LOGIN
บทนำ
เสียงดนตรีคลาสสิคในจังหวะเบาและนุ่มนวลกำลังบรรเลงคลอไปทั่วทั้งห้องอาหารอันโอ่โถงของโรงแรมระดับห้าดาวอย่างโรงแรมดาราลัย แสงไฟนวลสีส้มสว่างจ้าเมื่อตัดกับผืนฟ้าสีนิลของยามราตรี เคล้าไปกับเสียงพูดคุยที่ไม่ดังนักของแขกแต่ละโต๊ะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหารตรงหน้า ยิ่งเมื่อได้ยินทำนองของดนตรีที่บรรรเลงไปในระหว่างกินด้วยแล้วนั้น อาหารรสเลิศตรงหน้าก็ดูจะมีรสโอชายิ่งขึ้นหลายเท่าและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้ออาหารชั้นดี ราคาสูงแบบนี้ นั่นก็คือไวน์ดี ๆ สักขวด
ทั้งวันนี้ก็เป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดหรือเทศกาลพิเศษใด ๆ งานจึงไม่ยุ่งมากเท่าที่ควร จนกระทั่งการปรากฏตัวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งดูจากภายนอกแล้วมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นนักธุรกิจ ชายหน้าเอเชียคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยทั้งนี้ก็ไม่ลืมที่จะเปิดให้ชายฝรั่งสูงวัยในชุดสูทธุรกิจที่มีมาดแบบผู้นำตามพิมพ์นิยมที่ตอนนี้หน้าตาดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์จากอะไรบางอย่างมาด้วย
“สวัสดีค่ะ ห้องอาหารโรงแรมดาราลัย ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ” ถึงจะสัมผัสรังสีอำมหิตบางอย่างได้ แต่พนักงานต้อนรับสาวสวยในชุดไทยสีชมพูบานเย็นก็ต้องเอ่ยต้อนรับพร้อมรอยยิ้มเหมือนปกติ
โดยหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งหมดก็มาถึงที่โต๊ะอาหารโดยการนำพามาของพนักงานหนุ่ม โดยในทันทีที่พนักงานเดินออกไป ก้นของแขกที่เหลืออีก 2-3 คนยังไม่ทันถึงเก้าอี้ดี ชายนักธุรกิจต่างชาติก็โพล่งขึ้นมาทันที
“คิดว่าค่าอาหารมื้อนี้จะทดแทนค่าเสียเวลาของผมได้หรือไง”
“ทางเราต้องขออภัยในความผิดพลาดครั้งนี้จริง ๆ ครับ” ชายสูงวัยคนไทยที่นั่งหัวโต๊ะกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดตามแบบฉบับคำพูดเชิงการค้า “พอดีทางเราเห็นว่าสายการบินนี้ไม่ต้องไปต่อเครื่องให้เหนื่อยและเสียเวลา จึงได้ตัดสินใจจองให้คุณ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาเลยจริง ๆ ครับ”
“ก็เพราะพวกคุณทำงานกันแบบนี้ไง ไม่รอบคอบ ทำอะไรโดยพลการ ไม่ดูอะไรให้ดีถ้วนทั่ว ถึงได้เกิดปัญหา” ชายหัวทองยังคงตำหนิไม่หยุดจนเมื่อรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความไม่สบอารมณ์ คราวนี้สายตาเปลี่ยนไปจับจ้องบรรยากาศรอบ ๆ ของห้องอาหารแทน พร้อมกับกลอกสายตาไปมาราวกับกำลังมองหาอะไรเพื่อที่จะพูดต่อให้ได้
“ม่านสีฟ้า พรมสีแดง ดูยังไงก็พิลึก” ริมฝีปากหนายับย่นเหยียดมุมปากเล็กน้อยก่อนจะมองไปตามม่านกำมะหยี่สีฟ้าเนื้อดีคล้องประดับไพล่บานกระจกที่ตีขึ้นสูงของโรงแรม ตัดกับพรมสีแดงสดแปลกตา แต่ใครต่อใครก็มักไม่ได้สนใจการออกแบบตรงนี้สักเท่าไหร่นอกจากอาหารชั้นเลิศขึ้นชื่อของที่นี่เท่านั้น
“แต่ห้องอาหารของโรงแรมนี้ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลยนะครับ ผมมั่นใจว่าคุณมาร์คจะต้องชอบ”
“มีสัญลักษณ์มิชลิน*หรือเปล่าล่ะ”
“เอ่อ...อันนี้ผมไม่ทราบ”
“ถ้าไม่มี ผมก็ไม่เชื่อคำพูดคุณหรอกนะ”
ก่อนที่บทสนทนาจะไปไกลมากไปกว่านั้น นักธุรกิจชาวไทยก็ได้เรียกพนักงานมาสั่งอาหาร โดยจากสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่นาน ก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเนื้อผ้าด้านสีออกดำคลุมเสื้อด้านในสีขาวสะอาดตา ทั้งยังเข้ารูปจนเผยให้เห็นช่วงบนที่อกผายไหล่ผึ่งงามสง่า กางเกงเนื้อผ้าสีดำยาวลงมาถึงขาชนกับรองเท้าหนังสีดำเงาวับ ผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าขาวสะอาดคมคายจนอดไม่ได้ที่ใคร ๆ จะหันไปมองเป็นรอบที่สอง
“สวัสดีครับ สนใจดูไวน์ลิสท์ก่อนไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มสุภาพรับกับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแต่แฝงไปด้วยความละมุนในทีเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดถึงที่โต๊ะ
“คุณว่าเอาอะไรดีล่ะ แบบที่ดี ๆ หน่อยน่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซอมเมอลิเยร์หนุ่มก็เริ่มแนะนำ
“เมนูที่คุณลูกค้าสั่งคือสเต็กเนื้อวัวราดซอสเกรวี่” มือหนาพลิกใบเมนูไปอีกหน้าหนึ่ง “เราขอแนะนำเป็นไวน์แดงกินคู่กับเนื้อครับ”
“แต่ฉันอยากดื่มไวน์ขาวคู่กับเนื้อ นายต้องเข้าใจนะ ฉันเหนื่อย ๆ เลยอยากดื่มอะไรที่มันเปรี้ยว ๆ สดชื่น ๆ นายทำให้ฉันได้ไหม” ชายชาวต่างชาติพูดจาติดจะกวน ๆ ราวกับเห็นซอมเมอลิเยร์หนุ่มเป็นที่ระบายสนุก ๆ
“แต่ไวน์ขาวจะทำให้เนื้อเสียรสชาตินะครับ”
“ก็ฉันอยากได้ นายเป็นคนบริการ ก็ต้องทำตามคำสั่งของลูกค้า ไม่ใช่หรือ”
เมื่อได้ฟังแบบนั้น ชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มก่อนจะเอ่ยสืบไป
“เนื่องจากเมนูที่ลูกค้าสั่งเป็นพวกเนื้อ ผมเกรงว่าถ้ากินคู่กับไวน์ขาวที่มีความฝาดสูง จะยิ่งทำให้รสชาติของเนื้อกร่อย รสชาติความอร่อยของเนื้อที่ลูกค้าสมควรได้รับอาจเสียไปอย่างน่าเสียดาย และทำให้ลูกค้ากินอาหารมื้อนี้อย่างไม่มีความสุข ผมเองในฐานะซอมเมอลิเยร์ก็มีหน้าที่ต้องดูแลความสุขของลูกค้าในส่วนนี้เช่นกันครับ”
ท่าทางจริงจังของชายตรงหน้าทำเอานักธุรกิจต่างชาตินิ่งไป สุดจะรู้ว่าอยู่ในอารมณ์ใด
“ถ้าอย่างงั้นคุณช่วยแนะนำเราหน่อย” เมื่อเห็นช่องว่างที่จะแทรกเข้าไปได้ เจ้ามือจึงไม่รอช้าที่จะแทรกเข้าไป
“ผมขอแนะนำเป็น Cabernet Sauvignon หรือ Malbec นะครับ เพราะเนื้อจะมีความหนัก ไวน์ทั้งสองตัวนี้มีบอดี้ที่หนา เข้ากันได้ดีกับเนื้อมาก ๆ และเป็นที่นิยมของทางร้านที่สุดครับ”
