เข้าสู่ระบบแทกซี่วิ่งฉิวไปบนท้องถนนที่มีรถราสัญจรไม่แน่นหนามากนัก ปลายทางคือโรงแรมของคิเรย์ที่เธอใช้พักหลับนอนขณะอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งวันพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัดแล้ว ยังมีงานมีการให้ต้องทำ แค่ที่ถ่อมาฉลองวันเกิดให้มาร์คัสก็ถือว่าเสียเวลาทำมาหากินไปพอสมควร
แต่อย่างที่เคยบอก..เพื่อผู้ชายทำได้ทุกอย่าง บรรยากาศในรถมีเพียงเพลงลูกทุ่งของพี่คนขับ ดังคลอเคล้าไม่ให้เงียบจนเกินไป ระหว่างคนทั้งสองยังคงดูอึมครึมราวมีหมอกสลัวๆ ปกคลุม ต่างนั่งเงียบกันมาตลอดทาง แล้วจู่ๆ มาร์ตินก็เลือกเป็นคนทำลายความเงียบนั้นทิ้ง “ถามอะไรหน่อยเถอะ เธอเข้าไปทำอะไรในห้องพี่ชายฉันวะ จะพยายามไม่คิดในแง่ลบก็ได้ถ้ามีคำตอบดีๆ ให้ เอาจากใจจริงเลยนะ ไม่ตอแหล” ซาร่าห์พ่นลมหายใจอึดอัดทิ้งเมื่อเจอคำถามนั้น “บอกไปจะเชื่อปะล่ะว่าที่หนูเข้าห้องเฮียคัสเพราะจะเอาเป๋าตังค์ไปคืน ไม่ได้คิดเรื่องอกุศลแบบที่เฮียกล่าวหามาสักหน่อย คำตอบนี้จากใจจริง ไม่ตอแหล” เพราะคนอย่างเธอตรงไปตรงมาอยู่แล้ว “ถ้าเอาเป๋าตังค์ไปคืนไอ้คัสจริงแล้วทำไมไม่รีบออกจากห้องวะ เธอจะไปนอนทำบื้ออะไรบนเตียงมัน ไม่รู้เหรอว่าตอนไฟดับฉันแยกไม่ออก คลำโดนใครก็เอาหมดนั่นแหละ” ดูเขาพูดเข้าเถอะ จะไม่ให้เธอด่าว่าทุเรศได้ยังไง หากแต่ส่วนหนึ่งมันก็มาจากความผิดเธอเหมือนกัน จะโบ้ยให้เขาผิดเต็มๆ คนเดียวคงไม่ถูกนัก “หนูเมา” “เธอเมา?” “ก็หยิบเหล้าที่เฮียคัสเก็บไว้ในตู้กินหมดไปขวดนึง เมาแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปนอนบนเตียงได้ไง ตื่นมาอีกที..” เธอมองเขาหัวจรดเป้ากางเกงแล้วถอนหายใจทิ้งอย่างคนหมดสิ้นหนทาง “ก็นั่นแหละ” อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะเมื่อคืนตอนเขารุกรานริมฝีปากอีกฝ่ายถึงได้กลิ่นละมุดหึ่ง หากแต่ทุกอย่างมันดีมากจนเขาไม่นึกสงสัยอะไรเลย “เฮียเลิกถามหนูเรื่องนี้เหอะ ไม่อยากพูดถึงมันแล้วว่ะ” เธอส่ายหน้าพร้อมโบกไม้โบกมือด้วยท่าทีเอือมระอาเต็มทน ผิดคาดจากที่มาร์ตินคิดไว้เยอะ “ฉันเปิดซิงเธอนะ ไม่คิดจะโวยวายหน่อยเหรอ” คำพูดมาร์ตินทำลุงคนขับแทบสำลักน้ำลาย หนุ่มสาวสมัยนี้มันยังไงกัน กล้าพูดเรื่องอย่างว่าต่อหน้าคนไม่รู้จักได้หน้าตาเฉย “จะโวยวายให้ได้อะไร เสียไปแล้วมันเอากลับมาไม่ได้สักหน่อย” ซาร่าห์ตอบกลับไม่ยี่หระ เออดี แปลกคนพิลึก “ก็คิดว่าจะเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบ แต่บอกไว้เลยนะ ฉันไม่ทำแบบนั้นแน่” “โอ้ยยย ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นพวกชอบไข่แล้วทิ้ง หนูก็ไม่อยากให้เฮียมารับผิดชอบอะไรเหมือนกัน แหมมม..