Mag-log inตอนที่ 1 นัดหมายดูตัว
ช่วงเวลาบ่ายแก่ของวันหนึ่ง แสงแดดที่ร้อนแรงจากยามเที่ยงค่อย ๆ หุบลง สระบัวที่โอบล้อมชานนั่งไม้ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านเสริมให้อากาศบริเวณรอบ ๆ ไม่ร้อนนัก ทั้งยังมีดอกบัวบ้างตูมบ้างบานแต่งแต้มในสระให้ผู้คนราว 3-4 คนที่นั่งเหมือนรออะไรกันอยู่บนชานไม้กลางเก่ากลางใหม่นี่ได้มองเพลิน ๆ จนเมื่อเวลาผ่านไปก็เหลือเพียงหญิงสาว 2 คน โดยเฉพาะหนึ่งในนั้นที่เล่นมือถือจนแบตเตอรี่เกือบหมดทำให้ต้องหันไปอ่านป้ายที่แปะตรงประตูทางเข้าบ้านที่เขียนไว้ว่าเป็นสำนักดูดวงพร้อมเบอร์ติดต่อ
“คุณอัญธิกา เชิญครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงเรียกคิวสุดท้ายของวันนี้จากชายวัยประมาณ 40 ปีที่ใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าธรรมดาแล้วนั้น หญิงสาวรูปร่างผอมสูงก็ได้ลุกขึ้น
“เฮ้อ ถึงคิวสักที”
“เดี๋ยวฉันรอข้างนอกนะ” เพื่อนที่มาด้วยว่าพลางสอดสายตามองดอกบัวแสนสวยในสระอย่างชอบใจ
“ไม่ได้ เธอต้องมากับฉันสิ โรส” ว่าจบ หญิงสาวก็หันมาคว้าข้อมือของเพื่อนสาวที่สูงน้อยกว่า ทั้งยังตัวเล็กมาข้าง ๆ
“ให้ฉันนั่งรออยู่ข้างนอกไม่ได้หรือ” เธอพยายามต่อรองเพราะไม่ค่อยอินกับเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเพื่อนสาวจะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด
“ไหน ๆ ก็มาด้วยกันแล้ว ก็เข้าไปด้วยกันเถอะน่า” น้ำผึ้งว่าพลางกึ่งดึงกึ่งจูงเพื่อนสาวที่หน้าตาไม่สบอารมณ์เท่าไหร่อย่างเห็นได้ชัดมาด้วย ก่อนจะกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน “นี่เราสองคนอายุจะแตะเลข 3 กันแล้วนะ เลิกอายเรื่องแบบนี้ได้แล้วน่า เธอเองก็อยากรู้ไม่ใช่หรือ”
“คือ...” ถึงตรงนี้โรสิตาเองก็พูดไม่ออก ถึงจะอยากรู้แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะพร้อมอยากรู้ในตอนนี้เสียหน่อย
อีกอย่าง เพราะมัวแต่ทำงาน แถมแนวงานของเธอเป็นแนวที่ต้องใช้ความคิด และจะยิ่งออกมาดีเวลาที่ทำคนเดียวอีกด้วย ปัจจุบันหญิงสาวทำงานเป็นนักออกแบบที่ออกแบบทุกอย่างตั้งแต่โลโก้ ภาพโฆษณา งามเกมส์ การ์ตูนเพื่อประชาสัมพันธ์งานสำคัญต่าง ๆ อย่างบางโฆษณาบนบิลบอร์ดของรถโดยสารสาธารณะก็ด้วย
และอย่างที่รู้ก็คือพวกทำงานศิลปะ โดยเฉพาะทำแบบบ้าคลั่งอย่างเธอ เวลาให้ตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะมีเลย อย่าว่าแต่เวลาหาแฟน แค่หาเวลานอนก็เต็มกลืนแล้ว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยังคงถือครองคำว่าโสดอยู่เต็มตัว
ส่วนเรื่องดวง โรสิตาเชื่อแค่ 50-50 แต่ก็ไม่ได้จะลบหลู่ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อนสบายใจ เธอก็สบายใจไปด้วย
“...ฉันกลัวว่าเธอจะเสียเงินเปล่ามากกว่านะ” เธออดที่จะเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
“ที่นี่แม่นจริง ฉันดูรีวิวมาแล้ว แล้วอีกอย่างนะ ฉันเสียเงินค่าดูไปแล้ว เธอก็เข้าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย นะ ๆ เผื่ออะไรที่ฉันจำไม่หมด เธอก็จะได้ช่วยจำไง” เพื่อนสาวยังคงยืนกรานเป็นแม่นมั่นจนเธอต้องยอมใจอ่อนตามเข้าไปด้วยในที่สุด
