Accueil / แฟนตาซี / ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร / บทที่ 3 กลับสวรรค์ชั้นฟ้า

Partager

บทที่ 3 กลับสวรรค์ชั้นฟ้า

last update Date de publication: 2024-11-10 20:38:05

หลังจากสนทนาพาทีกับหวังเยี่ยนเสร็จสิ้น เขาก็ให้สาวใช้นามว่า'จื่อจิง'มาเป็นผู้ติดตามส่วนตัวแก่ข้า 

อย่างน้อยชายผู้นั้นก็ยังเห็นความสำคัญของลำดับศักดิ์อยู่บ้าง  นับว่าเขาพอจะรู้ธรรมเนียมปฏิบัติกับสตรีสูงศักดิ์

'ขอบใจแม่นางจื่อจิงมากที่มาส่งข้า' แม้ดวงตามองไม่เห็นแต่นางรู้ทันทีว่าห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เหมาะสมกับนาง กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายคลึงกับกลิ่นที่นางสัมผัสที่แก้มของเขา สิ่งนั้นมันคือกลิ่นอะไรกันแน่ หอมนวลละมุน

'เรียกอาจื่อเถิดเจ้าค่ะ อย่าเรียกบ่าวเช่นนั้นเลยหากท่านประมุขได้ยินเข้าเกรงว่าจะต้องโทษเอาได้เพคะ' 

'เอาเถิด งั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าอาจื่อหรือไม่ก็จื่อเอ๋อร์ก็แล้วกัน ข้าสะดวกแบบนี้ มีข้าอยู่ไหนเลยเขาจะกล้าเอาเปรียบผู้ใดต่อหน้าข้า' ร่างงามระหงย่างก้าวช้าช้าอย่างคิดคำนึงจนปลายเท้าสัมผัสกับวัตถุแข็งๆจึงเข้าใจว่าเป็นพื้นต่างระดับ

'ข้าอยากส่องคันฉ่อง รบกวนจื่อเอ๋อร์ประคองข้าหน่อยได้หรือไม่' มือทั้งสองข้างยังคงลอยหวืออยู่กลางอากาศจนกระทั่งจื่อจิงจับแขนเล็กค่อยประคับประคองด้วยความระมัดระวังไปจนถึงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในสายตาของนางส่วนหนึ่งมีความอคติกับเทพเซียนจึงยั้งไมตรีไว้ครึ่งส่วนเพียงแต่ทำตามหน้าที่เท่านั้น

มิใช่ว่านางมิอยากสนทนากับเซียนชุดขาวผู้นี้แต่อย่างว่าวิถีมารกับเซียนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นางสงบเยือกเย็น ปฏิบัติตนค่อยเป็นค่อยไปแช่มช้า แต่สำหรับแดนมารนั้น มุทะลุ ว่องไว ปราดเปรื่อง แม้แต่ถ้อยคำของนางยังสุภาพอ่อนน้อมเป็นที่สุด 

'ท่านหญิงเซียนต้องการอะไรอีกหรือไม่เพคะ' จื่อจิ้งยังคงเคารพนางอยู่ ใจหนึ่งรับรู้ได้ว่าสักวันหนึ่งนางอาจขึ้นมาเป็นนายหญิงอีกคน 

'ช่วยสางผมให้ข้าได้หรือไม่' 

'เพคะ' จื้อจิงค่อยๆปลดผ้าผูกผมของนางออกผมสีดำมีกลิ่นหอมคล้ายดอกกล้วยไม้บางชนิด หวีไม้ลายหงษ์ถูกนำมาใช้สางผมให้แก่สตรีเซียน

'จื่อจิง ประมุขของเจ้าเป็นคนดีหรือไม่' จื่อจิงชะงักเล็กน้อย

 อย่างท่านประมุขงั้นหรือ? เรียกว่า มารก็ไม่ใช่ ปีศาจก็ไม่เชิง อีกทั้งท่านประมุขยังมีส่วนที่ดีเฉกเช่นเทพเซียนอยู่บ้าง หากชั่งน้ำหนักดีชั่วและถูกผิดก็คงครึ่งหนึ่งถูกครึ่งหนึ่งผิดกระมัง ถึงเป็นเช่นนั้นปวงมารวิหคเจ็ดก็ยังคงให้ความเคารพต่อท่านประมุขที่สุด

'ท่านประมุขมีทั้งดีและชั่วเพคะ' 

