LOGINวันทั้งวันซาร่าห์ใช้ชีวิตอยู่แค่ในห้องบนโรงแรมหรูอย่างคนซังกะตาย ส่วนฝั่งมาร์ตินกลับไปทำงานของตนเช่นเดิม ชีวิตของคนทั้งคู่ต่างก็ดำเนินต่อไปตามปกติอย่างที่มันเป็นมาตลอด
หากแต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นอาการใจลอย นึกถึงหน้า นึกถึงสัมผัสซาบซ่านถึงอกถึงใจของอีกฝ่ายจนต้องถามตัวเองว่าโดนเล่นของใส่หรือเปล่า “โอ้ยยยย เลิกคิดถึงคนพรรค์นั้นสักทีเถอะ ก็ไม่ถึงกับแย่แต่ไม่ได้วิเศษเลิศเลอ เลิกคิดๆๆ” ซาร่าห์ทึ้งผมตัวเองราวจะกระชากความคิดวุ่นวายทั้งหมดเกี่ยวกับมาร์ตินให้ออกพ้นไปจากหัวเธอ ผู้ชายแบบนั้นครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว “เหอะ! หน้าตาก็งั้นๆ ปากก็แซ่บเกินตัว ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่างแต่ทำไมเข้ามาวอแวในหัวกูตลอดเลยวะ!” ฝ่ายมาร์ตินบ่นพึมพำกับตัวเองขณะหยุดชะงักปลายปากกาเซ็นเอกสารสำคัญ สิ่งที่รบกวนเขาในตอนนี้ทำเอาสมาธิกระเจิงหายหมด “นายบ่นอะไรครับ” เมฆเห็นเจ้านายหนุ่มมีอาการแปลกๆ พูดคนเดียวมาตั้งแต่เช้า อดไม่ได้ต้องถามออกไปตามใจอยากรู้ “กูถามไรมึงหน่อยสิ” นอกจากไม่ได้คำตอบ นายยังตั้งท่ายิงคำถามใส่เขากลับด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง “สมมติมึงพลาดนอนกับคนที่ตัวเองไม่ชอบขี้หน้า ปกติมันต้องรังเกียจ ต้องโมโห แต่มึงไม่ได้เป็นแบบที่ว่ามา มึงเอาแต่นึกถึงหน้าเขา ทุกอย่างที่เป็นเขา ถ้าเป็นแบบนี้ มึงคิดว่าตัวเองเป็นอะไรวะ” ลูกน้องคนสนิทพยักหน้าตามทุกประโยค รู้ได้ในทันทีว่า.. “อ๋อออ นายนอนกับคุณซาร่าห์ แล้วนายเอาแต่คิดถึงเธอ นายหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้เพราะนายมีอคติ แต่ความจริงแล้วนายกำลังติดใจครับ” ไอ้ห่าเมฆ! รู้เยอะจริงนะมึง “กูบอกตอนไหนว่าเรื่องของกู แค่สมมติโว้ย สมมติเฉยๆ” ท่าทางปฏิเสธหัวร้อนเล่นใหญ่ เมฆมองมาจากดาวนอกโลกยังดูออกเลย “ครับๆ ไม่ใช่เรื่องของนายก็ได้ แต่ผมก็ยังคิดเหมือนเดิมว่าผู้ชายคนนั้นต้องติดใจ” ไอ้เมฆมันกวนตีนเขาหรือยังไง มาติดจงติดใจอะไรหนักหนา ทำไมไม่คิดว่าผู้ชายอาจโดนเล่นของใส่บ้างล่ะวะ “ถ้าไม่ติดใจจริงๆ ก็คงไม่คิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกหรอกครับ นายว่าจริงไหม” จริงพ่อง! กูไม่ยอมรับข้อสันนิษฐานมั่วๆ โว้ย “ไสหัวไปทำงานเลยมึง” เพราะขืนมันยังยืนยิ้มทะเล้นให้อีก เขาคงต้องสั่งเปลี่ยนลูกน้องคนใหม่ มาร์ตินทำงานของตัวเองด้วยใจที่ยังถูกรบกวน