LOGINพลั่ก!
“โอ้ยยยย..” เท้าหนักยันร่างสูงใหญ่ที่นอนหลับสบายอารมณ์ลงไปกองกับพื้นรวดเร็ว ร่างกายของเขาไม่ต่างจากเธอเลย แถมอะไรบางอย่างมันยังเสนอหน้าโผล่มาทักทายราวกับจะย้ำเตือนเรื่องเมื่อคืน “กรี๊ดดดดด..” หยุดชี้หน้าเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้หนอนชาเขียว! มาร์ตินยกมืออุดหู ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะสะลึมสะลือกับความง่วงนอน เสียงกรี๊ดแสบแก้วหูสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจเป็นอย่างมาก “กรี๊ดเชี่ยไรแต่เช้าวะ!” ซึ่งหากห้องมาร์คัสไม่เก็บเสียง ป่านนี้คงได้ยินกันทั้งซอยไปแล้ว แม่คุณเล่นกรีดร้องเหมือนผีเปรตขอส่วนบุญซะขนาดนี้ ร่างแบบบางที่ยืนเต้นเร่าๆ ชี้นิ้วใส่อีกคน สั่นเป็นเจ้าเข้าไปทั้งตัว หน้าดำหน้าแดงด้วยแรงอารมณ์โกรธ เดือดประทุสุมแน่นในอก “อะ..ไอ้ ไอ้..อึก!” เสียงแหลมเล็กติดอ่าง ซาร่าห์โกรธจนอยากถลันเข้าไปประเคนฝ่าเท้าให้ฟันร่วงหมดปาก “ไอ้เฮียติน!” แผดร้องลั่นห้องด้วยสติที่ยังคงหลงเหลือ เสียงแหลมแสบหูทำเอามาร์ตินที่เจ็บและเมาขี้ตาหายจากอาการที่ว่าเป็นปลิดทิ้ง ทำไมมันถึง…คุ้นหูขนาดนี้วะ ตาคมค่อยๆ ลืมมองร่างแบบบางซึ่งยืนจังก้าด้วยใบหน้าโกรธขึ้ง คนที่เขานอนกกกอด เดี๋ยวหอมเดี๋ยวจูบ เรียกคนสวยขาและพาขึ้นสวรรค์ทั้งคืน ทะ..ที่แท้ ไอ้แม่ย้อย! “มะ..ไม่จริง กูต้องฝันไปแน่ๆ” พลั่ก! “โอ้ยยย..” “ยังคิดว่าตัวเองฝันอยู่มั้ยไอ้เฮีย!” ยิ่งกว่าหนังสือที่ปากระแทกหน้าก็คงเป็นเสียงแหลมๆ ทำเอาเขาหนาวเหน็บถึงกระดูก “ทำไมถึงเป็นเธอวะ” ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผู้หญิงที่เขามีเซ็กส์ร้อนแรงด้วยทำไมถึงกลับกลายเป็นยัยหัวทอง มันไม่สมควรเป็นเธอสิ มีแต่คำว่าทำไมและทำไมลอยวะวนในหัวเต็มไปหมด “อย่าดูนะเว้ย” สองมือหนารีบกุมเป้าตัวเองไว้ด้วยไม่อยากให้หญิงสาวมองลูกรัก แม้ตื่นมาเช้านี้มันจะแข็งโด่ทิ่มตาอีกฝ่ายไปแล้วก็ตาม “อยากดูตายล่ะ” ซาร่าห์โต้กลับคอเป็นเอ็น ต่างฝ่ายต่างมองเขม่นกันในขณะเร่งรีบหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ สภาพร่างกายว่ายับเยินแล้ว เสื้อผ้าแทบไม่ต่างกัน แพนตี้ก็ขาด ชุดก็ขาด ขาดไปหมด ไม่รู้จะฉีกทำซากอะไร ชุดนี้ยิ่งแพงๆ อยู่ด้วย กว่าจะตัดสินใจซื้อต้องประหยัดเงินค่าอาหารไปกี่มื้อ คนรวยอย่างเขาจะเข้าใจบ้างไหม