'ชั่ว? แล้วชั่วอย่างไร' จื่อจิงคิดไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่แต่ไม่กล้าตอบสุ่มสี่สุ่มห้าจึงพยายามตอบตามมุมมองของตน แม้ไม่มีกฎใดในบัญญัติมารห้ามมิให้วิจารณ์ท่านประมุขแต่ในฐานะข้ารับใช้ ย่อมเป็นเรื่องไม่สมควร

'บางสิ่งท่านประมุขต้องทำเพราะหน้าที่ สักวันหนึ่งท่านจะรู้และเข้าใจเอง' ถ้อยคำกำกวมของจื่อจิงทำให้นางเคลือบแคลงใจอยู่หลายส่วน แต่เอาเถิดถึงเวลาโชคชะตาฟ้าลิขิตนางคงจะรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของตนเอง

'ข้าง่วงแล้ว เจ้าก็ไปพักเถิด'

'ให้ข้าประคองขึ้นเตียงหรือไม่' 

'ไม่เป็นไร' จื่อจิงวางหวีไม้ลงอย่างเบามือแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ

เมื่อเซียนสาวไม่สัมผัสถึงพลังชีวิตของใครในห้องนี้แล้วนางจึงปลดผ้าแพรที่ปิดดวงตาอยู่ลง ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดมองสำรวจตนเองในคันฉ่องบานใหญ่ตรงหน้า นางเกลียดความงามล่มนรกล่มสวรรค์ของนาง หากไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น เรื่องที่นางเองก็หลงลืมไปแล้วเช่นกัน ไม่ทราบว่าความทรงจำ ณ ห้วงเวลานั้นเลวร้ายเพียงใด เมื่อกลับสู่โลกขาวดำอีกครา นางก็ได้ละทางโลกหันหลังให้แก่ทุกสรรพสิ่งเช่นนี้

ด้วยต้นกำเนิดตระกูลสูงศักดิ์ถูกสอนสั่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าเรื่องหมั้นหมายและเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องที่ครอบครัวต้องจัดการ แต่นางไม่คิดว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วปานนี้ สิ่งหนึ่งที่นางแสนมั่นใจคือ หวังเยี่ยนไม่ได้แต่งกับนางเพราะใบหน้าที่งดงามนี้ คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ ดวงตาสีดำประกายมุก จมูกโด่งเชิดรั้น นางลูบกรอบหน้าของตนเอง ความงามดั่งภาพวาดเช่นนี้บางครั้งก็เป็นทุกข์โดยแท้...

เมื่อถึงยามเฉิน[1] เฟิงจางจิ้งตื่นขึ้นมาเวลาเดิมอย่างเช่นทุกวัน  นางรำลึกไว้เสมอว่าสตรีเซียนที่ดีห้ามเกียจคร้านและต้องปฏิบัติเคร่งครัดสม่ำเสมอ ทว่า คิดไม่ถึงว่าจื่อจิงมาคอยแล้วแต่ยามเหมา[2]นำอ่างล้างมาเตรียมไว้

ดูถูกมิได้ คนที่นี่ช่างมีระเบียบวินัยเสียจริง ตรงต่อเวลา ไม่เลวเลยทีเดียว

'จื่อจิง เจ้าตื่นเช้าเช่นนี้ทุกวันเลยหรือ?' จื่อจิงตะลึงงันในความงามของหญิงสาว นี่เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าภายใต้ผ้าแพรขาวเป็นที่ประจักษ์ ดวงตาสีดำประกายมุกสุกใสแวววาวมากล้นด้วยเสน่ห์ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเดียวกับผลอิงเถา จมูกโด่งเชิดรั้นดั่งคันศรรับกับใบหน้า  ความสงสัยก่อนหน้าได้หายไปจนหมดจด ที่แท้เพราะสตรีเซียนท่านนี้งดงามจนน่าตกตะลึง มิแปลกว่าเหตุใดถึงได้ถูกจอมมารจับตัวมา ขนาดว่านางเพิ่งตื่นยังงดงามถึงเพียงนี้ หลังประโคมเครื่องประทินโฉม ในโลกนี้จะมีผู้ใดงามเทียมนางได้อีกเล่า

ใบหน้าเช่นนี้ต้องตายแล้วเกิดใหม่กี่ชาติถึงจะได้มา?

