Share

บทที่ 5

Author: หวานละมุน
ขนทั่วร่างของซูหร่านพร้อมใจกันพองฟู เธอเบี่ยงใบหน้าหลบคมเขี้ยวของเซวียอี้ที่พุ่งเข้ามาตะปบ

เซวียอี้สะบัดหน้ากลับมาแล้วทำท่าจะพุ่งเข้าซุกซอกคอของเธออีกรอบ

ซูหร่านใช้สองมือคว้าเส้นผมของเขาไว้แน่นแล้วกระชากดึงออกไปด้านนอกโดยไม่คิดจะออมมือเลยสักนิด

เซวียอี้เจ็บจนต้องสูดปากสูดคอเฮือกใหญ่ เอ่ยลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ยอมให้ผู้ชายคนอื่นนอนด้วยได้ แต่กลับไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเนี่ยนะ”

ซูหร่านอาศัยแสงไฟเซนเซอร์อัตโนมัติจากห้องรับแขกที่ส่องสว่างขึ้นมามองเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวผิดรูปของเซวียอี้ ความรู้สึกทั้งเจ็บใจทั้งแค้นเคืองตีตื้นขึ้นมาในใจ “นายมันน่าขยะแขยง ยาในน้ำผลไม้เมื่อวานฝีมือนายใช่ไหม?”

เซวียอี้กำข้อมือของซูหร่านไว้แน่น “ก็เป็นเพราะเธอยังดึงดันปฏิเสธฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหาก เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนฉันต้องผ่านมันมายากลำบากขนาดไหน? ฉันอยากจะเข้าไปบีบคอไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ตายคามือใจจะขาดอยู่แล้ว”

ซูหร่านข่มความรู้สึกขยะแขยง แล้วย้อนถามกลับไป “แล้วทำไมนายถึงไม่ยอมแจ้งความ หรือหาคนมาช่วยฉันล่ะ? กลัวว่าจะทำตัวเองเสียชื่อเสียง หรือกลัวว่าคนข้างในนั้นจะเป็นคนที่นายไม่มีปัญญาไปสะกิดตอเข้ากันแน่?”

เซวียอี้อึ้งจนพูดไม่ออก แม้เขาจะไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใคร แต่เขาก็ไม่กล้าตอแยจริง ๆ ได้แต่นั่งชี้นิ้วปล่อยให้ผู้ชายที่พักห้องเพนท์เฮาส์สุดหรูคนนั้นสวมเขาใส่หัวเขาเต็ม ๆ

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเดือดดาล โทสะพลุ่งพล่านจนร่างกายสั่นเทา เขาตวัดแขนล็อกแขนและเอวของซูหร่านไว้แน่น ก่อนจะออกแรงฉุดกระชากลากเธอเข้าไปในห้องนอน

“ปล่อยฉันนะ!” ซูหร่านบิดกายดิ้นรนสุดชีวิต ก่อนจะใช้ศีรษะโขกเข้าที่จมูกและปากของเซวียอี้อย่างจัง

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทะลักออกมาในปากของเซวียอี้ทันที เขาเหวี่ยงซูหร่านกระแทกลงบนโซฟาด้วยความโมโห ถ่มน้ำลายคำหนึ่งแล้วโถมตัวเข้าใส่กดทับเธอไว้อย่างแน่นหนา “กูควรจะปล้ำให้มันจบ ๆ ไปซะตั้งแต่แรก”

พูดจบ เขาก็ก้มหัวลงใช้ริมฝีปากที่เปื้อนคราบเลือดซุกไซ้ตามซอกคอเธอ

ร่างกายของซูหร่านถูกเซวียอี้ตรึงเอาไว้จนขยับแทบไม่ได้ แรงที่มีเหลือแค่ข้อมือพอจะขยับได้นิดหน่อย เธอจึงใช้เล็บจิกข่วนเข้าที่จุดอ่อนของเขาอย่างสุดแรงเกิด