เมื่อคืนที่คิดว่าตัวเองฝันดีนักฝันดีหนา ในภาพมโนนึกนั้นคือเฮียคัส แต่ใครจะไปรู้ว่าไม่ใช่แค่ฝัน เธอโดนอึ้บจริงๆ และไอ้คนที่ทำเรื่องอย่างว่าก็ดันเป็นแฝดน้อง ผู้ที่เธอไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรง “ทุเรศมากนะที่ทำแบบนี้ เฮียยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่มั้ยหนูถามหน่อย” เอ่ยออกไปอย่างเหลืออด รู้ว่าเขาทิ้งนิสัยเสือหิวไม่ได้ แต่เขาไม่คิดจะเลือกเหยื่อบ้างหรือไง ทำไมมันต้องเป็นเธอ “ก่อนจะมาด่าฉันกรุณาดูตัวเองด้วยเถอะ เมื่อคืนใครมันร้องครางอ๊าๆ เหมือนวัวโดนเชือด” กรี๊ดดด! บังอาจ แม้จะเป็นครั้งแรกของเธอแต่ซาร่าห์มั่นใจว่าเสียงครางของตัวเองจะต้องหวานซาบซ่านไม่ใช่เป็นอย่างที่มาร์ตินกล่าวหามาแน่นอน “ก็ทุเรศอยู่ดี เฮียทำตอนที่หนูไม่มีสติ มันอยากจนไม่สนผิดสนถูกเลยรึไง” “พล่ามอะไรของเธอ ถ้าเมื่อคืนไม่ติดตรงไฟดับ คิดเหรอว่าจะเอา เห็นหน้าก็หันหลังวิ่งแล้วโว้ย!” ถึงว่าทำไมนอนนิ่งเป็นผักไม่ยอมให้ความร่วมมืออะไรเลยทั้งที่ตอนอยู่ข้างล่างอ่อยได้อ่อยดี ที่แท้กูเสียบผิดคนนี่เอง! “แล้วมาเอาหนูทำไม เฮียไม่เช็คให้ดีล่ะวะ” “โอ้ย อย่าโง่ได้ปะ ก็บอกแล้วว่าไฟมันดับ อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงที่ฉันนัดมากลายเป็นเธอไปได้ยังไง” มาร์ตินไม่ยอมให้ซาร่าห์ได้แว้ดๆ ด่าเขาฝ่ายเดียวหรอก ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าตัวเองไม่ผิด มันแค่พลาดที่ดันเป็นยัยนี่เท่านั้น “ฉันนี่สิต้องถามเธอว่าทำไมถึงมาอยู่ในห้องไอ้คัส” สายตาจับผิดหรี่มองซาร่าห์ขณะขาข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกางเกง “นี่คงตั้งใจมาอ่อยมันสินะ คิดจะถวายตัวให้มันถึงห้องเลยงั้นสิ” น้ำเสียงเยาะเย้ยที่เปล่งออกมากระชากความอดทนของซาร่าห์ขาดผึงในทันที ผลัวะ! “สันดานเลวไม่พอ ปากก็หมาไม่แดก!” เสียงโกรธจัดและใบหน้าบูดบึ้งตามแรงอารมณ์เดือดพล่านของซาร่าห์ สลักลึกเข้าเซลล์สมองมาร์ตินพร้อมๆ หมัดหนักหน่วงซัดเข้าซีกแก้มเขาอย่างจัง มือเท้ามันจะหนักไปทุกส่วนเลยหรือไง “ยัยหัวทอง!” มาร์ตินดันลิ้นสากใส่กระพุ้งแก้มข้างที่โดนต่อย สะบัดหน้ากลับมาอีกทีก็เห็นแต่แผ่นหลังไวๆ ของคนตัวเล็กที่รีบเร่งเดินออกจากห้องด้วยความหัวเสีย แว๊บหนึ่งเขามองร่องรอยเปื้อนเลือดแห้งกรังเป็นดวงบนเตียงอันเกิดจากการโดนพรากพรหมจรรย์ของอีกฝ่าย คราบน้ำขาวขุ่นก็เลอะเปรอะเปื้อนไปหมด มันหนักหน่วงรุนแรงถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ เขาไม่มีเวลาให้ขบคิดเยอะ รีบเร่งเดินตามร่างเล็กออกมาติดๆ และบทจะดวงซวย จังหวะนรกที่เกิดขึ้นจะทำให้เขาบรรลัยก็คราวนี้ “ป๊า..