'จื่อจิง'สตรีเซียนกดเสียงหนักจนจื่อจิงหลุดออกจากภวังค์ความงามของนาง

'เพคะ' ราวกับต้องมนต์ แม้เป็นสตรีเหมือนกันยังหลงใหลในรูปลักษณ์ของนาง

'อืม ช่างแปลกเสียจริง' เฟิงจางจิ้งครุ่นคิด นางมั่นใจอยู่ครึ่งส่วนว่าหวังเยี่ยนจะต้องเป็นผู้นับถือวิถีมาร แต่เรื่องนี้ก็ยังแปลกอยู่ดีเพราะผิดวิสัยปกติของพวกเผ่ามาร คนจำพวกนั้นทำสิ่งใดไร้กฎเกณฑ์ ดีแต่ทำตามอำเภอใจ

'เหตุเพราะท่านประมุขตื่นเช้ามากเพคะ ท่านประมุขสั่งไว้ว่ายิ่งเขาตื่นเช้ามากเพียงใดพวกข้าย่อมต้องตื่นก่อนท่านเสมอ' จื่อจิงแสดงความเห็นเพื่อคลายความสงสัยให้เซียนหญิง

ที่แท้ประมุขท่านนี้มีความคิดที่ดีอยู่ไม่น้อย แสดงตนเป็นตัวอย่าง แม้ว่าท่าทางจะเหมือนคนพาลแต่กลับมีความคิดก้าวไกล นับว่าใช้ได้

ก๊อก ก๊อก 

'อีกสักครู่ ข้าจะพาท่านหญิงกลับสู่สวรรค์ชั้นฟ้า ' เซียนหญิงนำผ้าแพรขาวกลับมาผูกตาแต่ครานี้มิได้ปิดบังอีกครึ่งใบหน้า เผยริมฝีปากอวบอิ่มระเรื่อนางแต้มชาดแดงขับใบหน้าขาวผ่องเพื่อเตรียมพร้อมกับการเผชิญหน้ากับใครบางคน

'จื่อจิงจะตามไปดูแลท่านหญิงที่สวรรค์ชั้นฟ้าด้วย มิต้องเป็นกังวลเพคะ' เฟิงจางจิ้งพยักหน้ารับรู้

 จื่อจิงได้รับหน้าที่ดูแลว่าที่จักรพรรดินีด้วยชีวิตของจื่อจิงย่อมต้องปกป้องและภักดีให้สมกับที่จอมมารไว้ใจ

'อืม' หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องครบครัน จื่อจิงประคับประคองเฟิงจางจิ้งอย่างระมัดระวัง

 ส่วนจอมมารเขามิได้ออกไปส่งนางแต่อย่างใด กลับมองเซียนหญิงเดินจากไปจนลับสายตา ตามจริงเขาควรจะให้นางนั่งบนเกี้ยว[3]พร้อมด้วยองค์รักษ์ติดตามขบวนใหญ่ส่งนางให้สมเกียรติแต่ทำเช่นนั้นคงจะเอิกเกริกเกินไป

ช่างเถอะ นางรักสงบเพียงนั้น อาจชอบการมาและจากไปอย่างเงียบเชียบมากกว่า 

แต่ว่า เซียนหญิงในชุดขาวท่านนั้น งดงามแม้กระทั่งแผ่นหลังเชียว..

[1] ยามเฉิน คือ ช่วงเวลา 07.00 – 08.59 น.

[2] ยามเหมา คือ ช่วงเวลา  05.00 – 06.59 น.

[3] เกี้ยว คือ คานหามของจีนอย่างหนึ่ง ยิ่งมีคนหามมากก็ยิ่งแสดงถึงมีอำนาจและลำดับศักดิ์ที่มาก

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ื 21 ปลอบโยน

    ตั้งแต่เมื่อวานที่เสียวจิ้งสนทนากับผานเยว่ถิง นางก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนจวนจะถึงวันที่ข้าจะแต่งตั้งนางเป็นจักรพรรดินีมาร นางยังไม่ออกจากห้องห้องนั้นเลยแม้แต่ก้าวเดียว เรื่องราวอะไรกันที่ทำให้นางเศร้าปานนั้น ผานเยว่ถิงเคยกล่าวถึงสตรีเซียนนางหนึ่งอันเป็นสหายรักเมื่อครั้งลงไปฝึกฝนวิชาเซียนก่อนผ่านด่านเคราะห์เลื่อนขั้นเป็นซ่างเซียนฟังมาว่าสตรีผู้นั้นรักชอบกับบุรุษผู้หนึ่งแต่มิอาจอยู่เคียงคู่กันได้ ทั้งสองต่างมีตำแหน่งสูงส่ง ต่างมีหน้าที่ ต่างมีชะตาที่ถูกกำหนด คิดๆดูแล้วหวังแต่ว่าสหายผู้นั้นจะมิใช่ผู้เป็น'ฟูเหริน'ของข้าในตอนนี้ เรื่องราวความรักในอดีตย่อมเป็นอดีตไปรื้อฟื้นย้อนคิดไปแล้วก็มีแต่ชอกช้ำกับเจ็บช้ำ สองความรู้สึกนี้แม้คล้ายกันมากแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ชอกช้ำอาจชอกช้ำไปจนวันตายแต่เจ็บช้ำยังพอมีเวลาที่จะรักษาให้หายได้..'โอสถได้แล้วขอรับท่านจอมมาร' น้ำเสียงสุภาพของหลิงหลิวเหว่ยดึงข้าหลุดออกจากภวังค์ อาภรณ์แพรเขียวพลิ้วไสว ใบหน้ายิ้มแย้มเห็นลักยิ้มถือถ้วยยาโอสถทิพย์มาให้แต่เดิมทีเรื่องยาคงมีแต่ไว้ใจให้ฮูหยินดูแล คราวนี้ฮูหยินกลับป่วยเสียเองมีแต่เปิ่นจวินที่จะต้องดูแลเอาอกเอาใจภร

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 20 ความจริงในอดีต

    เมื่อเล่าเรื่องราวมาถึงตรงนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมา เฟิงจางจิ้งเซียนเมื่อเทียบนิสัยตอนนี้กับตอนนั้นแล้วมีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่แตกต่างเลยคือ ความเห็นใจที่นางมีต่อสรรพสิ่ง ความอ่อนโยนในความเเข็งกระด้าง เพียงแต่ครานั้นนางยังดูสดใสและมีชีวิตชีวามากกว่านี้มาก'จริงๆเรื่องราวระหว่างเรา ข้าจำได้ชัดเจนแจ่มแจ้งทุกประการเว้นแต่เรื่องชายคนนั้นที่คล้ายว่าจะจำได้บ้าง ลืมไปบ้าง' 'ถ้าอย่างนั้นคงมิต้องรื้อฟื้นเรื่องราวระหว่างข้ากับท่านคราวนั้นอีกแล้ว'เพราะหากรื้อฟื้นไปคนที่นึกเจ็บใจคงมีแต่ข้า ข้าเท่านั้นผานเยว่ถิงพยักหน้าให้กับตัวเองดวงตาหลุบต่ำลงราวกับหวนนึกอะไรบางอย่างใจความสำคัญของเรื่องนี้เท่าที่ข้าจำได้ จำได้อย่างถี่ถ้วนคือตอนที่เฟิงจางจิ้งเซียนกำลังเลื่อนขั้นเป็นซ่างเซียน เฟิงจางจิ้งเซียนต้องรับพิษจากบุปผาสิบชนิดแต่เดิมทีพิธีนี้เป็นกฏมณเฑียรบาลของเผ่าบุปผา มีข้าและเสวี่ยอิงร่วมอยู่ด้วยในเหตุการณ์ แต่เฟิงจางจิ้งเซียนไม่สามารถผ่านด่านบุปผาพิษสิบชนิดได้ท่ามกลางความตระหนกตกใจกลับมีหลายเรื่องที่เซียนหญิงคนนั้นไม่บอกกล่าวกับใครและมิมีผู้ใดได้รู้เป็นความผิดพลาดมหันต์'เสี่ยวจิ้ง!'ภา