เซวียอี้ทั้งคันทั้งเจ็บจนสะดุ้งโหยงตัวสั่นเทิ้ม

ซูหร่านฉวยโอกาสนั้นสะบัดแขนข้างหนึ่งหลุดออกมาได้ มือปัดป่ายคว้าแก้วน้ำทรงสูงบนโต๊ะรับแขกขึ้นมาได้ใบหนึ่ง ก่อนจะฟาดมันลงกับมุมโต๊ะด้วยแรงทั้งหมดที่มี

จนแก้วแตกเสียงดังเพล้ง

ซูหร่านกำด้ามแก้วที่เหลือเศษไว้แน่น ปลายกระจกแหลมคมจ่อตรงเข้าที่ใบหน้าของเซวียอี้พอดี “ฉันไม่กลัวหรอกนะที่จะต้องตายกันไปข้างหนึ่ง นายอยากจะลองเสี่ยงดูไหมล่ะว่าหน้าของนายจะได้เย็บสักสามเข็มไหม”

แสงไฟสลัวจากหลอดไฟติดผนังสีส้มอมเหลืองสาดส่องกระทบเศษกระจก จนเกิดประกายแวววับ เซวียอี้สงบสติอารมณ์ลงได้ในเสี้ยววินาที เขารู้จักนิสัยของซูหร่านดีว่าผู้หญิงคนนี้กล้าลงมือทำจริง ๆ

แม้เขาจะเลวทรามต่ำช้า แต่เขาก็รักตัวกลัวตายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้เขายังไม่สามารถแตกหักกับซูหร่านได้

เมื่อเห็นสีหน้าของเขาผ่อนคลายลง ซูหร่านจึงฉวยโอกาสเอ่ยปากขึ้นทันที “เซวียอี้ ที่บ้านฉันมีกล้องวงจรปิด สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อแจ้งความได้ทันทีนะ ที่ฉันยังไว้หน้าไม่ยอมพูดคำสั่งออกไป เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า ๆ นายเองก็พอจะมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม ทางที่ดีคือต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอย่างสงบ อย่าหาเรื่องให้มันพังพินาศย่อยยับกันไปข้างเลย”

เซวียอี้ขบกรามแน่น ฝืนใจลุกขึ้นยืนด้วยความไม่เต็มใจ “เธอลบคลิปวิดีโอในกล้องวงจรปิดนั่นให้หมดก่อน”

ซูหร่านรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตามทันที ถอยหลังไปหลายก้าวอ้อมไปพิงชิดติดผนัง แล้วเอื้อมมือเปิดไฟดวงใหญ่ให้สว่าง พร้อมกับคว้ามีดปอกผลไม้ขึ้นมาถือไว้อีกเล่ม “นายออกไปก่อน”

สายตาของเซวียอี้เหลือบมองกวาดไปรอบห้อง จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่กำลังกะพริบไฟแสดงสถานะทำงานอยู่บนตู้เย็นตรงมุมห้อง เขาพูดจาหว่านล้อม “ขอแค่เธอยอมเลิกอาละวาด ฉันก็พร้อมจะยกโทษให้เรื่องเมื่อคืนที่เธอทำตัวเหลวไหล”

พอได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากเขา ซูหร่านรู้สึกราวกับว่าหูของตัวเองกำลังจะแปดเปื้อน “นายเป็นฝ่ายนอกใจฉันก่อน แถมยังกล้าวางยาฉันอีก หน้าด้านขนาดนี้ยังมีหน้ามาพูดคำว่ายกโทษให้อีกเหรอ”

เซวียอี้ชะงักไปวูบหนึ่ง เขาคาดไม่ถึงเลยว่าซูหร่านจะล่วงรู้เรื่องที่เขามีผู้หญิงคนอื่นข้างนอกแล้ว แต่ยังดีที่ฟังจากน้ำเสียงของเธอแล้ว เธอยังไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้งว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร “ที่เธอขอเลิกกับฉันเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ? เพื่อที่จะแก้แค้นและระบายความโกรธใส่ฉัน ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกไปนอนกับผู้ชายอื่นว่างั้นเถอะ?”

