Share

ปรารถนารัก คุณคู่หมาย
ปรารถนารัก คุณคู่หมาย
Penulis: วานิลิน/แพรวลิน

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-08-13 20:48:17

                                                                               บทนำ

               เสียงดนตรีคลาสสิคในจังหวะเบาและนุ่มนวลกำลังบรรเลงคลอไปทั่วทั้งห้องอาหารอันโอ่โถงของโรงแรมระดับห้าดาวอย่างโรงแรมดาราลัย แสงไฟนวลสีส้มสว่างจ้าเมื่อตัดกับผืนฟ้าสีนิลของยามราตรี เคล้าไปกับเสียงพูดคุยที่ไม่ดังนักของแขกแต่ละโต๊ะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหารตรงหน้า ยิ่งเมื่อได้ยินทำนองของดนตรีที่บรรรเลงไปในระหว่างกินด้วยแล้วนั้น อาหารรสเลิศตรงหน้าก็ดูจะมีรสโอชายิ่งขึ้นหลายเท่าและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้ออาหารชั้นดี ราคาสูงแบบนี้ นั่นก็คือไวน์ดี ๆ สักขวด

               ทั้งวันนี้ก็เป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดหรือเทศกาลพิเศษใด ๆ งานจึงไม่ยุ่งมากเท่าที่ควร จนกระทั่งการปรากฏตัวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งดูจากภายนอกแล้วมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นนักธุรกิจ ชายหน้าเอเชียคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยทั้งนี้ก็ไม่ลืมที่จะเปิดให้ชายฝรั่งสูงวัยในชุดสูทธุรกิจที่มีมาดแบบผู้นำตามพิมพ์นิยมที่ตอนนี้หน้าตาดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์จากอะไรบางอย่างมาด้วย

               “สวัสดีค่ะ ห้องอาหารโรงแรมดาราลัย ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ” ถึงจะสัมผัสรังสีอำมหิตบางอย่างได้ แต่พนักงานต้อนรับสาวสวยในชุดไทยสีชมพูบานเย็นก็ต้องเอ่ยต้อนรับพร้อมรอยยิ้มเหมือนปกติ

               โดยหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งหมดก็มาถึงที่โต๊ะอาหารโดยการนำพามาของพนักงานหนุ่ม โดยในทันทีที่พนักงานเดินออกไป ก้นของแขกที่เหลืออีก 2-3 คนยังไม่ทันถึงเก้าอี้ดี ชายนักธุรกิจต่างชาติก็โพล่งขึ้นมาทันที

               “คิดว่าค่าอาหารมื้อนี้จะทดแทนค่าเสียเวลาของผมได้หรือไง”

               “ทางเราต้องขออภัยในความผิดพลาดครั้งนี้จริง ๆ ครับ” ชายสูงวัยคนไทยที่นั่งหัวโต๊ะกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดตามแบบฉบับคำพูดเชิงการค้า  “พอดีทางเราเห็นว่าสายการบินนี้ไม่ต้องไปต่อเครื่องให้เหนื่อยและเสียเวลา จึงได้ตัดสินใจจองให้คุณ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาเลยจริง ๆ ครับ”

               “ก็เพราะพวกคุณทำงานกันแบบนี้ไง ไม่รอบคอบ ทำอะไรโดยพลการ ไม่ดูอะไรให้ดีถ้วนทั่ว ถึงได้เกิดปัญหา” ชายหัวทองยังคงตำหนิไม่หยุดจนเมื่อรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความไม่สบอารมณ์ คราวนี้สายตาเปลี่ยนไปจับจ้องบรรยากาศรอบ ๆ ของห้องอาหารแทน พร้อมกับกลอกสายตาไปมาราวกับกำลังมองหาอะไรเพื่อที่จะพูดต่อให้ได้

               “ม่านสีฟ้า พรมสีแดง ดูยังไงก็พิลึก” ริมฝีปากหนายับย่นเหยียดมุมปากเล็กน้อยก่อนจะมองไปตามม่านกำมะหยี่สีฟ้าเนื้อดีคล้องประดับไพล่บานกระจกที่ตีขึ้นสูงของโรงแรม ตัดกับพรมสีแดงสดแปลกตา แต่ใครต่อใครก็มักไม่ได้สนใจการออกแบบตรงนี้สักเท่าไหร่นอกจากอาหารชั้นเลิศขึ้นชื่อของที่นี่เท่านั้น