เมื่อเข้าไปในตัวบ้าน ถึงข้างนอกจะยังเป็นบ้านไม้แบบโบราณ แต่ข้างในกลับตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ค่อนข้างทันสมัยผสมกับเฟอร์นิเจอร์รุ่นเก่าอย่างตั่งไม้และเครื่องใช้อื่น ๆ ได้อย่างลงตัวอย่างน่าประหลาดในความคิดของโรสิตา จนเมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ผ่านหน้าบ้านมาไม่เท่าไหร่ น้าผู้ชายที่เรียกชื่อเพื่อนเธอเมื่อครู่ก็ไปหยุดยืนที่มุมมุมหนึ่งของห้อง ตรงหน้าคือหญิงสาววัยรุ่นอายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี ชุดที่ใส่ก็เป็นชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าเผยให้เห็นลำคอระหง ข้างหลังของเธอคือหน้าต่างที่เปิดรับลมกว้างทั้ง 2 บาน บรรยากาศดูไม่เหมือนสำนักดูดวงเลย ดูเหมือนคาเฟ่อะไรแบบนี้มากกว่าด้วยซ้ำ
“เชิญนั่งค่ะ” รอยยิ้มดุจดอกบัวแรกแย้มสดใสสะดุดใจโรสิตาไม่น้อย เธอค่อย ๆ นั่งลงตามเพื่อนสาวอย่างเงียบ ๆ
‘เด็ก ๆ แบบนี้น่ะหรือ จะดูแม่นแค่ไหนกันเชียว’
“คุณคงกำลังนึกอยู่สินะคะว่าฉันจะดูแม่นแค่ไหน”
คำพูดที่หมอดูวัยรุ่นตรงหน้ากล่าวออกมาทำเอาโรสิตาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะนี่กำลังตรงกับที่เธอคิดอยู่พอดี
“ไม่เลยค่ะ แม่หมอ” อัญธิกาจีบปากจีบคอพูด “ความแม่นยำไม่เกี่ยวกับอายุสักนิดนึง”
“ไม่ต้องงงหรอกนะคะว่าทำไมฉันถึงรู้ ไม่ใช่ว่าฉันมีพลังพิเศษอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่เจอคนที่คิดแบบนี้มาเยอะน่ะค่ะ” เธอเอ่ยยิ้ม ๆ โดยในประโยคสุดท้ายดูเธอจะหันมามองที่โรสิตาเป็นพิเศษ
หญิงสาวในชุดแมกซี่เดรสสีเหลืองอ่อนสลับขาวจึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ หงิม ๆ พยายามไม่คิดอะไรเพิ่มเติมเพราะกลัวจะโดนทักอะไรอีก
‘หรือว่าจะของจริงนะ ไม่สิ บังเอิญมากกว่า’
เด็กสาวสับไพ่ไปมา จนกระทั่งทำนายทายทักไปตามขั้นตอน ส่วนอัญธิกาที่ปกติจะพูดเยอะก็ต้องมาตั้งใจฟัง มีเพียงไม่กี่คำที่เธอพูดออกมา
“ใช่เลยค่ะ” หรือไม่ก็
“รู้ได้ไงคะเนี่ย”
จนกระทั่งมาถึงในสิ่งที่อยากรู้ที่สุดอย่างเรื่องความรัก ผลปรากฏว่าคู่ของเพื่อนเธอนั้นมีแต่อยู่แสนไกลและต้องใช้เวลากว่าจะมาเจอกัน ครั้งนี้อาจต้องรอไปก่อน
“นี่อายุพี่จะเหยียบเลข 3 แล้วนะคะ แล้วแบบนี้ต้องทำยังไงถึงจะได้เจอเร็ว ๆ ล่ะคะนี่”
“ของแบบนี้อย่าไปเร่งมันจะดีกว่านะคะ” แม่หมอวัยรุ่นว่าพลางกวาดไพ่บนโต๊ะก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้าชวนฝัน ทั้งยังดูเกินวัยไปพอสมควร “เมื่อถึงเวลา วาสนาจะพามาพบกันเอง”
คำตบดังกล่าวทำเอาอัญธิกาอดที่จะชักสีหน้าด้วยความเซ็งไม่ได้
เมื่อถามคำถามอื่น ๆ จนเสร็จก็ถึงเวลากลับ แต่ในขณะที่กำลังจะเดินไปนั้นเอง แม่หมอก็ได้ทักขึ้นมาเสียก่อน
“แล้วพี่อีกคนไม่สนใจจะดูด้วยหรือคะ”
“อ๋อ พอดีพี่ไม่ได้จองไว้น่ะจ้ะ”
“คิวพี่เขาเป็นคิวสุดท้ายของวันนี้ แล้วหลังจากนี้หนูจะปิดคิวอีกหลายวันเลย พี่สนใจจะดูไหมคะ หนูไม่คิดค่าครูก็ได้ค่ะ”
โรสิตานึกลังเลขึ้นมา แต่เมื่ออัญธิกาเร่งเร้าเข้า เธอจึงจำต้องดูด้วยที่สุด
เขาดูให้ฟรีนะ โรส ไม่ลองสักหน่อยล่ะ เพื่อนเธอว่างี้จะให้เธอตอบอย่างไร