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 19 กระบี่เฟิงจางจิ้ง

    หลายๆวันมานี้ท่านเซียนหญิงเฟิงจางจิ้งและเสวี๋ยอิงต่างทำหน้าที่ดูแลพวกข้าได้อย่างดีเยี่ยม วิชาเซียนของพวกเขาทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นเทพเซียนที่แท้ ข้ายังคอยเป็นที่ปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่เสมอมิรู้ว่าเลื่อนขั้นไปถึงไหนกันแล้ว เสวี๋ยอิงคนนั้นยามอยู่กับเฟิงจางจิ้งเซียนเพียงลำพังแสนแตกต่างกับตอนที่พูดคุยกับพวกข้าอย่างมากข้าสังเกตเสวี๋ยอิงตั้งแต่วันเเรกจนวันสุดท้ายสรุปความได้ว่า เสวี๋ยอิงคนนี้เป็นวิหคเหมันตกาลโดยแท้ นับถือวิถีเซียนเคร่งครัด และที่สำคัญเขารักของเฟิงจางจิ้งเซียนสหายของข้าอย่างแท้จริง ข้ากับเฟิงจางจิ้งเซียนตกลงกันไว้ว่าหลังจากจบการฝึกปรือครั้งนี้จะรับข้าเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงในวังสวรรค์'ความพยายามของพวกเจ้า เปิ่นจวินเห็นแล้วว่าสมควรแก่เวลา กระบี่ของผู้ใดจะกลับคืนสู่เจ้าของ' หลงลี่เสกกระบี่อันทรงฤทธิ์ที่ส่องแสงเรืองรองและส่งคืนสู่เซียนผู้เป็นเจ้าของ กระบี่เหล่านั้นลอยกลับมาอยู่ตรงหน้าผู้เป็นเจ้าของ'กระบี่มีจิตวิญญาณของมัน ผู้เป็นเจ้าของต้องตั้งชื่อด้วยก่อนจะเซ่นกระบี่ด้วยเลือด''ขอรับ! เจ้าค่ะ! ซือฝุ' เซียนสตรีและเซียนบุรุษทั้งหกขานรับ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 18 รักครั้งเก่า

    'เสวี๋ยอิง เฟิงจางจิ้งเซียนฝากข้ามาตามท่านไปที่เรือนไผ่ด้านหลัง' เรือนไผ่ด้านหลังที่ว่า อยู่ริมธารน้ำตกที่ข้าใช้วิชาสนทนากับหวังเยี่ยนเกอเรือนไผ่นั่นดูเหมือนจะเป็นเรือนไผ่ที่ท่านเซียนเนรมิตขึ้นมาเพราะตอนที่ข้าไปไม่เห็นจะมีเรือนไผ่อยู่พลังเซียนของเฟิงจางจิ้งเซียนเหนือชั้นกว่าเซียนคนอื่นมากอย่างข้าคงเสกได้เพียงแค่เก้าอี้หนึ่งตัวกับวิชาเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่หวังเยี่ยนสอนก็เท่านั้น'รบกวนแม่นางช่วยนำทางไปที' เขากล่าวเสียงเรียบพลางสะบัดชายผ้าขาวอย่างอ่อนโยนยามอยู่ใกล้เขารู้สึกหนาวเหน็บจริงสมแล้วที่เป็นถึงวิหคหิมะ'ตามข้ามาเถิด' เขาเดินตามข้าอย่างสงบเสงี่ยมจริงแท้หรือวิสัยของพวกวิหคหิมะเป็นเช่นนี้เอง แม้แต่เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เคร่งครัดวิถีเซียน'ขอบคุณที่มาส่ง''ไม่ต้องเกรงใจ พวกท่านสูงส่งกว่าข้า ข้าย่อมยินดีช่วย' เขาพยักหน้ารับเงียบๆแล้วเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งที่เฟิงจางจิ้งเซียนนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ พูดได้ว่าน่าเอ็นดู ข้าแอบมองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหาที่เหมาะๆสักที เสกกาน้ำชาหนึ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 17 คนแซ่เสวี่ย

    บรรดาเหล่าเซียนยืนเรียงกันเป็นสองแถวแบ่งแยกสตรีและบุรุษเพียงแค่โดดลงเหวก็ตกลงมาโผล่ที่หุบเขาไท่ซาน ไม่คิดว่าหุบเขาแห่งนี้จะยังมีสำนักที่คล้ายสำนักสงฆ์อยู่ เบื้องหน้ามีเสามังกรสีเหลืองอร่ามสลักรูปปั้นมังกรสามหัวขนาดยักษ์มันถูกตั้งไว้กลางโถง ช่างเสมือนจริงเหลือเกิน..'เสวี๋ยอิงคารวะท่านอาจารย์' ชายหนุ่มหัวขาวก้มโค้งคำนับต่อหน้ารูปปั้นมังกรสามหัวอาจารย์ที่ไหนกันไม่เห็นจะมีใครสักคน เฟิงจางจิ้งคิด'ถือว่ามีฝีมือ ส่วนคนอื่นยังต้องฝึกอีกมาก' ร่างมังกรสามหัวแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษสามคน หน้าตางดงาม สวมชุดฮั่นฝูสีดำ รูปร่างแกร่งกำยำ มองแค่ตาเปล่าก็สัมผัสได้แล้วว่าปราณเซียนของพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใดข้ายังเคยได้ยินมาว่าพวกเขาทั้งสามเป็นสัตว์เทพแห่งบรรพกาลที่บังเกิดมาพร้อมกับเหล่าอสูรร้ายแห่งบรรพกาลอย่างเช่น อสูรเถาอู้กับฮุ่นตุ้น[1]'เสี่ยวเซียนทั้งห้าขอคารวะท่านอาจารย์' เฟิงจางจิ้งเซียนกล่าวนำข้าและเพื่อนพ้องอีกสามคนจึงพากันก้มโค้งคารวะดังที่เฟิงจางจิ้งกล่าวนำไว้ ไม่แน่ว่าในช่วงหลายวันมานี้อาจมีแต่เรื่องสนุกเกิดขึ้น'ไม่ต้องมากพิธี ข้าเ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 16 เรื่องในอดีต