                    “แต่ห้องอาหารของโรงแรมนี้ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลยนะครับ ผมมั่นใจว่าคุณมาร์คจะต้องชอบ”

               “มีสัญลักษณ์มิชลิน*หรือเปล่าล่ะ”

               “เอ่อ...อันนี้ผมไม่ทราบ”

               “ถ้าไม่มี ผมก็ไม่เชื่อคำพูดคุณหรอกนะ”

               ก่อนที่บทสนทนาจะไปไกลมากไปกว่านั้น นักธุรกิจชาวไทยก็ได้เรียกพนักงานมาสั่งอาหาร โดยจากสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่นาน ก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเนื้อผ้าด้านสีออกดำคลุมเสื้อด้านในสีขาวสะอาดตา ทั้งยังเข้ารูปจนเผยให้เห็นช่วงบนที่อกผายไหล่ผึ่งงามสง่า กางเกงเนื้อผ้าสีดำยาวลงมาถึงขาชนกับรองเท้าหนังสีดำเงาวับ ผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าขาวสะอาดคมคายจนอดไม่ได้ที่ใคร ๆ จะหันไปมองเป็นรอบที่สอง

               “สวัสดีครับ สนใจดูไวน์ลิสท์ก่อนไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มสุภาพรับกับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแต่แฝงไปด้วยความละมุนในทีเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดถึงที่โต๊ะ

               “คุณว่าเอาอะไรดีล่ะ แบบที่ดี ๆ หน่อยน่ะ”

               เมื่อได้ยินแบบนั้น ซอมเมอลิเยร์หนุ่มก็เริ่มแนะนำ

               “เมนูที่คุณลูกค้าสั่งคือสเต็กเนื้อวัวราดซอสเกรวี่” มือหนาพลิกใบเมนูไปอีกหน้าหนึ่ง “เราขอแนะนำเป็นไวน์แดงกินคู่กับเนื้อครับ”

               “แต่ฉันอยากดื่มไวน์ขาวคู่กับเนื้อ นายต้องเข้าใจนะ ฉันเหนื่อย ๆ เลยอยากดื่มอะไรที่มันเปรี้ยว ๆ สดชื่น ๆ นายทำให้ฉันได้ไหม” ชายชาวต่างชาติพูดจาติดจะกวน ๆ ราวกับเห็นซอมเมอลิเยร์หนุ่มเป็นที่ระบายสนุก ๆ

               “แต่ไวน์ขาวจะทำให้เนื้อเสียรสชาตินะครับ”

               “ก็ฉันอยากได้ นายเป็นคนบริการ ก็ต้องทำตามคำสั่งของลูกค้า ไม่ใช่หรือ”

               เมื่อได้ฟังแบบนั้น ชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มก่อนจะเอ่ยสืบไป

               “เนื่องจากเมนูที่ลูกค้าสั่งเป็นพวกเนื้อ ผมเกรงว่าถ้ากินคู่กับไวน์ขาวที่มีความฝาดสูง จะยิ่งทำให้รสชาติของเนื้อกร่อย รสชาติความอร่อยของเนื้อที่ลูกค้าสมควรได้รับอาจเสียไปอย่างน่าเสียดาย และทำให้ลูกค้ากินอาหารมื้อนี้อย่างไม่มีความสุข ผมเองในฐานะซอมเมอลิเยร์ก็มีหน้าที่ต้องดูแลความสุขของลูกค้าในส่วนนี้เช่นกันครับ”

               ท่าทางจริงจังของชายตรงหน้าทำเอานักธุรกิจต่างชาตินิ่งไป สุดจะรู้ว่าอยู่ในอารมณ์ใด

               “ถ้าอย่างงั้นคุณช่วยแนะนำเราหน่อย” เมื่อเห็นช่องว่างที่จะแทรกเข้าไปได้ เจ้ามือจึงไม่รอช้าที่จะแทรกเข้าไป