หลังจากแนะนำอะไรอีกเล็กน้อย ทุกอย่างก็เรียบร้อย ขายาวทั้งสองนั้นเดินออกไปจากโต๊ะของลูกค้า เสียงดนตรีคลาสสิคยังคงบรรเลงคลอไปเรื่อย ๆ จนเสียงเริ่มหรี่ลงเมื่อเขาเข้ามาในห้อง ๆ หนึ่งตรงมุมสุดทางเดินที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะเมื่อครู่ แต่ก็เป็นบริเวณที่กันเอาไว้ในส่วนการทำงานของพนักงาน โดยเมื่อมองเข้าไปที่มุมหนึ่งของห้องจะเห็นชั้นวาง 3 ชั้นที่มีแก้วไวน์หลากหลายประเภทวางไว้เรียงราย แสงจากหลอดไฟในห้องส่องกระทบผิวแก้วระยิบระยับ สายตาคมปรี่เข้าไปหยิบแก้วไวน์ตามที่ตนต้องการ หยิบจับรวมถึงจัดการทุกอย่างดั่งผู้กุมอำนาจสูงสุดของห้องตรงนี้
ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของร้านนั้น พนักงานต้อนรับที่ตอนนี้กำลังว่างก็ได้หันไปพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟสาวที่มายืนข้าง ๆ กัน
“แขกโต๊ะใหญ่นั่นแอบน่ากลัวมากเลยล่ะ”
“จริง พี่ ฉันไม่เคยเสิร์ฟอาหารเร็วแบบนี้มาก่อนด้วย”
แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากบรรยากาศที่ชวนอึดอัดในตอนแรกก็ค่อย ๆ ดีขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อนายฝรั่งดูจะพอใจกับรสชาติอาหารตรงหน้า ไหนจะไวน์ที่ซอมเมอลิเยร์หนุ่มแนะนำที่เข้ากันดีกับรสชาติเนื้อวัวที่ย่างมาพอเกือบสุกนี้อีก อย่างหลังนี่ดูจะทำให้เขาเพิ่มความพอใจขึ้นมาอีกเป็นสองเท่าและดูเหมือนจะลืมเรื่องเรื่องสัญลักษณ์มิชลินไปเสียสนิท
“ต่อไปนี้นะ คุณดำรง” เขาเริ่มกล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดปากซับที่มุมปากเบา ๆ “คุณก็อย่าขัดคำสั่งผมอีก ผมสั่งไปว่าสายการบินไหน ก็ต้องสายการบินนั้นเท่านั้น”
“ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ”
“อืม เห็นว่าคุณพามาเลี้ยงอาหารอร่อย ๆ หรอกนะ เดี๋ยวงานที่เหลือ ผมจะให้เลขาฯของผมช่วยดู ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวเลขาฯของผมก็วิดีโอคอลล์มาให้ดูเอง”
มื้อนั้นจึงจบลงด้วยดีในที่สุด พร้อมคำทิ้งท้ายจากชายนักธุรกิจชาวต่างชาติว่าคราวต่อไป เขาจะมาใช้บริการที่นี่อีก ในขณะที่พนักงานต้อนรับสาวเองก็อดที่จะอึ้งไม่ได้ที่เห็นบรรยากาศของระหว่างตอนขามากับขากลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังไปได้ขนาดนี้
จนเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ทั้งพนักงานต้อนรับรวมถึงพนักงานเสิร์ฟสาวก็อดที่จะชื่นชมซอมเมอลิเยร์หนุ่มไม่ได้
“เพราะอาหารอร่อยด้วยล่ะครับ ส่วนไวน์ก็มีหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนเท่านั้นเอง”
“พี่เหนือนิ่งขนาดนั้นได้ยังไงกันนะ โห หนูเนี่ย มือสั่นริก ๆ เลยตอนเสิร์ฟน่ะ ยิ่งตอนที่นายฝรั่งนั่นจ้องนะ หึย” เด็กสาวหันไปหน้าไปถามนายเหนือหรือศิวดลพลางทำหน้าเหมือนปวดท้องหนักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“คนเราน่ะ เวลาได้กินอาหารอร่อย ๆ รสชาติถูกปาก มันก็เปลี่ยนอารมณ์ได้อยู่แล้วล่ะครับ” เขาว่าไปมือก็ควานหากุญแจรถไปด้วย
“ไอถูกปากมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ถูกใจนี่สิ เหนือทำยังไง” สาวต้อนรับรุ่นพี่ถามอย่างสงสัย