ขั้นตอนก็เหมือนกับที่เธอเห็นของอัญธิกา และเธอก็อดที่จะทึ่งไม่น้อยที่เด็กสาวทำนายออกมาได้ค่อนข้างตรงหลายอย่างเลยทีเดียว
“ฉันแค่อ่านตามไพ่น่ะค่ะ ไม่ได้แม่นมากหรอกนะคะ”
นั่นไง หล่อนอ่านใจเธอเป็นคำรบสองแล้ว
“ส่วนเรื่องความรัก” ดวงตากลมโตจ้องไพ่ที่เธอเลือกไป 3 ใบตรงหน้า สักพักก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “คุณพี่จะได้เจอเนื้อคู่ในเร็ว ๆ นี้แบบไม่ทันตั้งตัวเลยล่ะค่ะ ดูแล้วไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้แน่”
แต่ดูท่า จะมาตกม้าตายเรื่องความรักนี่ล่ะ
“แต่อาจจะเจออุปสรรคสักหน่อย แต่ถ้าผ่านมันไปได้ ก็จะได้ครองคู่กันไปยาว ๆ จนแก่จนเฒ่าเลยค่ะ”
เมื่อออกมาจากสำนักดูดวง อัญธิกาก็ดูจะงอแงไม่น้อย
“ทำไมดวงฉันไม่เหมือนดวงเธอบ้างนะ”
“นี่ ผึ้ง ดวงก็คือดวง ทุกอย่างอยู่ที่เรามากกว่า” โรสิตาเองถึงจะเป็นพวกทำงานที่เน้นต้องใช้อารมณ์เป็นหลัก แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะอยู่บนหลักของความเป็นจริงด้วย
แต่ก็นะคนตั้งใจมาดูกลับนานกว่าจะเจอ แต่คนไม่ได้ตั้งใจ กลับจะได้เจอเนื้อคู่ในเร็ว ๆ นี้ มันก็ฟังดูน่าน้อยใจอยู่หรอก
ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน โรสิตาก็สังเกตเห็นคุณวิไลหรือแม่ของเธอที่กำลังสาละวนอยู่กับการจัดต้นไม้หลากรูปแบบเหมือนเช่นทุกวัน ส่วนพ่อเองก็ไม่อยู่บ้าน คงจะยุ่งกับการสอนที่มหาวิทยาลัยอีกตามเคย โรสิตาทักผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ล้างหน้าล้างตา รินน้ำจากเหยือกดื่มอย่างกระหายจนไม่ได้ฟังเสียงงับประตูหน้าบ้านที่ปิดตามมา
ราวกับรอจังหวะอยู่อย่างไรอย่างงั้น เมื่อร่างอวบตามวัยของผู้อาวุโสเดินเข้ามาในบ้าน ยืนมองบุตรีดื่มน้ำจนเสร็จ ก่อนจะเดินเข้ามาหาใกล้ ๆ
“อุ๊ย แม่ โรสตกใจหมดเลย แล้วนั่นทำไมทำหน้าตาจริงจังอย่างงั้นล่ะคะ” ดีที่เธอดื่มน้ำจนหมดแล้ว มิฉะนั้นคงได้สำลักบ้างเป็นแน่
“แม่มีเรื่องจะคุยกับลูกนิดนึงน่ะจ้ะ”
“ค่ะ”
คุณพรทิพย์สูดหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเอ่ยอย่างช้า ๆ
“ลูกจำเดือนที่แล้วที่พ่อกับแม่ไปงานเลี้ยงรุ่นได้ไหมจ๊ะ”
“ค่ะ จำได้ค่ะ”
“พ่อกับแม่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนเก่าก็เลยคุยกันไปคุยกันมา ก็รู้ว่าฝ่ายโน้นเขามีลูกชาย ทั้งยังโสดด้วยนะ พวกเราก็เลยอยากนัดให้ลูกได้คุยกับลูกชายเพื่อนแม่น่ะจ้ะ”
หญิงสาวเองถึงกับนิ่งไปด้วยความอึ้ง นี่เธอเพิ่งจะโดนหมอดูวัยรุ่นทักไปหมาด ๆ ไม่ถึงชั่วโมงนี้เองนะ อะไรจะบังเอิญขนาดนี้
“แล้วเมื่อไหร่คะ”
“เสาร์หน้าจ้ะ อันนี้ไม่ใช่การบังคับนะจ๊ะ แค่ลองคุย ๆ กันก่อน ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่ก็น้า ลูกสาวแม่ออกจะน่ารักเหมือนตุ๊กตา หนุ่มคนไหนไม่ชอบก็บ้าแล้ว”
‘แต่หนูโสดมาตั้งเกือบ 30 ปีเลยนะคะ แม่’ เธอคิดอย่างไม่มั่นใจนัก
สุดท้าย โรสิตาพยักหน้ารับรู้อย่างว่าง่าย เธอเองก็ไม่ได้นึกขัดข้องอะไรอยู่แล้วกับเรื่องนี้ ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างเธอ นอกจากการงานในตอนนี้ที่มั่นคงแล้ว ลึก ๆ ก็อยากจะมีความรักกับเขาบ้างแล้วเหมือนกัน ถึงจะยังไม่มั่นใจว่าครั้งนี้จะใช่เลยไหม แต่ถ้าไม่ลองเราก็ไม่รู้ ดีไม่ดีนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้