ซูหร่านรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมา ทำไมเมื่อก่อนตอนคบกันเธอถึงมองไม่ออกเลยนะว่าผู้ชายคนนี้มันไร้มนุษยธรรมได้ถึงเพียงนี้ “เซวียอี้ เลิกหาข้ออ้างมาใช้ฟอกขาวให้ตัวเองสักทีเถอะ ฉันไม่ได้โง่ขนาดที่จะเอาอนาคตของตัวเองไปทำลายทิ้งเพื่อแก้แค้นให้นายหรอกนะ ขอเน้นย้ำให้ฟังอีกรอบชัด ๆ ว่า ที่ฉันต้องตกอยู่ในสภาพนั้นก็เพราะโดนนายวางยา มันเป็นเพราะฝีมือชั่วช้าของนาย”

เซวียอี้ยังคงบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปัดความรับผิดชอบ “ฉันเป็นแฟนเธอนะ การอยากจะแนบชิดกับแฟนตัวเองมันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดีไม่ใช่เหรอไง”

ซูหร่านไม่อยากจะเสียเวลาเถียงอะไรกับคนประเภทนี้ “เมื่อวานนี้เราขาดกันไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว ถ้านายยังหน้าด้านไม่ยอมไปอีกล่ะก็ ฉันจะโทรแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุกในยามวิกาล แถมด้วยข้อหาพยายามข่ม...”

เซวียอี้รีบสวนขึ้นมาตัดบท พร้อมกับย้ำคำเดิม “เธอลบวิดีโอนั่นก่อน แล้วฉันจะยอมไปเดี๋ยวนี้เลย”

ซูหร่าน “ออกไปลบข้างนอกพร้อมกัน”

เซวียอี้อยากจะกำจัดหลักฐานให้พ้นหูพ้นตาก่อน เพื่อไม่ให้เธอมีจุดอ่อนไว้เล่นงานเขาได้ เขายอมถอยเดินออกไปจากห้องแล้วก้าวเข้าไปยืนรออยู่ในลิฟต์

ซูหร่านยืนปักหลักนิ่งอยู่ที่ทางเดินหน้าห้อง เว้นระยะห่างจากบานประตูลิฟต์ เธอกดลบทิ้งข้อมูลบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดของวันนี้ทั้งหมดต่อหน้าต่อตาเขา

ทันทีที่หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนว่าลบไฟล์เรียบร้อยแล้วบนหน้าจอก็เด้งแจ้งเตือนแชทขึ้นมาพอดี

8086: พรุ่งนี้แวะมาหน่อย มีเรื่องต้องคุยรายละเอียดกัน

เซวียอี้รีบเชื่อมโยงไปถึงผู้ชายคนเมื่อคืนในทันที ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นสู่สมอง เขายื่นมือไปกระแทกปุ่มหยุดการทำงานของประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดล ก่อนจะเค้นเสียงด้วยความเดือดดาล “พวกเธอยังติดต่อกันอยู่อีกงั้นเหรอ”

ซูหร่านชี้ไปทางกล้องวงจรปิดในลิฟต์ พลางชำเลืองตามองเซวียอี้ด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะขยับริมฝีปากแดงระเรื่อเข้าใกล้ไมโครโฟน แล้วกดส่งข้อความเสียงตอบกลับไป“ประธานลู่ พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทการลงทุนเกาซานค่ะ”

ซูหร่านเป็นคนรู้จักแยกแยะสถานการณ์ได้ดี

ในเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาทางจัดการเรื่องโรงงานให้ลุล่วงไปก่อน อย่างมากเธอก็แค่เอาชื่อของลู่จิ่งซิงมาใช้เป็นเกราะคุ้มกันเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายเท่านั้น

ไม่มีทางที่จะเอาอารมณ์ชั่ววูบมาสุมไฟใส่เซวียอี้จนทำให้เขาหมาจนตรอกแล้วกลับมาเล่นตุกติกตลบหลังเธอซ้ำสองเด็ดขาด