“โชคดีที่ผมได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกันตอนเสิร์ฟไวน์อยู่โต๊ะหนึ่งครับ เลยรู้ว่าเจ้ามือที่เลี้ยงมีข้อขัดแย้งกับหุ้นส่วนรายใหญ่และต้องการจะเลี้ยงอาหารเป็นการไถ่โทษ ทั้งยังไม่เกี่ยงราคา ผมก็เลยเสนอไวน์ที่ราคาค่อนข้างสูงหน่อย แต่ไม่สูงเกินจนเอื้อมไม่ถึงหรอกนะครับ เพราะไวน์รสชาติดี ไม่จำเป็นจะต้องแพงเสมอไป แต่ต้องเติมเต็มความสุขและความต้องการของลูกค้าหลังจบมื้อนั้นไป”
ทั้งสองสาวพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเข้าใจแม้จะไม่ทุกส่วนก็ตามที เพราะโลกของไวน์สำหรับคนนอกนั้น ดูจะห่างไกลจนเกินเอื้อมถึงจริง ๆ
“ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวภพมันจะรอนาน”
เมื่อลับหลังไป สองสาวก็อดที่จะเม้าท์กันไม่ได้
“น้ำเสียงการพูดจา ไหนจะท่าทาง แบบนี้ล่ะน้า สาว ๆ ถึงหลง”
“ก็พี่เขาเป็นถึงซอมเมอลิเยร์นี่คะ พี่หลิน” ดีที่ทั้งสองสาวมีคนรักอยู่แล้ว ไม่งั้นคงหลงใหลได้ปลื้มหนุ่มเหนือตามสาว ๆ คนอื่นเป็นแน่
ส่วนชายหนุ่มนั้น เมื่อไปถึงลานจอดรถก็เห็นชายรูปร่างสูง ผอมกว่าตนเล็กน้อยกำลังเล่นมือถืออยู่
“ไง รอนานเปล่า”
“ไม่นาน ฉันก็เพิ่งมาถึงนี่ล่ะ” ภพหรือรณภพ เชฟประจำห้องอาหารคนหนึ่งของที่นี่ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของชายคนดังกล่าวเอ่ยด้วยท่าทางอารมณ์ดี “จะไปฟิตเนสเลยไหม”
แต่ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงข้อความจากมือถือของศิวดลก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรณภพเห็นแบบนั้นก็ถึงกับมีสีหน้าเหมือนเบื่อโลก
“ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่า...”
“คืนนี้ฉันมีนัดแล้วว่ะ เพื่อน” หลังจากที่ดวงตาคมเลื่อนอ่านข้อความไปมา เขาก็หันไปยิ้มแห้ง ๆใส่เพื่อนแต่ประกายตากับเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเด่นชัด
“สาวไหนนัดนายไปอุ่นเตียงให้อีกล่ะ” ถึงจะรู้ว่าทันทีที่นอกเวลางาน ชายผู้เคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังกับงานตรงหน้าจะกลายร่างเป็นเสือหนุ่มเจ้าสำราญในทันทีก็เถอะ แต่เขาก็อดที่จะเสียอารมณ์ไม่ได้เมื่อนัดมาถูกยกเลิกแบบนี้
“คนเดิมนั่นแหละ ขอตัวก่อนนะ”
หลังจากรถคันสีดำของเพื่อนเคลื่อนตัวออกไป รณภพก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจขับรถกลับบ้านตาม ๆ กันออกไป
หลายวันต่อมา ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งเพื่อนสนิทหนุ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมของศิวดลที่แปลกไปจากทุกวัน
“นายโอเคเปล่าเนี่ย” ทันทีที่เลิกงาน รณภพก็เดินเข้ามาสมทบศิวดลที่ยืนกอดอก ทอดถอนหายใจอยู่ตรงหน้าล็อกเกอร์ ใบหน้าหล่อคมคายในยามนี้มีแววเคร่งเครียด
นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยล่ะมังที่เสือหนุ่มคนนี้พกสีหน้าบึ้งบูดเหมือนกินรังแตนทั้งรังแบบนี้มาทำงาน
ศิวดลหลับตา ถอนหายใจแรงอีกครั้งหนึ่ง จนเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ไม่มีใครยืนอยู่ จึงตัดสินใจเผยความอึดอัดนี้ให้เพื่อนได้รับรู้