จากนั้นเลขาส่วนตัวเข้ามาแจ้งเขาถึงเรื่องการประชุม มาเฟียหนุ่มในคราบนักธุรกิจถึงต้องสลัดความว้าวุ่นใจออกไปและกลับมาตีหน้าเคร่งขรึมตามเดิม ใครๆ ในแวดวงธุรกิจต่างก็รู้ว่ามาร์ติน อนันตวรากุลคือหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญขององค์กรแบล็คเรด องค์กรมาเฟียและแหล่งรวมนักธุรกิจผู้ลงทุนรายใหญ่ของประเทศ เดิมทีอนันตวรากุลมีธุรกิจคอนโดปล่อยเช่าเป็นของตัวเอง เมื่อท่านดิฐาผู้ดำรงตำแหน่งท่านประธานสูงสุดยกธุรกิจทั้งหมดให้ลูกชายคนเล็กดูแลต่อ มาร์ตินจึงนำธุรกิจของที่บ้านรวบเข้ากับขององค์กร ในชื่อบริษัทอนันตวรากุล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรตลอดไปจนถึงทาวน์เฮาส์ครอบคลุมทั้งเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและต่างจังหวัด มีโครงการรวมกันนับร้อย ทำให้อนันตวรากุลเป็นที่พูดถึงและจับตามองในตลาดอสังหาริมทรัพย์ มาร์ตินกลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่นักลงทุนหลายคนอยากร่วมงานด้วย ถือว่าลบคำดูถูกได้เป็นอย่างดี จากเดิมทีตอนแรกท่านดิฐาอยากให้ลูกชายคนโตอย่างมาร์คัสเข้ามาบริหารธุรกิจมากกว่า แต่รายนั้นไม่ชอบงานบริหาร หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของมาร์ติน คนที่ญาติพี่น้องคิดว่าไม่เอาไหนแต่เพียงไม่กี่ปีก็พาบริษัทติดท็อปของประเทศ ต่างก็อิจฉาตาร้อนในความเก่งของเขาที่ลูกตัวเองไม่มีวันทำได้ไปตามๆ กัน แต่อย่างไรมาร์ตินก็คือมาร์ติน หน้างานอีกบุคลิกหนึ่ง หลังงานเป็นตัวของตัวเอง เพราะความทะเล้น ปากร้าย หัวร้อนเป็นนิสัย ใครจะไปคิดว่าคนอย่างเขามันหัวดีด้านธุรกิจ หลังจบการประชุมโครงการใหม่หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญของปีนี้ มาร์ตินต้องไปดินเนอร์กับนักลงทุนและหุ้นส่วนสำคัญ ชีวิตเขามีแต่งานและงาน เมื่อก่อนเคยมีความรักพอให้ใจกระชุ่มกระชวยหายเหนื่อยจากงานบ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ระหว่างรับประทานอาหาร หุ้นส่วนคนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกของแบล็คเรดเหมือนกันพาลูกสาวมาร่วมโต๊ะด้วย “นี่ลูกสาวคนเล็กของผม ชื่อนาโนครับ เรียนปีสองมหาลัย..” ท่านนพดลแนะนำลูกสาวให้ทุกคนรู้จัก เธอยกมือไหว้สวัสดีด้วยท่าทีนอบน้อม ใบหน้าอ่อนหวานแต่งแต้มด้วยยิ้มสดใส ก่อนดวงตาคู่สวยเหมือนตากวางจะบังเอิญมองสบสายตาคมกริบของมาร์ตินเข้าพอดี เธอยิ้มหวานให้เขาด้วยสีหน้าเอียงอาย