แม่” มาร์ตินชะงัก ซาร่าห์ที่เดินนำหน้าเขาก็ชะงัก ป๊าและแม่เองไม่ต่างกัน ทุกคนต่างตกอยู่ในสถานณ์ไม่มีชื่อเรียก รู้เพียงแต่ว่าอึดอัดมาก ป๊ากับแม่มองสองหนุ่มสาว คนหนึ่งลูกชายคนเล็ก อีกคนก็เด็กสาวที่ตนรู้จัก แต่ดูจากสภาพของคนทั้งคู่ มาร์ตินยังติดกระดุมเสื้อไม่ครบทุกเม็ด ตัวซาร่าห์เองก็เสื้อผ้าฉีกขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิงกันทั้งคู่ ไหนจะร่องรอยแดงเถือกเป็นจ้ำบนเนื้อตัวอีก ป๊าและแม่หันมองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง ต่างก็รู้ได้โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอกว่าสิ่งที่เห็นเกิดมาจากอะไร ทั้งคู่อาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมดูออก ก่อนสถานการณ์มันจะอึดอัดไปมากกว่านี้ ท่านดิฐาเป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ “ลืมเรื่องที่แม่แกจะพาไปทำบุญแล้วรึไง” “อะ..อ้อ ทำบุญ” มาร์ตินคล้ายคนใจลอยที่เพิ่งมีสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว มองแม่ที มองป๊าที แล้วสายตาคมเข้มก็วกกลับไปมองคนตัวเล็กซึ่งยืนนิ่งเป็นหุ่นรูปปั้นไร้ชีวิต ยังหายใจอยู่ไหมวะนั่น.. “หนูซาร่าห์ก็ไปด้วยกันสิลูก ไหนๆ ก็อยู่ที่นี่แล้ว..นะจ๊ะ” คุณหญิงปัทมายิ้มหวาน พร้อมกับที่เดินเข้ามาจับมือถือแขนเด็กสาวคราวลูก จะให้ซาร่าห์เอ่ยปฏิเสธก็หาสุ้มเสียงตัวเองไม่เจอ รู้ตัวอีกทีเธอโดนคุณหญิงโอบเอวพาเดินลงมาด้วยกันยังชั้นล่าง กลายเป็นว่าตกกระไดพลอยโจนเข้าเต็มๆ ซ้ำร้ายยิ่งกว่า..มาร์คัสซึ่งนั่งรอป๊าและแม่ที่เดินไปตามเจ้าน้องชายยังห้องเขาชั้นบนกลับไม่ได้พาลงมาแค่แฝดน้องแต่ยังมีผู้หญิงอีกคนพ่วงพกมาด้วยกัน คิ้วเข้มเลิกสูงอย่างงุนงง “อ้าว เมื่อคืนนอนที่นี่เหรอ” คำถามนั้นทำซาร่าห์หายใจไม่ทั่วปอด ใบหน้าเธอเผือดซีดจนมาร์ตินที่เดินตามมาไม่ห่างจับสังเกตได้ เขานึกหัวร่ออยู่ในใจ แม่นี่คงผิดหวังมากที่เป้าหมายของเมื่อคืนดันไม่ใช่พี่ชายฝาแฝดแต่เป็นเขา คนที่เธอเหม็นน้ำหน้ายิ่งกว่าขี้ “แล้วทำไมสภาพเป็นแบบนั้นล่ะ” ตาคมกริบกวาดมองหัวจรดเท้า