“พ่อกับแม่เพิ่งบอกอะไรบางอย่างกับฉันเมื่อคืนก่อน เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันคิดว่าโลกนี้จะมีได้เลยล่ะ”
ยิ่งเมื่อได้เห็นท่าทางสุดเหี่ยวเฉาเหมือนพืชขาดน้ำของชายตรงหน้า ก็ยิ่งยังความสงสัยให้รณภพเพิ่มขึ้นไปอีก จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแกมห่วง
“เฮ้ย เดี๋ยว มันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรให้ช่วยเปล่า”
“ขอบใจนะ ภพ ที่เป็นห่วง แต่นายช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“มันเรื่องอะไรกันแน่” เชฟหนุ่มมองกลับไปอย่างฉงน
ใบหน้าสิ้นหวังของศิวดลมองกลับมา น้ำเสียงที่เอ่ยต่อมาเคร่งเครียดกว่าเก่า
“จู่ ๆ พ่อกับแม่ก็โทรหาฉัน บอกว่านัดดูตัวฉันกับลูกสาวเพื่อนตัวเองน่ะ”
“นี่หมายความว่า...” แต่ยังพูดไม่ทันจบ ศิวดลกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ก็หมายความว่าฉันอาจโดนคลุมถุงชนยังไงล่ะ”
-----------------------------------------------------------------------------------------
*สัญลักษณ์มิชลิน - การจัดอันดับร้านอาหารโดยการให้ดาว ตั้งแต่ 1 ดาว, 2 ดาว และ 3 ดาว จากร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพดีที่สุด โดยพิจารณาจาก คุณภาพวัตถุดิบ, เทคนิคการปรุงอาหาร, รสชาติอาหาร, ความคิดสร้างสรรค์ และความเสมอต้นเสมอปลาย ร้านอาหารที่ได้ 3 ดาว ถือเป็น สุดยอดร้านอาหาร ที่ควรค่าแก่การเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้ง ร้านอาหารที่ได้ 2 ดาว คือ ร้านอาหารยอดเยี่ยม ที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม ร้านอาหารที่ได้ 1 ดาว คือ ร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม
ตอนที่ 36 ข่าวลือ การประชุมได้รับการจัดขึ้นในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน โดยผู้ที่เป็นโต้โผในการประชุมในเรื่องสำคัญแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครนอกจากรองผอ.อย่างชลันผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของกิจกรรม “ที่เรียกมาประชุมวันนี้เพราะผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบครับ เรื่องที่จะแจ้งก็คือมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสนใจสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ โดยมีเงื่อนไขว่า…” ที่ระเบียงชานหน้าบ้านในยามค่ำคืนเดือนเพ็ญ พระจันทร์ดวงโตส่องสว่างไปทั่วบริเวณชานโล่งจนโรสิตาต้องเขยิบโต๊ะออกมาตรวจงานนักเรียนเพื่อชมบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติในคืนนี้ สายลมอ่อนพลิ้วปลิวต้องผิวกายบางเบายิ่งเป็นการเพิ่มสุนทรียารมณ์ได้เป็นอย่างดี “ไม่ไปทำในบ้านหรือครับ โรส เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” ศิวดลในชุดนอนตัวหนาเดินออกมาหาพร้อมกับถามอย่างเป็นห่วง “ก็อากาศดี ๆ หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แบบนี้ ไม่เก็บเกี่ยวเอาไว้ก็น่าเสียดายแย่นี่นา” จะว่าไป ยิ่งเวลาผ่านไป ความเจ็บช้ำจากเรื่องที่ถูกพักงานอย่าง
