เข้าสู่ระบบ“ทับทิม เมล์ มากันนานแล้วเหรอ”
อลิซเดินเข้ามาหาพร้อมน้ำเสียงเรียบนิ่ง เธอก้าวเข้าหาเพื่อนทั้งสองที่นั่งรออยู่ที่โซฟา หน้าล็อบบี้คาเฟ่ของมหาวิทยาลัย สะพายกระเป๋าผ้าใบเดิมไว้แน่นบ่า เสื้อเชิ้ตสีซีดที่เธอใส่แม้จะดูสะอาดเรียบร้อย แต่ก็เหมือนผ่านการใช้งานมาไม่น้อย “มานานแล้วสิ แกอะ ชอบมาสายตลอด” ทับทิมพูดติดขำ เสียงยังคงหยอกเหมือนทุกที อลิซไม่ได้โต้กลับ เธอเพียงยิ้มบาง แล้วนั่งลงข้างๆ มือเรียววางกระเป๋าลงบนตักอย่างเรียบร้อย “นอนดึกหนะ เลยออกช้านิดหน่อย” เมล์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปแตะแขนเพื่อนอย่างเข้าใจ ทับทิมเองก็ลดรอยยิ้มลง “สู้ๆนะ ถ้าไม่ไหวก็บอก คุณปู่ฉันเป็นคนใจดีอาจให้แกหยิบยืมก่อนได้ ” ทับทิมพูดอย่างเป็นห่วง “ฉันขอบใจแกนะ ทับทิม และก็แกด้วยนะเมล์ แต่ที่ฉันยืมแกสองคนจ่ายค่าเทอมก็เยอะแล้ว ให้ฉันได้ช่วยตัวเองเถอะนะ อย่าให้พวกนั้นเอาไปพูดอีก ว่าฉันคบแกสองคนเพราะเงินเลย” อลิซพูดอย่างไม่สบายใจ ค่าเทอมแต่ละเทอม ทับทิมกับเมลดาก็ผลัดกันออกให้ก่อน บางครั้งที่ชวนไปกินโน่นกินนี่ ก็มีแต่สองคนนี้เลี้ยง “อย่าคิดมากนะ พวกฉันอยากช่วยจริงๆ แกเก่งมากๆเลยรู้ไหม ” อลิซยิ้มรับ ไม่เก่งก็ต้องเก่ง แม่คือสิ่งมีค่าที่สุด เธอจะไม่ยอมเสียแม่ไป โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย “เออ ฉันมีเรื่องจะบอก แกไปฝึกงานกับฉันไหม” ทับทิมพูดขึ้นหลังจากนิ่งไปสักพัก “ที่บริษัทของคุณปู่ บริษัทใหญ่มากเลยนะ อาเล็กเป็นประธานอยู่ที่นั่น และที่สำคัญไม่เคยเปิดรับนักศึกษาฝึกงาน แต่ฉันอ้อนคุณปู่จนสำเร็จ เพื่อให้เธอไปฝึกด้วย“ อลิซเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ “บริษัทที่แกเคยพูดถึงเหรอ“ “ใช่ บริษัทปู่ฉันเองแหละ เตรียมเอกสารมาเลยเดี๋ยวฉันจัดการให้ เนี่ยแกรู้ไหมตอนแรกอาเล็กจะไม่รับแกให้แค่ฉันไปคนเดียว เพราะเขาไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ขัดปู่ไม่ได้นะสิเลยต้องยอม“ อลิซนิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มบางๆ แววตาของเธอไม่ได้วูบวาบด้วยความตื่นเต้น แต่กลับนิ่งลึก เหมือนคนที่กำลังวางแผนชีวิตอย่างเงียบๆ “ถ้าได้ฝึกงานกับแก ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่อาเล็กแกจะไม่มีปัญหาใช่ไหม” เสียงเธอเบาเพราะกลัวมีปัญหามากกว่า ทุกจังหวะการเดินของเธอพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว “อาเล็กเป็นคนขรึมๆอาจจะน่ากลัวนิดๆ แต่โอกาสดีมากนะอลิซ แกเก่งอยู่แล้วด้วย” เมล์พูดเสริม พร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจ ที่รู้เพราะเมล์เคยเจอบ่อย อลิซพยักหน้าอีกครั้ง “ขอบใจแกสองคนมากนะ ถ้าไม่มีพวกแกฉันคงแย่” “ไม่เป็นไรเลย เราเพื่อนกัน” ในวันนั้นหลังเลิกคลาส อลิซก็ไปหาแม่ที่โรงพยาบาล “แม่คะ หนูซื้อส้มมาฝาก” พิมพาละสายตาจากหน้าจอทีวี แล้วหันมายิ้มบางให้เธอ “มาแล้วเหรอ เหนื่อยไหมลูก” “ไม่เหนื่อยเลยค่ะแม่ แม่คือกำลังใจหนูนะคะ แล้วแม่ดูอะไรอยู่” เธอมองตามสายตาของแม่ไปยังจอทีวี ก่อนที่จะนิ่งไปพักใหญ่ เมื่อเห็นไอรินพี่สาวของเธอ กำลังให้สัมภาษณ์ออกสื่อ “แม่คะ!!” อลิซเรียกแม่เสียงเรียบ “แม่ไม่เป็นไร ดูสิ พี่สาวเรากำลังเปิดตัวละครเรื่องใหม่ ประกบคู่กับพระเอกดังด้วยนะ เก่งมากจริงๆ” แม่พูดถึงพี่สาวอย่างชื่นชม แม้พี่สาวจะไม่เคยพูดถึงแม่เลยก็ตาม เพราะไอรินคิดมาตลอดว่าเธอกับแม่คือความเจ็บปวดในชีวิต บทสัมภาษณ์ “คุณไอรินคะ รู้สึกยังไงคะ ที่เรื่องนี้ได้ประกบคู่กับคุณราเชน พระเอกที่หาตัวจับยากที่สุด” นักข่าวถามขึ้น “ ไอตื่นเต้นมากๆนะคะ แต่ก็ดีใจและก็ภูมิใจในตัวเองด้วย ที่สามารถก้าวกระโดดจนมาถึงจุดนี้” “ แล้วทางด้านของคุณพ่อว่าไงบ้างคะ คงภูมิใจในตัวคุณไอรินไม่น้อย” “ คุณพ่อคือภูมิใจมากค่ะ สนับสนุนไอเต็มที่ ถ้าเป็นงานละครคุณพ่อไม่ติดค่ะ แต่ถ้าเป็นถ่ายแบบที่ชุดวาบหวิว คุณพ่อก็จะสแกนให้ก่อนค่ะ ถ้ามันมากไปคุณพ่อก็จะไม่ให้รับเลย” “หืม คุณพ่อน่ารักมากเลยนะคะ ” “ ใช่ค่ะคุณพ่อดูแลไอดีมาตลอด ตั้งแต่ไอยังเล็กก็มีแค่คุณพ่อ ตั้งแต่ที่ธุรกิจของคุณพ่อยังไม่เติบโต คุณพ่อก็ไม่เคยให้ไอต้องลำบาก จนวันนี้ทั้งธุรกิจก็เติบโตไหนจะต้องดูแลไออีก คุณพ่อคือที่สุดแล้วค่ะ” “ และสุดท้ายนี้คุณไอรินอยากฝากอะไรถึงละครเรื่องใหม่ ที่กำลังจะอ่อนแอเร็วๆนี้คะ” “ ก็ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ของไอด้วยนะคะ ไอและนักแสดงทุกคนเต็มที่กันมากๆ รับรองสนุกครบรสแน่นอนค่ะ” ไอรินยิ้มกว้างจนเต็มหน้าจอทีวี แต่แม่เธอนี่สิเงียบไปแล้ว “ เห็นไหมคะ หนูบอกแล้วว่าไม่ให้แม่ดู พอพี่พูดถึงแต่พ่อชื่นชมแต่พ่อ แม่ก็เก็บมาคิดมากเก็บมาเสียใจ“ อลิซบ่นแม่เบาๆ ความจริงไม่ได้อยากว่าอะไรเลย พอเสพข่าวก็มานั่งหงอย และเป็นแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ไอรินเริ่มดัง“นายครับ ผมจับตัวมันได้แล้วครับ คนที่ปล่อยเส้นทางการเงินของเรา” เสียงเฟยหนูดังขึ้นมาจากปลายสาย“มันรับสารภาพไหม” ผมถามขึ้น“ไม่ครับ มันไม่ยอมเอ่ยปากเลยสักคำ”“โอเค เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง เย็นนี้มีกินเลี้ยง อย่าเพิ่งรบกวนฉัน”พูดจบ ผมก็ไปแต่งตัว เตรียมเปลี่ยนชุดให้เหมาะกับงานเย็นพอมาถึงงาน ทุกคนแต่งตัวกันจนให้ความรู้สึกเหมือนมางานแต่ง ทั้งการจัดสวน สถานที่ และบรรยากาศผมหันไปเห็นอลิซ“คุณสวยมากเลยค่ะ” ป้าคนหนึ่งที่ดูมีอายุเอ่ยชมเธอการแต่งตัวของเธอเป็นเดรสซาตินสีชมพูเข้ารูป มันเหมาะกับเธอจริงๆ“ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มสดใสของเธอทำเอาหัวใจผมเต้นรัว⸻– อลิซ –ฉันมองไปเห็นเขาในชุดสูทสีเทาเข้ม ความสูงราว 190 เซนติเมตร ทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าได้อย่างพอดี หุ่นที่แสนเพอร์เฟกต์ บวกกับลุคสะอาดน่ามอง เขาหล่อมากจริงๆ“อลิซ มานี่” เขาเรียกฉันไปหา!!ฉันเดินตรงเข้าไป แล้วยืนอยู่ข้างๆ เขา กลิ่นหอมสดชื่นจากตัวเขาช่างดีเหลือเกินพี่ไอรินเดินออกมาพร้อมบุคลิกสาวแซ่บของเธอ ขัดจังหวะทุกอย่างทันที ทุกสายตาจับจ้อง และต่างเข้าไปขอถ่ายรูปกับดาราดัง“แล้วคุณภูวินทร์ล่ะคะ ที่จิ้นกันอยู่ตอนนี้” นักข่าวคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้
“ ท่านประธานขาตื่นได้แล้ว” เสียงหวานเรียกผมให้ลุกขึ้นจากเตียง ผมงัวเงียก่อนจะถามเธอว่า ” กี่โมงแล้ว เรามีสัมมนาตอน 10 โมงเช้า“ เธอจัดเตรียมเสื้อผ้าให้ผมพรางตอบผมว่า ” 7 โมงเช้าแล้วค่ะ ท่านประธานลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเราไปทานข้าวด้านล่างกัน“ พูดจบเธอก็เดินออกไปจากห้องของผม ไม่นานนัก ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ” ใครครับ“ ” ไอรินเองค่ะ จะมาถามเรื่องสัมมนาวันนี้” “ เชิญครับ” ผมไม่คิดอะไรมากเลยให้เธอเข้ามาในห้อง ผมกำลังจะไปอาบน้ำพอดี ไอรินเดินเข้ามา เธอพุ่งตรงมาทางผม แล้วนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาเธอมีอะไรแอบแฝงแน่นอน ”มีอะไรมั้ยครับ“ ผมเอ่ยถามขึ้น ”อ๋อ ลืมไปเลยค่ะสัมมนาที่ไหนคะ รินไม่รู้สถานที่ขอติดรถไปกับพี่ภูวินทร์ได้มั้ยคะ“ เสียงเธอทั้งอ้อนทั้งมีลูกเล่น มอกมาจากดาวอังคารก็รู้ว่ามาอ่อยแน่ทรงนี้ ผมก็ผ่านผู้หญิงมาเยอะ ลูกไม้แค่นี้ทำไมจะไม่รู้ อีกสักหน่อยก็คงเดินเข้ามาหาผม “ช่วยดูให้หน่อยได้มั้ยคะ ชุดรินมีอะไรติดทำไมมันรูดไม่ขึ้น” นั่นไงจริงด้วย ผมพูดไม่ทันขาดคำ หืม ตั้งใจฉีดน้ำหอมมายั่วกันขนาดนี้เลย เดี๋ยวผมจัดให้ มือนึงจับที่ซิปด้าน