“แล้วแม่มีรูปเขาไหมคะ” เธอเอ่ยเสียงเบา หน้าแดง ๆ
“อยู่ในไลน์แม่น่ะ ลูก เดี๋ยวนะ” วิไลมองมือที่เปื้อนดินของตน “ตายจริง มือแม่เปื้อน เดี๋ยวแม่ไปล้างมือแป๊บนะจ๊ะ” แต่ทว่าลับหลังได้ไม่นาน เสียงร้องดังจากเจ้าของบ้านสาวก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเหล่าบรรดาแมวมายุ่งกับต้นไม้แสนรักของเธอจนต้องส่งเสียงไล่ดังลั่น
ส่วนมือถือของโรสิตาก็ได้ดังขึ้น เมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นข้อความของลูกค้าในงานฟรีแลนซ์ที่เธอรับไว้ติดต่อมาให้แก้งานนั่นเอง โดยหลังจากนั้น ใจของเธอก็มุ่งไปที่งานจนทำให้ลืมเรื่องดูรูปของคู่หมายตัวเองเสียสนิท
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ศิวดลก็เช็ดตัวพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวหมิ่นเหม่ ผมดกดำนั่นเปียกเล็กน้อย จนในตอนนั้นเอง เสียงมือถือก็ได้ดังขึ้น ร่างสูงใหญ่เดินไปที่เตียงคิงไซซ์กลางห้อง ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมา
“แม่มีอะไร ทำไมโทรมาดึก ๆ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจเพราะปกติพ่อกับแม่เขาจะเข้านอนเร็ว แต่นี่ก็ปาไปสี่ทุ่มครึ่งแล้ว มือหนาเลื่อนปุ่มรับสายก่อนจะกรอกเสียงตามไป “ครับ แม่”
“เหนือ สบายดีนะ ลูก”
“ครับ”
ในทีแรก แม่ก็ชวนเขาคุยอะไรต่อมิอะไรเป็นแนวสารทุกข์สุกดิบทั่วไปจนเขารู้สึกเหมือนว่าแม่กำลังปกปิดอะไรบางอย่าง
“ตกลงแล้ว ที่แม่โทรมาหาผมนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เสาร์ที่จะถึงนี้ว่างไหม ลูก”
“ผมต้องเข้างานครับ” ว่าแล้วว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ ชายหนุ่มหย่อนก้นลงบนเตียงก่อนจะตั้งใจฟัง
“ลูกลาสักวันหนึ่งสิลูก พอดีว่าเมื่อเดือนก่อน พ่อกับแม่ไปเจอเพื่อนที่งานคืนสู่เหย้า คุยกันไปมาเลยรู้ว่าเพื่อนเขามีลูกสาว หน้าตาน่ารักแถมยังโสดด้วยนะ มานึก ๆ ดู ลูกแม่เองก็โสด พวกเราเลยตกลงที่จะนัดลูกสองคนให้เจอกันน่ะจ้ะ” ปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“แต่ผมต้องแจ้งที่ทำงานล่วงหน้านะครับ แม่มาบอกผมก่อนไม่กี่วันด้วยเหตุผลแบบนี้ ผมคงโดนตำหนิแน่” เขาเริ่มไม่ชอบใจขึ้นมาตงิด ๆ จึงอ้างเหตุผลเรื่องงานที่สมเหตุสมผลที่สุดออกไป
“แม่รู้จ้ะ แม่รู้ แต่พ่อกับแม่นัดเขาไว้แล้ว เป็นผู้ใหญ่จะเสียคำพูดไม่ได้นี่จ๊ะ อีกอย่าง นี่แม่ก็โทรบอกลูกล่วงหน้าแล้วด้วย ลูกก็อ้างเหตุผลเร่งด่วนอื่นสิ อย่างเช่นพ่อกับแม่ป่วยกะทันหันอะไรแบบนี้”
“นี่ขนาดจะให้ผมแช่งพ่อแม่ตัวเองเลยหรือครับนี่” ศิวดลถึงกับตกใจ “คงไม่ได้จริง ๆ ครับ ผมไม่สะดวก”
“เอ๊ะ นี่ เหนือ แค่ไปคุยกันเอง” ปลายสายเริ่มจะไม่พอใจขึ้นมากรุ่น ๆ แต่ก็รีบปรับเสียงให้ปกติได้โดยไว “นะลูก ทำเพื่อพ่อกับแม่สักครั้ง”
“แต่ว่า...” ในขณะที่กำลังจะพูดอะไรต่อ ปลายสายก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
“หรือว่าลูกไม่รักแม่แล้ว ขอแค่นี้ถึงทำให้ไม่ได้ ใช่สิ ลูกไม่ใช่พ่อแม่คนคงไม่เข้าใจหัวอกหรอก...”