               “ผมขอแนะนำเป็น Cabernet Sauvignon หรือ Malbec นะครับ เพราะเนื้อจะมีความหนัก ไวน์ทั้งสองตัวนี้มีบอดี้ที่หนา เข้ากันได้ดีกับเนื้อมาก ๆ และเป็นที่นิยมของทางร้านที่สุดครับ”

               หลังจากแนะนำอะไรอีกเล็กน้อย ทุกอย่างก็เรียบร้อย ขายาวทั้งสองนั้นเดินออกไปจากโต๊ะของลูกค้า เสียงดนตรีคลาสสิคยังคงบรรเลงคลอไปเรื่อย ๆ จนเสียงเริ่มหรี่ลงเมื่อเขาเข้ามาในห้อง ๆ หนึ่งตรงมุมสุดทางเดินที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะเมื่อครู่ แต่ก็เป็นบริเวณที่กันเอาไว้ในส่วนการทำงานของพนักงาน โดยเมื่อมองเข้าไปที่มุมหนึ่งของห้องจะเห็นชั้นวาง 3 ชั้นที่มีแก้วไวน์หลากหลายประเภทวางไว้เรียงราย แสงจากหลอดไฟในห้องส่องกระทบผิวแก้วระยิบระยับ สายตาคมปรี่เข้าไปหยิบแก้วไวน์ตามที่ตนต้องการ หยิบจับรวมถึงจัดการทุกอย่างดั่งผู้กุมอำนาจสูงสุดของห้องตรงนี้

               ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของร้านนั้น พนักงานต้อนรับที่ตอนนี้กำลังว่างก็ได้หันไปพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟสาวที่มายืนข้าง ๆ กัน

               “แขกโต๊ะใหญ่นั่นแอบน่ากลัวมากเลยล่ะ”

               “จริง พี่ ฉันไม่เคยเสิร์ฟอาหารเร็วแบบนี้มาก่อนด้วย”

               แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากบรรยากาศที่ชวนอึดอัดในตอนแรกก็ค่อย ๆ ดีขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อนายฝรั่งดูจะพอใจกับรสชาติอาหารตรงหน้า ไหนจะไวน์ที่ซอมเมอลิเยร์หนุ่มแนะนำที่เข้ากันดีกับรสชาติเนื้อวัวที่ย่างมาพอเกือบสุกนี้อีก อย่างหลังนี่ดูจะทำให้เขาเพิ่มความพอใจขึ้นมาอีกเป็นสองเท่าและดูเหมือนจะลืมเรื่องเรื่องสัญลักษณ์มิชลินไปเสียสนิท

               “ต่อไปนี้นะ คุณดำรง” เขาเริ่มกล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดปากซับที่มุมปากเบา ๆ “คุณก็อย่าขัดคำสั่งผมอีก ผมสั่งไปว่าสายการบินไหน ก็ต้องสายการบินนั้นเท่านั้น”

               “ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ”

               “อืม เห็นว่าคุณพามาเลี้ยงอาหารอร่อย ๆ หรอกนะ เดี๋ยวงานที่เหลือ ผมจะให้เลขาฯของผมช่วยดู ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวเลขาฯของผมก็วิดีโอคอลล์มาให้ดูเอง”

               มื้อนั้นจึงจบลงด้วยดีในที่สุด พร้อมคำทิ้งท้ายจากชายนักธุรกิจชาวต่างชาติว่าคราวต่อไป เขาจะมาใช้บริการที่นี่อีก ในขณะที่พนักงานต้อนรับสาวเองก็อดที่จะอึ้งไม่ได้ที่เห็นบรรยากาศของระหว่างตอนขามากับขากลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังไปได้ขนาดนี้

               จนเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ทั้งพนักงานต้อนรับรวมถึงพนักงานเสิร์ฟสาวก็อดที่จะชื่นชมซอมเมอลิเยร์หนุ่มไม่ได้

               “เพราะอาหารอร่อยด้วยล่ะครับ ส่วนไวน์ก็มีหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนเท่านั้นเอง”

               “พี่เหนือนิ่งขนาดนั้นได้ยังไงกันนะ โห หนูเนี่ย มือสั่นริก ๆ เลยตอนเสิร์ฟน่ะ ยิ่งตอนที่นายฝรั่งนั่นจ้องนะ หึย” เด็กสาวหันไปหน้าไปถามนายเหนือหรือศิวดลพลางทำหน้าเหมือนปวดท้องหนักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

