LOGINตอนที่ 2 ห้องหมายเลข 9
“เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าน้องหมอคนนี้แม่นมาก” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสาวเอ่ยขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานเป็นจานเชิงหลังจากได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากโรสิตา
“ก็แค่ไปคุยกันเท่านั้นเอง เธอล่ะก็ หมกมุ่นเกินไปแล้ว” มือบางหยิบเสื้อบนราวที่แขวนเรียงรายมาตัวหนึ่ง เป็นชุดกระโปรงสีชมพูหวานน่ารัก ค่อนข้างถูกใจเธอไม่น้อยมาดู ก่อนจะแขวนคืนแล้วดูตัวอื่น ๆ ในขณะที่อัญธิกาก็เอ่ยไปเรื่อย ๆ
“ไม่แน่หรอก”
“ก็ไม่แน่ไง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นเนื้อคู่หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้”
“โธ่ โรส เธอนี่ไม่โรแมนติคเอาซะเลย”
หลังจากดูอะไรด้วยกันเพลิน ๆ ทั้งสองสาวก็ได้ของมากันอย่างคนละหน่อย โรสิตาเองก็เน้นดูพวกของสำหรับเตรียมการนัดดูตัว โดยมีเพื่อนสาวอย่างอัญธิกาคอยช่วยดูด้วย โดยหลังจากเลือกเสร็จ ทั้งสองสาวก็ตัดสินใจเดินออกจากตลาดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หน้าห้าง เพื่อไปหาอะไรกินกันในห้าง
“แล้วคู่หมายเธอเนี่ย หล่อป่ะ” อัญธิกาว่าไปพลางขำกิกเพราะเขินที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป “แล้วทำงานอะไร”
เมื่อได้ยินเพื่อนถามแบบนั้น โรสิตาถึงนึกอะไรขึ้นมาได้
“จริงด้วย ฉันลืมดูรูปเขาไปสนิทเลย ส่วนงานนี่...” ดวงหน้าหวานเรียวพยายามนึก “เห็นแม่ว่าทำในโรงแรม แต่ฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว ไม่แน่ใจว่าแม่พูดถูกด้วยเปล่า เป็นชื่อภาษาต่างชาติน่ะ”
“เอ้า เธอนี่ คงยุ่งแต่กับงานตามเคย”
“เดี๋ยววันเสาร์ก็เจอกันแล้วคงได้รู้นั่นแหละ”
“เผื่อไม่หล่อ เราจะได้หาทางเลี่ยงไง”
ทันทีที่จรดก้าวสุดท้ายขึ้นมาจากขั้นบันได โรสิตาก็ได้เอ่ยตอบต่อไป
“จะหล่อหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าจิตใจดี อยู่ด้วยแล้วสบายใจหรอกนะ ผึ้ง” โรสิตาตอบไปตามความรู้สึก ด้วยว่าเห็นประสบการณ์จากเพื่อนรอบตัวบางคนที่แต่งงานไปแล้ว ตอนแรก ๆ ก็ดีใจที่ได้สละโสดดีอยู่หรอก แถมใคร ๆ ก็อิจฉา ดีใจที่ได้สละโสด แต่ไม่นานก็ต้องเลิกราด้วยเหตุนานาประการ โดยส่วนใหญ่ที่เจอคือธาตุแท้ของอีกฝ่ายที่ออกลายหลังจากอยู่กินไปได้สักพัก ทั้งเจ้าชู้เอย ทั้งนิสัยใจคอที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงหลังจากแต่งกันเอย แม้กระทั่งเรื่องเงินก็ด้วย
“แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันโอเคคือเขามีการมีงานทำ ไม่ใช่พวกหลักลอยไม่ได้เรื่อง”
ดูแล้วน่าจะเป็นคนใช้ได้คนหนึ่งเลยล่ะ
“อืม อันนี้ก็จริงของเธออ่ะนะ” เพราะที่ผ่านมา ประสบการณ์ชีวิตคู่จากคนรอบตัวก็สอนพวกเธอมาพอหอมปากหอมคอ ทำให้มุมมองเรื่องพวกนี้ต่างจากตอนยังเป็นสาวรุ่นพอสมควร