ตอนที่ 35 เผชิญหน้ากับศัตรูคนเก่า หญิงสาวกลั้นใจ ท่องบอกตัวเองอยู่ตลอดว่านี่ก็เหมือนการเกาหลังให้พ่อที่เป็นผู้ชายเหมือนกันนั่นแหละ แต่จะต่างกันก็แค่เพียงหุ่นที่แน่นไปด้วยมัดกล้าม หน้าท้องที่ไร้ไขมัน อีกทั้งกลิ่นกาย ที่ทำให้หัวใจไหวหวั่นทุกครั้งเมื่อได้มีโอกาสสัมผัสชิดใกล้นั่นอีกก็เท่านั้นเอง ‘บ้าจริง เผลอคิดบ้าอะไร รีบเกา ๆ ไปสิ’ ศิวดลที่นั่งอยู่ริมเตียงลอบอมยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อเห็นท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ของหญิงสาว “คันตรงไหนนะ” “นี่ครับ” เขาชี้ไปที่ตรงกลางหลัง ทำเสียงอ้อน ๆ “เกาให้หน่อยนะ” “อืม ๆ” เธอรับคำแกน ๆ ก่อนจะเพ่งไปยังจุดที่ว่านั่นแล้วเกาเบา ๆ “แบบนี้ได้ไหม” “โรสนี่เป็นคนอ่อนโยนจังเลยนะครับ เกานิ่มจัง เกาแรงอีกนิดได้ไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มนั่นฟังดูกระเส่าชอบกลในความรู้สึกของโรสิตา แต่เธอพยายามไม่เก็บมาคิดให้วุ่นวายใจ ก่อนจะเพ่งสมาธิไปกับการเกาหลังต่อ “ดีขึ้นยัง” “โอ๊ะ
ตอนที่ 34 วันวุ่น ๆ ของคู่ข้าวใหม่ปลามัน “โอย ๆ อูย” “เจ็บหรือครับ” “เบา ๆ หน่อยสิคะ” “แบบนี้ได้ไหมครับ” “ค่ะ แบบนั้นล่ะค่ะ” โรสิตาหลับตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม ทั้งยังรู้สึกสบายตัวมากขึ้นหลังจากได้ความช่วยเหลือจากศิวดลที่มีน้ำใจเข้ามานวดหลังให้เธอที่กำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมฯ “ฉันรู้สึกผิดเหมือนกันนะนี่ที่มัวแต่ทำงานจนลืมดูแลคุณไปแบบนี้” เธอเองก็รู้สึกกระดากใจไม่น้อย เพราะงานที่ติดพันมาก่อนแต่งงานตรงนี้ทางลูกค้าก็เร่งเข้ามาเหมือนกัน แถมเขายังต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อไปทำงาน ทั้งงานสวนและงานที่โรงแรม แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังหาเวลามาดูแลเธอเล็ก ๆ น้อย ๆ จนได้ “คิดมากน่ะ โรส คุณเองก็งานยุ่ง ผมก็เข้าใจ” แล้วก็เหมือนกันกับในคืนที่ผ่าน ๆ มา ศิวดลยังคงจับจ้องเธอโดยมีหมอนข้างเป็นอุปสรรคคั่นกลาง สำหรับเขา นี่เป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน ‘เอาเถอะ นี่ต้องเป็นการรอคอยที่คุ้มค่ามากแน่ ๆ’
ตอนที่ 33 ผู้ถูกกระทำเป็นเหยื่อเสียเอง ยามค่ำคืนอันแสนสงบ แต่ไม่ถึงกับเงียบในบริเวณบ้านสวนยายปั้น ดวงจันทร์เกือบเต็มดวงส่องสว่างกระจ่างฟ้า เสียงหรีดริ่งเรไรร้องระงมขับขานเป็นลำนำเพลงแผ่วเบา บ้างก็ขยับปีกดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน มือเรียวค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาจับไหล่หนานั้น ลมหายใจของทั้งคู่ผ่าวร้อน มือหนาของคนตัวโตลูบไล้ไปตามสะเอวบางอย่างยั่วเย้า เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้มอบบทเรียนแรกรักในคืนเข้าหอคืนแรกกับโรสิตาแบบนี้ แค่คิดว่าจะหยอกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ในเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นใจเช่นนี้ อีกทั้งคนในอ้อมกอดตอนนี้ก็ดูจะเคลิบเคลิ้มไม่น้อย เขาจึงตัดสินใจไปต่ออย่างไม่รอช้า “โอ๊ย” ศิวดลสะดุ้งตัวโยน ร้องจ้า ก่อนจะกุมไหล่ข้างหนึ่งที่โดนหญิงสาวตรงหน้าจับหยิกเข้าเต็มแรง “ผมเจ็บนะ โรส” “ก็หยิกให้เจ็บไงล่ะ ไป ไปแต่งตัว ฉันง่วงมากแล้ว” สีหน้าของศิวดลในตอนนี้ดูจะแอบผิดหวังไม่น้อย เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจคิดแบบนี้ ดวงตาคมจ้องคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างอ้อน ๆ “โรสอะ” “เหนือ” คราวนี้เสีย
ตอนที่ 32 เหลือเพียงความรู้สึกแบบฉันมิตร ในตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โรสิตาได้แต่มองภาพตรงหน้าเขม็ง ทั้งร่างชาวาบ ในขณะที่รณภพก้าวเข้าไปหาคุณจีริณอย่างไว “โรส มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเลยนะ ผมอธิบายได้” “นี่ถ้าฉันไม่เรียกคุณไว้ก่อน อะไร ๆ คงจะไปไหนต่อไหนแล้วล่ะมั้งคะ” หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ น้ำเสียงหวานนั้นมึนตึงอย่างรู้สึกได้ชัด แต่ในเมื่อนี่เป็นหนทางที่เธอเลือกแล้ว ทุกอย่างก็ต้องดำเนินต่อไปให้ปกติที่สุด “ฉันมาตามคุณไปยืนรับแขกหน้างาน ตอนนี้แขกใกล้จะมากันแล้ว แค่นี้ล่ะค่ะ ขอโทษที่มารบกวนเวลา” “รอผมด้วยสิครับ โรส” เจ้าบ่าวรูปหล่อก้าวไปหาเจ้าสาวอย่างไวจนเกือบล้ม มือหนายกชายกระโปรงเธอขึ้น ก่อนจะเดินตามไปติดๆ “โรสครับ คุณจีริณเพียงแค่มาแสดงความยินดีกับผม แล้วก็มากอดแสดงความยินดีเท่านั้นเองนะครับ” โรสิตานึกฉุน ก็ภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อครู่ เล่นกอดกันกลมเสียขนาดนั้น จนเมื่อศิวดลเห็นว่าคนข้าง ๆ ไม่พูดอะไรจึงเอื้อมมือไปจับมาประคอง แต่ก็ถูกสะบัดออก “โธ่ โรสครับ”
ตอนที่ 31 วิวาห์ว้าวุ่น จู่ ๆ บรรยากาศก็เงียบจนน่าอึดอัด โรสิตาเองเมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนเมื่อครู่จากนายจ้างสาวก็เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเหมือนคนบ้าใบ้ไม่รู้ภาษาไปเสียอย่างงั้น จนกระทั่งเมื่อตั้งสติได้จากสายตาคู่ตรงข้ามที่จ้องเขม็งราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ “คุณจีน่าไม่ได้เรียกฉันมาเพื่อคุยเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกหรือคะ” มือเรียวทั้งสองข้างเข้ากุมประสานกันตรงหน้า แววตาที่จ้องมายังเธอดูตึงเครียด นิ่งกว่าปกติ “ก็อย่างที่ฉันได้กล่าวไป ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะช่วยให้คุณโรสได้กลับมาทำงานเหมือนเดิมเองค่ะ” “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ” หลังจากคิดทบทวนคำพูดที่จะกลั่นกรองออกไปชั่วครู่หนึ่ง โรสิตาก็ตัดสินใจตอบไปตามตรง “แต่คุณรักงานของคุณมากเลยไม่ใช่หรือ เท่าที่ฉันรู้มา คุณกับคุณเหนือก็ไม่ได้รักกัน เพียงแต่ผู้ใหญ่จับคู่ให้เท่านั้น แบบนี้ไม่คิดว่านี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไง” “เราเตรียมงานกันมานานจนใกล้จะถึงวันงา