    ‘ยินดีต้อนรับกลับ' หวังเยี่ยนเดินเข้าไปกอดซ้อนอีกทีหนึ่ง เขาไม่รู้มาก่อนว่าพวกนางรู้จักกันคนหนึ่งก็เปรียบเสมือนน้องสาวในไส้ส่วนอีกคนก็คือภรรยาของเขา จากนี้ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร เขาจะเป็นคนปกป้องพวกนางเอง ไม่มีผู้ใด ไม่มีอดีตและแม้อดีตจะลบล้างไม่ได้ หากแต่เมื่อวันวานแห่งความขมขื่นผันผ่านไป หลังจากนี้เขาจะเป็นแสงสว่างชี้นำพวกนางเอง พวกนางคงยังมีความหลังให้ระลึกถึงกันอีกมากเห็นสมควรปล่อยให้สนทนากันเพียงลำพัง กิจของสตรีบุรุษมิควรยุ่งจอมมารสะกิดหลิงหลิวเหว่ยพยักพเยิดหน้าไปทางประตูแล้วพากันเดินออกไปเงียบๆ เซียนหญิงกับมารสาวมองหน้ากันร่ำไห้กันเงียบงัน ก่อนจะบอกเล่าถึงความทรมานแสนสาหัสและเรื่องเขา'คนนั้น''เยว่ถิง ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้แล้วเจ้ากับจอมมารรู้จักมักจี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่''ไม่เจอกันเพียงไม่กี่แสนปี ท่านหญิงของข้ากลายเป็นคนช่างถามแล้วรึ''เพราะข้าสนิทใจที่พูดคุยกับเจ้าต่างหาก!'

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 9 ห่วงหา

    สองวันล่วงเลยผ่านไปแล้วข้ายังมิได้ข่าวสารหรือการติดต่อจากจอมมาร วันนั้นก่อนจากกันเขาดูรีบร้อนคล้ายว่ามีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการย้อนนึกดูแล้วก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาอยู่บ้าง ไม่น่าเชื่อว่าจอมมารท่านนั้นเขายังมีเรื่องต้องทำกับคนอื่นเขาด้วย‘จื่อเออร์ จอมมารเขายุ่งมากเลยหรือ’&ls

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 8 ดินแดนหงษา

    เผ่าหงษาตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามากนักใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึง‘จอมมาร ถึงแล้ววังวสันต์วายุแล้วขอรับ' หลิงหลิวเหว่ยเขย่าตัวจอมมาร จอมมารสะดุ้งหลุดออกจาก

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 7 ทำเนียบมาร

    หวังเยี่ยนได้ยินก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วค่อยค่อยกลับหลังหันมองเหล่าเทพเซียนทั้งสี่ทิศจากเผ่ามัจฉา เป็นเออร์หลิงเซียน ผู้ปกครองมหาสมุทรประจิมที่เอ่ยทักเขา'คารวะศิษย์พี่ทั้งสี่ ข้ามิทราบมาก่อนว่าศิษย์พี่จะเสด็จขึ้นมาบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ต้องขออภัยที่มิได้ส่งข่าวไปเสียนาน' เขาโต้

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 6 ของแทนใจ

    เมื่อถึงยามเซิน[1]หลิงหลิวเหว่ยจึงเดินมาปลุกจอมมารให้ตื่นเพื่อไปตรวจขุมนรกแล้วให้สาวใช้นำของว่างมาให้มีทั้งขนมกะโหลกอบกรอบและลิ้นแห้งทอดรวมถึงน้ำชาโม่หลี่[2]เมื่อของว่างมาถึงจึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status