“ได้ยินหรือยังล่ะ? พรุ่งนี้ฉันต้องไปคุยเรื่องระดมทุนกับลู่จิ่งซิง”

เซวียอี้โกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ เขาไม่มีทางเชื่อคำพูดของซูหร่านเลยสักนิด

คนระดับลู่จิ่งซิงน่ะเหรอ ห้องพักของเขาจะเป็นสถานที่ที่ผู้หญิงอย่างเธอจะเดินเข้าออกได้ง่าย ๆ ตามอำเภอใจได้ยังไงกันล่ะ ต่อให้จะเป็นผู้หญิงที่เขาถูกตาต้องใจจริง ด้วยนิสัยที่ระมัดระวังระดับนั้น ไม่มีทางที่จะยอมกินเหยื่อที่เดินมาส่งถึงปากง่าย ๆ หรอก

ไม่อย่างนั้น คุณลุงคงไม่ต้องวางแผนซับซ้อนอ้อมโลกขนาดนั้นเพื่อบีบเธอหรอก

นี่มันต้องเป็นแผนที่ซูหร่านจงใจกุเรื่องขึ้นมาตบตาเขาแน่ ๆ จะปล่อยให้เธอไปพบไม่ได้ ถ้าขืนปล่อยให้เธอปีนป่ายไปเกาะแกะกับคนรวยคนอื่นได้จริง ๆ เขามีหวังหาทางรับมือไม่ถูกแน่

เรื่องนี้จะปิดบังต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ต้องรีบให้คุณลุงช่วยตรวจสอบให้เร็วที่สุดว่า 8086 นั่นมันเป็นของใคร

สีหน้าของเซวียอี้มืดมนลงทันที “เธอห้ามไป”

ซูหร่านได้แต่ทิ้งประโยคเชือดเฉือนไว้โดยไม่พูดอะไรมาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ลบคลิปให้แล้ว เชิญกลับไปให้พ้นทางด้วย”

แกร็ก เสียงประตูห้องข้าง ๆ เปิดออกพอดี ป้าจ้าวเพื่อนบ้านห้องติดกันถือถุงขยะเดินเข้ามาในลิฟต์ ส่งสายตาดูแคลนออกมาตามประสาคนแก่ที่มองเห็นคู่รักพะเน้าพะนออย่างไม่แยแส “แหม จะลงลิฟต์อยู่แล้วยังต้องตามมาส่งกันถึงหน้าประตูอีกเหรอเนี่ย”

เซวียอี้เป็นคนรักภาพลักษณ์ต่อหน้าคนนอก จึงชักมือกลับ ซูหร่านที่เป็นคนกตัญญู งั้นก็คงต้องใช้ครอบครัวของเธอมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้เธอยอมจำนน “พรุ่งนี้ฉันจะตามไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้าเป็นเพื่อนเธอด้วย”

ซูหร่านรู้สึกขยะแขยงจนกระดูกสันหลังสั่นสะท้านไปหมด เขายังมีหน้ากล้าเอ่ยปากบอกว่าจะขอตามไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ของเธออีกได้ยังไงกัน

ป้าจ้าวกลอกตามองบนพลางฝืนยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะกระแทกนิ้วกดปุ่มปิดประตูลิฟต์รัว ๆ “ป้าต้องรีบเอาขยะไปทิ้ง พวกเธอจะคุยอะไรก็ไว้ไปเคลียร์กันวันหลัง”

ซูหร่านไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ ได้แต่ยืนจ้องมองบานประตูลิฟต์ที่ค่อย ๆ เลื่อนปิดสนิทลงอย่างเงียบเชียบ จากนั้นเธอก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องแล้วหมุนล็อกกลอนประตู

รินน้ำเปล่าเย็น ๆ ใส่แก้วแล้วยกซดรวดเดียวหมดแก้วติดต่อกันหลายอึก จนกระทั่งเพิ่งมารู้สึกตัวว่าเนื้อตัวของเธอกำลังโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เนื้อผ้าเปียกชุ่มแนบติดร่างกายจนรู้สึกเหนอะหนะและหนาวสะท้าน