ขณะที่อลิซก้มต่ำ ผมแหวกจีสติงเธอออกเล็กน้อย แล้วใช้ลิ้นวนเบาๆที่รูรักของเธอ ผมเห็นน้ำสีขาวใสไหลออกมาจากรูขาวชมพูของอลิซ นี่ไม่ได้แปลว่าเธอเองก็ต้องการหรอกหรอ? ผมใช้นิ้วเข้าไปสำรวจทางรัก”ซี๊ด” เสียงเธอร้องออกมาเบาๆ ทั้งขาวทั้งเนียน เหมือนเด็กเลยว่ะ “ถ้าบริการดี คืนนี้ผมให้ไม่อั้น“ ”รอดูเลยค่ะ“ เธอตอบรับพร้อมหันมาทางผม อลิซคุกเข่าลงต่อหน้า แล้วปลดผ้าขนหนูผมออก ก่อนที่เธอจะใช้มือรูดแท่งเอ็นของผม รูดเข้ารูดออก ”อ๊า“ เสียวจริงๆ พรึบ~ ลิ้นของเธอได้สัมผัสที่ปลายแท่งเอ็นของผม ตวัดไปมารอบๆแท่ง อมแค่หัว แล้วฟรึบ! ”อ๊าส์~” เธออมของผมมิดสุดลำ จนอดไม่ได้ที่จะคราง-เสีย-วออกมา เธอใช้ปากรูดขึ้นรูดลง “อ๊อก อ๊อก อ๊อก มันใหญ่มากค่ะ“ เธอพึมพำออกมา ก็แน่ล่ะสิ่ ของผมขนาดมาตรฐานสากลเลยนะ ”ฮึ ฮึ“ มือนึงผมก็รวบผมของเธอแล้วกำไว้หลวมๆ อีกมือนึงก็กดหัวอลิซ พรึบ! เสียงที่คาดผมกระต่ายถูกโยนลงพื้น มันเกะกะมองหน้าเธอไม่ชัด เสร็จแล้วเธอลุกขึ้นกดผมนั่งลงบนขอบอ่าง แล้วขึ้นคร่อมผม มือนึงจับแท่งเอ็นผมให้สอดเข้าไปในช่องรักของเธอ ”อ๊าส์ ใหญ่มาก เจ็บ อ๊าส์“ เธอครางออกมาแทบจับใจความไม่ได้ สองมือผมจับเอวหวานเธอเอา
“คุณเข้ามาทำไมคะ” “ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้ ก็มาหาของของผม เธออย่าลืมนะเรามีสัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงอยู่ ไม่ใช่จะไปมั่วกับผู้ชายที่ไหนก็ได้” เขาพูดขึ้นอย่างโมโห เลือดขึ้นหน้า “เข้าใจผิดแล้วค่ะ พี่เขาแค่…” จ้วบ จ้วบ จ้วบ ไม่ทันที่ฉันจะพูดจบเขาชิงจูบปากฉันก่อน ฉันพยายามผลักออกแต่สู้แรงไม่ไหว เขาไม่พักจังหวะให้ฉันหายใจเลย จะขาดใจตายอยู่แล้ว ปึก ปึก ปึก!! ฉันทุบอกเขา เอื้อ~ ในที่สุดเขาก็ปล่อยฉันออกจากจูบอันร้อนแรงนั่น “คุณไม่ฟังฉันอธิบายเลย เอาแต่ใจมากเกินไปมั้ยคะ?” ฉันโมโหเขามาก แต่พูดอะไรเยอะไม่ได้ “มีอะไรต้องอธิบาย ก็เห็นๆอยู่ว่าให้ไอ้ดำนั่นถ่ายรูปให้” ฉันตกใจ ก่อนจะถาม “นี่คุณตามฉันไปหรอ!!“ ”ตามอะไร แค่เดินผ่านเฉยๆ“ แล้วผมจะบอกยังไงดีว่าผมตามเธอไปนั่นแหละ ยัยนี่ไม่รู้หรอว่ามืดแล้วมันอันตราย ”ให้ความเป็นส่วนตัวหน่อยค่ะ“ เอ้า คนอุส่าห์เป็นห่วงยังมาว่ากันอีก ถ้าโดนอุ้มไปใครจะรับผิดชอบ พูดจบอลิซก็ผลักผมออกจากห้องด้วยความโมโห ผมไม่เคยเห็นเธอโมโหหนักขนาดนี้ หรือว่าผมทำมากเกินไปจริงๆ ไปหาอาบน้ำให้ใจเย็นลงดีกว่า แม่งหงุดหงิดชิบหา- -อลิซ- เขาไม่ฟังอะไรเลย เอาแต่ใจตัวเอง ฉันเ