แค่คืนเดียวไม่ได้ทำให้หนูติดใจขนาดนั้นหรอกน่า” ปากว่าไปทั้งอย่างนั้นแม้ใจจริงจะจำทุกสัมผัสที่ทำกับเธอได้ จริงๆ มันก็ดีนะ ดีมากเลยล่ะ ครั้งแรกของเธอไม่แย่เลย แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่ใช่เขา มาร์ตินขัดใจกับประโยคของซาร่าห์ที่บอกว่าแค่คืนเดียว ไม่ทำให้เธอติดใจขนาดนั้น แล้วมันต้องขนาดไหนล่ะวะ ใหญ่เท่าสากกะเบือ ลีลาเด็ดดวง จำได้ว่าเธอขึ้นสรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเขาด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ติดใจ เอาเถอะ..เขาจะถือซะว่าแต้มบุญเธอหมดแต่เพียงเท่านี้ แม้มันเป็นตัวเขาเองที่ยังลืมรสชาติหวามไหวของเมื่อคืนไม่ลง แต่เพราะเป็นซาร่าห์ จะถือซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน ความรู้สึกดีฉิบหาย วิเศษโคตรๆ จนอยากซ้ำหลายรอบ จะสลัดทิ้งแม่งให้หมด เดี๋ยวกูจะหาคนใหม่มาซ้ำรอยแม่นี่เอง จากนั้นในรถก็เงียบมาตลอดทางจนส่งเธอถึงหน้าโรงแรม ไม่มีการร่ำลาอะไรทั้งนั้น เปิดประตูได้ซาร่าห์รีบสับขาเดินชิ่งหนีอย่างไว แท็กซี่ขับออกจากตัวโรงแรมรวดเร็วตามคำสั่งของมาร์ตินเช่นกัน ห้องชั้นบนสุดของโรงแรมหรูติดชานเมือง ซาร่าห์ได้พักห้องวีไอพีแบบไม่ต้องจอง ไม่ต้องจ่ายเพราะเป็นถึงน้องรักของมุกดาแฟนเจ้าของโรงแรมอีกที วาสนาของเธอคงได้พึ่งใบบุญมุกดาตลอดไป หากไม่มีเพื่อนรุ่นพี่คนนี้เธอคงไม่ได้สิทธิ์พิเศษอะไรหลายๆ อย่างแบบที่คนอื่นไม่มีและต้องแย่งชิงกัน ถึงอย่างไรเธอก็พึงระลึกไว้เสมอว่าตัวเองอยู่ชนชั้นไหน พวกเขาอยู่ชนชั้นไหน ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์คำว่าน้องรักของมุกดาถีบตัวเองให้ดูสูงส่งทัดเทียมพวกเขา ความเหนื่อยล้าอัดแน่นทั้งสีหน้าและร่างกาย มาถึงห้องอยากล้มตัวนอนหลับยาวๆ แบบที่ไม่ต้องคิดอะไร หากแต่เอาเข้าจริง ใจเธอยังวนเวียนกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน จะข่มตานอน หน้าของมาร์ตินยังลอยวะวาบให้หัวเต็มไปหมด “ฮึ่ยยย! ตามหลอกหลอนเก่งเหมือนผี” หงุดหงิดจนนั่งดึงทึ้งหัวตัวเองเหมือนคนเสียสติ จังหวะพอดีกับที่มุกดาเปิดประตูเข้ามาเห็น เธอได้รับแจ้งจากพนักงานหน้าฟรอนต์ว่าหากซาร่าห์กลับมาโรงแรมให้รีบรายงายทันที “เป็นอะไรไป แล้วเมื่อคืนหายไปไหนมา” “เจ้..” หญิงสาวชะงักนิ่งเมื่อเจอสายตาเยียบเย็นที่เพื่อนรุ่นพี่ใช้มองเธอ ซาร่าห์ไม่เคยมีความลับกับมุกดาเลย มากกว่าฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องหรือคนเคยทำงานด้วยกัน คงเป็นความสัมพันธ์เหมือนคนในครอบครัวที่พร้อมจะรับฟังอีกฝ่ายหรือระบายเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ซาร่าห์เลือกทำอย่างนั้น เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่มันสุมแน่นในอกให้มุกดาฟังด้วยน้ำเสียงที่เดี๋ยวก็เศร้าบ้าง เดี๋ยวก็โกรธบ้าง เอาซะตามอารมณ์ไม่ถูก “เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละเจ้ จากแค่จะเอาเป๋าตังค์ไปคืนเฮียคัส กลายเป็นหนูพลาดโดนเฮียตินเปิดซิงเฉยเลย” สีหน้ากราดเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นเซ็งจัดหลังเล่าทุกอย่างจบ มุกดาไม่รู้จะอึ้งประโยคไหนของน้องมันก่อนดี ถึงขั้นที่ว่ายกมือตบหน้าตัวเองเพราะอาจฝันไป น้องมันยื่นมือมาจะช่วยตบให้อีกแรงด้วยซ้ำ “เจ้พอจะนึกภาพตอนตื่นออกเลยว่ะ” “หนูกรี๊ดลั่นห้องอะเจ้ มันแบบ..ไม่ถึงกับรังเกียจสัมผัสเขานะ แต่ทำไม๊..ทำไมต้องเป็นเฮียติน” ท่าทางหัวเสียของซาร่าห์พลอยทำให้มุกดาเห็นใจ “หรือจะเหมือนคำโบราณที่ว่า เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น” เกลียดกันมากก็เลยได้กันเองแบบนี้น่ะเหรอ ซาร่าห์ลูบแขนตัวเองเพราะขนลุก “งั้นหนูคงต้องเปลี่ยนไปชอบเขาเหรอมันถึงจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หนูคงได้กัดลิ้นตายแน่ๆ”มือพุ่งไปคว้าโทรศัพท์มือถือของเฮียคัสอย่างลืมตัว กรอกน้ำเสียงแหลมๆ ใส่ปลายสาย “เหรอไอ้เฮีย! จะไปอี๋อ๋อกับสาวคนอื่น มันไม่เกี่ยวกับหนูจริงดิ” (ซะ..ซาร่าห์) เสียงแผ่วเบาเอ่ยชื่อฉันอย่างตกใจ (เธออยู่ที่นั่นได้ไง ไปทำอะไรที่ไอ้คัส) “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง เฮียตอบหนูมาก่อน” (เธอนั่นแหละอย่าเปลี่ยนเรื่อง ไปทำอะไรที่นั่นวะ นี่อย่าบอกนะว่า…) ติ๊ด! ฉันกดวางสายทันทีด้วยรู้ว่าคำพูดต่อมาของเฮียตินจะออกมารูปแบบไหน มันคงไม่รื่นหูและสร้างความไม่สบายใจทั้งแก่ฉันและเฮียคัสอย่างแน่นอน “งั้นหนูกลับ..” ยังไม่ทันยกมือไหว้เฮียคัส สายโทรเข้าครั้งนี้ดังมาจากโทรศัพท์มือถือฉันแทน แทบไม่ต้องดูก็รู้ว่าเป็นใคร “หนูกลับก่อนนะคะเฮียคัส หวัดดีค่ะ” เฮียคัสยังไม่ทันยกมือรับไหว้ ฉันรีบชิ่งออกมาเสียก่อนเพราะตอนนี้อารมณ์เดือดสุดๆ เมื่อเข้ามาในรถมีคนของคุณหญิงรออยู่ก่อนแล้ว ฉันรับสายเฮียตินที่โทรจิกเก่ง จิกยิ่งกว่าไก่ “มีอะไรอีก!” (ตะโกนทำไมเนี่ย หูจะแตก) “ก็โทรมาทำไมล่ะ ไม่ได้อยากคุยด้วยสักหน่อย ถ้ามีเวลามากนักก็เอาไปให้สาวๆ ที่คลับคุณพายัพสิ” ฉันไม่เข้าใจตัวเองกับการประชดประชันเขาแบบนั้นเลย เป็นอ
เมื่อก่อนฉันจะไปไหนมาไหนด้วยรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ สภาพเก่าโทรมซึ่งเป็นรถมือสองที่ซื้อต่อมาจากคนรู้จักอีกที ใช้งานได้ไม่ถึงเดือนมีปัญหาเข้าออกอู่บ่อยจนคิดว่าตัวเองคงจะโดนย้อมแมวขาย แต่ก็ยังทนใช้เรื่อยมาจนตอนที่ต้องย้ายมาอยู่คอนโด ฉันก็ตัดสินใจขายรถทิ้งให้อู่ในราคาถูกๆ จะถอดอะไหล่หรือเอาไปขายเป็นเศษเหล็กก็แล้วแต่เลย ปัจจุบันฉันมีรถใหม่ขับไปไหนมาไหนเพราะคุณแม่สามีนำมาประเคนให้ถึงที่ ท่านไม่ยอมให้ฉันแตะต้องความลำบากอีกต่อไป ฉะนั้นรวมไปถึงเรื่องงานที่เคยไลฟ์สดขายเสื้อผ้า คุณหญิงขอให้เลิกทำอย่างเด็ดขาด ท่านให้เหตุผลหากมีคนในแวดวงธุรกิจของมาร์ตินรวมไปถึงพวกไฮโซไฮซ้อเห็นฉันทำงานแบบนี้จะคิดไปต่างๆ นาๆ ทำไมสะใภ้อนันตวรากุลถึงยังต้องไลฟ์ขายเสื้อผ้าก๊อกๆ แก๊กๆ เหมือนผัวไม่ให้เงินใช้ ก็ไม่เคยให้ใช้จริงๆ ถึงต้องหาเอง หรือหากจะยื่นให้ไม่ว่าเงินสด บัตรเครดิต อะไรก็ตามแต่ที่มีมูลค่าจากเขา ฉันไม่ขอรับสักอย่างเดียว คิดอะไรเพลินๆ วนไปจนเกือบครบชั่วโมง รถแล่นมาหยุดจอดสนิทหน้าตึกสีขาวขนาดใหญ่ ป้ายที่เด่นหราด้านบนเขียนบอกชัด ‘โรงพยาบาลสัตว์ Pet BR’ ฉันยิ้มแย้มอารมณ์ดี พนักงานด้านในคงจะพอรู้จักฉันบ้างแ
ซาร่าห์ | Part กลับกรุงเทพฯ ครั้งนี้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ได้หมายถึงสถานที่แต่กำลังพูดถึงคน ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ หลังจากค่ำคืนเร่าร้อนดุเดือดก่อนลาภูเก็ต ระหว่างฉันและเฮียตินกลายเป็นอีกอย่างไปเลย มันอาจไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้นแต่ความรู้สึกของฉันบอกว่าต่อจากนี้ อะไรๆ มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เดี๋ยวนี้เฮียเขาไม่ค่อยมองฉันตาแข็งหรือพูดจาแรงๆ ใส่แบบเมื่อก่อน ไม่มีเสียงเยาะเย้ย คำพูดจาดูถูกถากถาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพูดเพราะเสนาะหูหรือกลายเป็นคนอ่อนโยน เฮียตินก็ยังคงเป็นเฮียติน แต่ในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวฉันเองเพลาๆ เรื่องเถียงเขาแล้วเหมือนกัน รู้จักสงบปากสงบคำลงเยอะเพราะรู้ว่ายิ่งเราสาดน้ำลายใส่กันมากเท่าไรก็มีแต่จะอารมณ์เสียกันทั้งคู่ เราได้เรียนรู้จากคืนนั้น ไม่ใช่แค่เซ็กส์อย่างเดียวที่ทำให้เปลี่ยน เราต่างก็รู้ได้เองว่าการพูดจากันดีๆ มันก็ทำกันได้ ไม่จำเป็นต้องถือทิฐิไว้ตลอดเวลา เขาและฉันถึงได้ปรับตัวกันจนถึงวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งต้องอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน ถ้ามัวแต่ถือตนเป็นใหญ่และข่มกันไปมาก็คงหาความสุขของชีวิตคู่ไม่ได้ และห
“เสียว..อื้ออ อ๊ะ! เสียวจัง” แค่เสียงหวานๆ และใบหน้าหลับตาพริ้ม กัดปากยั่วรับแรงกระแทกของเขา จากความเนิบช้าในตอนแรก มาร์ตินค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วทีล่ะนิด เอวหนาโถมตัวตนใส่ร่องรักเปียกลื่น เสียงเนื้อกระทบกันปลุกเร้าอารมณ์กระสันซ่านของคนทั้งสองให้ลุกโหมกระพือราวกับเพลิงกองใหญ่ พร้อมจะมอดไหม้ไปด้วยกัน มาร์ตินยันแขนแกร่งไว้กับเตียงนอนพลางโน้มตัวลงเล็กน้อยคร่อมร่างเล็ก ท่านี้ทำให้ใบหน้าของเขาและซาร่าห์อยู่ใกล้กันมากจนลมหายใจของแต่ล่ะคนส่งผ่านถึงกัน แววตากลมสวย ขนตางอนเรียงเส้นเป็นแพหนา จมูกโด่งเชิดขึ้นนิดๆ ริมฝีปากอมชมพูเป็นกระจับ ไม่แปลกใจเลยทำไมเธอถึงโดนหนุ่มๆ ที่มาเที่ยวคลับไอ้พายัพขายขนมจีบบ่อย ก็สวยแบบนี้นี่เอง… มาร์ตินแทบจะลืมความบาดหมางของเรา เมื่อโดนความร้อนแรงของเซ็กส์บังตา รู้แค่ว่าตอนนี้ซาร่าห์ทำให้เขาพึงพอใจมากและดูเธอเองก็จะชอบมันด้วย แท่งเนื้อร้อนเร่งทำความเร็วจนเสียงน่าอายดังก้องระงมหู คนตัวสูงแนบริมฝีปากของตนบนกลีบปากอิ่มของคนตัวเล็ก แลกจูบกันอยู่เนิ่นนานราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่รักกันมาก “อ๊ะ!..อื้อ เบาหน่อยเฮีย อ๊า..มันจุก” เธอโดนกระแทกกระทั้นความใหญ
