LOGINก็แค่กิจกรรมเข้าจังหวะที่รู้ตัวเองดีว่าช่ำชองเป็นปรมาจารย์มากแค่ไหน แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้กลับตื่นเต้น หายใจหืดหาดยามฝ่ามือกร้านแนบสัมผัสบนผิวกายเนียนละเอียด
คิดเข้าข้างตัวเอง คงเพราะห่างเรื่องอย่างว่าไปนานโข พอกลับมาลงสนามอีกครั้งย่อมมีประหม่าเป็นธรรมดา มาร์ตินสูดลมหายใจลึกพาให้กลิ่นกายหอมหวานจากร่างแบบบางลอยอบอวลเข้าจมูก ริมฝีปากคลอเคลียต้นคอระหงละไล่มาเรื่อยๆ ตามลาดไหล่กลมมน เสียงหวานครางอื้ออึงดังขึ้นเป็นระยะตามการซุกไซ้ไล่เลียของเขา เลือดลมในกายสูบฉีดพอๆ กับอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน แค่เสียงครางยังหวานจนเขาอยากเข้าไปสำรวจในตัวเธอเร็วๆ “ตัวหอมจังเลยคนสวย” หอมถึงขั้นอยากซุกหน้าไว้ทั้งวันทั้งคืน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเรือนกายบอบบาง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขามีอารมณ์พุ่งสูงขนาดนี้ มาร์ตินรีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองจนกายล้อนจ้อนในความมืด ส่วนคนใต้ร่างยังคงไม่ให้ความร่วมมือ เธอนอนนิ่งเป็นผัก รอให้เขาจัดการเองสินะ มือหนาลูบไล้ไปตามร่างหญิงสาว ไอ้ชุดที่เธอสวมใส่ค่อนข้างเป็นอุปสรรคแก่เขาเพราะไม่รู้จะถอดมันอย่างไร มาร์ตินงุ่นง่านและรีบถึงขั้นฉีกกระชากชุดด้วยสองมือเปล่า ซึ่งหากเขาลองนึกดูสักนิดก็คงจะรู้ได้ไม่ยากว่าหญิงสาวที่ตนดีลไว้ไม่ได้สวมใส่ชุดแบบนี้ อารมณ์เตลิดไปไกลยากจะกู่กลับ สิ่งเดียวที่รู้ในตอนนี้คือการปลดปล่อย พาตัวเองและสาวเจ้าขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน มาร์ตินรับรู้แต่เพียงแค่นั้น มือสากสัมผัสกับเรือนร่างนวลนุ่มไร้ปราการใดขวางกั้นนัยน์ตาคมเข้มคล้ายจะเรืองแสงในความมืดทันที เขาทนรอไม่ไหวอีกต่อไป กูจะเอา จะขยี้ให้แหลกคึ! มาร์ตินคร่อมทับร่างเล็กขณะใบหน้าหล่อซอนซุกหน้าอกอวบอิ่ม ไล้เลียยอดอกสีอ่อน ขบเม้มเบาสลับแรงตามอารมณ์ปรารถนาลุกโชน กายสาวหอบหายใจหนักยามถูกรุกราน ยังไม่มีทีท่าจะเปล่งเสียงครางหวานๆ เรียกชื่อเขา หากแต่มาร์ตินไม่ติดใจ จะครางหรือไม่ครางเขาก็พึงพอใจในร่างกายนี้มากถึงมากที่สุดอยู่ดี ทำไมมันหวานไปทั้งตัวเลยวะ ยิ่งเลียยิ่งชอบ ยิ่งดูดยิ่งมันส์ เขาเลือกได้ถูกคนจริงๆ ใบหน้าหล่อเคลื่อนต่ำลงเรื่อยขณะพรมจูบไม่หยุด เดี๋ยวตรงนั้นที ตรงนี้ที จนแทบไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ประทับริมฝีปากลงไป และส่วนที่มาร์ตินอยากประทับมากที่สุดเห็นทีจะเป็นร่องนุ่มนิ่มแต่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำหล่อลื่น เขารู้สึกถึงความสะอาด กลิ่นหอมเชิญชวนให้ลิ้มลอง ไม่เคยใช้ปากกับส่วนนี้ให้ใครมานานแล้ว เธอจะเป็นคนแรกของการลงสนามครั้งนี้ที่เขาต้องการปรนเปรอให้ รับรองว่าเด็ดถึงใจแน่น้องเอ๋ย “อื้อออ~” นั่น..