               “คนเราน่ะ เวลาได้กินอาหารอร่อย ๆ รสชาติถูกปาก มันก็เปลี่ยนอารมณ์ได้อยู่แล้วล่ะครับ” เขาว่าไปมือก็ควานหากุญแจรถไปด้วย

               “ไอถูกปากมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ถูกใจนี่สิ เหนือทำยังไง” สาวต้อนรับรุ่นพี่ถามอย่างสงสัย

               “โชคดีที่ผมได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกันตอนเสิร์ฟไวน์อยู่โต๊ะหนึ่งครับ เลยรู้ว่าเจ้ามือที่เลี้ยงมีข้อขัดแย้งกับหุ้นส่วนรายใหญ่และต้องการจะเลี้ยงอาหารเป็นการไถ่โทษ ทั้งยังไม่เกี่ยงราคา ผมก็เลยเสนอไวน์ที่ราคาค่อนข้างสูงหน่อย แต่ไม่สูงเกินจนเอื้อมไม่ถึงหรอกนะครับ เพราะไวน์รสชาติดี ไม่จำเป็นจะต้องแพงเสมอไป แต่ต้องเติมเต็มความสุขและความต้องการของลูกค้าหลังจบมื้อนั้นไป”

               ทั้งสองสาวพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเข้าใจแม้จะไม่ทุกส่วนก็ตามที เพราะโลกของไวน์สำหรับคนนอกนั้น ดูจะห่างไกลจนเกินเอื้อมถึงจริง ๆ

                    “ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวภพมันจะรอนาน”

               เมื่อลับหลังไป สองสาวก็อดที่จะเม้าท์กันไม่ได้

               “น้ำเสียงการพูดจา ไหนจะท่าทาง แบบนี้ล่ะน้า สาว ๆ ถึงหลง”

               “ก็พี่เขาเป็นถึงซอมเมอลิเยร์นี่คะ พี่หลิน” ดีที่ทั้งสองสาวมีคนรักอยู่แล้ว ไม่งั้นคงหลงใหลได้ปลื้มหนุ่มเหนือตามสาว ๆ คนอื่นเป็นแน่

               ส่วนชายหนุ่มนั้น เมื่อไปถึงลานจอดรถก็เห็นชายรูปร่างสูง ผอมกว่าตนเล็กน้อยกำลังเล่นมือถืออยู่

               “ไง รอนานเปล่า”

               “ไม่นาน ฉันก็เพิ่งมาถึงนี่ล่ะ” ภพหรือรณภพ เชฟประจำห้องอาหารคนหนึ่งของที่นี่ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของชายคนดังกล่าวเอ่ยด้วยท่าทางอารมณ์ดี “จะไปฟิตเนสเลยไหม”

               แต่ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงข้อความจากมือถือของศิวดลก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรณภพเห็นแบบนั้นก็ถึงกับมีสีหน้าเหมือนเบื่อโลก

               “ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่า...”

               “คืนนี้ฉันมีนัดแล้วว่ะ เพื่อน” หลังจากที่ดวงตาคมเลื่อนอ่านข้อความไปมา เขาก็หันไปยิ้มแห้ง ๆใส่เพื่อนแต่ประกายตากับเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเด่นชัด

               “สาวไหนนัดนายไปอุ่นเตียงให้อีกล่ะ” ถึงจะรู้ว่าทันทีที่นอกเวลางาน ชายผู้เคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังกับงานตรงหน้าจะกลายร่างเป็นเสือหนุ่มเจ้าสำราญในทันทีก็เถอะ แต่เขาก็อดที่จะเสียอารมณ์ไม่ได้เมื่อนัดมาถูกยกเลิกแบบนี้

               “คนเดิมนั่นแหละ ขอตัวก่อนนะ”

               หลังจากรถคันสีดำของเพื่อนเคลื่อนตัวออกไป รณภพก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจขับรถกลับบ้านตาม ๆ กันออกไป

               หลายวันต่อมา ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งเพื่อนสนิทหนุ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมของศิวดลที่แปลกไปจากทุกวัน