ทั้งคู่ยังชวนดูของ คุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย จนก่อนจะกลับก็มาหยุดยืนอยู่หน้าร้านไอศกรีมร้านโปรดของทั้งคู่ที่ชอบกินกันมาตั้งแต่เรียนแล้ว โรสิตามองโปสเตอร์แสดงโปรโมชันเป็นไอศกรีมวนิลาท็อปด้วยวิปครีมของโปรดของตัวเองตาวาว
“ร้อน ๆ แบบนี้ ไปซื้อไอศกรีมกินกันดีกว่า”
“เอาสิ มีโปรลดราคาด้วย ดีจัง” อัญธิกาเห็นดีเห็นงาม
ลับหลังทั้งคู่ไปได้เพียงไม่กี่วินาที ร่างสูงใหญ่ของศิวดลในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาลเข้มก็เดินผ่านหลังทั้งคู่พ้นไปแบบพอดิบพอดี ขายาวทั้งสองข้างก้าวขึ้นบันได้เลื่อนเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านไวน์เจ้าประจำ
เมื่อไปถึงร้านไวน์เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่เป็นห้องขนาด 1 คูหา ในร้านจัดเป็นชั้นวางแบบไม้ โดยแบ่งชั้นเอาไว้เพื่อวางไวน์ประเภทต่าง ๆ จากหลากหลายยี่ห้อ ไฟภายในร้านออกเหลืองนวล เมื่อกระทบกับลายไม้จึงให้บรรยากาศที่ดูอบอุ่น ตรงกลางร้านมีโต๊ะกลางอยู่ 2 ตัวขนาดกลางที่วางไวน์ขายดีเอาไว้ตั้งโชว์อีกด้วย
ในร้านตอนนี้มีลูกค้าอยู่ 2 คน รวมถึงพนักงานชายคนหนึ่งกำลังบรรยายรายละเอียดของไวน์ให้ลูกค้าฟัง เขากวาดสายตาไปทั่วร้านเพื่อหาใครคนหนึ่งจนเมื่อมองไปที่มุมหนึ่งของร้านก็ได้เจอคนที่เขาอยากเจอกำลังเดินถือขวดไวน์ออกมาขวดหนึ่ง
“อ้าว พี่เหนือ แป๊บหนึ่งนะ พี่”
“ไม่เป็นไร ฉันรอได้” เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด เขาจึงมีเวลาทั้งวัน แต่ถึงจะหยุด เขาก็ต้องทำงานไปด้วยเหมือนกัน
ชายหนุ่มยืนรอ ดูอะไรในมือถือไปพลาง ๆ จนกระทั่งพนักงานหนุ่มคนดังกล่าวเดินออกมาเรียกเขา
“มาทำ Wine List หรือครับ” ส่วนพนักงานคนนี้ก็เป็นรุ่นน้องคนรู้จักในสายงานเดียวกันกับเขาจึงทำให้ค่อนข้างสนิทสนมกัน
“ก็เหมือนเดิมแหละ อีกอย่าง ฉันอยากได้ไวน์ยี่ห้ออื่นไปนำเสนอลูกค้าบ้าง นายพอจะแนะนำอะไรให้ฉันได้บ้างล่ะ”
“จะดูเป็นไวน์แดงหรือไวน์ขาวก่อนดีล่ะพี่”
ศิวดลยืนนึก อาหารขึ้นชื่อของที่โรงแรมนั้นหลัก ๆ คืออาหารประเภทเนื้อ รองลงมาก็พวกอาหารทะเล อาหารไทยแบบฟิวชัน
“ฉันขอดูพวกไวน์แดงหน่อยสิ ทั้งแบบโลกใหม่* โลกเก่า** นายเสนอมาได้เลย”
รุ่นน้องหนุ่มจึงได้นำเสนอยี่ห้อ ตกลงเจรจากันเรียบร้อย ศิวดลก็ได้ขอตัวกลับ
“วันหยุดทั้งทีก็ยังมาทำงาน จะรีบหาเงินไปแต่งเมียหรือครับ พี่เหนือ” รุ่นน้องหนุ่มอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ตามประสาคนขี้เล่น
แต่ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อชายหนุ่มรุ่นเยาว์สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมาจากสายตาของรุ่นพี่หนุ่มที่จับจ้องมายังตนเขม็งจนต้องเย้ากลับไปเสียงอ่อย
“โธ่ พี่ ผมแซวเล่นเองน่า”
“อย่ามาพูดเรื่องหาเมียแบบนี้ ฉันไม่ชอบ” ถ้าจะพูดให้ถูกจริง ๆ เหตุผลที่เขาขยันหาเงินให้ได้เยอะ ๆ ก็เพื่ออยากหลบหนีไปอยู่ที่อื่นสักพักต่างหาก ยิ่งต่างประเทศได้ยิ่งดี
แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ ทำได้ที่ไหนกัน แถมยังต้องมาได้ยินคำพูดไม่สบอารมณ์แบบนี้อีก
ในคืนเดียวกันนั้นเอง ศิวดลก็ได้ตัดสินใจเดินทางไปยังคลับหรูในโรงแรมกลางใจเมืองเพื่อไปนั่งดื่ม ฟังเพลงผ่อนคลายความเครียดเรื่องดูตัวที่เก็บไว้มาหลายวัน ถึงจะได้ระบายกับรณภพไปแล้วก็เถอะ แต่ก็ได้แค่ระบาย ใช่ว่าเรื่องจะหายไปเสียเมื่อไหร่กัน
ในขณะที่แก้วทรงสูงที่บรรจุไวน์แดงจะจรดถึงปากนั้นเอง เสียงหวานแหลมก็ได้ดังเข้ามากระทบหูของเขาเข้าเสียก่อน โดยเมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่ามาจากโต๊ะด้านหลังไม่ไกลจากเขานี่เอง
“เฮียขา หนูอยากไปเที่ยวทะเลจังเลย เฮียต้องพาหนูไปน้า”
เขาแอบสังเกตเห็นท่าทางฝ่ายชายที่ดูจะอึดอัดไม่น้อย
“แหม หนูก็รู้ว่าวันหยุด เฮียต้องอยู่กับที่บ้าน...”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าเฮียไม่พาหนูไป หนูจะบุกไปหาเฮียถึงที่บ้านเลย”
“ได้ไงเล่า”
ศิวดลถอนหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ จรดไวน์ขึ้นดื่ม
‘คงจะเป็นกิ๊กล่ะสินะ ถึงได้เป็นแบบนั้น อีกอย่างจากการแต่งตัว รวมถึงมานั่งคลับระดับนี้ได้ เป็นไปไม่ได้หรอกว่าหมอนี่จะไม่มีเงิน โชคดีนะเนี่ยที่เราไม่ได้สร้างพันธะอะไรกับใครให้ต้องปวดหัวแบบนี้’
เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ คิดอะไรเพลิน ๆ ไปเรื่อยเปื่อย
‘จริงสินะ สาว ๆ คงจะชอบไปเที่ยวทะเล นี่ถ้าได้ควงสาวสวย ๆ นุ่งบิกินีเซ็กซี่ ๆ สักคนไปเดินควงริมทะเลก็คงจะดีไม่น้อย’
และในตอนนั้นเอง ใบหน้าคมก็หยุดคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะค่อย ๆ เผยรอยยิ้มที่มุมปาก ดวงตาวาววับเจ้าเล่ห์ แผนการบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว แน่ล่ะ เขาจะไม่ยอมให้พ่อแม่มาบังคับในสิ่งที่เขาไม่อยากทำเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็นใจของเขาที่อยากทำเองเท่านั้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงเย็นวันศุกร์ ก่อนวันนัดหมายดูตัวเพียง 1 วัน พ่อกับแม่ของโรสิตารวมถึงพ่อแม่ของคู่หมายเธอก็ได้ออกเดินทางไปที่โรงแรมกันก่อนแล้วในช่วงบ่าย เมื่อคืนแม่ดูจะตื่นเต้นมากที่ได้ไปเที่ยวเพราะตั้งแต่เออร์ลี่ออกมาด้วยปัญหาสุขภาพ แม่จึงทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ติดบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่พ่อเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แถมวันนี้ก็ไม่มีสอนด้วยพอดีก็เหมาะเจาะเลย ทั้งคู่ใช้เวลาไปเที่ยวกันสนุก ๆ ตามประสา
เมื่อเห็นโรงแรมเป้าหมาย โรสิตาจึงได้ตบไฟเลี้ยวเข้าไปในโรงแรม ในใจนึกตื่นเต้นไม่น้อย
“พรุ่งนี้แล้วสินะ” เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่ต้องมาก็ทำเอาเธอเขินไม่น้อย