จะว่าเกร็งเพราะประหม่าซาร่าห์ก็ยอมรับ เธอไม่ใช่คนเจนจัดในเรื่องนี้ ประสบการณ์ที่มีเป็นศูนย์จะไปเทียบอะไรกับคนที่ผ่านมาร้อยสนามรบอย่างมาร์ตินได้ ในตอนที่เขาช่วยเธอถอดกางเกง ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวขาวๆ ทำเอาขนลุกซู่ ที่บอกว่าจะเช็คของของเธอบ้าง มาร์ตินกำลังจะทำแบบเดียวกัน “กลัวเหรอ ตัวสั่นเชียว” ตาคมมองใบหน้าสวยอย่างสบประมาท เขาผ่านผู้หญิงมาตั้งกี่คนทำไมจะไม่รู้ว่าอาการที่ซาร่าห์เป็นอยู่มันตื่นเต้นและประหม่าแค่ไหน “มะ..ไม่ได้กลัว จะทำอะไรก็รีบทำ” สูดลมหายใจลึกเรียกความกล้า จะมาทำให้ตัวเองขายหน้าไม่ได้ เธอจะไม่ยอมตกเป็นรองเขา ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม เรื่องบนเตียงนี่ก็ด้วย มาร์ตินแสยะยิ้ม กล้าๆ แบบยัยนี่เขาชอบนัก ขาเรียวขาวที่เคยหนีบแน่นค่อยๆ โดนจับแยกออกจากกัน ลมหายใจมาร์ตินสะดุดไม่เป็นจังหวะ จ้องมองของสวยงามตรงหน้าที่ค่ำคืนนั้นเขาไม่ได้เห็นกับตาเพราะทั้งเมาและไฟดับ มันสวยกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก มือสากลูบไล้เนินอวบขาวเนียนนุ่ม น้ำใสๆ ไหลปริ่มออกมาตามอารมณ์ของเจ้าตัว ความหื่นกระหายส่งผ่านสีหน้าและแววตาคนตัวสูงจนซาร่าห์ต้องหันหน้ามองไปทางอื่น แก้มกลมป่องแดงแจ๋รวดเร็ว “อ๊ะ..” เสีย
ซาร่าห์ทำเพียงอมยิ้มกริ่ม กดปิดหนังที่ดูค้างไว้อย่างไม่คิดสนใจอีก เธอตลบผ้าห่มออกจากร่างตัวเองและคนตัวสูง ทุกการขยับตัวกำลังทำให้มาร์ตินตื่นเต้นตามไปด้วย “เฮียลองถอดกางเกงดูซิ” ตากลมสวยส่งสัญญาณให้เขาทำตาม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนออกคำสั่งแบบนี้กับเขามาก่อน มีแต่เขาที่จะต้องเป็นคนเอ่ยคำนั้นออกไป แต่พอเป็นซาร่าห์ เขากระตือรือร้นทำตาม มันท้าทายดีไปอีกแบบ…“เห็นแล้วอย่าตกใจล่ะ” เลือดลมสูบฉีด คึกคักดีจริงๆ มาร์ตินเร่งถอดกางเกงด้วยท่าทีรีบร้อน เมื่อไร้อาภรณ์ปกปิด ท่อนเนื้อแข็งขึงผงาดง้ำอวดสายตาหญิงสาวที่จ้องมองตาเป็นประกายวาววับอย่างสนอกสนใจ ขนาดของมันไม่ได้ธรรมดาเลยด้วยซ้ำ ออกจะอลังการงานสร้างขนาดนี้ ทำไมมันถึงเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้นะ… จู่ๆ ก็เสียววูบท้องน้อย ซาร่าห์ไม่เคยเห็นของจริงของผู้ชายคนไหนมาก่อน มีแต่ศึกษาหาดูจากหนังผู้ใหญ่และสื่อลามกทั่วไป จะเรียกว่าเธออ่อนประสบการณ์เรื่องนี้ก็ว่าได้ “ตาค้างไปเลยดิ บอกแล้วของฉันมันไม่ธรรมดา” เขายิ้มอวด ดูจะภูมิใจกับขนาดของตัวเองเอามากๆ “หนูลองจับหน่อยได้มั้ย” ซ่าร่าห์กัดปากถาม แววตาเต็มไปด้วยความซุกซนอยากรู้อยากลอง “เอาสิ แต่ระวังหน่อยล