               “นายโอเคเปล่าเนี่ย” ทันทีที่เลิกงาน รณภพก็เดินเข้ามาสมทบศิวดลที่ยืนกอดอก ทอดถอนหายใจอยู่ตรงหน้าล็อกเกอร์ ใบหน้าหล่อคมคายในยามนี้มีแววเคร่งเครียด

               นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยล่ะมังที่เสือหนุ่มคนนี้พกสีหน้าบึ้งบูดเหมือนกินรังแตนทั้งรังแบบนี้มาทำงาน

               ศิวดลหลับตา ถอนหายใจแรงอีกครั้งหนึ่ง จนเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ไม่มีใครยืนอยู่ จึงตัดสินใจเผยความอึดอัดนี้ให้เพื่อนได้รับรู้

               “พ่อกับแม่เพิ่งบอกอะไรบางอย่างกับฉันเมื่อคืนก่อน เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันคิดว่าโลกนี้จะมีได้เลยล่ะ”

               ยิ่งเมื่อได้เห็นท่าทางสุดเหี่ยวเฉาเหมือนพืชขาดน้ำของชายตรงหน้า ก็ยิ่งยังความสงสัยให้รณภพเพิ่มขึ้นไปอีก จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแกมห่วง

               “เฮ้ย เดี๋ยว มันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรให้ช่วยเปล่า”

               “ขอบใจนะ ภพ ที่เป็นห่วง แต่นายช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก”

               “มันเรื่องอะไรกันแน่” เชฟหนุ่มมองกลับไปอย่างฉงน

               ใบหน้าสิ้นหวังของศิวดลมองกลับมา น้ำเสียงที่เอ่ยต่อมาเคร่งเครียดกว่าเก่า

“จู่ ๆ พ่อกับแม่ก็โทรหาฉัน บอกว่านัดดูตัวฉันกับลูกสาวเพื่อนตัวเองน่ะ”

               “นี่หมายความว่า...” แต่ยังพูดไม่ทันจบ ศิวดลกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน

               “ก็หมายความว่าฉันอาจโดนคลุมถุงชนยังไงล่ะ”

               -----------------------------------------------------------------------------------------

               *สัญลักษณ์มิชลิน - การจัดอันดับร้านอาหารโดยการให้ดาว ตั้งแต่ 1 ดาว, 2 ดาว และ 3 ดาว จากร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพดีที่สุด โดยพิจารณาจาก คุณภาพวัตถุดิบ, เทคนิคการปรุงอาหาร, รสชาติอาหาร, ความคิดสร้างสรรค์ และความเสมอต้นเสมอปลาย ร้านอาหารที่ได้ 3 ดาว ถือเป็น สุดยอดร้านอาหาร ที่ควรค่าแก่การเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้ง ร้านอาหารที่ได้ 2 ดาว คือ ร้านอาหารยอดเยี่ยม ที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม ร้านอาหารที่ได้ 1 ดาว คือ ร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม

              

              

              

              

                

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปรารถนารัก คุณคู่หมาย      ตอนที่ 2 ห้องหมายเลข 9

    ตอนที่ 2 ห้องหมายเลข 9 “เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าน้องหมอคนนี้แม่นมาก” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสาวเอ่ยขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานเป็นจานเชิงหลังจากได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากโรสิตา “ก็แค่ไปคุยกันเท่านั้นเอง เธอล่ะก็ หมกมุ่นเกินไปแล้ว” มือบางหยิบเสื้อบนราวที่แขวนเรียงรายมาตัวหนึ่ง เป็นชุดกระโปรงสีชมพูหวานน่ารัก ค่อนข้างถูกใจเธอไม่น้อยมาดู ก่อนจะแขวนคืนแล้วดูตัวอื่น ๆ ในขณะที่อัญธิกาก็เอ่ยไปเรื่อย ๆ “ไม่แน่หรอก” “ก็ไม่แน่ไง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นเนื้อคู่หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้” “โธ่ โรส เธอนี่ไม่โรแมนติคเอาซะเลย” หลังจากดูอะไรด้วยกันเพลิน ๆ ทั้งสองสาวก็ได้ของมากันอย่างคนละหน่อย โรสิตาเองก็เน้นดูพวกของสำหรับเตรียมการนัดดูตัว โดยมีเพื่อนสาวอย่างอัญธิกาคอยช่วยดูด้วย โดยหลังจากเลือกเสร็จ ทั้งสองสาวก็ตัดสินใจเดินออกจากตลาดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หน้าห้าง เพื่อไปหาอะไรกินกันในห้าง “แล้วคู่หมายเธอเนี่ย หล่อป่ะ” อัญธิกาว่าไปพลางขำกิกเพราะเขินที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป “แล้วทำงานอะไร”