แค่ลิ้นแตะๆ ยังครางเสียงสั่นพร่า รับรองเจอลีลาเบิร์นรัวเหมือนลิ้นติดไฟเข้าไปจะต้องเอวไม่ติดพื้น มาร์ตินยกซดร่องอวบเหมือนเจอของอร่อยที่ตามหามานานแสนนาน ใบหน้าหล่อมัวเมาอยู่กับตรงกลางหว่างขาเรียวเกร็งลิ้นสอดเข้ารูเล็กย้ำๆ พาให้เสียงครางหวานปนเปมากับลมหายใจหอบกระเส่าราวคนใกล้ขาดใจเต็มที แต่ไม่เลย..ความรู้สึกของคนที่จมอยู่ในภวังค์ฝัน มันมีความสุขมาก มโนนึกไปเองว่าทำไมคืนนี้ถึงได้ฝันดีนัก ฝันว่ากำลังโดนเลีย เดี๋ยวก็ตรงนั้น เดี๋ยวก็ตรงนี้ ลิ้นสากร้อนปัดป่ายกวาดต้อนไปทั่ว ทำเอาเธอขอหลับฝันยาวๆ เพราะฝันที่เป็นอยู่นี้มันดีเหลือเกิน “อ่า..ทั้งหวาน ทั้งนุ่ม คมสวยขาจะทำให้คลั่งกันไปถึงไหน” พอถูกใจแล้วปากหวานใช่หยอก มาร์ตินรูดรั้งแก่นกายขนาดใหญ่ของตน มันพองขยายราวใกล้ระเบิดเต็มทีหากยังไม่ยอมปลดปล่อย เกราะป้องกันถูกสวมใส่อย่างรวดเร็ว ขาเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบ่าแกร่งขณะนิ้วหยาบคลึงเคล้นปากทางฉ่ำเยิ้มพร้อมสำหรับการสอดใส่เต็มที “อยากได้ของใหญ่รึยังจ๊ะคนสวย” “…” “แน่ะ ยังเงียบอีก” เห็นอีกฝ่ายทำทีไม่พูดไม่จา มาร์ตินอมยิ้มกริ่ม เอาเป็นว่าเขาจะยอมให้เธอเล่นบทโดนลักหลับให้สมใจอยากไปเลย ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบพร้อมๆ กับที่ถูไถแก่นกายใส่ช่องทางรักเปียกแฉะ “ขอพี่กระแทกแรงๆ เลยนะ ถ้าจุกก็บอก พี่จะผ่อนแรงให้” พูดจบก็หอมกกหูเสียหนึ่งฟอด ชื่นอกชื่นใจหลาย ส่วนแข็งขึงพยายามจะเข้าไปสำรวจในตัวของหญิงสาว ทว่านอกจากเธอจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไรแล้ว ร่างกายของเธอก็เป็นเช่นนั้นด้วย “ทำไมเข้ายากจังวะ” ปากบ่นแต่เอวสอบพยายามกดแนบลำตัวเข้าหาร่างบาง ยิ่งเข้ายากยิ่งอยากเอาชนะ กึด! “อื้ออออ~” หัวใจของมาร์ตินระรัวเต้นแทบทะลุออกมาด้านนอก เสียงคนใต้ร่างไม่ได้หวานซาบซ่านเหมือนครั้งก่อนหน้าแต่เป็นเสียงค่อนไปทางเจ็บปวด ตัวเขาเองรู้สึกถึงเหยื่อบางๆ ในกายหญิงสาวที่ดันทุรังเข้าไปจนสำเร็จ มือหนาสัมผัสกลีบเล็กมีน้ำคาวติดมือมาด้วย “เชี่ย!” ชัด ชัดเลยไอ้เหี้ย “ยังซิงอยู่เหรอวะ” เหมือนจะเป็นคำถามที่ถามตัวเองแต่ก็ถามคนใต้ร่างไปด้วย น้ำคาวซึ่งติดมือ กลิ่นที่ได้รับฟันธงได้ว่าคือเลือดพรหมจรรย์แน่นอน หญิงสาวยังคงเงียบจนถึงตอนนี้ ไม่รู้โดนเล้าโลมจนหลับไปหรืออย่างไร หากแต่ในกายของเธอกลับรุ่มร้อน ช่องทางรักบีบรัดตัวตนเขาแน่นจนทนแช่ค้างไว้เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป ไม่งั้นกูแตกแน่ เมื่อเห็นอีกคนไม่ปริปากพูดอะไร มาร์ตินไม่รีรอ เร่งขยับท่อนเนื้อแข็งปั้กให้เสียดสีโพรงเนื้อนุ่ม มันตอดรัดแก่นกายเขาถี่ยิบราวกับบอกเป็นนัย จะรีดน้ำให้หมดตัวและเขาก็พร้อมให้เป็นอย่างนั้น “อ่า..