พอถึงบ้านขอไอริน ฟึบ~ ประตูรถตู้ก็เปิดออก สายตาหนึ่งคู่มองจ้องเข้ามา เธอกำลังมองฉันอย่างกัดจิก “เชิญครับคุณไอริน” ภูวินทร์เอ่ยเรียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วเธอก็เดินตรงมายังที่นั่งของฉันก่อนจะพูด ”ขอนั่งตรงนี้ได้มั้ยคะ พอดีรินเมารถอ่ะคะ ต้องนั่งข้างหน้าอย่างเดียว“ เธอพูดเสียงอ้อนอย่างกับจะไม่มีคนรู้ว่าเสแสร้งแกล้งทำ ”ได้ครับ“ ห๊ะ!! หมอนี่ทึ่มจริงหรือว่าแกล้งเนี่ย ฉันกรอกตาไปทีนึงดูก็รู้ว่าเธออยากนั่งข้างๆนาย แล้วคุณภูวิทร์ก็ลุกให้เธอนั่ง ”เอ่อ…คือว่าฉันจะนั่งที่ของเลขาคุณอะค่ะ“ เธอพูดตะกุกตะกัก แน่นอนล่ะสิ่ว่าคุณภูวิทร์เค้ารู้ เค้าเลยให้เธอนั่งข้างฉัน นึกว่าจะทึ่มแล้วทึ่มอีก ชิ ฉันจิ๊ปากไปอีกหนึ่งที อยู่ใกล้ยัยนี่ทีไรล่ะสะอิดสะเอียนทุกที พี่ก็พี่เถอะ แล้วเธอก็นั่งลงอย่างไม่มีทางเลือก ปล่อยให้คุณภูวินทร์นั่งอยู่เบาะหลังคนเดียว ”ฉันรู้นะว่าพี่ชอบเขา แต่จะชอบก็ชอบไปมันไม่เกี่ยวกับฉัน อย่ามาเกลียดฉันเพราะเขา“ฉันรีบพูดดักไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรที่มันมากไปกว่านี้ ”ใครพี่แก? ฉันมีพ่อฉันมีลูกคนเดียว“ เธอดูไม่สนใจสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไป แล้วยังมาพูดทำร้ายความรู้สึกฉันอีก “ก็แค่บอกไ
ในเย็นของวันนี้เลิกงานแล้วฉันก็ไปเลือกชุดตามที่เขาบอก เดินดูไปสักพักก็ได้ตัวที่สวยสุภาพมา2ชุด ราคาก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไรคุณภูวินทร์ให้งบมาเพียบ เลือกเสร็จฉันก็เดินไปจ่ายเงิน และดูของที่จำเป็นต้องใช้อีกนิดหน่อย ก่อนที่จะกลับคอนโด ”ป้าพรคะวันนี้หนูอยากกินแกงเขียวหวานฝีมือป้าค่ะ หนูซื้อของมาให้ครบหมดแล้วป้าทำให้กินหน่อยนะคะ“ ฉันเดินเข้าไปในครัวแล้ววางวัตถุดิบ และอุปกรณ์ทั้งหมดลงโต๊ะ ”ได้ลูก เดี๋ยวป้าทำให้กินนะจ๊ะ“ ป้าพรยิ้มแล้วเดินไปล้างมือเตรียมที่จะทำอาหาร ”เอ่อ…คือ ป้าคะหนูต้องไปต่างจังหวัดสัก3-4วันนะคะ“ ฉันลังเลที่จะบอกป้า กลัวแกเป็นห่วงไม่อยากให้ไป ”อื้อ ไปสิลูก“ ป้าไม่ว่าอะไรแล้วถามต่อ ”ไปกับบริษัทใช่มั้ย“ ”ใช่ค่ะป้า เดี๋ยวหนูจะทำตัวดีๆแล้วรีบกลับมานะคะ“ ฉันดีใจมากคิดว่าจะไม่ได้ไปแล้วซะอีก เมื่อก่อนป้ากับแม่เป็นห่วงฉันมาก แต่เดี๋ยวนี้แกเริ่มปล่อย เห็นว่าฉันโตแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ แล้วฉันก็ไปนั่งดูทีวีที่โซฟาราคาแพง สักพักก็เริ่มได้กลิ่นหอมลอยมาจากในครัว ”โห หอมขนาดนี้ถ้าป้าทำขายคงจะขายดีมากแน่เลยค่ะ“ ฉันแซวป้าไปจากโซนน้่งเล่น ”ป้าก็คิดว่าจะเปิดร้านขายอาหารตาม