ชายหนุ่มได้แต่อ้าปากค้าง เถียงไม่ทันจนเขาต้องตัดสินใจตัดบทก่อนที่ผู้เป็นแม่จะร่ายดราม่ายาวไปมากกว่านี้โดยการจำใจต้องตกลง
“ต้องแบบนี้สิจ๊ะ ลูกรัก งั้นแม่ไม่กวนแล้ว ฝันดีนะจ๊ะ”
ทันทีที่ปลายสายตัดไป ชายเจ้าของห้องก็ถึงกับกุมขมับ นั่งนิ่งค้างไปพักใหญ่ ในขณะที่ฝั่งผู้เป็นแม่ยิ้มกริ่มก่อนจะวางมือถือลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงปรายตามองไปที่เตียงซึ่งสามีกำลังมองอยู่อย่างชอบใจ
“สมกับที่เคยอยู่ชมรมละครตอนม.ปลายจริง ๆ นะ แม่นี่ เอาซะบทที่พ่อร่างตอนบ่ายจืดสนิทไปเลย”
“เอาจริง ๆ นะพ่อ แม่ก็ไม่อยากใช้ แต่บางครั้งถ้าจำเป็น เราก็ต้องงัดออกมาบ้าง นี่ยังน้อยกว่าเมื่อก่อนนะ นี่ถ้าย้อนไปตอนม. ปลาย ตาเหนือต้องรีบรับปากแม่แทบจะทันทีแน่”
“นี่ก็เก่งแล้ว แม่”
“เฮ้อ เอาตรง ๆ ฉันก็ยอมรับว่าลูกมันเก่ง เสียก็แต่ชอบทำอะไรอิสระจนตามใจตัวมากไปหน่อย นี่ถ้าไม่ดึง ๆ ไว้ก็คงไปไหนต่อไหนแน่ ดีแล้วที่จะมีใครสักคนมาดูแลถ้าพวกเราต้องแก่เฒ่าไปแล้ววันหนึ่งไม่ได้อยู่ดูแลเขา”
“อ้าว ๆ ทำไมจะร้องล่ะนั่น เมื่อกี้ยังอารมณ์ดี ๆ อยู่” ผู้เป็นสามีแซว ก่อนจะหยิบทิชชูให้ภรรยา “อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลมากเลย พักผ่อนก่อนนะ แม่”
ในเวลางานของศิวดล เขายังคงทำงานได้ดีเหมือนปกติ แต่เมื่อมาอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเคร่งขรึมแต่ก็มีเสน่ห์ชวนน่ามองนั้นก็หายวับ เปลี่ยนเป็นบูดบึ้งราวกับสับสวิทซ์มาหลายวันแล้ว แค่นึกถึงเรื่องที่ต้องทำตามคำขอของแม่ ก็พาลเอาอารมณ์ของเขาเดือดปุด ๆ นี่โชคดีที่ได้งานมาเบี่ยงเบนเรื่องนี้ออกไปได้บ้าง ประกอบกับประสบการณ์ในการทำงานตรงนี้มานาน ทำให้เขาพอที่จะเก็บอาการคิดมากนี้ได้สนิท
จนเมื่อถึงเวลาเลิกงานในวันหนึ่ง ศิวดลจ้องล็อกเกอร์เก็บของตรงหน้าอย่างเหม่อลอย รู้สึกเหนื่อยล้ากว่าทุกวัน
‘นี่ก็ใกล้วันเข้ามาทุกทีแล้ว จะเอายังไงดีนะ’
“นายโอเคเปล่าเนี่ย” รณภพเดินเข้ามาสมทบศิวดลที่ยืนกอดอก ทอดถอนหายใจอยู่ตรงหน้าล็อกเกอร์ ใบหน้าหล่อคมคายในยามนี้มีแววเคร่งเครียด
ศิวดลหลับตา ถอนหายใจแรงอีกครั้งหนึ่ง จนเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ไม่มีใครยืนอยู่ จึงตัดสินใจเผยความอึดอัดนี้ให้เพื่อนได้รับรู้
“พ่อกับแม่เพิ่งบอกอะไรบางอย่างกับฉันเมื่อคืนก่อน เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันคิดว่าโลกนี้จะมีได้เลยล่ะ”
ยิ่งเมื่อได้เห็นท่าทางสุดเหี่ยวเฉาเหมือนพืชขาดน้ำของชายตรงหน้า ก็ยิ่งยังความสงสัยให้รณภพเพิ่มขึ้นไปอีก จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแกมห่วง
“เฮ้ย เดี๋ยว มันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรให้ช่วยเปล่า”
“ขอบใจนะ ภพ ที่เป็นห่วง แต่นายช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“มันเรื่องอะไรกันแน่” เชฟหนุ่มมองกลับไปอย่างฉงน
ใบหน้าสิ้นหวังของศิวดลมองกลับมา น้ำเสียงที่เอ่ยต่อมาเคร่งเครียดกว่าเก่า
"จู่ ๆ พ่อกับแม่ก็โทรหาฉัน บอกว่านัดดูตัวฉันกับลูกสาวเพื่อนตัวเองน่ะ”