ร่องซิงๆ โคตรฟิน” กลับมาลงสนามรอบนี้ก็ดันเจอะเจอของดีเข้าแล้ว มาร์ตินชักติดใจหนักเข้าทุกที อาจต้องดีลกับเธอไว้กินนานๆ หน่อยแล้วล่ะ สะโพกสอบทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกร่างกาย ความอยาก ความกระสัน แรงอารมณ์ปรารถนาที่เพิ่มสูงส่งผลให้ร่างของคนทั้งคู่ติดหนึบกันตลอดทั้งคืน เดี๋ยวพลิกคว่ำ เดี๋ยวหงายหน้า เดี๋ยวหงายหลัง กี่กระบวนท่าที่รู้จักงัดเอามาใช้ให้หมด เรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้ม ร่างแบบบางมอบความสุขถึงใจให้เขาจนมาร์ตินมัวเมา หลงไหลเคลิบเคลิ้มถอนตัวได้ยากราวคนเสพติด รู้แค่ว่าเซ็กส์ครั้งนี้มันดีเหลือเกิน ให้กินข้ามวันข้ามคืนยังน้อยไปด้วยซ้ำ ติดใจถึงขั้นที่ว่าเงินในบัญชีสั่นริกๆ รอให้ถึงเช้าพรุ่งนี้เถอะ พ่อจะตบรางวัลให้อย่างงาม มันถูกอกถูกใจเขาเหลือคณา ชายหนุ่มเล่นสำรวจกายสาวครั้งแล้วครั้งเล่า ไฟดับไม่เป็นอุปสรรค ในห้องร้อนอบอ้าวไร้เครื่องปรับอากาศทำงานก็ไม่สนใจ ไฟร้อนในกายลุกโหมตลอดคืน ต่างฝ่ายต่างช่วยดับร้อนกันและกัน กว่าจะรู้ตัวว่าต้องพอ ท้องฟ้าด้านนอกใกล้เปลี่ยนเป็นอีกเฉดสี มาร์ตินหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ ปากหยักแนบจูบอ้อยอิ่ง ขบเม้มกลีบปากบางของคนที่หลับเป็นตายมาตลอด “มาเป็นเด็กในปกครองของพี่นะจ๊ะคนสวย” พูดจบก็ซุกไซ้ลำคอระหงตบท้าย เสียงครางอื้ออึงดังลอดออกมาราวกับรับรู้ในสิ่งที่เขาพูด ยิ้มพอใจผุดโผล่เหนือริมฝีปากหยัก แม้วันเกิดปีนี้ไม่สมหวังในหลายๆ เรื่อง แต่อย่างน้อยเซ็กส์ที่เขาได้รับจากผู้หญิงคนนี้ คนที่ไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อกลับทำให้เขามีความสุขตลอดคืน เขาก็ขอเก็บมันไว้เป็นหนึ่งในของขวัญที่ดีที่สุดของปีนี้เลยก็แล้วกัน ไม่มีเสียงไก่โห่ร้องปลุก เสียงนาฬิกาก็ไม่มี ที่ลืมตาตื่นขึ้นเองได้เพราะรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากใครบางคน คราแรกคิดว่าตัวเองอาจแค่ฝันไป แต่เมื่อลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอขาว ซาร่าห์ถึงขนลุกซู่ รับรู้ได้ในทันทีว่านี่คือความจริง เธอลืมตาโพลง เห็นแขนหนากระหวัดรัดเอวบางผ่านผ้าห่ม ร่างกายชาดิกไปทั้งตัว ขอให้เธอแค่ตาฝาดไปทีเถอะ.. “คนสวยขา~” ขาพ่อง! ซาร่าห์กระถดตัวขึ้นนั่ง ตาเบิกกว้างราวเจอเรื่องร้ายแรง หน้าตาหมองคล้ำและซีดเผือดยิ่งกว่าคนเห็นผี เป็นมากกว่าอาการช็อกและวิญญาณหลุดลอยจากร่าง ได้แต่คิดภาวนาให้ตัวเองฝันไปและรีบตื่นจากฝันบ้าๆ นี่สักที ยิ่งก้มมองดูสภาพตัวเองที่ล่อนจ้อน ร่องรอยแดงเถือกเต็มร่างราวตราประทับ ปากสวยถึงกับพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ เสียงที่คิดจะเปล่งออกมาจุกแน่นในลำคอ พลั่ก! “โอ้ยยยย..”