Beranda / โรแมนติก / ปราถนารัก / ความรู้สึกหงุดหงิดใจ

Share

ความรู้สึกหงุดหงิดใจ

Penulis: Darann
last update Tanggal publikasi: 2025-05-16 15:29:12

ณ ห้องผู้จัดการ

ก๊อกๆๆ!! ฉันยกมือขึ้นมาเคาะประตูห้องผู้จัดการ หลังจากที่ยืนทำใจอยู่หน้าห้องมาสักพักใหญ่แล้ว

“เข้ามา!!” เสียงที่คุ้นหูดังเล็ดลอดออกมาจากในห้อง

แอ๊ดดด!! สิ้นเสียงอนุญาตฉันก็ไม่รอช้าที่จะผลักประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปในห้องตามคำสั่งทันที

สิ่งที่ฉันเห็นเป็นอย่างแรกหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องแล้ว คือร่างของคุณคิมหันต์ที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะของตัวเอง แสงแดดที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาจากกระจกห้องข้างหลังโต๊ะทำงานสาดส่องมาที่ร่างสูงตอนนี้คุณคิมหันต์อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตแขนยาวที่ถูกปลดกระดุมตัวบนออกมาสองเม็ดกับเนคไปสีกรมที่ถูกปลดออกมาให้หลวม แขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นมาโชว์ให้เห็นแขนเรียวล่ำสุขภาพดีของเขา

ตึกตักๆๆ!! ภาพของคุณคิมหันต์ที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า มันทำฉันใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆอีกแล้ว แค่เห็นหน้าของเขาหน้าอกข้างซ้ายของฉันมันก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สมองมันเบลอจนลืมเรื่องกังวลก่อนหน้านี้ไปจนหมดเลยด้วยซ้ำ

ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้อีกแล้วเนี่ย?!!

“คุณคิม…เอ่อ…ผู้จัดการมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?” เกือบเผลอเรียกชื่อเขาไปซะแล้ว เวลาอยู่ที่บริษัทฉันคิดว่าไม่ควรจะเรียกกชื่อเขาตรงๆ แต่เรียกเป็นตำแหน่งแทนจะดีกว่า จะได้ไม่ถูกคนอื่นมองไม่ดี…มากไปกว่านี้

“เข้ามาใกล้ๆสิ!” คนตรงหน้าออกคำสั่งทั้งๆที่ยังเอาแต่ก้มหน้ามองเอกสารตรงหน้า ไม่คิดจะหันมามองหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าผู้จัดการมีอะไรให้ฉันทำก็สั่งมาได้เลยค่ะ” ฉันเลือกยืนอยู่กับที่ ไม่เดินเข้าไปใกล้อย่างที่เขาสั่ง

ความจริงฉันคิดอะไรได้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วล่ะ เรื่องที่คุณคิมหันต์มีคู่หมั้นแล้ว ฉันไม่รู้หรอกว่ามันคือเรื่องจริงรึเปล่า แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ฉันคิดว่าฉัน…ไม่ควรเข้าไปใกล้เขามากกว่านี้ ฉันไม่ควร…เข้าไปใกล้เขาตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ

“เธอเป็นอะไรไป?” จู่ๆคนตรงหน้าก็หยุดชะงักจากงานตรงหน้า ก่อนจะหันมาขมวดคิ้วจ้องฉันด้วยสายตาที่ดูสงสัย

“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้…”

“เกว!”

“คะ?”

“เธอต้องแทนชื่อตัวเองว่าเกว ไม่ใช่ฉันสิ!” คำพูดนี้มันคืออะไรกันแน่นะ? มันคือคำบอกเล่า คำร้องขอ หรือคำสั่งกันแน่!

“ฉันคิดว่าถ้าพูดแบบนั้นคนอื่นอาจจะมองไม่ดีก็ได้นะคะ”

“ใครมันจะไปกล้า!!” แววตาของคุณคิมหันต์ยังคงความสงสัยอยูไม่เปลี่ยน แต่น้ำเสียงของเขากลับดูเยือกเย็นยังไงชอบกลแฮะ แต่ที่พูดแบบนี้นี่เพราะไม่รู้จริงๆสินะ? ถามมาได้ว่าใครจะกล้า จะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่คนในบริษัทน่ะ

“สรุปแล้วผู้จัดการเรียกฉันมาทำไมกันแน่คะ?”