“นี่หมายความว่า...” แต่ยังพูดไม่ทันจบ ศิวดลกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ก็หมายความว่าฉันอาจโดนคลุมถุงชนยังไงล่ะ”
เมื่อรณภพได้ฟังเช่นนั้นก็ตกใจ
“สมัยนี้แล้วยังมีคลุมถุงชนกันอีกหรือวะ”
“มี ไม่มี เสาร์นี้ฉันต้องลางานไปโรงแรมที่เขานัดเจอกันที่ชะอำ แถมขัดแม่ก็ไม่ได้ด้วย”
“แบบว่าเจอกันปุ๊บ แต่งปั๊บ อย่างงี้หรือ”
“ก็ไม่ได้บอกว่าจะแต่งหรอก” ศิวดลยืนนึกก่อนจะว่าต่อ “เห็นว่าให้ลองคุย ๆ กัน”
“ปัดโธ่ ก็แค่คุยกัน ไม่ใช่ให้แต่งกันเลยเสียเมื่อไหร่ล่ะ เพื่อน” เพื่อนสนิทหนุ่มหลุดขำพรืด ทั้งยังรู้ดีว่าพ่อเสือหนุ่มเจ้าสำราญคนนี้คงจะนึกขัดอกขัดใจ หัวเสียไม่น้อยที่ต้องโดนเหมือนจะจับแต่งงานแบบนี้ ดูเอาเถอะ เสือหนุ่มเจ้าสำราญที่มีอิสระไปไหนมาไหนตามใจตัวเอง จนวันหนึ่งต้องมาถูกตีกรอบไม่ให้มาไหนไปไหนได้ดั่งใจเหมือนเก่าอย่างการแต่งงานที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้
ไม่แปลกใจเลยที่พ่อเจ้าประคุณเพื่อนของเขาจะยืนหน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้
ส่วนศิวดลเองถึงจะได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นัก ยิ่งเมื่อนึกถึงน้ำเสียงของแม่ตนเมื่อหลายวันก่อนด้วยแล้ว
“ขอให้เป็นอย่างที่นายว่าจริง ๆ เถอะ ฉันกลัวอย่างเดียวแหละว่าพ่อกับแม่จะจับฉันแต่งงานกับเขาจริง ๆ”
"เอ่อนี่ ว่าแต่นายน่ะเคยเห็นหน้าเธอหรือยังล่ะ”
“แม่ฉันส่งมาให้ในไลน์แล้วล่ะ แต่ฉันไม่ได้เปิดดู”
“ไม่ลองเปิดดูเล่า หรือกลัวสวยแล้วตัวเองเปลี่ยนใจใช่ไหมล่ะ”
“ไม่มีวัน” เรือนหน้าคมสันตอบทันควัน “ฉันจะเพิกเฉยเรื่องนี้ให้มากที่สุด พ่อกับแม่จะได้รู้ว่าฉันไม่ สนับสนุนวิธีการโบราณคร่ำครึแบบนี้ อีกอย่างนะ ถ้าสวยจริง ป่านนี้ขายออกไปนานแล้ว จะอยู่โสดมาถึงตอนนี้ได้ไง”
“นายก็ด่วนตัดสินเกินไปเปล่า เอางี้ ถ้านายไม่อยากดู งั้นฉันขอดูหน่อยสิ” เขาว่าพลางยื่นมือจะขอไปรับมือถือจากคู่สนทนาตรงหน้า
แต่เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตในลานจอดรถนั้นค่อนข้างอับสัญญาณทำให้รูปที่จะขึ้นมาเบลออยู่แบบนั้นเป็นนาน รณภพจึงต้องคืนมือถือเขาไปอย่างเสียดาย
“อดดูรูปสาวเลยแฮะ” ว่าไปมือก็ปิดปากที่หาวไป “เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ เพื่อน”
ในขณะที่ขับรถไป สิ่งที่อยู่ในใจเขาตอนนี้มีอยู่เรื่องเดียวก็คือ จะทำอย่างไรให้การดูตัวครั้งนี้ล่มดี
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 43 ลงเอยด้วยผลแห่งการกระทำ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทั้งศิวดลและโรสิตารวมถึงเจ้าของคลิปอย่างอัญธิกาก็ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อสืบความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ต้องสงสัยที่โดนสอบสวนเป็นคนแรกก็คือพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่โรสิตาเคยทำงานอยู่ ในทีแรกคุณลุงยังให้การปฏิเสธจนกระทั่งเมื่อถูกตำรวจสอบหนักขึ้น อีกทั้งหลักฐานยังมัดตัวแน่นว่าเขาอยู่ในกะวันนั้นจริง เขาจึงต้องสารภาพออกมาในที่สุด “คืนนั้นมีคนเข้ามาจริงครับ แต่ผมไม่รู้หรอกว่ามาทำอะไร เขาให้ค่าปิดปากผมหนาพอสมควร คุณตำรวจอย่าจับผมเลยนะครับ ผมมีอีกห้าปากท้องต้องเลี้ยงดูที่บ้านด้วย” เขาพนมมือไหว้ปากคอสั่น จนเมื่อการสอบสวนจบลง ตำรวจก็ได้ทำหน้าที่ออกตามหาชายที่ชื่อนพนั่นซึ่งตามหาได้ไม่ยาก ไม่กี่วันก็เจอตัว ศิวดลได้รับการติดต่อจากตำรวจเพื่อมายืนยันตัวคนร้าย “ไอ้นพ แกจริง ๆ ด้วย” “ฉันกำลังต้องการเงินเฉย ๆ แกอย่ามองฉันอย่างงั้นสิ นี่ คุณตำรวจ คนที่จ้างผมก็คือคุณจีริณ ลูกสาวของส.ส. ก่อเกียรติค