“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” น้ำเสียงแหบสั่นถามเอ่ยออกไป “ก็แม่ไปหาหนูซาร่าห์ที่เพนต์เฮาส์ แล้วแม่ก็ไปเจอ ฮึก..แม่พูดไม่ออกเลยติน ตินรีบๆ มาดูน้องดีกว่า” วินาทีนั้นไม่รู้มาร์ตินเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักทั้งที่นั่งประชุมนานหลายชั่วโมงก็น่าจะเหนื่อยพอสมควรแล้ว แต่นี่เปล่าเลย…เขารีบวิ่งลงไปที่ลิฟต์ เป็นที่น่าแปลกตาแปลกใจแก่เหล่าพนักงาน ในหัวก็ตั้งคำถามอย่างเช่นว่า..วันนี้บอสดูรนๆ จัง เกิดอะไรขึ้นกันนะ มาร์ตินไม่มีเวลามาอธิบายหรือสนใจสายตาใคร หัวใจของเขามันเต้นเร็วจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพียงแค่คิดว่าซาร่าห์กำลังตกอยู่ในอาการไม่สู้ดี จนทรุดต้องเข้าโรงพยาบาล ถ้าเกิดน้องเป็นอะไรไป เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ เขาควรจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ แต่ทำไมถึงดูแลได้แค่นี้ “ไอ้เมฆมึงเหยียบได้แค่นี้เหรอ!” “ผมเร่งสุดๆ แล้วครับนาย” “แม่งขับช้าจังวะ!” เมฆเองก็พยายามสุดความสามารถ เห็นท่าทีร้อนรนเหมือนคนอกจะระเบิดแตกได้ทุกวินาทีของเจ้านายหนุ่ม เขาก็พลอยเคร่งเครียดตามไปด้วย “มึงจอดดิ กูขับเองน่าจะเร็วกว่า” ไม่ได้! ทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด มาร์ตินกำลังใจร้อนขืนให้บังคับพวงมาลัยเองเมฆก็กลัวเจ
“คนนี้ก็ไม่ให้เต๊าะจ้ะ กำลังจะมีเจ้าของแล้ว” “ไหนยะเจ้าของ” มะปรางกวาดตามองหา หมั่นไส้ยัยเด็กนี่ด้วยที่ทำตัวเป็นไม้กันหมาทุกรอบ “ก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง” ชี้หาตัวเอง “กำลังทำคะแนนจ้ะ” “แหม ไม่ถามพี่ก้านหน่อยเหรอว่าเขาเอาหล่อนรึเปล่า ดูท่าจะชอบมโนนะเนี่ย” มะปรางหัวเราะคิกคัก จะเกาะแขนประจบก้านไม้แต่ชายหนุ่มก็ชักแขนหนี เขาขยับมายืนข้างๆ กระถินและวาดแขนโอบคนตัวเล็กไว้หลวมๆ เด็กสาวถึงกับหน้าแดงก่ำ ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก “ทำไมจะไม่เอาล่ะ กระถินน่ารักดีออก พี่ชอบแบบนี้” คำพูดเขาตอกหน้าแม่ค้าขายน้ำปั่นให้เจื่อนสนิท ใจจริงอยากจะพูดออกไปด้วยซ้ำว่า ‘เอาแล้ว’ หลายรอบด้วย แต่นี่มันก็ตลาด ประเจิดประเจ้อเกินไปคงไม่งาม ซาร่าห์เห็นอีกฝ่ายนิ่งกริบเพราะถูกโดนช็อตสนิทก็กรีดยิ้มสะใจ หัวเราะเบาๆ ออกมา ผู้หญิงที่จ้องแต่จะอ่อยไปทั่วมั่วไปเรื่อยก็ต้องโดนตอกหน้าให้หงายหลังแบบนี้แหละ เมื่อได้น้ำปั่นที่สั่งไว้ครบแล้วไม่มีความจำเป็นอะไรให้อยู่ต่อ กลับมาถึงรถซาร่าห์ยังไม่เลิกควงแขนสามี ทำเอาคนตัวสูงลอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “ยิ้มอะไรของเฮีย ไม่ต้องยิ้มเลยนะ” เกือบจะหุบไม่ทันก็ตรงเสียงดุๆ ของซาร่าห์นี่แหละ “ชอ