หลังจากจอดรถเรียบร้อย หญิงสาวจึงได้ลงมาหยิบของที่หลังรถที่มีไม่มากนักนอกจากเสื้อผ้าเอาไว้ผลัดเปลี่ยนเผื่อเล่นน้ำทะเลกับของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย มือนวลหยิบกระเป๋าสะพายผ้าลายพิกเซลแต้มสีเขียวเหลืองพาสเทลที่น้องรหัสทำมาให้ใบใหญ่ออกมา โดยในกระเป๋าก็มีกระเป๋าห้อยชมพูน่ารัก ๆ เอาไว้สะพายให้เข้าชุดกับเสื้อที่เตรียมมาด้วย
เมื่อเดินเข้าไปในโรงแรม หญิงสาวก็อดที่จะมองตามประสาคนที่ชอบดูและชื่นชมพวกงานศิลปะไม่ได้ สไตล์การออกแบบที่เห็นคือแนวเอิร์ธโทน เน้นสีเป็นแนวธรรมชาติดูสบายตา แสงจากโคมไฟแชนเดอเลียตรงกลางล็อบบี้ขับให้พื้นไม้โดยรอบดูอบอุ่นขึ้นมาชวนให้น่าอยู่
‘เดี๋ยวไว้ถ่ายเป็นแบบไปใช้กับไอเดียของลูกค้าน่าจะดี’
โรสิตากระชับกระเป๋าผ้าเข้ามา ก่อนจะสอดส่ายตามองอะไรเพลิน ๆ จนกระทั่งมาถึงเคาน์เตอร์ของฟร้อนท์ในที่สุด
“ห้อง 9 ที่จองไว้ค่ะ” ว่าจบ พนักงานก็ได้ขอบัตรประชาชนของเธอมาดู ก่อนจะหันไปหยิบกุญแจจากด้านหลังและนำมายื่นให้เธอ “นี่ค่ะ กุญแจห้องพักของคุณลูกค้า”
หลังจากได้รับกุญแจห้องมาแล้วนั้นเอง หญิงสาวก็ยังตัดสินใจไม่ขึ้นห้องในทันที แต่ใช้เวลาถ่ายบรรยากาศต่าง ๆ ในบริเวณโรงแรม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงแปลกตาไปอวดเพื่อนสาวอีกด้วย อัญธิกาส่งข้อความมาหาเป็นแนวชื่นชมความสวยของโรงแรม รวมถึง
‘บอกฉันด้วยนะว่าเขาหล่อเปล่า อยากรู้’
“ได้สิจ๊ะ คุณน้ำผึ้งเพื่อนรัก” กลีบปากสีชมพูหวานขมุบขมิบก่อนจะพิมพ์ข้อความตามปากตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี
จนกระทั่งในตอนนั้นเอง พ่อของเธอก็โทรมาพอดี
“ค่ะ คุณพ่อ ถึงสักพักแล้วค่ะ”
จนวางสายจากพ่อได้ไม่นาน ก็มีสายจากในไลน์โทรมาอีก โดยคราวนี้เป็นลูกค้าจากงานฟรีแลนซ์ที่เธอต้องแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้เธอยังไม่สะดวกเพราะติดธุระ
“หวา แอบเสียดายเหมือนกันแฮะ”
ในห้องพักห้องหนึ่งของโรงแรมนั้นเอง ศิวดลที่ตอนนี้ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายบุผ้าสีแดงเลือดหมูพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับใครบางคน
“ผมรออยู่นะ”
ก่อนจะขึ้นห้องพัก โรสิตาก็ได้แชททิ้งท้ายกับเพื่อนสาวอีกเล็กน้อย
‘เดี๋ยวไว้คราวหน้ามาเที่ยวด้วยกันนะ ผึ้ง อ้อ เดี๋ยวถ้าเข้าห้องพักแล้ว ฉันจะถ่ายรูปให้เธอดูด้วย’
หญิงสาวเดินเข้าลิฟต์อย่างอารมณ์ดี โดยในระหว่างนั้นก็อดที่จะครุ่นคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าตัวเองไม่ได้มาเที่ยวทะเลแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ น่าจะรับน้องตอนปี 1 จนได้มารู้จักกับน้ำผึ้งล่ะมั้ง
จนเมื่อมาถึงชั้นที่ต้องการ หญิงสาวก็ได้ดูหมายเลขบนกุญแจกับห้องพักอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ จากนั้นจึงไขเข้าไป ในใจแอบตื่นเต้นไม่น้อย