ตอนที่ 42 มิอาจปิดไว้ได้มิด ดวงตะวันในยามบ่ายส่องแสงมาเพียงบาง ๆ เร้นลอดผ่านบรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ที่ทางหมู่บ้านแห่งนี้ปลูกไว้ตามทางเดินเพื่อให้เกิดความร่มรื่นทำให้เวลามีแดดแรง ๆ ส่องมาก็จะทำให้อากาศบริเวณนั้นไม่ร้อนแสบผิวเหมือนที่อื่น นอกจากเหล่านกและสัตว์เล็ก ๆ อย่างพวกกระรอกจะมาอาศัยพึ่งพิงแล้ว บรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปมายังใช้เป็นที่หลบร่มเวลาเดินไปมาได้อีก ที่กั้นตรงป้อมยามเปิดขึ้นเมื่อมีรถของผู้อาศัยในหมู่บ้านคันหนึ่งขับเข้ามา รถคันสีขาวที่เพิ่งล้างมาใหม่ ๆ เมื่อวานนี้ด้วยฝีมือของเจ้าของรถ รวมถึงผู้ช่วยอย่างภรรยาที่รักจึงทำให้รถดูใสกิ๊งเหมือนซื้อใหม่ ส่วนคนขับนั้นขับมาด้วยอารมณ์เบิกบานจนกระทั่งมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านปูนทรงสมัยใหม่สองชั้นคล้ายกับหลังอื่น ๆ ในละแวกนี้ มีสนามหญ้ารอบบ้านที่ค่อนข้างกว้าง มีรั้วไม้ล้อมรอบขอบชิด เป็นที่น่าพอใจของชายหนุ่มที่มาดูที่นี่ในคราแรก เขาถึงกับตัดสินใจซื้อด้วยเงินสดเพื่อเป็นเรือนหอให้กับผู้หญิงที่เขา
ตอนที่ 41 ยอมรับ ความเย็นเยียบในค่ำคืนนี้มิอาจรุกล้ำแทรกซอนความรุ่มร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ โดยมีเสือหนุ่มนักรักเป็นผู้ปลุกขึ้นอย่างผู้เชี่ยวชาญได้แม้แต่เพียงน้อย ในทันทีที่หญิงสาวใต้ร่างสารภาพความในใจกับเขา ความอดทนที่สุมไว้ในใจมานานก็พลันระเบิดออก ก่อนจะตัดสินใจมอบบทเรียนแรกรักให้กับเธอในคืนนี้ ใบหน้าคมคายสูดกลิ่นความหอมเฉพาะตัวที่เขาชื่นชอบจากลำคอระหงนั้น ส่วนมือไม้ก็มิวายจะเลื่อนไปจับส่วนต่าง ๆ ของเธอ ตรงโน้นที ตรงนี้ทีอย่างถือสิทธิ์ ทุกตารางนิ้วที่เขาสัมผัสทำเอาโรสิตาสะดุ้งทุกครั้งราวกับต้องของร้อน“เหนือ อย่า” เมื่อรู้สึกว่ามือปลาหมึกนั้นเริ่มซุกซนกับความอวบอิ่มจนเริ่มบังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ หญิงสาวจึงรีบจับมือนั้นให้หยุด เสียงเริ่มสั่น ๆ “ซ่อนรูปเหมือนกันนะครับเนี่ย” “เดี๋ยวเถอะ” ใบหน้านวลในตอนนี้ขึ้นสีเข้มแล้วเข้มอีกอย่างห้ามไม่อยู่ จนในวินาทีที่เผลอสบตาคนตัวโตที่กำลังจ้องเธอราวกับจะกลืนกินแบบนั้น ใบหน้างามก็ได้เบี่ยงไปอีกทางอย่างสะท้านอาย