มาร์ตินเคยสัญญากับซาร่าห์ว่าจะพามาเที่ยวบ้านสวนของก้านไม้อีกครั้ง เมื่อเรื่องงานลงตัวไม่มีอะไรน่าห่วง เขาและเมียเด็กจึงพากันแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางมากันแค่สองคน ปล่อยให้เมฆคอยจัดการดูแลเรื่องงานเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมาถึงบ้านของก้านไม้ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ต่างยินดีต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยสีหน้าปิติยินดี “ของฝากครับ” “ไม่เห็นต้องลำบากเลยลูก แต่ก็ขอบใจนะ” แม่แก้วส่งยิ้มเจือความอบอุ่นใจดี เด็กๆ สองคนนี้ก็เปรียบเหมือนลูกหลานของหล่อน พูดคุยกันต่ออีกสักพัก ถามไถ่ข่าวคราวทุกข์สุขความเป็นอยู่จนพอใจ ถึงเวลาที่ก้านไม้และลูกน้องจะต้องตามลุงเอกเข้าสวน มาร์ตินจึงขอตามไปด้วยเพราะรู้สึกว่าเขาและก้านไม้คุยกันถูกคอมาก “เธออยู่กับพวกน้องๆ นะ” ก่อนไปก็ยังต้องรายงานคนเป็นเมียทุกครั้ง กลายเป็นความเคยชินเสียแล้ว ซาร่าห์พยักหน้าทั้งรอยยิ้มหวานให้เขา มาร์ตินโยกหัวทุยเล็กสองสามทีก็เดินตามพวกก้านไม้ออกไปขึ้นรถกระบะ “หนูพาพี่ซาร่าห์ไปนั่งเล่นในสวนก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่เอาขนมตามไปให้” แม่แก้วบอกกับลูกสาวทั้งสองคน รวมไปถึงกระถินเด็กข้างบ้าน ทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวหล่อนอยู่แล้ว
ซาร่าห์ไม่เคยลงสระที่ลึกขนาดนี้มาก่อน เธอจำได้ว่าตอนไปภูเก็ต ระดับน้ำในสระแค่หน้าอก แต่สระน้ำอันนี้พ้นหัวเธอไปมากจนหญิงสาวที่พยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำขึ้นมาเอาอากาศหายใจเหนื่อยมากขึ้นทุกที ใกล้จะหมดแรงเต็มทน สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับแขกสองสามคนที่บังเอิญผ่านเข้ามาเจอและรีบนำเรื่องนี้ไปบอกมาร์ตินว่าเมียเขานั้นกำลังแย่มากแค่ไหน ชายหนุ่มตกใจผุดลุกจากเก้าอี้ในทันที เพื่อนๆ ของเขาก็พลอยเป็นไปด้วย รีบพากันมายังที่เกิดเรื่องจนได้เห็นว่ามีการ์ดของพี่หิรัญกระโดดลงไปช่วยซาร่าห์แล้ว เรียกได้ว่าทันเวลาพอดีเพราะขืนนานกว่านี้ซาร่าห์คงสำลักน้ำแล้วก็ต้องจมดิ่งสู่ก้นสระเพราะหมดแรงและหมดลมหายใจแน่นอน “ซาร่าห์..ไหวมั้ย ค่อยๆ นะ” “แค่กๆ อึก…เฮีย~” เธอกลืนน้ำไปตั้งหลายอึก เกือบจะได้ตายเป็นผีเฝ้าสระแล้วจริงๆ ซาร่าห์โผเข้ากอดสามีด้วยแววตาแดงรื้น เขาลูบหัวกอดปลอบภรรยาเรียกขวัญกลับเข้าตัว ในใจนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ชะล่าใจไม่ตามซาร่าห์มาด้วยกันจนน้องต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ “มีคนบอกว่าซาร่าห์โดนผลัก ใครเป็นคนทำ..” เสียงเข้มดุดันที่ถามออกไปเป็นของคิเรย์ กลุ่มแก๊งที่มีเรื่องกับซาร่าห์