ไม่รู้ทำไมถึงคิดว่าท่าทางนั้นมันน่ารักไม่น้อยทั้งที่ส่วนตัวแล้ว รสนิยมเขาไม่ใช่ผู้หญิงแนวๆ นี้ แต่คนเราสามารถลองอะไรใหม่ๆ ได้ตลอดไม่ใช่หรือ ขนาดอาหารยังเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำจำเจเลย นับประสาอะไรกับเรื่องสเปคผู้หญิง เจอของแรงมาเยอะแล้ว ลองมาทางอ่อนหวานบ้างก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ตลอดมื้ออาหาร ชายหนุ่มไม่ได้คิดไปเองว่าเด็กสาวลอบมองเขาบ่อย รู้แหละน่าว่าเขามันหล่อจนเกินจะห้ามใจไหว แต่น้องจ้องบ่อยๆ แบบนั้น จะโดนพี่หมายตัวเอานะ “คุณมาร์ตินจะกลับแล้วใช่ไหมครับ ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปฝากไปส่งลูกสาวผมหน่อยได้ไหม คอนโดของน้องนาโนอยู่ทางผ่านคุณพอดี” ท่านนพดลกล้าฝากฝังลูกสาวตัวเองกับผู้ชายอย่างมาร์ตินทั้งที่กิตติศัพท์เรื่องความเจ้าชู้ออกจะดัง ที่ทำแบบนี้ท่านก็มีเหตุผลของตัวเอง ซึ่งมาร์ตินดูออกหากแต่ไม่ได้ตอบปัดปฏิเสธ กดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของนาโน เด็กมันก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกันนี่หว่า “ได้ครับไม่มีปัญหา” เขาไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ นี่ก็ลูกสาวเพื่อนร่วมงานทั้งคน อีกอย่างเบาะที่นั่งยังมีเหลือเฟือ “นาโนไปกับคุณเขานะลูก ถึงคอนโดแล้วโทรหาป๊าด้วยนะ” “ค่ะปะป๊า” เด็กสาวหอมแก้มบิดาก่อนจะแยกตัวออกมาเมื่อท่านนพดลเดินกลับเข้าห้องอาหารไปตามเดิม “ต้องขอโทษที่รบกวนด้วยนะคะ นาโนจะกลับเองก็ได้แต่ปะป๊าไม่ยอมให้นั่งรถโดยสาร” “ไม่เป็นไร ช่างเถอะ ไหนๆ ก็กลับทางเดียวกัน” “ขอบคุณนะคะคุณมาร์ติน” เด็กสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มจริงใจ มาร์ตินมองแล้วนึกเอ็นดูแก้มแดงๆ ของเธอ เด็กมันน่ารักจริงๆ นะ “เรียกเฮียสิ” “คะ?” “เรียกฉันว่าเฮียตินก็พอ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก” เสี้ยววินาทีหนึ่งนาโนมองผู้ชายข้างกายด้วยสีหน้าพึงพอใจ ยิ้มแก้มแทบปริ “ก็ได้ค่ะ..เฮียติน” ก่อนจะช้อนสายตาใสซื่ออ่อนหวานมองเขา มาร์ตินยิ้มมุมปาก…ยังยืนยันคำเดิมว่าเด็กมันน่าเอ็นดูมือพุ่งไปคว้าโทรศัพท์มือถือของเฮียคัสอย่างลืมตัว กรอกน้ำเสียงแหลมๆ ใส่ปลายสาย “เหรอไอ้เฮีย! จะไปอี๋อ๋อกับสาวคนอื่น มันไม่เกี่ยวกับหนูจริงดิ” (ซะ..