ตอนที่ 41 ยอมรับ ความเย็นเยียบในค่ำคืนนี้มิอาจย่างกรายรุกล้ำเข้าไปแทรกกลางความรุ่มร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ โดยมีชายหนุ่มเป็นผู้ปลุกขึ้นอย่างผู้เชี่ยวชาญได้แม้แต่เพียงน้อย ในทันทีที่หญิงสาวใต้ร่างสารภาพความในใจกับเขา ความอดทนที่เขาสุมไว้ในใจมานานก็พลันระเบิดออก ก่อนจะตัดสินใจมอบบทเรียนแรกรักให้กับเธอในคืนนี้ในที่สุด ใบหน้าคมคายสูดกลิ่นความหอมเฉพาะตัวที่เขาชื่นชอบจากลำคอระหงนั้น ส่วนมือไม้ก็มิวายจะเลื่อนไปจับส่วนต่าง ๆ ของเธอ ตรงโน้นที ตรงนี้ที ทุกตารางนิ้วที่เขาสัมผัสไม่ต่างจากการต้องของร้อนจนทำเอาโรสิตาสะดุ้งทุกครั้ง แถมตอนนี้มือของเขาก็เริ่มมาป้วนเปี้ยนบริเวณหน้าอกของเธอที่มีเพียงชั้นในตัวบางกั้นไว้ “เหนือ อย่า” เมื่อรู้สึกว่ามือปลาหมึกนั้นซุกซนกับความอวบอิ่มนั้นเป็นเวลานานจนเริ่มบังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ หญิงสาวจึงรีบจับมือนั้นให้หยุด เสียงเริ่มสั่น ๆ “ซ่อนรูปเหมือนกันนะครับเนี่ย” “เดี๋ยวเถอะ” ใบหน้านวลในตอนนี้ขึ้นสีเข้มแล้วเข้มอีกอ
ตอนที่ 40 รู้สึกดีฤๅรัก “มีอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ” เสียงที่ตอบกลับมาจากร่างระหงตรงหน้ายังคงเหินห่างไม่เปลี่ยนแปลง นับจากวันที่ได้เจอกันในแต่งงาน “คือว่าฉันอยากจะขอโทษที่เข้าใจคุณจีริณผิดด้วยน่ะค่ะ” “จะมาขอโทษฉันทำไม” ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองไหมที่รู้สึกว่าคนตรงหน้าเหมือนจะไม่ค่อยอยากสบตากับเธอสักเท่าไหร่ เธอรักของเธอมานานก็ต้องใช้เวลาทำใจนี่เนอะ “ฉันเข้าใจคุณผิดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับเรื่องของสามีฉัน ทั้งที่จริง ๆ แล้วคุณก็ถูกวางยานอนหลับด้วย คนที่คิดแผนการใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ ไม่รู้จิตใจต้องทำด้วยอะไรนะคะ” “คุณโรสิตา” พลันในตอนนั้นเอง เสียงหวานก็ดูจะดุดันขึ้น ดวงตาจ้องมาที่เธอเขม็ง “นั่นเพราะคุณอยากได้อะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง ก็เลยคิดแบบนั้นยังไงล่ะ” หญิงสาวผู้อาศัย ณ ที่นี้ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกกับอารมณ์ของหญิงสาวคู่สนทนาที่จู่ ๆ ก็ฉุนเฉียวขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “ไม่ต้องพยายามไขว่คว้าก็มาหาถึงที่ โชคดีเ
ตอนที่ 39 ง้องอน “นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณ” ก่อนที่ร่างระหงจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง ในตอนนั้นเองรณภพก็ได้คว้าร่างเธอลงมาเสียก่อน สุ้มเสียงที่ออกมาลั่นด้วยความตกใจเป็นหลายเท่า ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มในนาทีที่เห็นร่างในอ้อมกอดกำลังคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวแบบเมื่อครู่ “ปล่อยฉัน ฉันอยากตาย” ด้วยอารมณ์ที่พุ่งจนหยุดไม่อยู่ ทำให้เรี่ยวแรงของหญิงสาวมีมากกว่าปกติแต่ก็ไม่พ้นกำลังของคนหนุ่มที่ย่อมมีพละกำลังเหนือกว่า “บอกให้ปล่อย ปล่อย” “ทำอะไรโง่ ๆ ไม่สมเป็นคุณเลยนะ คุณจีน่า ทำแบบนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา” เมื่อเห็นหญิงสาวพยศไม่หยุด เขาจึงตัดสินใจแบกเธอขึ้นบ่า “คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” มือเล็ก ๆ นั่นทุบหลังเขาเต็มแรงแต่ก็ไม่มีผลนอกจากเจ็บมือมากกว่าเดิม รณภพแบกร่างเล็กที่ยังร้องสะอึกสะอื้นนั้นลงมาจนกระทั่งถึงชั้นล่าง ทั้งยังรู้สึกระบมที่หลังไม่น้อยเนื่องจากหมัดเล็ก ๆ ที่รัวมาตลอดทาง ไหนจะเสียงแหลม ๆ ปนสะอื้นนั่นอีก ไม่รู้ทำไมได้ฟังแล้วตัวเขา