“เกว!!!” สายตาเรียบนิ่งจ้องลึกมาที่ฉันอีกแล้ว สายตาแบบนี้…เขากำลังเตือนฉันว่าถ้าฉันยังดื้อไม่ทำตามที่เขาสั่งล่ะก็…ฉันซวยแน่!!

“เฮ้อออ! คุณคิมเรียกเกวมาทำไมกันแน่คะ?” สุดท้ายสถานการณ์ก็จบลงอย่างเดิมอีกแล้ว ฉัน…ปฏิเสธคุณคิมหันต์ไม่ได้เลยจริงๆ

“เข้ามาใกล้ๆฉันสิ” คนตรงหน้าเอนตัวไปพิงเก้าอี้ ก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอกแล้วมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามเดิม

“เข้าใจแล้วค่ะ” แม้จะอยากปฏเสธแต่สุดท้าย…ฉันก็ต้องเดินตรงเข้าไปใกล้เขาตามคำสั่งอย่างห้ามไม่ได้เลย

“ตรงนั้น…เรียกว่าใกล้แล้วเหรอเกว?” จากตอนแรกที่ยืนอยู่ใกล้ประตู ฉันก็เดินเข้าไปยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานงานของเขา แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่พอใจ

“แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าใกล้ล่ะคะ?”

“จะเดินมาหาฉันดีๆ หรือจะให้ฉันเดินไปลากเธอมาเองหืม?” คนตรงหน้าถามออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง จะว่าไป…แววตาของเขามันดูแปลกๆไปรึเปล่านะ? มันไม่ใช่แววตาที่น่ากลัว แต่เป็นแววตาที่เรียบนิ่งและสั่นไหวแบบแปลกๆ ดูจากกรามที่ขบกันแน่นอยู่นั้น เหมือนว่าเขาจะพยายามควบคุมสีหน้าและแววตาของตัวเองอยู่รึเปล่านะ?

เขาเป็นแบบนี้เป็นเพราะคำขอของฉันเมื่อคืนงั้นเหรอ? ที่บอกว่าไม่อยากให้มองด้วยสายตาท่น่ากลัวแบบเดิมอีก เขา…พยายามทำแบบนั้นอยู่รึเปล่านะ?

ตึกๆๆ!! ฉันเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปยืนอยู่ตรงหน้าของคนตัวสูงอย่างว่าง่าย เหมือนว่าร่างกายของฉันมันจะชินกับคำสั่งของเขาไปซะแล้วล่ะ แค่เขาสั่งออกมา แม้สมองจะบอกว่าไม่ แต่ร่างกานชยมันกลับขยับออกไปอย่างอัตโนมัติเลย

“คุณคิมมีอะไรจะสั่งเกวรึเปล่าคะ?” ฉันถามพลางก้มลงไปมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้า

“ฉันมีของจะให้”

“ของ? ของอะไร…อ้ะ! คุณคิม!”

หมับ!! ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆคนตรงหน้าก็คว้าเอวฉันแน่น ก่อนจะยกตัวฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานข้างตัวเขาอย่างง่ายดาย

ฟึ่บ!! คุณคิมหันต์อุ้มฉันมาไว้บนโต๊ะตัวเอง ก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วใช้แขนตัวเองเท้าโต๊ะกั้นตัวฉันเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ พร้อมกับโน้มหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ฉันมาก ใกล้…จนปลายจมูกของเราสองคนชนกันซะแล้วสิ

“คุณคิมจะทำอะไรคะ?”

“เธอนั่นแหละเป็นอะไรเกว?” นั่นน่ะสิ ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

แค่เห็นหน้าเขาความรู้สึกหงุดหงิดมันก็ผุดขึ้นมา จนแทบไม่อยากมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งนึกถึงเรื่องคู่หมั้นอะไรนั่นฉันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก แถมอีกใจนึงฉันแอบรู้สึกน้อยใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังน้อยใจเรื่องอะไรกันแน่?!