กวาดสายตามองเศษแก้วที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น ซูหร่านเข้าไปกระชากเบาะรองโซฟาโยนลงถังขยะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งทรุดลงตรงมุมโซฟาอย่างหมดแรง

ผ่านไปครู่เดียว เธอก็ฝืนพยุงร่างลุกขึ้นนั่งตรง ปลายนิ้วมือยังคงสั่นเล็กน้อยขณะกดเปิดแอปพลิเคชันกล้องวงจรปิดขึ้นมา

สิ่งที่เธอกดลบทิ้งไปเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ไฟล์ในเครื่องเท่านั้น แต่เธอยังซื้อคลาวด์สำรองข้อมูลเอาไว้ด้วย

แถมยังมีคลิปวิดีโอตอนโดนวางยาและรูปถ่ายหลักฐานการนอกใจเก็บไว้อีกต่างหาก ข้อมูลเหล่านี้มีน้ำหนักมากพอที่จะเอามาใช้ป้องกันไม่ให้เซวียอี้กล้าทำอะไรบ้าบิ่น

เช้าวันรุ่งขึ้น ตามเวลานัดหมาย ซูหร่านเดินทางมาถึงตึกสูงระฟ้าอย่างบริษัทการลงทุนเกาซานอีกครั้ง

แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเสาร์ แต่บรรยากาศภายในโถงล็อบบี้ชั้นล่างก็ยังคงมีผู้คนเดินพลุกพล่านไม่น้อย

พนักงานต้อนรับต่อสายไปตรวจสอบกับฝ่ายบริหาร ก่อนจะหันมาแจ้งคำตอบกับเธอ “ประธานลู่ไม่อยู่ค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 30

    ซูหร่านจ้องมองเซวียอี้ด้วยสายตระแวดระวัง “การยอมรับว่าตัวเองหูหนวกตาบอด ทั้งโง่เง่าและงี่เง่า มันยากนักหรือไง?”เมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน เซวียอี้ก็ขบกรามด้วยความแค้นเคือง “อย่าให้แม่เธอเผลอกล้าเดินออกไปไหนคนเดียวก็แล้วกัน ฉันรู้จักพวกแก๊งอันธพาลแก่ ๆ ที่ชอบรังควานคนแก่ตั้งเยอะแยะ”ความโกรธเกรี้ยวของซูหร่านพุ่งทะยานจนระเบิดตู้ม เธอเงื้อมมือที่กำกุญแจรถแน่นขึ้น ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งตรงไปข้างหน้าแล้วแทงสวนใส่ใบหน้าของเซวียอี้เต็มแรงทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่แขนของเธอจะเหวี่ยงออกไป กลับมีมือผอมแห้งแต่ทรงพลังข้างหนึ่งคว้าหมัดของเธอไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากเหวี่ยงร่างของเธอให้ถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของใครบางคนซูหร่านเซถลาไปสองสามก้าวถึงค่อยตั้งหลักยืนนิ่งได้ ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่ก็ดังลอยมาจากเหนือศีรษะ “ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ ก็ยังบู๊บ้าบิ่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”ซูหร่านตั้งท่าจะหันขวับกลับไปมอง ทว่าเรียวเอวบางกลับถูกวงแขนสองข้างโอบรัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่กว้างใหญ่ของเ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 29