ซาร่าห์ไม่อยากขยับเขยื้อนตัวไปไหนเลย เธออายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด คำถามของมาร์คัสทำหญิงสาวน้ำตาตกใน ทำไมเธอสภาพเป็นแบบนี้น่ะเหรอ จะเอากระเป๋าสตังค์ไปคืนเขาแต่ดันไปเมาหลับให้น้องชายฝาแฝดของเขาอึ้บผิดคนน่ะสิ โลกจะเลิกกลั่นแกล้งคนสวยกี่โมง! “สภาพเป็นไงวะ เหมือนคนโดน..” “ไปฟัดกับหมามาใช่ไหมคะ” ซาร่าห์รัวคำพูดตัดบทมาร์ตินที่เสนอหน้าไม่รู้จักเวล่ำเวลา เธอกรีดกรายแววตาวาวโรจน์จ้องหน้าชายหนุ่มอย่างคาดโทษ ไอ้คนปากไม่มีหูรูดคิดจะทำให้เสียหายกันไปถึงเมื่อไร! ยอมบอกไปฟัดกับหมาดีกว่าต้องให้พูดว่าเมื่อคืนหนูนอนกับ…อี๋! แค่คิดก็อยากกระโจนตัวลงอ่างแล้วขัดถูเนื้อตัวที่มันโดนเขาทำการชั่วมาตลอดทั้งคืนเพื่อลบล้างมลทินซะจริง มาร์ตินที่เห็นว่าการยั่วอีกคนมันสนุกแค่ไหน หน้าตาตอนโกรธเหมือนยักษ์มารมันตลกสะใจเขาดีจริงๆ “เอาล่ะๆ งั้นแม่พาหนูซาร่าห์ไปจัดการตัวเองก่อน ส่วนแก..” คุณหญิงปัทมาผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าหันมาชี้หน้าใส่เขาเสียงดุผิดจากตอนพูดกับซาร่าห์สิ้นเชิง “ดูสารรูปตัวเองหน่อยว่าดูไม่ได้เลย รีบๆ ไปอาบน้ำอาบท่าซะ แล้วอย่าชักช้าลีลาจนต้องให้แม่ไปตามถึงห้องล่ะ ไม่งั้นแกหูแดงแน่มาร์ติน” ดูเอาเถอะว่าสองมาตรฐานแค่ไหน เขาเป็นลูกแม่ไม่ใช่เหรอ แม่ใส่ใจผิดคนหรือเปล่า มาร์ตินเบะปากจะฟ้องป๊า แต่ป๊าก็หันหน้าหนีราวกับระอาในตัวเขาเต็มที อะไรๆ ในตอนนี้ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ที่เคยบอกว่าวันเกิดปีนี้เด็ดสุด ขอเปลี่ยนใหม่เป็นแย่สุดตั้งแต่มีมาเลยจะดีกว่ามือพุ่งไปคว้าโทรศัพท์มือถือของเฮียคัสอย่างลืมตัว กรอกน้ำเสียงแหลมๆ ใส่ปลายสาย “เหรอไอ้เฮีย! จะไปอี๋อ๋อกับสาวคนอื่น มันไม่เกี่ยวกับหนูจริงดิ” (ซะ..ซาร่าห์) เสียงแผ่วเบาเอ่ยชื่อฉันอย่างตกใจ (เธออยู่ที่นั่นได้ไง ไปทำอะไรที่ไอ้คัส) “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง เฮียตอบหนูมาก่อน” (เธอนั่นแหละอย่าเปลี่ยนเรื่อง ไปทำอะไรที่นั่นวะ นี่อย่าบอกนะว่า…) ติ๊ด! ฉันกดวางสายทันทีด้วยรู้ว่าคำพูดต่อมาของเฮียตินจะออกมารูปแบบไหน มันคงไม่รื่นหูและสร้างความไม่สบายใจทั้งแก่ฉันและเฮียคัสอย่างแน่นอน “งั้นหนูกลับ..” ยังไม่ทันยกมือไหว้เฮียคัส สายโทรเข้าครั้งนี้ดังมาจากโทรศัพท์มือถือฉันแทน