“เกว…ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่คำพูดโกหกของฉันคงหลอกคนตรงหน้าไม่ได้หรอก

ฟึ่บ!! คุณคิมหันต์ไม่พูดอะไรต่อ แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบของบางอย่างที่วางอยู่ข้างหลังมาขึ้นมา หน้าตามัน…ดูเหมือนรีโมทอะไรสักอย่างเลย

“เห็นกระจกมู่ลี่ที่แขวนอยูรอบๆห้องฉันมั้ยเกว?” พอคุณคิมหันต์พูดฉันก็เริ่มหันไปมองรอบๆห้อง จริงด้วย! เพราะห้องทำงานของเขาเป็นห้องกระจกแทบจะทั้งห้องเลย เลยมีมู่ลี่สีดำแขวนปิดเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวอยู่รอบๆห้อง

“ทำไมคะ?”

“ถ้าเธอไม่บอกฉันว่าเธอเป็นอะไร? ฉันจะกดรีโมทเปิดมู่ลี่ให้พนักงานข้างนอกเห็น ว่าเราสองคน…ทำอะไรกันอยู่ในห้อง?!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปราถนารัก   ตอนจบ

    [คิมหันต์]“คุณคิมหันต์!! มาดูนี่เร็ววว~” เสียงของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ริมทะเลหันมาร้องเรียกผมพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส“หึๆ” ผมที่ที่กำลังเดินอยู่ก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเกวลินโดยทันที พร้อมกับหิ้วไก่ทอดที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ติดมือมาด้วย ตามคำสั่งของคนตัวเล็ก“คุณคิมหันต์ พระอาทิตย์ตกสวยมากเลยว่ามั้ยคะ?” พอเดินเข้ามาถึงตัวเกวลินแล้ว เธอก็ยังคงยกยิ้มสดใสออกมาด้วยความสดใส แถมยังกระโดดไปมาดุกดิกด้วยความตื่นเต้นกับวิวพระอาทิตย์ตกริมทะเลตรงหน้าอีกด้วยผมที่ได้เห็นท่าทีของเธอที่น่ารักของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู“ไหนว่าจะกลับห้องไง ทำไมถึงพามาที่นี่ล่ะ?” หลังจากออกมาจากห้างก่อนหน้านี้ ผมตั้งใจว่าจะพาเกวลินกลับไปพักที่ห้องของเธอทันที แต่เธอก็ดื้อดึงอ้อนให้ผมพามาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่จนได้ แล้วท่าทีตอนที่เกวลินอ้อนผมมันก็ดันน่ารักซะจนผมปฏิเสธเธอไม่ลงเลยจริงๆ“จะกลับเลยได้ยังไงล่ะคะ วันนี้อุตส่าห์ได้พักทั้งที ต้องออกมาเที่ยวซะหน่อยสิ”หมับ!! เกวลินพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ผม ขณะเดียวกันเธอก็ยื่นมือตัวเองมาจับมือที่ว่างอยู่ของผมเอาไว้ ก่อนจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมใจสั

  • ปราถนารัก   แผนเซอร์ไพรส์กลับ

    [เกวลิน]“แน่ใจนะว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาล” คุณคิมหันต์ที่ขับรถอยูข้างๆเอ่ยถามคำถามนีเป็นรอบที่สิบได้แล้วมั้ง? หลังจากที่ฉันดีขึ้นแล้ว คุณริมหันต์ก็จัดการเรื่องลางานกับผู้จัดการให้ฉัน แถมยังอาสาพาฉันกลับห้องอีกด้วย และตั้งแต่ที่ออกมามาจากโรงแรม เขาก็เอาแต่ถามย้ำกับฉันอยู่ได้ว่าไม่เป็นไรแน่นะ? ไม่ต้องโรงพยาบาลแน่นะ? ให้ฉันพาไปโรงพยาบาลมั้ย? ถามย้ำรอบที่สิบได้แล้วมั้งน่ะ“เกวไม่เป็นไรแล้วจริงๆค่า แข็งแรงดี สบายใจหายห่วงได้ค่ะ”“ถ้างั้นกลับห้องไปก็พักผ่อนให้เต็มที่่นะ”“เอ่อ คือว่า…ก่อนกลับห้อง เกวมีที่ที่ต้องไปก่อนน่ะค่ะ” จริงๆวันนี้ฉันต้องไปทำธุระสำคัญอย่างหนึ่ง ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะไปคนเดียวด้วยซ้ำ แต่คุณคิมหันต์ก็ดื้อดึงจะไปส่งฉันให้ได้ ฉันปฏิเสธเขาไม่ได้เลยจริงๆ เลยต้องยอมให้เขามาส่งให้จนได้“ไว้รอหายดีก่อนแล้วค่อยไปวันหลัง วันนี้เธอต้องกลับไปพักก่อน”“ไม่ได้ค่ะ เกวต้องไปทำธุระสำคัญมากๆ ต้องไปวันนี้เท่านั้นค่ะ”“ฉันไม่ให้ไป” คนตัวสูงข้างๆเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด“คุณคิมหันต์! นี่คุณจะเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วนะ ฉันไปแค่แปบเดียว คุณแค่ไปส่งฉันแล้วนั่งรออยู่บนรถก็ได้”“ธุระอะไรจะสำคัญไป

  • ปราถนารัก   เป็นห่วง

    [คิมหันต์]พรึ่บ!! ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะต้องหรี่ตาลงเมื่อแสงที่เล็ดลอดผ่านผ้าม่านสอดส่องเข้ามากระทบกับดวงตา และเมื่อปรับสายตาให้คงที่ได้แล้ว ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ใขอบนเตียงในห้องพักของเกวลินเหมือนเดิมเพียงแต่ตอนนี้ที่ข้างๆที่เคยมีเกวลินนอนอยู่ด้วย กลับเหลือไว้เพียงแค่รอยยับที่ว่างเปล่าเท่านั้นเกวลิน…ยัยนั่นทิ้งผมไปอีกแล้วเหรอเนี่ย?ฟุ่บ!! ผมลุกขึ้นมาจากเตียงนอน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา แต่เมื่อก้าวเข้าไปในห้องน้ำแล้ว บางสิ่งบางอย่างอยู่ในนั้นกลับทำให้ผมแปลกใจขึ้นมาบนกระจกในห้องน้ำมีกระดาษอยู่สามแผ่นแปะเรียงกันไว้อย่างเป็นแถวเลยล่ะฟึ่บ! ผมเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตแผ่นที่แปะอยู่บนกระจกห้องน้ำมาอ่าน‘เกวต้องออกไปทำงานแต่เช้าเมื่อคืนคุณดูเหนื่อยมากเกวเลยไม่อยากปลุก ขอโทษที่ปล่อยให้อยู่คนเดียวนะคะ’“หึ! ใครกันแน่ที่เหนื่อย” ผมยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจทันทีที่ได้อ่านข้อความที่เกวลินทิ้งไว้ให้ฟึ่บ!! จากนี้ก็หยิบกระดาษโน้ตใบที่สองขึ้นมาอ่านต่อ‘คุณอาบน้้ำแปรงฟันก่อนได้นะคะ เกวแขวนเสื้อผ้าที่คุณพอจะใส่ได้ไว้ให้ที่ตู้แล้ว’ผมอดไม่ไ