    มีหลายเรื่องที่ควรลงมือทำตั้งนานแล้วซูหร่านสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที ฉีซินซินที่แอบหลบอยู่ตรงมุมประตูแกล้งทำเป็นเดินผ่านมาพอดี “เสี่ยวหร่าน จะไปไหนเหรอ?”“ไปสำนักทนายความ”ฉีซินซินส่ายหน้าเบา ๆ เปล่งเสียงพูดออกมาด้วยระดับพอดีในระยะที่ฟ่านซีเหนียนซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้สามารถได้ยินพอดี “เธอยังลืมเซวียอี้ไม่ได้สินะคะ ที่แท้เวลาที่คนเรามีความรักเนี่ย พอเกิดความแค้นขึ้นมามันถึงได้รุนแรงขนาดนี้จริง ๆ ด้วย”“เซวียอี้คนนั้น ทำร้ายจิตใจเธอรุนแรงมากเลยงั้นเหรอ?”ฉีซินซินทำเป็นสะดุ้งตกใจหันขวับกลับมา ราวกับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีฟ่านซีเหนียนยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย “ก็เพราะเซวียอี้มันแอบนอกใจ แถมเหมือนว่าเสี่ยวหร่านจะเคยหวาดระแวงด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาจากเซวียอ...”ฉีซินซินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าทางตื่นตระหนกราวกับนึกเสียใจที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของฟ่านซีเหนียน แล้วรีบพูดแก้ต่างแทนซูหร่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเซวียอี้ทำตัวสำส่อน เสี่ยวหร่านเป็นเหยื่อ”ฟ่านซีเหนียน

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 28

    คุณยายพูดถูกแล้ว เราต้องรีบปีนขึ้นมาจากหลุมพรางนี้ให้ได้เสียก่อน เรื่องของเซวียอี้เองก็จำเป็นต้องรีบนำไปบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ความจริงโดยเร็วที่สุด จะปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกล่อคุณพ่อได้อีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด”-อีกฟากหนึ่ง บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองจี้เฉิง ตู้เหิงกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ลู่จิ่งซิงฟัง “ตอนนี้ตัวนิติบุคคลที่หอบเงินหนีกับพวกผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วครับ ส่วนเงินค่าสินค้าของคุณซูจะโอนเข้าบัญชีพรุ่งนี้ตอนช่วงเช้าครับ”หวังเย่เหยียดขาออกไปข้างหน้า พร้อมกับใช้หัวเข่าสะกิดชนขาของลู่จิ่งซิงเบา ๆ สองที “ฉันนั่งตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดดูอย่างละเอียดแล้ว นายช่วยพูดความจริงมาซะดี ๆ เถอะว่าซูหร่านใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เคยทำให้นายอุบัติเหตุจนตาบอดเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่า”ลู่จิ่งซิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างขมับเบา ๆ พลางกวาดสายตาอ่านเอกสาร “ฉันใส่แว่นกันแดดอยู่ไม่กี่วัน แถมยังอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนตั้งสองวันเองไม่ใช่หรือไง”หวังเย่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงแหน่วราวกับติดสปริง “ที่แท้ก็เป็นเธอจริง

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 27

    เพลิงโทสะของซูหร่านพุ่งพรวดขึ้นมา ที่แท้ก็ยังเป็นฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้นี่เอง แล้วทำไมพ่อถึงยังหลงเชื่อคำพูดของมันได้ลงคออีกเซวียอี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ใจ พร้อมกับเสียงตบโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ นึกไม่ถึงเลยล่ะสิว่าพ่อเธอยังจะอุตส่าห์เชื่อใจฉัน หลงเชื่อว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเขา ตอนที่ฉันบอกว่าเป็นแผนไถ่บาปขอแก้ตัวใหม่ แล้วบอกให้เขาเก็บเป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ พ่อเธอเชื่อสนิทใจ แถมยังทำตามคำสั่งของฉันอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ โคตรโง่เลยว่ะ ครอบครัวเธอมันก็เป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นกันยกครัวนั่นแหละ”ซูหร่านพยายามข่มกลั้นโทสะ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เซวียอี้ เตรียมตัวรอรับหมายศาลจากฉันได้เลย”เซวียอี้อยากจะบินมาอยู่ตรงหน้าซูหร่านเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิดของเธอให้เต็มสองตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง ในเมื่อฉันเป็นคนใจกว้างและไม่เคยถือสาหาความเรื่องเก่า ๆ อยู่แล้ว ถ้าเธออยากล้างเนื้อล้างตัวคลานมาหาฉัน ปรนเปรอฉันให้ถึงใจล่ะก็ บางทีฉันอาจจะหาทางช่วยเหลือเธอก็ได้นะ”แค่จะด่าทอสาปแช่งมัน ซูหร่านยังรู้สึกว่ามันเป็นการให้เ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 26