ซาร่าห์) เสียงแผ่วเบาเอ่ยชื่อฉันอย่างตกใจ (เธออยู่ที่นั่นได้ไง ไปทำอะไรที่ไอ้คัส) “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง เฮียตอบหนูมาก่อน” (เธอนั่นแหละอย่าเปลี่ยนเรื่อง ไปทำอะไรที่นั่นวะ นี่อย่าบอกนะว่า…) ติ๊ด! ฉันกดวางสายทันทีด้วยรู้ว่าคำพูดต่อมาของเฮียตินจะออกมารูปแบบไหน มันคงไม่รื่นหูและสร้างความไม่สบายใจทั้งแก่ฉันและเฮียคัสอย่างแน่นอน “งั้นหนูกลับ..” ยังไม่ทันยกมือไหว้เฮียคัส สายโทรเข้าครั้งนี้ดังมาจากโทรศัพท์มือถือฉันแทน แทบไม่ต้องดูก็รู้ว่าเป็นใคร “หนูกลับก่อนนะคะเฮียคัส หวัดดีค่ะ” เฮียคัสยังไม่ทันยกมือรับไหว้ ฉันรีบชิ่งออกมาเสียก่อนเพราะตอนนี้อารมณ์เดือดสุดๆ เมื่อเข้ามาในรถมีคนของคุณหญิงรออยู่ก่อนแล้ว ฉันรับสายเฮียตินที่โทรจิกเก่ง จิกยิ่งกว่าไก่ “มีอะไรอีก!” (ตะโกนทำไมเนี่ย หูจะแตก) “ก็โทรมาทำไมล่ะ ไม่ได้อยากคุยด้วยสักหน่อย ถ้ามีเวลามากนักก็เอาไปให้สาวๆ ที่คลับคุณพายัพสิ” ฉันไม่เข้าใจตัวเองกับการประชดประชันเขาแบบนั้นเลย เป็นอ
เมื่อก่อนฉันจะไปไหนมาไหนด้วยรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ สภาพเก่าโทรมซึ่งเป็นรถมือสองที่ซื้อต่อมาจากคนรู้จักอีกที ใช้งานได้ไม่ถึงเดือนมีปัญหาเข้าออกอู่บ่อยจนคิดว่าตัวเองคงจะโดนย้อมแมวขาย แต่ก็ยังทนใช้เรื่อยมาจนตอนที่ต้องย้ายมาอยู่คอนโด ฉันก็ตัดสินใจขายรถทิ้งให้อู่ในราคาถูกๆ จะถอดอะไหล่หรือเอาไปขายเป็นเศษเหล็กก็แล้วแต่เลย ปัจจุบันฉันมีรถใหม่ขับไปไหนมาไหนเพราะคุณแม่สามีนำมาประเคนให้ถึงที่ ท่านไม่ยอมให้ฉันแตะต้องความลำบากอีกต่อไป ฉะนั้นรวมไปถึงเรื่องงานที่เคยไลฟ์สดขายเสื้อผ้า คุณหญิงขอให้เลิกทำอย่างเด็ดขาด ท่านให้เหตุผลหากมีคนในแวดวงธุรกิจของมาร์ตินรวมไปถึงพวกไฮโซไฮซ้อเห็นฉันทำงานแบบนี้จะคิดไปต่างๆ นาๆ ทำไมสะใภ้อนันตวรากุลถึงยังต้องไลฟ์ขายเสื้อผ้าก๊อกๆ แก๊กๆ เหมือนผัวไม่ให้เงินใช้ ก็ไม่เคยให้ใช้จริงๆ ถึงต้องหาเอง หรือหากจะยื่นให้ไม่ว่าเงินสด บัตรเครดิต อะไรก็ตามแต่ที่มีมูลค่าจากเขา ฉันไม่ขอรับสักอย่างเดียว คิดอะไรเพลินๆ วนไปจนเกือบครบชั่วโมง รถแล่นมาหยุดจอดสนิทหน้าตึกสีขาวขนาดใหญ่ ป้ายที่เด่นหราด้านบนเขียนบอกชัด ‘โรงพยาบาลสัตว์ Pet BR’ ฉันยิ้มแย้มอารมณ์ดี พนักงานด้านในคงจะพอรู้จักฉันบ้างแ