‘ข้างในห้องพักจะสวยแค่ไหนกันน้า’
ในตอนนั้นเอง หญิงสาวก็ได้หย่อนมือถือที่เธอตัดสินใจปิดเครื่องไปเพราะแบตเตอรี่ใกล้หมด เนื่องจากไม่ได้ชาร์จมา ประกอบกับถ่ายรูปเพลินไปหน่อยทำให้แบตเตอรี่หมดไวจนส่งเสียงเตือน
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามานั้นเอง หญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงแอร์เย็นฉ่ำ เธอเองก็แปลกใจไม่น้อยที่แอร์เปิดอยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้ามา หรือว่านี่จะเป็นบริการจากทางโรงแรมกันนะ อีกอย่างไฟก็เปิด บรรยากาศรอบ ๆ เหมือนกับกำลังมีคนอยู่อยู่เลย หรือว่านี่เธอจะเข้าห้องผิด
‘จะเป็นไปได้ไง กุญแจก็ไขเข้ามาได้พอดีนี่นา’ เมื่อคิดแบบนั้น หญิงสาวก็สะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไปประกอบกับความที่อยากจะถ่ายรูปอวดเพื่อน และอีกอย่าง เธอเองก็ไม่ได้มาพักโรงแรมแบบนี้นานแล้วด้วย บางอย่างอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ได้
โรสิตาตัดสินใจวางกระเป๋าตรงชั้นวางว่าง ๆ ที่ข้างล่างเป็นตู้เย็นมินิบาร์ของทางโรงแรม แต่ในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่วางอยู่ไม่ไกลจากชั้นวางที่เธอวางกระเป๋า ภายในชั้นไม้เปิดโล่งมีรองเท้าคู่สีดำหุ้มส้นเหมือนรองเท้าผู้ชายวางอยู่
‘นี่รองเท้าใครน่ะ หรือใครมาลืมรองเท้าไว้กันนะ’
หญิงสาวลุกขึ้นมองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ จนในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงเสียงหนึ่งทักขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“กว่าจะมาได้ ให้ผมรออยู่นานเลยนะครับ”
เสียงดังกล่าวเป็นเสียงผู้ชาย โรสิตารีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว ภาวนาให้คิดว่าตนนั้นหูฝาด แต่เมื่อหันไปมองก็เห็นเป็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งในสภาพนุ่งชุดคลุมอาบน้ำสีขาวกำลังยืนจังก้ามองเธอเขม็ง ดวงตาหวานกวาดสายตามองชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างงง ๆ ก่อนที่ไม่นานจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจ
“นี่คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่แผนกต้อนรับของทางโรงแรม พนักงานชายที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการก็ได้เดินมาที่บริเวณฟร้อนท์ ก่อนจะตรวจตราดูบริเวณที่แขวนกุญแจก่อนจะสะดุดใจอะไรบางอย่าง
“กุญแจสำรองของห้องนี้ไปไหน”
พนักงานสาวที่นั่งอยู่ถึงกับตาตื่นลืมง่วงด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมาเห็นหมายเลขห้องเลข 9 ที่ควรมีกุญแจดอกเล็ก ๆ ซึ่งเป็นดอกสำรองแขวนอยู่ดันหายไป
“ก็ว่าสิ ทำไมมีดอกเดียว สงสัยหนูน่าจะให้ลูกค้าไปผิดดอกแน่เลยค่ะ” พนักงานสาวว่าเสียงลนลาน ก่อนจะดูเอกสารเป็นหมายเลขห้องพักที่พ่อแม่เธอจองไว้ให้ ที่รู้ได้เร็วเพราะวันนี้มีแค่ครอบครัว 2 ครอบครัวเท่านั้นที่จองห้องพักหลายห้องแบบนี้ “โอ๊ย ตายแล้ว ห้องหมายเลข 6 ต่างหาก หนูเผลอไปหยิบห้องหมายเลข 9 ให้”
“งั้นรีบติดต่อลูกค้าโดยด่วนเลยนะ” ผู้จัดการหนุ่มเตือนด้วยความกังวล
“ค่ะ ๆ”
แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ก็โทรไม่ติดสักที
“ตายล่ะ ๆ ตายหยังเขียดแน่ ถ้าอย่างงั้น เราก็ต้องไปตามถึงห้อง”
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
“ลูกค้ามาอีก เดี๋ยวรับลูกค้าก่อนก็แล้วกัน”
---------------------------------------------------------------------------
*ไวน์โลกใหม่ คือไวน์ที่ผลิตในประเทศนอกทวีปยุโรป หรือเพิ่งผลิตไวน์มาได้ไม่เกิน 500 ปีหรือเกินเล็กน้อย อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ อิสราเอล ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และไทย เป็นต้น
** ไวน์โลกเก่า คือไวน์ที่ผลิตในประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นเเหล่งกำเนิดของไวน์ ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี, สเปน, เยอรมัน, โปรตุเกส, ออสเตรีย, กรีซ, ฮังการี เเละที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเจ้าเเม่เเห่งการทำไวน์อย่างประเทศฝรั่งเศส
ตอนที่ 36 ข่าวลือ การประชุมได้รับการจัดขึ้นในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน โดยผู้ที่เป็นโต้โผในการประชุมในเรื่องสำคัญแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครนอกจากรองผอ.อย่างชลันผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของกิจกรรม “ที่เรียกมาประชุมวันนี้เพราะผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบครับ เรื่องที่จะแจ้งก็คือมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสนใจสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ โดยมีเงื่อนไขว่า…” ที่ระเบียงชานหน้าบ้านในยามค่ำคืนเดือนเพ็ญ พระจันทร์ดวงโตส่องสว่างไปทั่วบริเวณชานโล่งจนโรสิตาต้องเขยิบโต๊ะออกมาตรวจงานนักเรียนเพื่อชมบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติในคืนนี้ สายลมอ่อนพลิ้วปลิวต้องผิวกายบางเบายิ่งเป็นการเพิ่มสุนทรียารมณ์ได้เป็นอย่างดี “ไม่ไปทำในบ้านหรือครับ โรส เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” ศิวดลในชุดนอนตัวหนาเดินออกมาหาพร้อมกับถามอย่างเป็นห่วง “ก็อากาศดี ๆ หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แบบนี้ ไม่เก็บเกี่ยวเอาไว้ก็น่าเสียดายแย่นี่นา” จะว่าไป ยิ่งเวลาผ่านไป ความเจ็บช้ำจากเรื่องที่ถูกพักงานอย่าง