  • ปราถนารัก   เป็นลม

    วันต่อมาณ โรงแรมพาวิลงเลียน“อ้าวเกว” เสียงของรินณ์เอ่ยทักขึ้นทันทีที่รินณ์เดินเข้ามาในห้องพักพนักงาน ซึ่งมีฉันที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ววันนี้ฉันตั้งใจออกจากห้องมาแต่เช้า เช้าถึงขนาดที่คุณคิมหันต์ยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ “ไงรินณ์”“ทำไมมาเช้าจังอ่ะ วันนี้เกวเข้างานกะบ่ายไม่ใช่เหรอ?”“อ่อ เราแลกเวรกับพี่แอนอ่ะ พอดี…ตอนเย็นเรามีธุระต้องไปทำธน่ะ” ใช่แล้วล่ะ! จริงๆ วันนี้ฉันเข้างานกะบ่าย แต่ช่วงเย็นวันนี้ฉันมีที่ที่ต้องไปน่ะ เลยแลกเวรกับพี่แอนไว้“ไปไหนอ่ะ? หรือว่า…ไปเดทเหรอ?” รินณ์ยิ้มกรุ้มกริ่มพลางเดินเข้ามากระซิบใกล้ฉัน อะไรกัน? ยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย?“ดะ เดทอะไรกันเล่า? ไม่ใช่ซะหน่อย” “เอ้า! ไม่ใช่หรอกเหรอ แต่เมื่อคืนเราเห็นน้า ผู้หญิงชุดฟ้าที่เดินควงแขนกับคุณคิมหันต์” รินณ์เข้ามานั่งใกล้ๆ ก่อนจะเขยิบมากระซิบข้างๆหู“นี่รินณ์เห็นด้วยเหรอ?0_0!” ฉันถึงกับเบิกตาโพลงออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเมื่อคืนจะมีคนเห็นฉันกันคุณคิมหันต์ด้วย นี่ขนาดแอบย่องออกไปตอนไม่มีคนแล้วน่ะเนี่ย ยังมีคนเห็นอีกเหรอเนี่ย? “อื้ม เมื่อคืนเราอยู่ทำโอทีน่ะ”“นอกจากรินณ์แล้ว…”“ไม่ต้องห่วงหรอก เมื

  • ปราถนารัก   ทำให้หายโกรธ nc 20++

    “อื้มมม~” เสียงครวญครางของเราสองคนดังลั่นไปทั่วทั้งห้องพักของฉัน เพราะรสจูบที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานของกันและกัน เรียวลิ้นที่สอดประสานกันไปมาของเราสองคน มันเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน แต่ก็แฝงไปด้วยความปรารถนาที่เหลือล้น ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าริมฝีปากของคนตัวสูงยิ่งหอมหวานน่าช่วงชิมมากกว่าเดิมขึ้นไปเรื่อยๆหมับ!! ฉันเอื้อมมือออกไปค้วาท้ายทอยของคนตัวสูงเหนือร่างลงมากอดไว้แน่น เพื่อให้เราสองคนแลกเปลี่ยนรสจูบจากกันและกันได้แนบแน่นกันมากยิ่งขึ้น“อื้อออ~” ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ต้องการสัมผัสจากคุณคิมหันต์ เขาเองก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกันกับฉัน ฉันส่งเสียงครวญครางผ่านลำคอออกมาด้วยความเสียวซ่าน เมื่อคนตัวสูงเลื่อนไล้มือหนาของตัวเอง ลงไปสัมผัสกับกลีบกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กางเกงนอนของฉัน ในขณะที่ปากของเขาก็ยังคงดูดเม้ม ช่วงชิมรสหวานจากปากของฉันอย่างไม่ลดละ“อื้อ!!~” ฉันเริ่มจะทนกับความเสียวซ่านที่ถูกกระตุ้นทั้งช่วงบน และช่วงล่างไม่ไหวแล้ว จนต้องส่งเสียงร้องประท้วงผ่านลำคอออกมาเพื่อให้เขาปล่อยส่วนใดส่วนหนึ่งซะที ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวจนขาดใจตายไปซะก่อน“อึก!