แทบไม่ต้องดูก็รู้ว่าเป็นใคร “หนูกลับก่อนนะคะเฮียคัส หวัดดีค่ะ” เฮียคัสยังไม่ทันยกมือรับไหว้ ฉันรีบชิ่งออกมาเสียก่อนเพราะตอนนี้อารมณ์เดือดสุดๆ เมื่อเข้ามาในรถมีคนของคุณหญิงรออยู่ก่อนแล้ว ฉันรับสายเฮียตินที่โทรจิกเก่ง จิกยิ่งกว่าไก่ “มีอะไรอีก!” (ตะโกนทำไมเนี่ย หูจะแตก) “ก็โทรมาทำไมล่ะ ไม่ได้อยากคุยด้วยสักหน่อย ถ้ามีเวลามากนักก็เอาไปให้สาวๆ ที่คลับคุณพายัพสิ” ฉันไม่เข้าใจตัวเองกับการประชดประชันเขาแบบนั้นเลย เป็นอ
เมื่อก่อนฉันจะไปไหนมาไหนด้วยรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ สภาพเก่าโทรมซึ่งเป็นรถมือสองที่ซื้อต่อมาจากคนรู้จักอีกที ใช้งานได้ไม่ถึงเดือนมีปัญหาเข้าออกอู่บ่อยจนคิดว่าตัวเองคงจะโดนย้อมแมวขาย แต่ก็ยังทนใช้เรื่อยมาจนตอนที่ต้องย้ายมาอยู่คอนโด ฉันก็ตัดสินใจขายรถทิ้งให้อู่ในราคาถูกๆ จะถอดอะไหล่หรือเอาไปขายเป็นเศษเหล็กก็แล้วแต่เลย ปัจจุบันฉันมีรถใหม่ขับไปไหนมาไหนเพราะคุณแม่สามีนำมาประเคนให้ถึงที่ ท่านไม่ยอมให้ฉันแตะต้องความลำบากอีกต่อไป ฉะนั้นรวมไปถึงเรื่องงานที่เคยไลฟ์สดขายเสื้อผ้า คุณหญิงขอให้เลิกทำอย่างเด็ดขาด ท่านให้เหตุผลหากมีคนในแวดวงธุรกิจของมาร์ตินรวมไปถึงพวกไฮโซไฮซ้อเห็นฉันทำงานแบบนี้จะคิดไปต่างๆ นาๆ ทำไมสะใภ้อนันตวรากุลถึงยังต้องไลฟ์ขายเสื้อผ้าก๊อกๆ แก๊กๆ เหมือนผัวไม่ให้เงินใช้ ก็ไม่เคยให้ใช้จริงๆ ถึงต้องหาเอง หรือหากจะยื่นให้ไม่ว่าเงินสด บัตรเครดิต อะไรก็ตามแต่ที่มีมูลค่าจากเขา ฉันไม่ขอรับสักอย่างเดียว คิดอะไรเพลินๆ วนไปจนเกือบครบชั่วโมง รถแล่นมาหยุดจอดสนิทหน้าตึกสีขาวขนาดใหญ่ ป้ายที่เด่นหราด้านบนเขียนบอกชัด ‘โรงพยาบาลสัตว์ Pet BR’ ฉันยิ้มแย้มอารมณ์ดี พนักงานด้านในคงจะพอรู้จักฉันบ้างแ
ซาร่าห์ | Part กลับกรุงเทพฯ ครั้งนี้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ได้หมายถึงสถานที่แต่กำลังพูดถึงคน ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ หลังจากค่ำคืนเร่าร้อนดุเดือดก่อนลาภูเก็ต ระหว่างฉันและเฮียตินกลายเป็นอีกอย่างไปเลย มันอาจไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้นแต่ความรู้สึกของฉันบอกว่าต่อจากนี้ อะไรๆ มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เดี๋ยวนี้เฮียเขาไม่ค่อยมองฉันตาแข็งหรือพูดจาแรงๆ ใส่แบบเมื่อก่อน ไม่มีเสียงเยาะเย้ย คำพูดจาดูถูกถากถาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพูดเพราะเสนาะหูหรือกลายเป็นคนอ่อนโยน เฮียตินก็ยังคงเป็นเฮียติน แต่ในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวฉันเองเพลาๆ เรื่องเถียงเขาแล้วเหมือนกัน รู้จักสงบปากสงบคำลงเยอะเพราะรู้ว่ายิ่งเราสาดน้ำลายใส่กันมากเท่าไรก็มีแต่จะอารมณ์เสียกันทั้งคู่ เราได้เรียนรู้จากคืนนั้น ไม่ใช่แค่เซ็กส์อย่างเดียวที่ทำให้เปลี่ยน เราต่างก็รู้ได้เองว่าการพูดจากันดีๆ มันก็ทำกันได้ ไม่จำเป็นต้องถือทิฐิไว้ตลอดเวลา เขาและฉันถึงได้ปรับตัวกันจนถึงวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งต้องอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน ถ้ามัวแต่ถือตนเป็นใหญ่และข่มกันไปมาก็คงหาความสุขของชีวิตคู่ไม่ได้ และห
“เสียว..อื้ออ อ๊ะ! เสียวจัง” แค่เสียงหวานๆ และใบหน้าหลับตาพริ้ม กัดปากยั่วรับแรงกระแทกของเขา จากความเนิบช้าในตอนแรก มาร์ตินค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วทีล่ะนิด เอวหนาโถมตัวตนใส่ร่องรักเปียกลื่น เสียงเนื้อกระทบกันปลุกเร้าอารมณ์กระสันซ่านของคนทั้งสองให้ลุกโหมกระพือราวกับเพลิงกองใหญ่ พร้อมจะมอดไหม้ไปด้วยกัน มาร์ตินยันแขนแกร่งไว้กับเตียงนอนพลางโน้มตัวลงเล็กน้อยคร่อมร่างเล็ก ท่านี้ทำให้ใบหน้าของเขาและซาร่าห์อยู่ใกล้กันมากจนลมหายใจของแต่ล่ะคนส่งผ่านถึงกัน แววตากลมสวย ขนตางอนเรียงเส้นเป็นแพหนา จมูกโด่งเชิดขึ้นนิดๆ ริมฝีปากอมชมพูเป็นกระจับ ไม่แปลกใจเลยทำไมเธอถึงโดนหนุ่มๆ ที่มาเที่ยวคลับไอ้พายัพขายขนมจีบบ่อย ก็สวยแบบนี้นี่เอง… มาร์ตินแทบจะลืมความบาดหมางของเรา เมื่อโดนความร้อนแรงของเซ็กส์บังตา รู้แค่ว่าตอนนี้ซาร่าห์ทำให้เขาพึงพอใจมากและดูเธอเองก็จะชอบมันด้วย แท่งเนื้อร้อนเร่งทำความเร็วจนเสียงน่าอายดังก้องระงมหู คนตัวสูงแนบริมฝีปากของตนบนกลีบปากอิ่มของคนตัวเล็ก แลกจูบกันอยู่เนิ่นนานราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่รักกันมาก “อ๊ะ!..อื้อ เบาหน่อยเฮีย อ๊า..มันจุก” เธอโดนกระแทกกระทั้นความใหญ