    “คุณยายวางใจเถอะค่ะ ช่วงนี้แค่มีเรื่องให้ยุ่ง ๆ นิดหน่อยเองค่ะ”ในใจของสวีจิ่นเป็นดั่งกระจกเงา เธอรู้ดีว่าการที่ซูหร่านจงใจลงทะเบียนทัวร์ท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุให้ก็เพื่อไม่ให้เธอต้องอยู่บ้านแล้วคอยนั่งกังวลใจเด็กคนนี้มีนิสัยชอบบอกแต่เรื่องดี ๆ และเก็บงำความทุกข์ ต่อให้จะต้องเหนื่อยยากลำบากสักแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียวคุณแม่ซูก็เป็นคนขี้อาย ส่วนพ่อซูก็เป็นประเภทที่ไม่เคยเอ่ยปากชมลูกหลานในครอบครัว เด็กคนนี้จึงมักจะเก็บกด“คนที่ยายวางใจมากที่สุดก็คือหร่านหร่านนี่แหละ แต่ความเข้าใจโลกจนเกินตัวนี่แหละที่ทำให้ยายเจ็บปวดแทน”ซูหร่านซุกใบหน้าฝังลงไปกับผืนผ้าห่ม พร้อมกับกระชับวงแขนกอดแขนของคุณยาย ถึงแม้ว่าสวีจิ่นจะไม่ได้มีสายเลือดเป็นคุณยายแท้ ๆ ของเธอ แต่เธอกลับเป็นคนผูกพันที่สุดและเป็นคนที่ปฏิบัติกับเธอจริงใจมากที่สุดอีกด้วย-วันเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เวลาล่วงเลยผ่านไปเดือนครึ่งแล้วลู่จิ่งซิงไม่ได้ติดต่อหาเธออีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น ส่วนซูหร่านเองก็วางเฉยต่อการปรากฏตัวแสนสั้นทว่าตราตรึงใจของเขาไปเสียแล้วบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือบางทีเข

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 25

    พอกลับมาถึงบ้านในยามค่ำคืน ซูหร่านเพิ่งก้าวเท้าผ่านประตูก็ได้กลิ่นสุราโชยมาเตะจมูก บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารโปรดของทุกคนในครอบครัวแม้กระทั่งซูรุ่ย น้องชายของเธอก็กลับมาบ้านด้วยเช่นกันซูเทียนเล่ยกวักมือเรียก ผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก สุขล้นเสียยิ่งกว่าตอนที่เพิ่งคว้าเงินลงทุนมาได้เสียอีก “เสี่ยวหร่าน มาดื่มเป็นเพื่อนพ่อสักแก้วสิลูก”ความเหนื่อยยากทั้งหมดทั้งมวลที่ทุ่มเทลงไป ก็เพื่อให้พวกเขามีความสุขกันไม่ใช่หรือ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็คุ้มค่าพอได้เห็นรอยยิ้มของพ่อกับแม่ ซูหร่านก็รู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เธอยกแก้วบนโต๊ะขึ้นมา แล้วดื่มเป็นเพื่อนซูเทียนเล่ยจนหมดไปครึ่งแก้วรวดเดียวซูรุ่ยดีใจจนเนื้อเต้นหน้าตาเบิกบาน “พี่ ผมกำลังจะได้ซื้อบ้านใหม่อีกหลังแล้วนะ คราวนี้ผมจะเลือกเอง”ซูเทียนเล่ยจิบเหล้าขาวเข้าปากอึกหนึ่ง “ไม่ต้องรีบร้อนไป รอให้สอบเสร็จแล้วค่อยว่ากัน รอบนี้เราค่อย ๆ เลือกกันให้ดี เอาบ้านสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เท่านั้นนะ”ซูหร่านค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เตรียมเอ่ยเตือนสติแม้ว่าตอนนี้โรงงานจะกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นจังหวะสำคัญที่บริษัทต้องใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status