ตอนที่ 35 เผชิญหน้ากับศัตรูคนเก่า หญิงสาวกลั้นใจ ท่องบอกตัวเองอยู่ตลอดว่านี่ก็เหมือนการเกาหลังให้พ่อที่เป็นผู้ชายเหมือนกันนั่นแหละ แต่จะต่างกันก็แค่เพียงหุ่นที่แน่นไปด้วยมัดกล้าม หน้าท้องที่ไร้ไขมัน อีกทั้งกลิ่นกาย ที่ทำให้หัวใจไหวหวั่นทุกครั้งเมื่อได้มีโอกาสสัมผัสชิดใกล้นั่นอีกก็เท่านั้นเอง ‘บ้าจริง เผลอคิดบ้าอะไร รีบเกา ๆ ไปสิ’ ศิวดลที่นั่งอยู่ริมเตียงลอบอมยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อเห็นท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ของหญิงสาว “คันตรงไหนนะ” “นี่ครับ” เขาชี้ไปที่ตรงกลางหลัง ทำเสียงอ้อน ๆ “เกาให้หน่อยนะ” “อืม ๆ” เธอรับคำแกน ๆ ก่อนจะเพ่งไปยังจุดที่ว่านั่นแล้วเกาเบา ๆ “แบบนี้ได้ไหม” “โรสนี่เป็นคนอ่อนโยนจังเลยนะครับ เกานิ่มจัง เกาแรงอีกนิดได้ไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มนั่นฟังดูกระเส่าชอบกลในความรู้สึกของโรสิตา แต่เธอพยายามไม่เก็บมาคิดให้วุ่นวายใจ ก่อนจะเพ่งสมาธิไปกับการเกาหลังต่อ “ดีขึ้นยัง” “โอ๊ะ
ตอนที่ 34 วันวุ่น ๆ ของคู่ข้าวใหม่ปลามัน “โอย ๆ อูย” “เจ็บหรือครับ” “เบา ๆ หน่อยสิคะ” “แบบนี้ได้ไหมครับ” “ค่ะ แบบนั้นล่ะค่ะ” โรสิตาหลับตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม ทั้งยังรู้สึกสบายตัวมากขึ้นหลังจากได้ความช่วยเหลือจากศิวดลที่มีน้ำใจเข้ามานวดหลังให้เธอที่กำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมฯ “ฉันรู้สึกผิดเหมือนกันนะนี่ที่มัวแต่ทำงานจนลืมดูแลคุณไปแบบนี้” เธอเองก็รู้สึกกระดากใจไม่น้อย เพราะงานที่ติดพันมาก่อนแต่งงานตรงนี้ทางลูกค้าก็เร่งเข้ามาเหมือนกัน แถมเขายังต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อไปทำงาน ทั้งงานสวนและงานที่โรงแรม แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังหาเวลามาดูแลเธอเล็ก ๆ น้อย ๆ จนได้ “คิดมากน่ะ โรส คุณเองก็งานยุ่ง ผมก็เข้าใจ” แล้วก็เหมือนกันกับในคืนที่ผ่าน ๆ มา ศิวดลยังคงจับจ้องเธอโดยมีหมอนข้างเป็นอุปสรรคคั่นกลาง สำหรับเขา นี่เป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน ‘เอาเถอะ นี่ต้องเป็นการรอคอยที่คุ้มค่ามากแน่ ๆ’
ตอนที่ 33 ผู้ถูกกระทำเป็นเหยื่อเสียเอง ยามค่ำคืนอันแสนสงบ แต่ไม่ถึงกับเงียบในบริเวณบ้านสวนยายปั้น ดวงจันทร์เกือบเต็มดวงส่องสว่างกระจ่างฟ้า เสียงหรีดริ่งเรไรร้องระงมขับขานเป็นลำนำเพลงแผ่วเบา บ้างก็ขยับปีกดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน มือเรียวค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาจับไหล่หนานั้น ลมหายใจของทั้งคู่ผ่าวร้อน มือหนาของคนตัวโตลูบไล้ไปตามสะเอวบางอย่างยั่วเย้า เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้มอบบทเรียนแรกรักในคืนเข้าหอคืนแรกกับโรสิตาแบบนี้ แค่คิดว่าจะหยอกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ในเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นใจเช่นนี้ อีกทั้งคนในอ้อมกอดตอนนี้ก็ดูจะเคลิบเคลิ้มไม่น้อย เขาจึงตัดสินใจไปต่ออย่างไม่รอช้า “โอ๊ย” ศิวดลสะดุ้งตัวโยน ร้องจ้า ก่อนจะกุมไหล่ข้างหนึ่งที่โดนหญิงสาวตรงหน้าจับหยิกเข้าเต็มแรง “ผมเจ็บนะ โรส” “ก็หยิกให้เจ็บไงล่ะ ไป ไปแต่งตัว ฉันง่วงมากแล้ว” สีหน้าของศิวดลในตอนนี้ดูจะแอบผิดหวังไม่น้อย เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจคิดแบบนี้ ดวงตาคมจ้องคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างอ้อน ๆ “โรสอะ” “เหนือ” คราวนี้เสีย
ตอนที่ 32 เหลือเพียงความรู้สึกแบบฉันมิตร ในตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โรสิตาได้แต่มองภาพตรงหน้าเขม็ง ทั้งร่างชาวาบ ในขณะที่รณภพก้าวเข้าไปหาคุณจีริณอย่างไว “โรส มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเลยนะ ผมอธิบายได้” “นี่ถ้าฉันไม่เรียกคุณไว้ก่อน อะไร ๆ คงจะไปไหนต่อไหนแล้วล่ะมั้งคะ” หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ น้ำเสียงหวานนั้นมึนตึงอย่างรู้สึกได้ชัด แต่ในเมื่อนี่เป็นหนทางที่เธอเลือกแล้ว ทุกอย่างก็ต้องดำเนินต่อไปให้ปกติที่สุด “ฉันมาตามคุณไปยืนรับแขกหน้างาน ตอนนี้แขกใกล้จะมากันแล้ว แค่นี้ล่ะค่ะ ขอโทษที่มารบกวนเวลา” “รอผมด้วยสิครับ โรส” เจ้าบ่าวรูปหล่อก้าวไปหาเจ้าสาวอย่างไวจนเกือบล้ม มือหนายกชายกระโปรงเธอขึ้น ก่อนจะเดินตามไปติดๆ “โรสครับ คุณจีริณเพียงแค่มาแสดงความยินดีกับผม แล้วก็มากอดแสดงความยินดีเท่านั้นเองนะครับ” โรสิตานึกฉุน ก็ภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อครู่ เล่นกอดกันกลมเสียขนาดนั้น จนเมื่อศิวดลเห็นว่าคนข้าง ๆ ไม่พูดอะไรจึงเอื้อมมือไปจับมาประคอง แต่ก็ถูกสะบัดออก “โธ่ โรสครับ”
ตอนที่ 31 วิวาห์ว้าวุ่น จู่ ๆ บรรยากาศก็เงียบจนน่าอึดอัด โรสิตาเองเมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนเมื่อครู่จากนายจ้างสาวก็เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเหมือนคนบ้าใบ้ไม่รู้ภาษาไปเสียอย่างงั้น จนกระทั่งเมื่อตั้งสติได้จากสายตาคู่ตรงข้ามที่จ้องเขม็งราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ “คุณจีน่าไม่ได้เรียกฉันมาเพื่อคุยเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกหรือคะ” มือเรียวทั้งสองข้างเข้ากุมประสานกันตรงหน้า แววตาที่จ้องมายังเธอดูตึงเครียด นิ่งกว่าปกติ “ก็อย่างที่ฉันได้กล่าวไป ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะช่วยให้คุณโรสได้กลับมาทำงานเหมือนเดิมเองค่ะ” “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ” หลังจากคิดทบทวนคำพูดที่จะกลั่นกรองออกไปชั่วครู่หนึ่ง โรสิตาก็ตัดสินใจตอบไปตามตรง “แต่คุณรักงานของคุณมากเลยไม่ใช่หรือ เท่าที่ฉันรู้มา คุณกับคุณเหนือก็ไม่ได้รักกัน เพียงแต่ผู้ใหญ่จับคู่ให้เท่านั้น แบบนี้ไม่คิดว่านี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไง” “เราเตรียมงานกันมานานจนใกล้จะถึงวันงา