  • ปรารถนารัก คุณคู่หมาย   ตอนที่ 1 นัดหมายดูตัว

    ตอนที่ 1 นัดหมายดูตัว ช่วงเวลาบ่ายแก่ของวันหนึ่ง แสงแดดที่ร้อนแรงจากยามเที่ยงค่อย ๆ หุบลง สระบัวที่โอบล้อมชานนั่งไม้ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านเสริมให้อากาศบริเวณรอบ ๆ ไม่ร้อนนัก ทั้งยังมีดอกบัวบ้างตูมบ้างบานแต่งแต้มในสระให้ผู้คนราว 3-4 คนที่นั่งเหมือนรออะไรกันอยู่บนชานไม้กลางเก่ากลางใหม่นี่ได้มองเพลิน ๆ จนเมื่อเวลาผ่านไปก็เหลือเพียงหญิงสาว 2 คน โดยเฉพาะหนึ่งในนั้นที่เล่นมือถือจนแบตเตอรี่เกือบหมดทำให้ต้องหันไปอ่านป้ายที่แปะตรงประตูทางเข้าบ้านที่เขียนไว้ว่าเป็นสำนักดูดวงพร้อมเบอร์ติดต่อ “คุณอัญธิกา เชิญครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงเรียกคิวสุดท้ายของวันนี้จากชายวัยประมาณ 40 ปีที่ใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าธรรมดาแล้วนั้น หญิงสาวรูปร่างผอมสูงก็ได้ลุกขึ้น “เฮ้อ ถึงคิวสักที” “เดี๋ยวฉันรอข้างนอกนะ” เพื่อนที่มาด้วยว่าพลางสอดสายตามองดอกบัวแสนสวยในสระอย่างชอบใจ “ไม่ได้ เธอต้องมากับฉันสิ โรส” ว่าจบ หญิงสาวก็หันมาคว้าข้อมือของเพื่อนสาวที่สูงน้อยกว่า ทั้งยังตัวเล็ก

  • ปรารถนารัก คุณคู่หมาย   บทนำ

    บทนำ เสียงดนตรีคลาสสิคในจังหวะเบาและนุ่มนวลกำลังบรรเลงคลอไปทั่วทั้งห้องอาหารอันโอ่โถงของโรงแรมระดับห้าดาวอย่างโรงแรมดาราลัย แสงไฟนวลสีส้มสว่างจ้าเมื่อตัดกับผืนฟ้าสีนิลของยามราตรี เคล้าไปกับเสียงพูดคุยที่ไม่ดังนักของแขกแต่ละโต๊ะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหารตรงหน้า ยิ่งเมื่อได้ยินทำนองของดนตรีที่บรรรเลงไปในระหว่างกินด้วยแล้วนั้น อาหารรสเลิศตรงหน้าก็ดูจะมีรสโอชายิ่งขึ้นหลายเท่าและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้ออาหารชั้นดี ราคาสูงแบบนี้ นั่นก็คือไวน์ดี ๆ สักขวด ทั้งวันนี้ก็เป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดหรือเทศกาลพิเศษใด ๆ งานจึงไม่ยุ่งมากเท่าที่ควร จนกระทั่งการปรากฏตัวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งดูจากภายนอกแล้วมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นนักธุรกิจ ชายหน้าเอเชียคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยทั้งนี้ก็ไม่ลืมที่จะเปิดให้ชายฝรั่งสูงวัยในชุดสูทธุรกิจที่มีมาดแบบผู้นำตามพิมพ์นิยมที่ตอนนี้หน้าตาดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์จากอะไรบางอย่างมาด้วย “สวัสดีค่ะ ห้องอาหารโรงแรมดาราลัย ยินดีต้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status