ซาร่าห์ | Part กลับกรุงเทพฯ ครั้งนี้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ได้หมายถึงสถานที่แต่กำลังพูดถึงคน ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ หลังจากค่ำคืนเร่าร้อนดุเดือดก่อนลาภูเก็ต ระหว่างฉันและเฮียตินกลายเป็นอีกอย่างไปเลย มันอาจไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้นแต่ความรู้สึกของฉันบอกว่าต่อจากนี้ อะไรๆ มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เดี๋ยวนี้เฮียเขาไม่ค่อยมองฉันตาแข็งหรือพูดจาแรงๆ ใส่แบบเมื่อก่อน ไม่มีเสียงเยาะเย้ย คำพูดจาดูถูกถากถาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพูดเพราะเสนาะหูหรือกลายเป็นคนอ่อนโยน เฮียตินก็ยังคงเป็นเฮียติน แต่ในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวฉันเองเพลาๆ เรื่องเถียงเขาแล้วเหมือนกัน รู้จักสงบปากสงบคำลงเยอะเพราะรู้ว่ายิ่งเราสาดน้ำลายใส่กันมากเท่าไรก็มีแต่จะอารมณ์เสียกันทั้งคู่ เราได้เรียนรู้จากคืนนั้น ไม่ใช่แค่เซ็กส์อย่างเดียวที่ทำให้เปลี่ยน เราต่างก็รู้ได้เองว่าการพูดจากันดีๆ มันก็ทำกันได้ ไม่จำเป็นต้องถือทิฐิไว้ตลอดเวลา เขาและฉันถึงได้ปรับตัวกันจนถึงวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งต้องอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน ถ้ามัวแต่ถือตนเป็นใหญ่และข่มกันไปมาก็คงหาความสุขของชีวิตคู่ไม่ได้ และห
“เสียว..อื้ออ อ๊ะ! เสียวจัง” แค่เสียงหวานๆ และใบหน้าหลับตาพริ้ม กัดปากยั่วรับแรงกระแทกของเขา จากความเนิบช้าในตอนแรก มาร์ตินค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วทีล่ะนิด เอวหนาโถมตัวตนใส่ร่องรักเปียกลื่น เสียงเนื้อกระทบกันปลุกเร้าอารมณ์กระสันซ่านของคนทั้งสองให้ลุกโหมกระพือราวกับเพลิงกองใหญ่ พร้อมจะมอดไหม้ไปด้วยกัน มาร์ตินยันแขนแกร่งไว้กับเตียงนอนพลางโน้มตัวลงเล็กน้อยคร่อมร่างเล็ก ท่านี้ทำให้ใบหน้าของเขาและซาร่าห์อยู่ใกล้กันมากจนลมหายใจของแต่ล่ะคนส่งผ่านถึงกัน แววตากลมสวย ขนตางอนเรียงเส้นเป็นแพหนา จมูกโด่งเชิดขึ้นนิดๆ ริมฝีปากอมชมพูเป็นกระจับ ไม่แปลกใจเลยทำไมเธอถึงโดนหนุ่มๆ ที่มาเที่ยวคลับไอ้พายัพขายขนมจีบบ่อย ก็สวยแบบนี้นี่เอง… มาร์ตินแทบจะลืมความบาดหมางของเรา เมื่อโดนความร้อนแรงของเซ็กส์บังตา รู้แค่ว่าตอนนี้ซาร่าห์ทำให้เขาพึงพอใจมากและดูเธอเองก็จะชอบมันด้วย แท่งเนื้อร้อนเร่งทำความเร็วจนเสียงน่าอายดังก้องระงมหู คนตัวสูงแนบริมฝีปากของตนบนกลีบปากอิ่มของคนตัวเล็ก แลกจูบกันอยู่เนิ่นนานราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่รักกันมาก “อ๊ะ!..อื้อ เบาหน่อยเฮีย อ๊า..มันจุก” เธอโดนกระแทกกระทั้นความใหญ