  • ปราถนารัก   ทำให้หายโกรธ

    หลังจากที่คุณคิมหันต์บุกเข้ามาหาถึงห้อง แล้วขอนอนค้างด้วย ตอนนี้เขา…กำลังนอนอยู่บนเตียงข้างๆฉันถึงแม้ว่าคุณคิมหันต์จะนอนก่ายหน้าผากอยูข้างฉัน แต่เขากลับไม่เอ่ยปากคุยอะไรกับฉันต่อเลยแม้แต่คำเดียวนี่เขา…กำลังไม่พอใจฉันอยูแน่ๆเลย“คุณคิมหันต์ หลับรึยังคะ?” ฉันรู้ว่าเขายังไม่หลับแน่ๆ“หลับแล้ว” หลับแล้วเขาจะตอบฉันได้ยังไงล่ะ?“คุณ…โกรธเกวเหรอคะ?”“…” สิ้นสุดคำถามของฉัน ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคนข้างๆอีกเลย“เกวขอโทษนะคะ ที่ทิ้งคุณไว้ที่ร้านอาหารคนเดียว”“…” คราวนี้ก็ยังเงียบเหมือนเดิม“เกวแค่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงน่ะค่ะ”“เกวลิน…”“คะ?”“รู้ใช่มั้ย…ว่าฉันรักเธอ?” คุณคิมหันต์ที่เอาแต่หลับตาในตอนแรก ตอนนี้เขากลับลืมตาหันมามองฉันที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน“…รู้ค่ะ” ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา พลางเอ่ยคำตอบที่รู้ดีอยู่แก่ใจออกไปอย่างลึกซึ้ง“แล้วเธอล่ะ?” คำถามที่คาดไม่ถึงจากคนตัวสูงตรงหน้า ทำฉันอึ้งจนอ้าปากค้าง ทำไมเขาถึงถามแบบนี้ออกมาได้“รักสิคะ เกวรักคุณมากๆค่ะ”“ถ้างั้น…อย่าทิ้งฉันไปอีกได้มั้ยเกว?” คำถามที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือของคนตรงหน้า บวกกับ

  • ปราถนารัก   เพราะไม่อยากสูญเสีย nc 20 +++

    เคร้ง!! เสียงข้าวของที่อยู่บนอ่างล้างหน้าในห้องน้ำตกลงบนพื้นกระจัดกระจาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันกับคุณคิมหันต์สนใจมากพอจะผละริมฝีปากที่ประสานกันอยู่ในตอนนี้ออกได้หรอก“อื้มมม~” เสียงครวญครางในลำคอของเราทั้งสองคนยังคงดังลั่นไปทั่วทั้งห้องน้ำ เรียวลิ้นที่เกี่ยวตระหวัดช่วงชิมรสหวานของกันและกันอย่างไม

  • ปราถนารัก   ความจริงจากเลขา

    ณ โรงพยาบาลหลังจากทิวเขากลับไปแล้ว ฉันก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลทันที ฉันยังคงรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดกับทิวเขาไม่หาย แต่ก็รู้สึกโล่งใจมากๆเลยล่ะที่ได้เคลียร์ความรู้สึกของตัวเองกับทิวเขาด้ซะที แม้ว่าความจริงอาจจะทำให้ฉันสูญเสียเพื่อนคนเดียวของฉันไป แต่ฉันก็หวังว่าทิวเขาจะได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความ

  • ปราถนารัก   คำสารภาพและคำขอโทษ

    ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลวันนี้ฉันมาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าเพื่อมาเยี่ยมคุณคิมหันต์ แต่พอมาถึงฉันก็ได้ยินข่าวดีจากพยาบาลบอกว่าคุณคิมหันต์ฟื้นแล้ว และถูกย้ายมาอยู่ห้องปกติแล้วด้วย ฉันเลยรีบวิ่งตรงมาที่ห้องด้วยความดีใจในทันที“คุณคิมหันต์ :)” ฉันมองดูผ่านกระจกบานเล็กๆของประตูห้อง ก่อนที่ความรู้สึกโล่งใจ

  • ปราถนารัก   ความจริงและการสูญเสีย จบ

    ณ โรงพยาบาลห้อง ICU ฉันยืนมองดูร่างที่ไร้สติของคุณคิมหันต์ผ่านกระจกห้อง icu หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดเกือบสองชั่วโมง เขาก็ถูกตัวมาไว้ในนี้ สภาพของเขาที่มีผ้าพันแผลพันเต็มตัว และสายระโยงรยางค์เต็มไปหมด มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมามากเลยล่ะ เขาเป็นแบบนี้เพราะฉัน เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้เพราะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status