จะว่าเกร็งเพราะประหม่าซาร่าห์ก็ยอมรับ เธอไม่ใช่คนเจนจัดในเรื่องนี้ ประสบการณ์ที่มีเป็นศูนย์จะไปเทียบอะไรกับคนที่ผ่านมาร้อยสนามรบอย่างมาร์ตินได้ ในตอนที่เขาช่วยเธอถอดกางเกง ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวขาวๆ ทำเอาขนลุกซู่ ที่บอกว่าจะเช็คของของเธอบ้าง มาร์ตินกำลังจะทำแบบเดียวกัน “กลัวเหรอ ตัวสั่นเชียว” ตาคมมองใบหน้าสวยอย่างสบประมาท เขาผ่านผู้หญิงมาตั้งกี่คนทำไมจะไม่รู้ว่าอาการที่ซาร่าห์เป็นอยู่มันตื่นเต้นและประหม่าแค่ไหน “มะ..ไม่ได้กลัว จะทำอะไรก็รีบทำ” สูดลมหายใจลึกเรียกความกล้า จะมาทำให้ตัวเองขายหน้าไม่ได้ เธอจะไม่ยอมตกเป็นรองเขา ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม เรื่องบนเตียงนี่ก็ด้วย มาร์ตินแสยะยิ้ม กล้าๆ แบบยัยนี่เขาชอบนัก ขาเรียวขาวที่เคยหนีบแน่นค่อยๆ โดนจับแยกออกจากกัน ลมหายใจมาร์ตินสะดุดไม่เป็นจังหวะ จ้องมองของสวยงามตรงหน้าที่ค่ำคืนนั้นเขาไม่ได้เห็นกับตาเพราะทั้งเมาและไฟดับ มันสวยกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก มือสากลูบไล้เนินอวบขาวเนียนนุ่ม น้ำใสๆ ไหลปริ่มออกมาตามอารมณ์ของเจ้าตัว ความหื่นกระหายส่งผ่านสีหน้าและแววตาคนตัวสูงจนซาร่าห์ต้องหันหน้ามองไปทางอื่น แก้มกลมป่องแดงแจ๋รวดเร็ว “อ๊ะ..” เสีย
ซาร่าห์ทำเพียงอมยิ้มกริ่ม กดปิดหนังที่ดูค้างไว้อย่างไม่คิดสนใจอีก เธอตลบผ้าห่มออกจากร่างตัวเองและคนตัวสูง ทุกการขยับตัวกำลังทำให้มาร์ตินตื่นเต้นตามไปด้วย “เฮียลองถอดกางเกงดูซิ” ตากลมสวยส่งสัญญาณให้เขาทำตาม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนออกคำสั่งแบบนี้กับเขามาก่อน มีแต่เขาที่จะต้องเป็นคนเอ่ยคำนั้นออกไป แต่พอเป็นซาร่าห์ เขากระตือรือร้นทำตาม มันท้าทายดีไปอีกแบบ…“เห็นแล้วอย่าตกใจล่ะ” เลือดลมสูบฉีด คึกคักดีจริงๆ มาร์ตินเร่งถอดกางเกงด้วยท่าทีรีบร้อน เมื่อไร้อาภรณ์ปกปิด ท่อนเนื้อแข็งขึงผงาดง้ำอวดสายตาหญิงสาวที่จ้องมองตาเป็นประกายวาววับอย่างสนอกสนใจ ขนาดของมันไม่ได้ธรรมดาเลยด้วยซ้ำ ออกจะอลังการงานสร้างขนาดนี้ ทำไมมันถึงเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้นะ… จู่ๆ ก็เสียววูบท้องน้อย ซาร่าห์ไม่เคยเห็นของจริงของผู้ชายคนไหนมาก่อน มีแต่ศึกษาหาดูจากหนังผู้ใหญ่และสื่อลามกทั่วไป จะเรียกว่าเธออ่อนประสบการณ์เรื่องนี้ก็ว่าได้ “ตาค้างไปเลยดิ บอกแล้วของฉันมันไม่ธรรมดา” เขายิ้มอวด ดูจะภูมิใจกับขนาดของตัวเองเอามากๆ “หนูลองจับหน่อยได้มั้ย” ซ่าร่าห์กัดปากถาม แววตาเต็มไปด้วยความซุกซนอยากรู้อยากลอง “เอาสิ แต่ระวังหน่อยล






![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