จะว่าเกร็งเพราะประหม่าซาร่าห์ก็ยอมรับ เธอไม่ใช่คนเจนจัดในเรื่องนี้ ประสบการณ์ที่มีเป็นศูนย์จะไปเทียบอะไรกับคนที่ผ่านมาร้อยสนามรบอย่างมาร์ตินได้ ในตอนที่เขาช่วยเธอถอดกางเกง ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวขาวๆ ทำเอาขนลุกซู่ ที่บอกว่าจะเช็คของของเธอบ้าง มาร์ตินกำลังจะทำแบบเดียวกัน “กลัวเหรอ ตัวสั่นเชียว” ตาคมมองใบหน้าสวยอย่างสบประมาท เขาผ่านผู้หญิงมาตั้งกี่คนทำไมจะไม่รู้ว่าอาการที่ซาร่าห์เป็นอยู่มันตื่นเต้นและประหม่าแค่ไหน “มะ..ไม่ได้กลัว จะทำอะไรก็รีบทำ” สูดลมหายใจลึกเรียกความกล้า จะมาทำให้ตัวเองขายหน้าไม่ได้ เธอจะไม่ยอมตกเป็นรองเขา ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม เรื่องบนเตียงนี่ก็ด้วย มาร์ตินแสยะยิ้ม กล้าๆ แบบยัยนี่เขาชอบนัก ขาเรียวขาวที่เคยหนีบแน่นค่อยๆ โดนจับแยกออกจากกัน ลมหายใจมาร์ตินสะดุดไม่เป็นจังหวะ จ้องมองของสวยงามตรงหน้าที่ค่ำคืนนั้นเขาไม่ได้เห็นกับตาเพราะทั้งเมาและไฟดับ มันสวยกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก มือสากลูบไล้เนินอวบขาวเนียนนุ่ม น้ำใสๆ ไหลปริ่มออกมาตามอารมณ์ของเจ้าตัว ความหื่นกระหายส่งผ่านสีหน้าและแววตาคนตัวสูงจนซาร่าห์ต้องหันหน้ามองไปทางอื่น แก้มกลมป่องแดงแจ๋รวดเร็ว “อ๊ะ..” เสีย
ซาร่าห์ทำเพียงอมยิ้มกริ่ม กดปิดหนังที่ดูค้างไว้อย่างไม่คิดสนใจอีก เธอตลบผ้าห่มออกจากร่างตัวเองและคนตัวสูง ทุกการขยับตัวกำลังทำให้มาร์ตินตื่นเต้นตามไปด้วย “เฮียลองถอดกางเกงดูซิ” ตากลมสวยส่งสัญญาณให้เขาทำตาม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนออกคำสั่งแบบนี้กับเขามาก่อน มีแต่เขาที่จะต้องเป็นคนเอ่ยคำนั้นออกไป แต่พอเป็นซาร่าห์ เขากระตือรือร้นทำตาม มันท้าทายดีไปอีกแบบ…“เห็นแล้วอย่าตกใจล่ะ” เลือดลมสูบฉีด คึกคักดีจริงๆ มาร์ตินเร่งถอดกางเกงด้วยท่าทีรีบร้อน เมื่อไร้อาภรณ์ปกปิด ท่อนเนื้อแข็งขึงผงาดง้ำอวดสายตาหญิงสาวที่จ้องมองตาเป็นประกายวาววับอย่างสนอกสนใจ ขนาดของมันไม่ได้ธรรมดาเลยด้วยซ้ำ ออกจะอลังการงานสร้างขนาดนี้ ทำไมมันถึงเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้นะ… จู่ๆ ก็เสียววูบท้องน้อย ซาร่าห์ไม่เคยเห็นของจริงของผู้ชายคนไหนมาก่อน มีแต่ศึกษาหาดูจากหนังผู้ใหญ่และสื่อลามกทั่วไป จะเรียกว่าเธออ่อนประสบการณ์เรื่องนี้ก็ว่าได้ “ตาค้างไปเลยดิ บอกแล้วของฉันมันไม่ธรรมดา” เขายิ้มอวด ดูจะภูมิใจกับขนาดของตัวเองเอามากๆ “หนูลองจับหน่อยได้มั้ย” ซ่าร่าห์กัดปากถาม แววตาเต็มไปด้วยความซุกซนอยากรู้อยากลอง “เอาสิ แต่ระวังหน่อยล







