่เข้ามาสักที!”สวบ!สิ้นคำอ้อนวอน ท่อนรักหนาก็ตอกอัดเข้ามาสุดความยาวรุนแรง เล่นซะคนร้องขอถึงกับตาเหลือก หวีดร้องเสียงหลงกับความเสียวซ่านจุ

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 161

    อาหารเป็นคอร์สถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ เริ่มตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย เมนูสลัด น้ำซุป ก่อนจะถึงจานหลัก ทุกอย่างมันดีมาก เกินกว่าที่มีอาเคยคิดเอาไว้ซะอีก และเพราะแอซตันเป็นแฟนคนแรก เธอจึงประทับใจทุกๆ อย่างที่เขาลงทุนเตรียมการมา ไม่ว่าจะเป็นวิวสวยๆ หรืออาหารรสเลิศตรงหน้ามุมปากอิ่มประดับรอยยิ้มเอาไว้ตลอดมื้ออ

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 11

    “เฮ้อออออออ ~ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ เหล้าก็อย่าไปดื่มมาก มันทำให้ขาดสติ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้เธอระบายยิ้มหวานให้ทั้งคู่เป็นการขอบคุณ หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จสองพี่น้องก็แยกขึ้นไปยังห้องด้านบนร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มก้าวตามพี่สาวมาติด ๆ และเมื่อได้อยู่กันตามลำพังก็ชะลอฝีเท้าลง“ตินไม่ว

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 10

    เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้ที่มีอาจะได้ขับรถด้วยตัวเอง แบบไม่มีใครมาคอยขับตาม ใจดวงน้อยเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ด้วยความตื่นเต้น ฝ่ามือเย็นเฉียบชุ่มเหงื่อกอบกุมพวงมาลัยรถหรู บีบเข้าแล้วคลายออกอยู่หลายครั้ง เรียกกำลังใจก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์เพราะบิดาเลี้ยงดูดีมากอย่างไข่ในหิน จึงไม่แปลกที่มีอาทำอะไรไม่ค่

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า เพราะมีเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ดวงตาสีอัลมอนด์ยังคงสะลึมสะลือ กระวีกระวาดคว้ามือถือที่นอนกอดขึ้นมาดูด้วยความหวังว่าสาวเจ้าจะยอมกดรับเพื่อน เรียกได้ว่าเมื่อคืนเขานั่งอ่านข้อมูลและดูภาพถ่ายของเธอจนเผลอหลับคาโทรศัพท์ไปเลยหัวคิ้วขมวดแน่นเป็นปม เพราะคนที

  • ปฏิบัติการสอยนางฟ้า   บทที่ 5

    บทที่ 5 เจ้านายขี้เหวี่ยงกับลูกน้องหน้ามึนคฤหาสน์ครอบครัวมีอาคุณหนูสาวผลักบานประตูห้องนอนบนชั้นสามของตัวเอง ตั้งใจว่าจะลงไปหยิบน้ำดื่มเสียหน่อย แต่ร่างสูงโปร่งที่สุดทางเดินก็ทำให้ฝีเท้าเล็กหยุดไปเสียก่อนดวงตากลมสวยหรี่มอง เนื่องจากตอนนี้เกือบห้าทุ่มเข้าไปแล้ว ทำให้ไฟบริเวณทางเดินถูกปิดเอาไว้“มาร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status