มาร์คัสเดินนำจริงใจมาที่รถของเขา ยิ่งห่างออกมาจากงานมากเท่าไร สภาพแวดล้อมแถวนี้ก็ยิ่งเงียบมากยิ่งขึ้น ผิดกับเด็กสาวที่โพรงอกเต้นกระหน่ำทุกๆ จังหวะก้าวย่าง ในหัวก็จินตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง “นี่รองเท้า..เปลี่ยนซะ” มาร์คัสส่งรองเท้าผ้าใบให้เด็กสาว มันแปลกตรงที่ไซซ์รองเท้าพอดีเป๊ะกับเท้าของจริงใจนี่แหละ “ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ รองเท้านุ่มๆ ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บเท้าอีกแล้ว แต่ปัญหาใหม่ก็ตามมาอีก เมื่อลมวูบใหญ่พัดผ่านเข้ามาต้องร่างกาย จริงใจรู้สึกหนาวกว่าปกติอาจจะด้วยชุดเปลือยไหล่ที่เธอสวมใส่ ขนลุกซู่จนต้องกอดตัวเองแก้หนาว มาร์คัสเห็นทุกอาการของคนตัวเล็ก แล้วก็อ่านออกหมดว่าจริงใจเป็นอะไร “ขยับมานี่” “คุณจะทำอะไรคะ ถะ..ถอดเสื้อทำไม” ก้าวขาถอยหนีอัตโนมัติจนคนตัวสูงส่ายหน้าไปมากับความขี้ระแวงของเธอ “ฉันถอดเสื้อให้เธอเอาไปคลุมไหล่ จะได้ไม่หนาวแล้วก็ไม่ต้องบ่นว่าโป๊” “อ้อออ..” เธอลากเสียงยาว เกาหัวแก้เก้อกับความคิดลื่นไหลไปไกลของตัวเอง พอเห็นมาร์คัสจ้องด้วยสีหน้านิ่งๆ ก็ยิ้มแหยให้เขา “เธอคิดว่าฉันจะถอดเสื้อทำไมล่ะ หรือว่า..” ริมฝีปากหนาหยุดเพียง
คนในงานเยอะแยะเต็มไปหมดก็จริง แต่ส่วนใหญ่ล้วนกระจุกอยู่ในโซนที่จัดไว้ให้แขก สนุกสนานกับแสงสีเสียงและอาหารเครื่องดื่มไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้บางจุดของคฤหาสน์แลดูเงียบเชียบไปเลย แต่กระนั้นในเงามืด มุมอับลับสายตายังมีร่างสูงยืนควงแก้วไวน์เงียบๆ ซุ่มดูและฟังบทสนทนาของคนทั้งสองที่ลากแขนกันออกมาจากในงาน จับจ้องมองไม่วางตาดุจดั่งสายตาเหยี่ยวเล็งเป้าล็อกตัวเหยื่อ โดยที่เหยื่อตัวน้อยไม่อาจรู้ตัวว่าได้กลายเป็นคนในความสนใจของเขาไปแล้ว “เราไม่น่าใส่ชุดนี้มาเลย มันดูโป๊จริงๆ นะ” เสียงหวานใสพูดกับเพื่อนยังคงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ สีหน้าแววตาก็ดูฝืนจนอึดอัดไปหมด “ในงานมีคนโป๊กว่าแกอีกจริงใจ เลิกกังวลได้แล้วน่า ชุดนี้ออกจะแซ่บ เหมาะกับแกจะตายไป” สตาร์จับเพื่อนพลิกหมุนซ้ายขวา “เนี่ย..สลัดลุคเฉิ่มเชยของแกไปเลย ทำไมยังไม่มั่นใจอีกห้ะ” “ก็มันไม่ชินนี่นา ปกติสตาร์ก็รู้ว่าเราใส่เสื้อผ้าแบบไหน” คนตัวเล็กยู่ปากตอบเพื่อนสาวด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอดจนเพื่อนได้แต่ส่ายหน้าไปมา “นุ่งขาวห่มขาวพร้อมบวชชีน่ะเหรอ” สตาร์หัวเราะประชดในลำคอ มองบนให้กับความใจปลาซิวของเพื่อนที่แม้แต่จะแต่งตัวจัดเต็มทั้งที่ก็ยังมาม







